“ใต้แสงจันทร์ส่องฉาย
ร่างอรชรร่ายรำพลิ้วไหว
กลีบใบไม้ร่วงกราวราวสายฝน
กลิ่นนางพร่างพรายคล้ายสุคนธ์
อวลอลอุ่นไอกายของนาง”
เสียงหวานใสที่ขับร้องเพลงก้องไปทั่วห้องโถงผสมผสานกับเสียงดีดผีผากลายเป็บทเพลงอันแสนไพเราะเพราะพริ้งหญิงงามสองคนเยื้องกรายในท่าเริงระบำบนเวทีบุรุษทั้งหนุ่มและสูงวัยล้วนจับจ้องสัดส่วนที่เว้าและโค้งยั่วยวนใจของสตรีทั้งสองอย่างหมายมั่นปั้นมือคืนนี้นางจะเลือกผู้โชคดีเพื่อไปร่วมห้อง ชายทั้งหลายต่างรอเวลาที่เพลงจะจบด้วยใจระทึก
หลิงจวิ้นมองตามสายตาของคุณชายรองเว่ยแล้วก็อมยิ้มน้อยๆบุรุษจอมเสเพลติดอันดับต้นๆ ในเมืองหลวงอย่างเขาอาจจะคิดลิ้มลองโฉมงามในเมืองชายแดนอย่างเชียนเยาก็เป็ได้
“คุณชายขอรับคิดจะเข้าร่วมรับการคัดเลือกด้วยหรือไม่?”
เว่ยหลีเหว่ยปรายตามองมือปราบหลิง“เ้าคิดว่าอย่างไร?”
“พวกนางทั้งสองก็มิได้ด้อยกว่าโฉมงามในหออันดับหนึ่งของเมืองหลวงสักนิดแต่....”
“คุณชายไม่เคยปฏิเสธมาก่อนเลยนะขอรับ”
ถ้อยคำยั่วเย้าของหลิงจวิ้นทำเอาเว่ยหลีเหว่ยใจแทบเตลิดถ้าไม่บังเอิญมองไปเห็นบุรุษผู้หนึ่งส่งสายตาคมวาวราวจะปลิดชีพมาจากมุมห้องเพียงครู่เดียวคนผู้นั้นก็หันกลับไปจับจ้องที่เป้าหมายซึ่งอยู่โต๊ะถัดไปทว่าเว่ยหลีเหว่ยกลับใจเต้นระทึกอยู่ไม่หยุด
‘ข้ารู้จักเนื้อตัวเ้าดียิ่งอาจจะดียิ่งกว่าเ้ามองเห็นตนเอง แค่เพียงเ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแค่นี้เหตุใดข้าจึงจะจำเ้ามิได้?’
หลิงจวิ้นที่เดินกลับมายังโต๊ะเพื่อบอกกล่าวเื่ที่เขาถือวิสาสะไปหย่อนชื่อของคุณชายเว่ยในกล่องรับรายชื่อของบุรุษที่้าจะให้โฉมงามเลือกสรรได้ยินเช่นนั้นเว่ยหลีเหว่ยก็สะดุ้งแรง
“เ้ารีบกลับไปเอาชื่อข้าออกเดี๋ยวนี้เลยนะ! ให้ไว!”เสียงตวาดนั่นทำเอามือปราบหนุ่มสะดุ้ง
“ไม่เอาจริงๆหรือขอรับ!พวกนางสวยมากเชียวนะ”
“ไม่เอา! เ้าอยากให้ข้าอายุสั้นหรือไร?”
“เอ๋?!”หลิงจวิ้นมองคุณชายเว่ยด้วยความแปลกใจ “เหตุใดต้องอายุสั้นด้วยขอรับ? ที่ผ่านมาคุณชายก็ไปหาหญิงงามในหอคณิกาที่เมืองหลวงอยู่บ่อยครั้งนี่?”
“นั่นมันแต่ก่อน!” มือไม้ของเว่ยหลีเหว่ยเริ่มสั่นเมื่อเห็นว่าสายตาของบุรุษมุมห้องผู้นั้นเหลือบแลมาทางเขาอีกครั้ง“ไปสักที! อย่าถามมาก!”
หลิงจวิ้นรีบถอยออกไปจัดการให้ตามคำสั่งน่าแปลกนัก! ทั้งๆ ที่คุณชายรองเว่ยก็ไม่ได้มีฮูหยินใหญ่ที่ต้องกลัวเกรงอนุภรรยาทั้งสองก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายของจิตใจของเขาได้เหตุใดเขาจึงพูดว่าอันตรายถึงชีวิตหากนอนกับ หญิงงามในคืนนี้?
ไป๋สือจิ่นในชุดคุณชายนั่งอยู่ที่มุมห้องกับอู๋เจี้ยนพวกเขาสองคนมาคอยจับตามองมือปราบว่านหนึ่งในสามคนสนิทของรองหัวหน้ามือปราบฉางคนผู้นี้แม้จะหาเงินได้มากแต่กลับชอบละลายเงินทองไปกับหญิงงามหากจะต้องทำเื่อันตรายก็มักจะหลบอยู่ข้างหลังผู้อื่น
“หากคนเราเมาสุราแล้วย่อมจะหลุดปากพูดทุกสิ่ง”อู๋เจี้ยนเสนอความคิดเห็นแล้วก็พาไป๋สือจิ่นมาที่นี่
“คนผู้นี้ชอบดื่มเขาน่าจะปากเปราะ” มือปราบหญิงคาดการณ์พวกเขาสองคนมานั่งเฝ้าอยู่โต๊ะมุมห้องโถงใหญ่ของหอจันทร์ฉายเพื่อรอโอกาส
แต่...ไป๋สือจิ่นไม่คิดเลยว่านางจะได้พบเว่ยหลีเหว่ยที่นี่! หญิงสาวกัดฟันกรอดๆ ระงับความโมโหที่พลุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว
‘นักฆ่าที่ดีต้องใจเย็นและรักษาระดับอารมณ์ให้คงที่เพื่อให้การฆ่าเป็ไปได้อย่างราบรื่น’
ไป๋สือจิ่นนับหนึ่งไปจนถึงร้อยพยายามจับตามองมือปราบว่านที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบกลับไปมองบุรุษรูปงามในชุดขาวปักลวดลายวิจิตรที่นั่งอยู่่กลางห้องโถงนางแอบเห็นสายตาของหญิงงามหลายคนทิ้งหางตาให้เขาอยู่เป็ระยะๆ
“เ้าดื่มไปเยอะแล้วนะพอก่อน คืนนี้เรามีงานสำคัญต้องทำ” อู๋เจี้ยนแปลกใจที่เห็นคู่หูของตนดูหงุดหงิดเป็ครั้งแรกในยามที่กำลังจับตามองเหยื่อ
“ข้าต้องได้ฆ่าคนก่อนแน่!” นางสบถออกมาเบาๆ
“เอ๋?! เราจะฆ่าเขาไม่ได้นะเรา้าแค่ให้เขาสารภาพเท่านั้น”อู๋เจี้ยนทำตาโตเมื่อเห็นสีหน้าของไป๋สือจิ่นที่มักจะทำเฉพาะตอนที่จะฆ่าเหล่าร้าย
“ข้าไม่ได้จะฆ่ามือปราบว่านข้าหมายถึงผู้อื่น”
“ยังมีคนอื่นที่น่าจะฆ่าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ?”
ไป๋สือจิ่นไม่ตอบนางตั้งใจฟังรายชื่อบุรุษที่เป็ตัวเลือกเพื่อให้โฉมงามทั้งสองเลือกไปร่วมห้องในคืนนี้มือหนึ่งกำจอกสุราและอีกมือก็กำด้ามกระบี่ที่วางบนโต๊ะแน่น
เว่ยหลีเหว่ยแอบเหลือบมองท่าทางของไป๋สือจิ่นก็รู้ว่านางโกรธจนเขารู้สึกได้ครั้นนางหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง สายตาของคนทั้งสองก็ประสานกันกลางอากาศดวงตาของนางคล้ายจะบอกว่า...ระวังตัวไว้! ที่มิได้หมายถึงให้เขาระวังอันตรายจากบุคคลอื่นหากแต่เป็คมดาบในมือของนาง!
ชายหนุ่มรูปงามสะดุ้งเฮือกนับั้แ่เขาสังเกตเห็นว่าเป็ไป๋สือจิ่นที่นั่งอยู่มุมห้องเขาก็เริ่มไม่เป็ตัวของตัวเอง คอยหวาดระแวงมองซ้ายมองขวาว่านางมากับผู้ใดบ้าง?แต่ก็เห็นเพียงหัวหน้ามือปราบอู๋ผู้เดียวที่สวมชุดคุณชายนั่งอยู่ข้างๆ นางที่เขาไม่หึงเป็เพราะรู้ว่านางคงต้องสืบเื่บางอย่างแน่
“คุณชายขอรับ! นั่นมันคนของมือปราบฉางนี่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ เวที”
เว่ยหลีเหว่ยมองไปตามปลายนิ้วของหลิงจวิ้นในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่านางมาเพื่อสืบคดีห้าศพนั่นคดีที่นางรีดเค้นเอาความจริงจากเขาบนเตียงจนสำเร็จ
“เ้ามองเห็นไป๋สือจิ่นหรือยัง?”
“เอ๋?! นางมาด้วยหรือขอรับ”หลงจวิ้นมองไปรอบๆ
“นั่นไงล่ะ?เ้าจำนางไม่ได้หรือ?” ชายหนุ่มชี้ไปที่บุรุษร่างบางสองคนที่โต๊ะมุมห้อง
หลิงจวิ้นเพ่งมองอยู่ครู่ใหญ่ทั้งยังเอียงคอไปมา“ไม่ดูให้ดีนี่ไม่รู้เลยนะขอรับว่าที่แท้ก็เป็นางกับหัวหน้าอู๋”
“อืม! ดีที่ข้าช่างสังเกตใช่หรือไม่?”
“คุณชายสายตาแหลมคมนักท่านช่างจำนางได้แม่นยำเสียจริง!”
“หากเป็ไป๋สือจิ่นไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางคนมากมายเพียงใด?ข้าก็ย่อมแยกนางออกจากคนอื่นได้เสมอ”
หลิงจวิ้นหันกลับมามองหน้าของเว่ยหลีเหว่ย“คุณชายขอรับ หากบุรุษอื่นพูดเช่นนี้ส่วนใหญ่มักจะหมายถึงสตรีอันเป็ที่รักนะขอรับ ท่านอย่าเอ่ยเช่นนี้ให้ผู้อื่นได้ยินเชียวพวกเขาจะพากันคิดว่าท่านกับมือปราบไป๋เป็สามีภรรยากันแล้ว”
***********************
