มหาลัยรัก
“ปีหนึ่งเหมือนกัน ก็น่าจะเพิ่งมาอยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“ก็จริง แต่เราซ้อมอยู่คอนโดก่อนมหาลัยเปิดมาประมาณเดือนนึงละ แอบไปสำรวจมาบ้าง มีไรก็ถามได้”
“จริงดิ! ดีอะ เราเพิ่งมาอยู่ไม่กี่วัน ยังไม่ชินเลย”
“นั่นแหละ มาแรก ๆ ก็งงนิดหน่อย เราก็เป็”
“ยังหาร้านข้าวอร่อยไม่เจอเลย”
“งั้นแลกคอนแทกต์กันไหม มีไรก็ถามเราได้”
“เอาสิ ๆ”
“ไปก่อนน้า…ตั้งใจเรียนล่ะ”
“บ๊ายบาย ขอบคุณนะทอย”
ฉันโบกมือลาและยิ้มขอบคุณให้กับเพื่อนใหม่ข้างห้อง ชื่อว่า ‘ทอย’ ที่เพิ่งทำความรู้จักกันอย่างรวดเร็ว (มาก ๆ) เมื่อกี้
เราเดินคุยกันมาั้แ่หน้าห้อง ลงลิฟต์ ข้ามถนนมามหาลัย จนทอยเดินมาส่งฉันถึงคณะ เพราะฉันเหมือนจะหลงทางด้วยความที่ดูแมพไม่เก่ง ด้วยความเอ๋อหนึ่งเดียวของตัวเอง ทำให้หลงทิศซะ ทอยก็อดไม่ได้ที่ต้องบอกแทบจะทุกอย่าง อีกนิดนึงจะเข้าไปส่งฉันถึงห้องเรียนแล้วถ้าไม่ห้ามเอาไว้ก่อน
รู้อย่างนี้แอบมาสำรวจล่วงหน้าแบบทอยดีกว่า
TOY : เป็ไง ไปห้องเรียนถูกไหม
GAM : ถูกสิ เราไม่ได้หลงเก่งขนาดนั้น
TOY : ขนาดนั้นเลยแหละ
GAM : แฮะ ๆ ขอบคุณอีกทีน้า
TOY : ไม่เป็ไร
GAM : อาจารย์มาละ เรียนก่อน
TOY : เคจ้า
คอนโด
หลังจากที่ฝ่าฟันสมรภูมิแห่งการเรียน แม้จะเป็คาบแรกแต่เหมือนว่าอาจารย์ก็ไม่เกริ่นแค่การเรียนชิลล์ ๆ เหมือนวัยมัธยมอะไรทั้งนั้น เน้นเริ่มการเรียนการสอนั้แ่คาบแรก เอาซะใช้สมองไปแทบจะหมดแรง แต่อย่างน้อยก็ได้เพื่อนร่วมคลาสมาคนสองคน มีเพื่อนไว้ไปเรียนครั้งหน้าแล้ว
ข้าวผัดหมูที่ซื้อมาจากด้านล่างคอนโดกำลังส่งกลิ่นเรียกให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงาน พอเปิดออกดูก็ตัดสินใจกินมันในกล่องแบบนั้นนั่นแหละ เพราะไม่อยากล้างจาน
ฉันได้แต่เคี้ยวไปแบบเอื่อยเฉื่อยด้วยความหมดอาลัยตายอยาก ทั้งความเหนื่อยล้าและรู้สึกได้ว่ารสชาติมันไม่อร่อยเท่าที่คิด
GAM : Sent a photo
GAM : ไม่อร่อยเลยอะ ทอย
TOY : โธ่ น่าสงสาร
GAM : เสียใจ เหนื่อยก็เหนื่อย ยังมาเจออาหารไม่อร่อยอีก
TOY : Sent a photo
TOY : ของหวานไหม ล้างปาก
GAM : เอา!
TOY : เดี๋ยวซื้อไปให้
GAM : เย้ ๆ ขอบคุณน้าา
ข้อความในแชทของเราจบลง พร้อมกับความสุขของฉันที่เพิ่มขึ้นมานิดนึง เมื่อฉันส่งรูปไปฟ้องทอยว่าข้าวเย็นวันนี้ไม่อร่อย แต่ทอยบอกว่าจะซื้อบัวลอยมาปลอบใจ มันก็น่าจะชดเชยพลังงานที่เสียไปทั้งวันนี้ทั้งวัน เพราะอย่างน้อยบัวลอยก็เป็เมนูโปรด
การได้มารู้จักทอยในภาวะที่ต้องปรับตัวอะไรหลายอย่าง ก็แอบรู้สึกดีเหมือนกัน เหมือนไม่ต้องยากลำบากด้วยตัวคนเดียวขนาดนั้น
ก๊อก ก๊อก
ฉันมองลอดผ่านตาแมวของประตูห้อง เห็นเป็ทอยที่ยืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับชูถุงขนมหวานที่บอกว่าจะซื้อมาฝากตามสัญญา เห็นอย่างนั้นฉันก็รีบเปิดทันที
เขามาด้วยเสื้อบอลตัวเก่งอีกแล้ว
“ไง เดลิเวอร์รี่มาส่งแล้วครับ”
“เห้ย เท่าไหร่เนี่ย ต้องทิปให้พิเศษหรือเปล่า”
“เราล้อเล่น ให้ฟรี ๆ”
“ได้ไง เสียตังนะยะ”
“เอาน่า ปลอบใจคนกินข้าวไม่อร่อย”
“อื้อ”
เกือบที่ฉันจะวิ่งไปหยิบกระเป๋าตังในห้อง แต่ต้องเบรกเอาไว้เพราะทอยบอกว่าไม่ต้อง
“ไว้วันหลังพาไปกินร้านอร่อย ๆ ให้แก้มเลี้ยงคืนละกัน”
“ก็ได้ ๆ” ฉันตอบกลับเสียงอ่อน
“ไปนะ”
“แต้งกิ้ว”
เทอมกว่า ๆ ที่ทอยและฉันสนิทสนมกัน หลังเลิกเรียนตอนเย็นเขาจะชวนไปหาอะไรกินอร่อย ๆ เสมอ จนตอนนี้ลิสต์ร้านอร่อยยาวเป็หางว่าว แต่เขาก็ยังชอบที่จะพาฉันไปกิน เพราะรู้ว่าสิ่งเดียวที่จะฮีลใจได้มันมักจะเป็ของอร่อยสักอย่าง แค่นั้นฉันก็แฮปปี้แล้ว
หรือแม้แต่บางครั้งเวลาที่เขาออกไปเล่นบอลกับเพื่อนหลังเลิกเรียน ทอยก็ยังขอให้ฉันไปเฝ้าเพื่อให้เราได้กลับห้องพร้อมกัน หรือหลังจากนั้นเราก็จะไปกินข้าวด้วยกัน
สถานะตอนนี้ก็เหมือนเรียกได้ว่าเราเป็คนคุยกันอยู่ละมั้ง เพราะว่าเขาคอยเอาใจใส่ฉันเสมอ คอยดูแลกันมากกว่าเพื่อนที่อยู่ข้างห้องกันธรรมดา ทำให้เราตกลงกันว่าที่เราเป็กันอยู่มันเหมือนจะพิเศษกว่าเพื่อนทั่วไป
เอาง่าย ๆ ก็เรียกว่ารู้สึกดี หรือแปลว่าเราทั้งคู่ต่างก็ชอบพอกัน