บทที่ 7 เมนูโลกผุพัง
“อาหารของเราน้อยลงทุกที มันปุยฝ้ายก็หัวเล็กลงมาก” ปุ๊กพูดกับฝนเบาๆ
“ขอโทษด้วยนะอาปุ๊ก พวกเราเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย ทั้งที่ไม่มีเสบียงอาหารติดมาเลย”
ฝนรู้สึกเกรงใจเ้าของบ้าน เริ่มแรกหนึ่งกับเธอวางแผนจะเข้ามาอยู่ในบ้านสวนที่หนึ่งสร้างเอาไว้ แต่กลับต้องมาเจอปัญหาช้างป่าาเ็ซึ่งยังคงอยู่ในพื้นที่
“จะขอโทษทำไม ถ้าทุกคนไม่มาอยู่ หนูก็อยู่คนเดียวไม่ได้หรอกซ้อ เผลอๆ โดนปล้นหมดบ้านไปแล้ว”
นุช เด่น และลูกชายสองคนคือ กานต์กับเหนือ เดินใกล้เข้ามา ทุกคนถือของพะรุงพะรัง อาวุธที่พกพาติดตัวตลอดเวลาก็เป็ภาระพอสมควร มีเพียงเ้าเหนือที่วิ่งตัวกลมดุ๊กดิ๊กนำหน้ามาก่อนใคร
เหนืออายุสามขวบเศษ เนื้อตัวจ้ำม่ำแก้มสองข้างกลมเป็ปั้น ผิวสีเข้มคล้ายพ่อของเขา แต่รูปร่างอ้วนกลมไปทางแม่ เขาเกิดก่อนวันสิ้นโลกไม่นาน อายุขนาดนี้ เขายังไม่สามารถพูดเป็คำ แต่ฉลาดเฉลียวและซนเป็ที่สุด
กานต์อายุมากกว่าไนซ์ไม่ถึงปี แต่รูปร่างสูงใหญ่กว่าไนซ์มาก เขาพกมีดเดินป่าเล่มยาวติดตัวเสมอ
“แกงหน่อไม้ใส่ตำลึง กินกับมันต้ม เมนูเด็ดวันนี้” เด่นยิงฟันขาวตัดกับสีผิวเขามาแต่ไกล
“ที่ท้ายไร่ มีจอมปลวกอยู่เยอะ ปลวกบางตัวโตขนาดเท่าฝ่ามือ มันไล่กินปลวกตัวเล็ก มันกลายพันธุ์ใช่มั้ยน้องไนซ์” กานต์ถาม
“น่าจะใช่ นอกจากปลวก ่นี้พวกมดและแมลงก็ตัวโตขึ้นมาก ว่าแต่ปลวกที่ตัวโตๆ มันมีเยอะไหม”
“หลายตัวเลยนะ มันดุมาก กิ่งไม้เท่าด้ามจอบ มันกัดทีเดียวขาดเลย”
ไนซ์เม้มปากครุ่นคิด
“อาเด่น พี่กานต์ พาผมไปตรงที่ปลวกพวกนั้นอยู่ได้มั้ย”
“ได้สิ” เด่นมองอย่างสงสัย “ว่าแต่น้องไนซ์จะไปทำไม หรือว่า..”
“ใช่ครับอา มันกินได้ นี่คือเนื้อสัตว์ที่เราจะหาได้ โปรตีนมันสูงกว่าเนื้อไก่เนื้อวัวเสียอีก” เขาคว้าปืนมาสะพายไหล่แล้วเดินไปหยิบมีดพร้าที่เหน็บติดอยู่กับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ไนซ์ค้นกล่องเครื่องมือที่หนึ่งทิ้งไว้ให้ เขาส่งไขควงให้เด่นและกานต์คนละอัน
ไนซ์ถามถึงขนาดตัว ลักษณะของปลวก และนัดแนะวางแผนกับเด่นและกานต์อยู่ครู่ใหญ่ ทั้งสามคนพร้อมอุปกรณ์ก็เริ่มออกเดินไปยังจุดหมายที่เป็สวนยูคาลิปตัส ซึ่งตอนนี้ยืนต้นตายเพราะขาดแสงแดด กลายเป็อาหารของปลวกพวกนั้น
นัทซึ่งฟังอย่างสนใจั้แ่แรก คว้าหอกประดิษฐ์คู่มือของเธอ เดินตามคนทั้งสามคนไป พร้อมร้องบอก ฝน ปุ๊กและนุชให้รับรู้ เ้าเหนือตั้งท่าจะวิ่งตาม แต่โดนนุชดึงหูเอาไว้
ทั้งสี่คนยืนล้อมต้นยูคาลิปตัสขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง ลำต้นมันมีรอยทางเดินของปลวก ที่เป็อุโมงค์ดินเล็กๆ ซึ่งปลวกสร้างเป็ปกติทั่วไป แต่ตอนนี้ มีปลวกตัวโตประมาณหนึ่งฝ่ามือ กำลังไล่ทำลายมัน เพื่อจับปลวกตัวเล็กอันมีขนาดปกติกินอย่างตะกละตะกราม
เ้าแมลงไร้ตา มี่หัวเป็เกราะแข็งมันเงา ขนาดหัวของมันใหญ่เกือบครึ่งของความยาวทั้งตัว มีขาที่คล่องแคล่วหกขา เขี้ยวสั้นๆของมันดูทรงพลังอย่างน่ากลัว
“เห็นรอยต่อด้านหลังหัวกับลำตัวของมันไหม ถ้าเราเอาไขควงแทงเข้าไปตรงนั้น มันจะตายทันที แต่ต้องทำอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้มันปล่อยฟีโรโมนเรียกพวกมารวมกัน ถ้ามาพร้อมกันเยอะๆ เราจะแย่เอา” ไนซ์ชี้ให้ทุกคนดู
“เราต้องจับมันกดไว้ไม่ให้มันเคลื่อนที่ได้ ขั้นตอนนี้อันตรายมาก ถ้าโดนมันกัด นิ้วน่าจะขาด”
เด่นประเมินสถานการณ์ ชั่งใจอยู่สักครู่ก็ขยับเดินหน้า
“ให้อาลองทำดูก่อน”
เด่นย่องไปใกล้ เ้าปลวกั์นั่นแม้มันไม่มีตา แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นะเื มันหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ ก็เริ่มออกเดินหากินอีกครั้ง
เด่นใช้มือซ้ายคว้าหมับเข้าที่หัวที่ใหญ่เท่ากำปั้นนั้น แล้วกดมันเข้ากับต้นยูคาลิปตัส มันดิ้นรนด้วยพละกำลังมากมายเกินตัว ไขควงในมือขวาของเด่นเสียบฉึกเข้า่รอยต่อหลังคอมันอย่างแม่นยำ มันหยุดนิ่งสนิทในทันที
“สวยงาม” กานต์ร้องอย่างลิงโลด
เด่นจับมันใส่ลงในถุงที่เตรียมมา
“เอาล่ะ ทำแบบนี้แหละ ระวังกันให้ดีด้วย หากพลาดท่าอาจต้องนิ้วขาด”
สุดท้ายคนที่ลงมือก็มีแค่ เด่นกับกานต์สองพ่อลูกเท่านั้น เพราะมีไขควงมาแค่สองอัน ไนซ์เ้าของความคิดประเมินแล้วว่า ตนไม่สามารถจับมันได้อย่างปลอดภัย ส่วนนัทเฝ้ามองด้วยความสนใจมากกว่าคิดจะลงมือ เรี่ยวแรงของเธอก็ไม่น่าจะจับมันไหวเช่นกัน
นัทถือถุงเดินตามสองพ่อลูก ยูคาลิปตัสสวนนี้มีพวกมันไม่น้อยเลย ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็จับมาได้เกือบยี่สิบตัว
ไนซ์ใช้ปลายมีดพร้าแทนเสียม ขุดโคนจอมปลวกจนเห็นโพรงด้านใน ปลวกพวกนี้ยังเป็ปลวกตัวเล็กๆ มีขนาดปกติตามธรรมชาติของมัน
เขาจมอยู่ในความคิด
หรือว่าพวกปลวกที่ขึ้นมาข้างบน จะได้รับออกซิเจนมากกว่าพวกอยู่ใต้ดิน หรือว่ามันได้รับผลกระทบจากรังสี หรือว่าทั้งสองอย่าง ขนาดตัวของมันจึงใหญ่โตเช่นนี้
“กลับกันก่อนเถอะ เย็นมากแล้ว” เด่นออกเดินนำเด็กหนุ่มสาวทั้งสามกลับบ้าน
มื้อค่ำวันนี้ มีอาหารพิเศษ ปลวกั์ย่าง ไนซ์เสนอให้ตัดส่วนท้องของมันออกแล้วแยกไว้ มันนุ่มนิ่มคล้ายถุงใส่ไขมัน ส่วน่หัวกับลำตัวที่มีขาทั้งหก ถูกวางย่างบนตะแกรงเหล็ก ส่งกลิ่นหอมฉุย กลิ่นคล้ายปูเผาผสมกลิ่นข้าวคั่วลอยตลบ
ออดที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามถึงกับแบกลูกซองห้านัดเดินข้ามถนนมาดูด้วยความสนใจ ไนซ์เล่าเื่ราวและขั้นตอนการจับปลวกั์ให้ออดฟัง
ออดรับฟังอย่างสนใจ พร้อมยกนิ้วโป้งคู่ทั้งสองมือให้ไนซ์
“ไอ้หนู เอ็งมันตัวนำโชค ปู่ว่าเรามีทางรอดแล้ว”
ไนซ์บอกให้ออดเรียก ดอกซึ่งเป็ภรรยาและอ้อนลูกสาวของเขาให้มาร่วมมือค่ำนี้ด้วยกัน
“อีดอก!! พาลูกมากินข้าวบ้านนี้โว้ย!!” เสียงเหมือนฟ้าผ่า ได้ยินไปหลายบ้านในละแวกนั้น
ดอกและอ้อน ยกข้าวมาทั้งหม้อ พร้อมกับข้าวอีกสองสามอย่าง
ออดมีที่นามากมาย สวนยางพารา สวนปาล์ม ไร่สับปะรด มีคนงานและเครื่องมือที่เพียบพร้อม เป็ผู้มากบารมีในโลกยุคก่อน และยิ่งมีอิทธิพลต่อทุกคนหลังวันสิ้นโลก ข้าวเปลือก ข้าวสารของเขายังพอมีเก็บไว้ไม่น้อย
แต่ปัญหาที่ออดกลัดกลุ้มกว่าใครๆ ก็คือเื่เสบียงอาหาร ข้าวนั้นปลูกได้แต่มันไม่เจริญเติบโต มักจะแห้งตายก่อนออกรวง เพราะมัน้าแสงแดด เขาเป็ผู้ทรงอิทธิพลถึงขั้นชี้เป็ชี้ตายคนที่นี่ได้ แต่ความหนักใจที่คนอื่นไม่รู้ก็คือ การจะเลี้ยงดูคนกว่าครึ่งร้อย ให้รอดพ้นจากการอดตายในโลกผุพังที่แสนเหน็บหนาวนี้ มันไม่ง่ายเลย
ทั้งเก้าคน ประกอบด้วย ไนซ์ ฝน นัท ปุ๊ก เด่น นุช กานต์ ออด ดอก และอ้อน นั่งล้อมเป็วงใหญ่ โดยมีเ้าเหนือวิ่งตัวกลมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอยู่รอบๆ ในมือเขาถือปลวกั์ย่าง แทะจนปากมันแผล่บ ส่งเสียงเอิ๊กอ๊ากตลอดเวลา
รสชาติแปลกใหม่ของปลวกั์ย่าง ส่วนหัวเมื่อแกะเปลือกออก สีขาวนวลมีความหนึบและแน่นคล้ายเนื้อกุ้งแม่น้ำหรือเนื้อปู ส่วนอกที่เป็จุดยึดของขาทั้งหกข้าง มีรสชาติเข้มข้นกว่าส่วนหัว มีความกรอบและมัน คล้ายแมลงทอด ฝีมือการทำน้ำจิ้มของปุ๊กจัดว่าเลิศรส ในสถานการณ์ที่ขาดแคลนวัตถุดิบเช่นนี้
อาหารค่ำมื้อนี้ ทุกคนกินกันจนอิ่มแปล้ พวกเขาไม่ได้อิ่มท้องแบบนี้มานานมากแล้ว
ออดกินจนบ่นว่าจุก ลุกขึ้นไม่ไหว เขานั่งมองดูไนซ์ที่เอากระทะใบใหญ่มาตั้งไฟ นำส่วนท้องของปลวกที่ตัดไว้มาใส่แล้วคั่ว
ไนซ์ทำท่าเก้ๆ กังๆ ขัดตา จนฝนทนดูไม่ไหว ต้องเข้ามาลงมือเอง
นัทร้องเฮอะ เบะปากใส่ไนซ์หวังชวนทะเลาะ แต่น้องชายของเธอกลับส่งยิ้มมาให้ จนนัทอ่อนใจ ไม่มีอารมณ์จะหาเื่ไนซ์อีก เธอก็รู้สึกเหมือนฝนผู้เป็แม่ว่าไนซ์เปลี่ยนแปลงมากเกินไป
สักพักเสียงน้ำมันก็ดังจ้อกแจ้กในกระทะ เหมือนเสียงทอดมันหมู
ไนซ์เอากระชอนมาช้อนกากปลวก ที่ถูกทอดจนแห้งกรอบ ขึ้นมาวางพอหายร้อน เขาหยิบเข้าปากเคี้ยว แล้วยิ้มอย่างพอใจ จากนั้นแจกจ่ายให้ทุกคนลองชิม รสชาติไม่เลวเลย ส่วนน้ำมันปลวกก็ได้ไม่น้อย สามารถเอาไปทดลองใช้งานได้หลายอย่าง
กรี๊ดดด!!...
เสียงหวีดร้องโหยหวนดังขึ้นในบ้านปูนชั้นเดียว ซึ่งเป็บ้านที่อยู่ติดกันกับบ้านของออด