...ว่ากันว่า 'ความประทับใจแรกพบนั้นสำคัญ' น่าจะเป็เื่จริง วันนี้เมอาจึงยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้ชายที่นั่งติดกับเธอเมื่อวาน
สำหรับกรณีของเธอน่าจะเรียกว่า 'ความสยดสยองแรกพบ' มากกว่า
ยังดีที่มันยังไม่พัฒนากลายมาเป็ 'ความเกลียดแรกพบ'
สงสัยคนนั้นคงย้ายที่นั่งหนีเธอไปแล้วมั้ง
เมอาไม่ได้นึกโกรธเคือง หรือน้อยใจชายหนุ่มคนนั้นแต่อย่างใด ในทางกลับกันรู้สึกเห็นใจเขามากกว่าที่ต้องมาพบเจอสภาพสุดอเนจอนาถของเธอติดตาเป็ภาพหลอนแบบนี้
วันนี้เป็วันที่สองของการอบรม เมอาไปถึงก่อนเวลาเข้าเรียน โชคดีที่นั่งไม่ได้เป็แบบกำหนดตายตัว วันนี้เธอจึงเลือกนั่งอยู่ในแถวกลางๆ ของห้อง
เธอเหลือบมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เหมือนหญิงสาวจะถูกจ้องจนรู้สึกตัว จึงหันหน้ามามอง เมอายิ้มและพยักหน้าให้
หญิงสาวผมยาวประบ่า หน้าตาน่ารักยิ้มตอบ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ชวนคุยอะไร วิทยากรผู้สอนก็เดินเข้ามาพร้อมกับเริ่มการสอน
***
โรงอาหารของโรงพยาบาล
เมอากำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันอยู่กับ 'พิจิตรา หรือ น้ำขิง' ซึ่งเป็เพื่อนใหม่ที่นั่งเรียนใกล้กัน ถ้าดูจากหน้าตาเดาว่าน้ำขิงคงจะอายุยี่สิบกว่าน่าจะรุ่นเดียวกับเธอ
พิจิตราเพิ่งลาออกจากตำแหน่งนักโภชนาการของโรงพยาบาลรัฐบาล และเลือกทำงานที่นี่เนื่องจากใกล้ที่พักมากกว่าที่ทำงานเดิม ทำให้สะดวกต่อการเดินทาง และมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น
คุยกันไปสักพักเมอารู้สึกเหมือนโดนเพื่อนใหม่จ้องเขม็งยังจานอาหารของเธอตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเธออุปทาน หรือร้อนตัวไปเองหรือเปล่า
หลังจากรู้ว่าเพื่อนใหม่เป็นักโภชนาการ รวมทั้งท่าทีจ้องเขม็ง เธอก็อดรู้สึกระแวงไม่ได้
หรือว่าน้ำขิง้าจะบอกอะไรเธอ หรือว่าเธอกินอาหารที่ไม่ค่อยมีคุณค่าโภชนาการ
"เอ่อ จานเรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า" เมอาทนเก็บความสงสัยไม่ไหวถามออกไป
"อุ๊ย โทษทีๆ ลืมตัวไปหน่อย พอดีกำลังนึกถึงเื่งานอยู่น่ะ…"
"..." เมอา
***
หลังเลิกเรียน เมอาแวะไปรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ตึกไอทีสแควร์ และซื้อกับข้าวที่ตลาดนัดใกล้อพาร์ทเม้นท์ของเธอ ก่อนที่จะกลับมาห้องพัก
เธออยู่อพาร์ทเม้นท์นี้มานานกว่า 5 ปีแล้ว สภาพภายในห้องพักค่อนข้างเก่า ทรุดโทรม และขนาดเล็ก ห้องครัว ,ห้องนั่งเล่น ,ห้องนอน ล้วนเป็ห้องเดียวกัน คือ ห้องโล่งๆ ที่ไม่มีการกั้นห้องให้เป็สัดส่วน
รูปทรงห้องพักและห้องน้ำไม่ใช่สี่เหลี่ยม แต่เป็แบบหลายเหลี่ยมหลายมุม ยังดีที่ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ให้มาบางส่วน พวก โซฟาเก่า ตู้เสื้อผ้ามือสอง โต๊ะเครื่องแป้ง และแอร์ที่ใช้งานได้แบบติดๆ ดับๆ
เนื่องจากไม่มีเตียงนอน เธอและคุณแม่จึงปูฟูกนอนแบบบางบนพื้นห้องแทน
ในห้องไม่มีโต๊ะกินข้าวเธอจึงซื้อโต๊ะญี่ปุ่นมาใช้แทน
ยังมีปัญหาโลกแตกเื่ห้องน้ำที่เพดานห้องน้ำบางส่วนมีปัญหาน้ำซึมจากชั้นบนทำอย่างไรก็แก้ไขไม่หาย
แม้ว่าจะมีปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับห้องพักค่อนข้างเยอะ แต่เนื่องจากทำเลเดินทางสะดวกอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า และค่าเช่าไม่แพง ทำให้คุณแม่และเธอยังไม่สามารถตัดใจย้ายออกจากที่นี่ได้
ในตอนที่เปิดประตูห้อง เธอเห็นคุณแม่นั่งรออยู่ที่โซฟา
"วันนี้ลูกกลับดึกจัง" แม่พูดอย่างเป็ห่วง
"พอดีแวะไปเอาคอมพิวเตอร์แทนเนย และแวะซื้อของตลาดนัดค่ะ" เธอเอาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไปวางที่โซฟา และชูถุงกับข้าวให้คุณแม่ดู
"แม่กินข้าวยัง เนี่ยหนูซื้อมาเผื่อ หนูจำได้ว่าแม่ชอบทานผัดกระเพราร้านนี้เป็ประจำ" เธอหยิบถุงผัดกระเพราหมูสับขึ้นมาแกะเทใส่จาน
"แม่กินรองท้องไปแล้วหลายอย่าง แล้วเมจะกินข้าวไหมหรือจะทำงานต่อ วันนี้มีผัดผัก และไก่ย่างของโปรดเมด้วย"
เมอามองไก่ย่างแล้วยิ้ม "เดี๋ยวเมกินพร้อมแม่อีกหน่อยนึง แล้วค่อยไปทำงานดีกว่า"
"อบรมวันนี้เป็ยังไงบ้าง"
"ก็ดีนะคะ ได้เพื่อนใหม่มาด้วยคนนึงเป็นักโภชนาการ" เธอนั่งคุยกับแม่ต่ออีกสักพัก
"อิ่มแล้วค่ะ แม่วางจานไว้ตรงนั้นแหละ อีกเดี๋ยวหนูค่อยเก็บล้างเอง"
"เดี๋ยวแม่จัดการเอง ลูกทำงานต่อเถอะ" แม่เดินมาเก็บจาน
"ถ้ารับหลายงานมันเหนื่อยก็พักบ้างนะ ออกัสก็เรียนจบแล้วเดี๋ยวพอได้งานทำที่บ้านก็คงจะสบายขึ้น"
"ไม่เหนื่อยหรอกแม่ ทำงานหลายอย่างสนุกดี" เมอาเดินเข้าไปกอดคุณแม่พร้อมกับตบมือเบาๆ บนหลังมือแม่
ตอนนี้เมอาอยู่กับแม่เพียงสองคน เพราะน้องชายของเธอย้ายไปอยู่หอพัก ั้แ่คุณแม่ปวดท้องจนต้องเข้าโรงพยาบาลคราวก่อน ทำให้เมอาเริ่มคิดวางแผนหางานเสริมที่สามารถทำได้ที่บ้าน เนื่องจากเธอเป็ห่วงและไม่้าให้แม่อยู่คนเดียว
เมอาเดินไปอาบน้ำ ในหัวคิดวางแผนต่างๆ นานา ที่จริงอยากจะซื้อทาวน์เฮ้าส์หลังเล็ก แม่จะได้มีพื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้ มีห้องพักเป็สัดส่วน และมีห้องครัวไว้ทำอาหารอย่างที่แม่ชอบ
แต่...ซื้อบ้านตอนนี้อาจจะผ่อนไม่ไหวเพราะยังมีภาระที่ต้องจ่ายหลายอย่าง ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าใช้จ่ายรายเดือนของที่บ้านและน้องชาย และยังต้องชำระหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาด้วย
เธอต้องวางแผนให้ดี ต้องเก็บเงิน และหาเงินให้ได้เยอะกว่านี้ ถึงจะกล้าย้ายออกจากที่นี่
...อาจจะรับงานสอนพิเศษน้อยลงและเน้นรับงานแปลเพิ่ม จะได้มีเวลาอยู่บ้านคอยดูแลแม่
ส่วนงานล่ามที่เธอเพิ่งเริ่มต้น อาจจะต้องรอดูสถานการณ์อีกสักพัก
หญิงสาวแววตามุ่งมั่น ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้ความเป็อยู่ของครอบครัวดีขึ้นให้ได้!