เมื่อฐานะภายในจวนเริ่มสั่นคลอน ไป๋อวิ๋นเฟิงจึงยื่นมือมาช่วยเหลือนางอีกครั้ง เพียงแต่เพราะการเข้ามาช่วยเหลือนางทำให้ไป๋อวิ๋นเฟิงต้องถูกยัดเยียดตำแหน่งชายชู้ของนางอย่างไม่คาดคิด ถึงแม้กระนั้นนางก็ยังไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของเื่ ยังคงคิดว่าในเมื่อนางถูกยัดเยียดข้อหาว่ามีชู้นางก็แค่ถูกขับไล่ออกจากจวนตระกูลเหยียน คิดไม่ถึงว่าเื่นี้จะทำให้ไป๋อวิ๋นเฟิงถูกถอดถอนชื่อออกจากการสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อจวนอ๋องไปด้วย
นาง้าจะช่วยเหลือเขาจึงหลงเชื่อคำพูดของฉินเหม่ยหลันว่าถ้าหากนางไปช่วยยืนยันกับฉู๋อ๋องว่านางไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับไป๋อวิ๋นเฟิง เขาจะได้ไม่ถูกถอดถอนชื่อออกจากจวนอ๋อง คิดไม่ถึงว่าที่แท้จะเป็แผนการที่ทำให้นางต้องไปติดกับของเซียวหย่งหนาน น้องชายผู้ที่เป็ศัตรูของไป๋อวิ๋นเฟิง
นางถูกเซียวหย่งหนานใช้เป็เหยื่อล่อทำให้ไป๋อวิ๋นเฟิงต้องเข้าไปช่วยเหลือนางและถูกทำร้ายจนยากจะที่จะหนีรอดออกไปได้อีก คำพูดสุดท้ายของไป๋อวิ๋นเฟิงยังคงก้องอยู่ในหัว ภาพความทรงจำสุดท้ายที่นางจดจำได้ก็คือไป๋อวิ๋นเฟิงอยากให้นางหนีรอดปลอดภัยและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพียงแต่นางไม่อาจจะตัดใจปล่อยเขาให้เผชิญกับอันตรายถึงชีวิตเพียงคนเดียวได้
“เ้ารีบหนีไปซะ ทิ้งข้าไว้ที่นี่แล้วรีบหนีไป” ไป๋อวิ๋นเฟิงเอ่ยออกมาพลางกระอักเืออกมาคำโต เขาพยายามผลักมือที่พยายามช่วยพยุงเขาออกแต่กลับไร้เรี่ยวแรง
“ไม่! ข้าไม่มีทางทิ้งท่านไว้ที่นี่ หากไม่ใช่เพราะข้า ในยามนี้ท่านก็คงได้เป็ซื่อจื่อของฉู่อ๋องไปแล้ว และคงไม่มีทางมาถูกผู้อื่นลวงมาลอบทำร้ายเช่นนี้”
“เ้าอย่าได้รู้สึกผิดไปเลย เดิมทีข้าก็ไม่ได้อยากจะข้องเกี่ยวกับจวนอ๋องนั้นอยู่แล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟิงเอ่ยพลางส่ายหน้าแต่ นางกลับพยายามคิดที่จะช่วยพยุงเขาขึ้นเสียงฝีเท้ากำลังตรงมาทางนี้หากไม่รีบจากไป ไม่เพียงแค่เขาตัวนางเองก็คงจะจบชีวิตลงไปด้วยเช่นกัน
“ไม่! จะไปก็ต้องไปด้วยกัน หากจะต้องตายข้าก็จะขอตายกับท่าน”
“โอ้! ช่างรักกันดียิ่ง หลี่ผิงฮูหยินของเ้าทุ่มเทเพื่อชายอื่นถึงขั้นนี้เ้าคงตัดใจจากนางได้แล้วกระมัง” เซียวหย่งหนาน ผู้ที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่งซื่อจื่อของจวนฉู่อ๋องหันไปเอ่ยกับเหยียนหลี่ผิงด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“ทำไมข้าจะต้องตัดใจ ข้าไม่เคยมีใจให้นางด้วยซ้ำ เ้าอยากลงมือก็รีบทำเสีย ไม่เช่นนั้นหากคนของเขาตามมาทันเ้าก็คงจะหมดโอกาสแล้ว” เหยียนหลี่ผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า สายตาที่เขาใช้มองฉินเหม่ยเหนียงนั้นทำให้นางพลันรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น นางดึงไป๋อวิ๋นเฟิงที่เนื้อตัวชุ่มไปด้วยเืมากอดไว้เพื่อพยายามปกป้อง
“ท่านพี่ ท่านปล่อยพวกข้าไปเถิด ข้ากับเขาไม่เคยทำเื่ที่ผิดต่อท่าน หากท่านปล่อยพวกข้าไปข้าให้สัญญาว่าทั้งเขาและข้าจะไม่เข้ามาในเมืองหลวงอีก” ฉินเหม่ยเหนียงเอ่ยกับเหยียนหลี่ผิงด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ยามนี้ไป๋อวิ๋นเฟิงถูกย้อมไปด้วยเืเกือบทั้งตัว นางรู้ดีว่านางกับเขาคงหนีไม่พ้นแล้ว แต่นางก็อยากจะลองอ้อนวอนขอชีวิตกับสามีที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนางดู
“ฮึ! เ้ายังกล้าพูดออกมาได้อีกหรือว่าไม่ได้ทำผิดต่อข้า แค่บอกว่าเ้าถูกจับตัวมา เขาก็รีบพุ่งเข้ามาช่วยเหลืออย่างไม่รักชีวิตของตนเองเช่นนี้ นี่ยังเป็การแสดงออกไม่พออีกหรือ สหายที่ไหนที่จะทุ่มเทให้กันอย่างไม่รักชีวิตเช่นนี้ แล้วยังท่าทีที่เ้ากับเขาแสดงต่อกันนี่อีก” เหยียนหลี่ผิงเอ่ยด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด สายตาที่เขามองนางเต็มไปด้วยความรังเกียจและเหยียดหยาม ฉินเหม่ยเหนียงก้มลงไปมองไป๋อวิ๋นเฟิงก็เห็นว่าเขากำลังมองนางอยู่เช่นกัน สายตาที่เต็มไปด้วยเป็ห่วง ความอาลัยและที่มากกว่านั้นในยามนี้นางเริ่มกระจ่างแจ้งแล้ว และนางอดหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้
“เป็ข้าเองที่คิดเกินเลยกับนาง แต่ข้าขอสาบานว่านางไม่เคยคิดเกินเลยกับข้า เหยียนลี่ผิงท่านอย่าได้ยึดติดกับอคติของตนเองอีกเลย ที่จริงแล้วการที่ท่าน้าให้ข้าตายไม่ใช่เพียงเพราะ้าช่วยเหลือเซียวหย่งหนานและเื่ที่เข้าใจว่าข้ากับนางสวมหมวกเขียวให้ท่านหรอก แต่เป็เพราะท่านกำลังหึงหวงนางมากต่างหาก” ไป๋อวิ๋นเฟิงเอ่ยพลางพยายามขยับตัวหนีจากอ้อมกอดของนาง ยามนี้เขารู้ตัวดีว่าไม่อาจจะหนีรอดไปได้อีกแล้ว แต่ฉินเหม่ยเหนียงไม่เหมือนกันนางไม่ได้มีความแค้นกับเซียวหย่งหนาน นางยังมีโอกาสรอดไปได้
“หึงหวงหรือ หึงหวงอันใดกันข้าขยะแขยงนางจะตายอยู่แล้ว หย่งหนานหากเ้าจะลงมือก็รีบจัดการซะ ไม่เช่นนั้นต่อไปข้าเองก็คงหาโอกาสเช่นนี้มาให้เ้าไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” เหยียนหลี่ผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ ทำให้ฉินเหม่ยเหนียงอดรู้สึกเศร้าใจไม่ได้ ไป๋อวิ๋นเฟิงมองนางด้วยตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและห่วงใย เขาขยับปากจะพูดแต่ฉินเหม่ยเหนียงกลับเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว
“ในเมื่อไม่ได้คิดหึงหวงก็ปล่อยพวกข้าไป ข้าสัญญาว่าต่อไปพวกข้าจะไม่มาให้พวกท่านเห็นหน้าอีก” ฉินเหม่ยเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ถึงแม้ว่าจะยังคงรู้สึกเสียใจต่อถ้อยคำของเหยียนหลี่ผิง แต่ในยามนี้เื่การมีชีวิตรอดของนางและไป๋อวิ๋นเฟิงกลับมีความสำคัญมากกว่า
“ยังคิดว่าเขาจะยังสามารถรอดไปได้อีกหรือ หย่งหนานรีบลงมือเสีย” จบคำของเหยียนหลี่ผิงเซียวหย่งหนานก็สะบัดปลายกระบี่มาทางไป๋อวิ๋นเฟิง ฉินเหม่ยเหนียงรีบเอาตัวเองบังคมกระบี่ให้ไป๋อวิ๋นเฟิงในทันที
“เหม่ยเหนียง!” เสียงเรียกชื่อนางดังขึ้นพร้อมกับที่ปลายกระบี่แทงเข้าแผ่นหลังทะลุมาที่หน้าอก ไป๋อวิ๋นเฟิงรีบดึงร่างนางออกจากคมกระบี่ แต่เซียวหย่งหนานกลับรีบฉวยโอกาสแทงปลายกระบี่ทะลุหน้าอกของนางเข้าไปปักที่หน้าอกของไป๋อวิ๋นเฟิงในทันที
“อวิ๋นเฟิง!” ฉินเหม่ยเหนียงมองก้มลงมองาแที่หน้าอกของตนเองและของเขา ด้วยความตกตะลึง เซียวหย่งหนานไม่รอช้าดึงปลายกระบี่ออกแล้วใช้คมตวัดไปที่คออันเรียงบางของไป๋อวิ๋นเฟิงในทันที
ภาพลำคอของเขาที่ถูกคมกระบี่แทงทะลุทำให้ฉินเหม่ยเหนียงกรีดร้องออกมา หลังจากเซียวหย่งหนานดึงกระบี่กลับไปเืก็ทะลักออกมาจากลำคอของเขาอย่างน่ากลัว นางพยายามเอามืออุดเืที่ทะลักออกมาจากลำคอของเขา แต่ที่หน้าอกของเขาก็มีเืออกมามากเช่นกัน เขามองนางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเ็ป ยกมือขึ้นมากุมมือของนางเอาไว้ แล้วมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาลัย สุดท้ายก็จากไปในอ้อมแขนของนางโดยที่นางไม่อาจจะช่วยเหลืออะไรได้อีก
“พวกท่านช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว เขาไม่คิดจะแย่งชิงตำแหน่งของท่านด้วยซ้ำ” ฉินเหม่ยเหนียงเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
“ส่วนท่าน ต่อให้ท่านทำร้ายจิตใจข้าสักกี่ครั้งข้าก็ไม่เคยคิดโกรธเคือง แต่ครั้งนี้ท่านทำกับข้ามากเกินไปแล้ว” ประโยคนี้ฉินเหม่ยเหนียงเอ่ยพลางจ้องมองเหยียนหลี่ผิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“คนโหดร้ายอย่างพวกท่านสักวัน์จะต้องลงโทษ” ฉินเหม่ยเหนียงเอ่ยกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ร่างของไป๋อวิ๋นเฟิงยังคงอบอุ่นอยู่ในอ้อมกอดของนาง แต่ลมหายใจของเขากลับขาดห้วงไปนานแล้ว นางก้มลงมองเขาด้วยความรู้สึกผิดและความรู้สึกติดค้าง ได้แต่เอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอันแ่เบา
“ส่วนท่านหากมีชาติหน้าข้าขอทดแทนทุกเื่ที่ติดค้างกับท่านก็แล้วกันนะ” เอ่ยจบสติของนางก็ดับวูบลงไปและไม่รับรู้เื่ราวต่อจากนั้นอีกต่อไปแล้ว