“พอฟังที่เธอพูดแบบนี้แล้ว ฉันว่าก็จริงนะตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของบ้านฉินดีที่สุดในหมู่บ้านเราแล้ว! ฉินซู่ขาไม่ดีต่อให้เก่งแค่ไหน ก็คงหาเงินวันละสิบยี่สิบหยวนไม่ได้หรอก”
"ฟังพวกปัญญาชนรุ่นเก่าในหมู่บ้านที่เล่าต่อๆกันมา เธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาเป็นพันเป็นหมื่นคนหรอก!"
ป้าๆ พูดคุยกันไปมาอย่างสนุกสนานโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าเหอเถาฮวาที่ยืนอยู่ข้างหลังกำลังโกรธจนควันออกหู
“ทำอะไรกันน่ะ!”
น้ำเสียงนั้นดังลั่นเหมือนกับฟ้าผ่าลงมาทำให้ป้าๆ ที่กำลังคุยกันอย่างสบายใจถึงกับสะดุ้งโหยง
บางคนยืนทรงไม่อยู่ ร่างเอนพุ่งไปข้างหน้าก่อนจะล้มหน้าทิ่มพื้นอย่างหมดท่าใบหน้าซีดเซียวถูกกิ่งไม้แห้งในทุ่งนาขีดข่วนจนเป็นรอย
“เป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย!”
ผู้หญิงที่คลานขึ้นมาจากพื้นบ้วนเศษหญ้าแห้งในปากออกแล้วตะโกนด้วยความโกรธ
ส่วนคนอื่นๆ ก็หันไปมองทางตัวต้นเหตุ
“เหอเถาฮวา เธอเป็นบ้าอะไร? รู้ไหมว่าถ้าทำให้คนอื่นตกใจมากๆ มันถึงตายได้เลยนะ!”
พอได้ยินคำถามของพวกป้าๆ ปากมากทั้งหลายเหอเถาฮวาเหลือบมองหล่อน ก่อนจะเอามือเท้าสะเอว แล้วทำท่าฮึดฮัด
“ฮึ!”
“ตายๆ ไปซะก็ดี จะได้ไม่ต้องเอาปากเหม็นๆนี่ไปพูดจาใส่ร้ายคนอื่นลับหลัง”
พอโดนเหอเถาฮวาตอกกลับแบบนี้ พวกป้าๆที่สนิทสนมกันอยู่แล้ว ก็ไม่พอใจ
“แหวะ! ใครๆก็รู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวรักษาลูกชายเธอจนหาย แค่เธอมาบอกว่าจะไม่ให้พวกเราพูดพวกเราก็ต้องหยุดพูดแล้วงั้นเหรอ!”
"ใช่แล้ว!เงินที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวหาได้ก็ใช่ว่าจะสะอาด พวกเราพูดแค่นิดเดียวจะเป็นอะไรไป!ส่วนเธอน่ะ เป็นแค่หญิงม่ายแก่ๆ ไม่รู้จักตั้งใจทำงาน มายุ่งเรื่องของคนอื่นทำไม!
เหอเถาฮวาเบิกตากว้างถึงเธอจะโดนคนหลายคนรุมด่า แต่เธอก็ไม่กลัวเลยสักนิดแถมยังรูดแขนเสื้อขึ้นไปถึงข้อศอก ในมือของเธอถือเคียวอยู่
“ไม่กี่วันก่อนฉันก็พูดชัดไปแล้วนะว่าถ้าใครกล้าพูดถึงเสี่ยวเสี่ยวในทางที่ไม่ดีแม้แต่นิดเดียว ฉันจะจัดการซะ!ฉันเป็นแม่ม่ายแก่ๆ ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอยู่แล้ว”
เธอพูดพลางแกว่งเคียวในมือไปทางพวกป้าๆพวกนั้น
ทุกคนต่างก็สะดุ้งโหยงกับท่าทางบ้าดีเดือดของเหอเถาฮวาใครๆ ก็กลัวจะโดนเคียวบาด
วันนี้เหอเถาฮวาเป็นอะไรไปเนี่ย!
ปกติแล้ว เหอเถาฮวามักจะทำตัวเงียบๆเลิกงานก็กลับบ้าน ไม่ค่อยออกมาเดินอยู่ข้างนอก แถมยังไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้านพวกเขาถึงกล้าพูดจาเหลวไหลต่อหน้าเหอเถาฮวา
แต่ใครจะรู้ว่าพอพูดถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวเหอเถาฮวาก็เหมือนคนถูกผีเข้า ทำตัวบ้าๆ บอๆ เหมือนคนบ้าแบบนี้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับสวีซิ่วทำงานเสร็จพอดีตอนที่เดินผ่านมาทางนี้ ก็เห็นเหอเถาฮวากำลังไล่ฟันพวกป้าๆ อยู่
“ป้าเถาฮวาคะ!”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวร้องทัก
พอได้ยินเสียงของต่งเสี่ยวเสี่ยวท่าทางบ้าคลั่งของเหอเถาฮวาก็เปลี่ยนไปทันที เธอเก็บเคียวแล้วเดินไปหาต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยใบหน้าที่อ่อนโยน
“เสี่ยวเสี่ยว เลิกงานแล้วเหรอ!”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองพวกป้าๆที่รวมตัวกัน พวกเธอเหงื่อท่วมตัว หอบหายใจ ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันกลับมามองเหอเถาฮวาแล้วถามด้วยความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
พอพูดถึงเรื่องนี้เหอเถาฮวาหน้าบูดบึ้งทันที เธอชี้ไปที่พวกป้าๆ ที่หอบหายใจอยู่ แล้วพูดว่า
“พวกปากมากพวกนี้น่ะสิเมื่อกี้ยังยืนจับกลุ่มนินทาอยู่บนคันนา หาว่าเงินที่เธอหามาได้เป็นเงินสกปรกฉันทนไม่ไหว เลยอยากจะเอาเคียวมาตัดปากพวกนั้นทิ้งซะ”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินก็ปรบมือให้ในใจ
เธอเหลือบมองพวกป้าๆ ที่หอบหายใจราวกับหมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ป้าเถาฮวาคะ อย่าไปถือสาคนพวกนั้นเลยพวกปากไม่มีหูรูดก็แบบนี้แหละค่ะ สักวันปากก็คงจะเน่า”
ตอนแรกพวกป้าๆ ก็โมโหที่ถูกไล่ตามอยู่แล้วตอนนี้ยังโดนต่งเสี่ยวเสี่ยวเยาะเย้ยอีก แล้วพวกเธอจะทนได้ยังไงกัน?
“ต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอกล้าพูดได้เต็มปากเหรอว่าเงินที่เธอหามามันสะอาด? เธอเป็นผู้หญิงก่อนหน้านี้ยังเอาแต่กินๆ นอนๆ อยู่บ้าน แต่นี่อะไรกัน ผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือนครอบครัวเธอก็มีเสื้อผ้าใหม่ใส่กัน มื้ออาหารที่บ้านก็มีเนื้อทุกมื้อแถมยังคิดจะไปสอนคนอื่นหาเงินอีก! ดูๆ ไปแล้วคงจะมีผู้ชายคอยหาเลี้ยงเธออยู่ในตัวอำเภอล่ะสิ ไม่งั้นเธอจะ…”
ป้าคนที่พูดชื่อฉินเหมยฮวาเธอชอบพูดคุยกับพวกยายแก่ห้าหกสิบปีในหมู่บ้านและยังขึ้นชื่อเรื่องปากร้ายเป็นที่สุด ไม่ว่าใครก็ตามพอถูกนินทาผ่านปากของเธอไปแล้ว คนตายยังถูกพูดให้เลวได้ส่วนคนดีก็ถูกใส่สีตีไข่ให้กลายเป็นคนเลวได้เหมือนกัน
พอได้ยินแบบนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หุบลง เธอรู้สึกคันไม้คันมือและรีบเดินตรงไปหาฉินเหมยฮวา
ฉินเหมยฮวาถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวจ้องเขม็งจนรู้สึกขนลุกเธอพูดเสียงแห้งๆ ว่า “เธอ…เธอจะทำอะไร? ฉันก็แค่พูดตามความเป็นจริง เธอเป็นผู้หญิง จะมีความสามารถอะไรได้ก็แค่หน้าตาสวยหน่อย ปากหวาน พูดเก่ง เอาใจผู้ชาย ถอดเสื้อให้คน…”
เพี้ยะ...
พูดยังไม่ทันจบ
เสียงดังสนั่นก็ดังขึ้น
ฉินเหมยฮวาถูกตบจนหน้าหันไปอีกข้างมืออีกข้างหนึ่งจับแก้มที่โดนตบเอาไว้แน่น
พวกป้าๆ ที่สนิทสนมกับฉินเหมยฮวาอดไม่ได้ที่จะลูบใบหน้าด้านขวาของตัวเอง แค่ได้ยินเสียงก็รู้สึกเจ็บแทนแล้ว
ใบหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวถมึงทึงเธอมองฉินเหมยฮวาที่ถูกเธอตบด้วยสายตาเย็นชา
“ฉันไม่อยากมีเรื่องกับป้าหรอกนะแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องเป็นคนดีที่ยอมคน! ต่อให้ฉันจะดูมั่วแค่ไหนก็ยังแพ้ป้าตอนสาวๆ อยู่ดี กลางวันก็ทำเป็นเรียบร้อย กลัวคนเห็นอกเห็นเอวแต่กลางคืนเสียงป้านี่ดังไปถึงท้ายหมู่บ้าน"
พอได้ยินคำพูดแบบนี้ฉินเหมยฮวาก็ทั้งอับอายและทั้งโกรธแค้น ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงก่ำตะโกนขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด
“เธอพูดจาเหลวไหลอะไร!”
สิ่งที่ฉินเหมยฮวาเกลียดที่สุดคือการที่คนอื่นเอาเรื่องในอดีตของเธอมาพูด
ตอนนั้นทุกบ้านในหมู่บ้านลำบากเรื่องอาหารกันหมดถึงจะไม่ถึงขั้นอดตาย แต่ก็ไม่มีใครได้กินอิ่มจริงๆ สักคน
ตอนสาวๆฉินเหมยฮวาขึ้นชื่อเรื่องขี้เกียจตัวเป็นขน แต่เธอโชคดีมีใบหน้าที่สวยหมดจดไหนจะผิวพรรณที่ผุดผ่องอีก เลยได้เดินเข้าออกบ้านพวกชายโสดแก่ๆ เป็นว่าเล่นเพื่อแลกกับอาหาร
เรื่องนี้ใครๆ ต่างก็รู้ทำให้ไม่มีใครอยากแต่งงานกับฉินเหมยฮวา
สุดท้ายฉินเหมยฮวาก็ท้องเพราะไปมีอะไรกับใครเข้าเธอเลยเลือกจับชายโสดแก่ๆ ที่ดูซื่อๆ ไม่รู้เรื่องคนหนึ่งมาแต่งงานด้วย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มเยาะ“ฉันพูดจาเหลวไหลหรือไม่ ป้าเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ คนในหมู่บ้านใครๆก็รู้ว่าตอนสาวๆ ป้าเป็นยังไง”
เรื่องนี้เธอเพิ่งรู้จากสวีซิ่วเมื่อไม่นานมานี้เอง
“เรื่องนี้ฉันรู้!เมื่อก่อนฉันอยู่ข้างบ้านไอ้แก่คนหนึ่ง เสียงของฉินเหมยฮวา ฉันได้ยินชัดแจ๋วเลย!”เหอเถาฮวาพูดแทรกขึ้นมา
“นางแก่ปากเสีย ถ้าเธอยังพูดจาเหลวไหลฉันจะฉีกปากเธอให้ขาดเลย คอยดู” พูดจบเธอพุ่งเข้าใส่เหอเถาฮวาด้วยความโกรธ
ใครจะรู้ว่าเหอเถาฮวายังชูเคียวที่คมวับอยู่ในมือออกมาฉินเหมยฮวาเลยหงอไป
“เป็นเพราะฉันใจกว้างไม่อยากเอาเรื่องพวกนี้ไปคิดเล็กคิดน้อยหรอกนะ”
พูดจบเธอก็ทำหน้าบึ้งตึงเดินจากไปด้วยความโกรธ
เมื่อเห็นท่าไม่ดี พวกป้าๆที่สนิทสนมกับฉินเหมยฮวาก็ค่อยๆ ทยอยจากไป
“ถุย! พวกยายแก่ขี้ขลาดตาขาว”
เหอเถาฮวาเท้าสะเอว ถ่มน้ำลายลงบนพื้นแสดงสีหน้าสะใจ
เธอเบื่อขี้หน้าพวกป้าๆปากเสียพวกนี้มานานแล้ว วันนี้ได้ด่าไปแบบนี้ สบายใจขึ้นเยอะเลย
พอเห็นสีหน้าท่าทางของเหอเถาฮวาที่ดูเหมือนเด็กต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะทั้งขำทั้งส่ายหัว
“ป้าเถาฮวาไม่จำเป็นต้องทะเลาะกับพวกเขาเพราะฉันหรอก ป้าตัวคนเดียวถ้าพวกนั้นโกรธขึ้นมาแล้วป้าได้รับบาดเจ็บจะทำยังไงล่ะคะ?”