ข้ามเวลามาใช้ชีวิตเรียบง่ายในยุค 80 (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 43 เที่ยวปักกิ่ง

            “พี่อวี้ พี่เยว่ซิน พวกพี่ไม่คิดจะไปเที่ยวที่ปักกิ่งบ้างหรือคะ” หวังเจียวมิ่งถามขึ้น

            “คุณอยากไปไหมครับ” จางเฉินอวี้หันมาถามภรรยาของเขา ตั้งแต่ที่เขาและเธอถูกส่งมาอยู่ที่ยุคนี้ พวกเขายังไม่เคยเดินทางออกไปท่องเที่ยวที่ไหนเลย

            “น่าสนใจเหมือนกันนะคะ เวลานี้ร้านเรามีผู้จัดการร้านดูแลแล้ว พี่หงปินเป็นคนเชื่อถือได้ทีเดียว เดี๋ยวเราหาเวลาว่างไปกันนะคะ ฉันอยากชวนครอบครัวของพี่ใหญ่กับน้องเล็กไปด้วยค่ะ” หลี่เยว่ซินบอกกับสามี

            “พวกพี่ไปช่วงก่อนที่หนูจะเปิดภาคเรียนสิคะ หนูจะพาพวกพี่เที่ยวเองค่ะ” หวังเจียวมิ่งเสนอ

            “นายอยากไปเที่ยวปักกิ่งด้วยไหม นอกจากพี่อวี้กับพี่เยว่ซิน ยังมีพี่หยุนกับพี่เฉินด้วย มีแต่คนคุ้นเคยมันน่าสนุกดี” โจวเฟยเทียนหันไปถามน้องชายเขา

            “แต่ที่ร้านไม่มีคนดูนะ” โจวเฟยหยางทำท่าลำบากใจ เขาอยากไปเที่ยวปักกิ่ง แต่เขาก็ห่วงว่าร้านจะต้องปิดไปทำให้เขาขาดรายได้

            “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ หากเธออยากไป พี่จะให้พี่ซูเจินไปช่วย พี่ซูเจินสามารถทำแทนเธอได้” หลี่เยว่ซินบอกกับคู่แฝด

     

            คนทั้งหมดนั่งรถไฟไปถึงปักกิ่งก็ออกจากสถานีรถไฟไปหาที่พัก เมื่อได้ที่พักแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเอง จนถึงเวลาเย็นพวกเขาจึงออกไปหาอะไรกินกัน

            “ผู้คนที่นี่แต่งตัวทันสมัยมากเลยนะคะ ผู้ชายก็ดูดี ผู้หญิงก็ดูสวย” ซ่งเยี่ยนฟาง ภรรยาของหลี่เฉินพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

            “ใช่แล้วล่ะค่ะพี่เยี่ยนฟาง ที่ปักกิ่งเวลานี้ผู้คนให้ความสนใจเรื่องการแต่งกายกันมากขึ้น มีร้านขายเสื้อผ้าเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ” หวังเจียวมิ่งอธิบาย

            “คุณก็หาซื้อไว้บ้างสิครับ เสื้อผ้าที่พวกเขาใส่ดูทันสมัยกว่าเมืองเรามากจริงๆ” หลี่เฉินบอกกับภรรยาของเขา

            “เอาไว้ใกล้วันที่พวกพี่จะกลับ หนูจะพาพวกพี่ไปหาซื้อเสื้อผ้าและของฝากนะคะ” หวังเจียวมิ่งอาสา

    ค่ำคืนแรกในปักกิ่งพวกเขาไม่ได้ใช้เวลาเดินเที่ยวมากนัก เพราะยังมีอาการอ่อนเพลียจากการนั่งรถไฟอยู่ พวกเขาเดินเที่ยวได้ไม่นานก็กลับที่พักกัน

            เช้าวันรุ่งขึ้นโจวเฟยเทียนและหวังเจียวมิ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำเที่ยวก็ได้มารออยู่ที่หน้าห้องพักแล้ว วันนี้พวกเขาวางแผนจะไปที่จัตุรัสเทียนอันเหมินและกำแพงเมืองจีน ในครั้งนี้โจวเฟยเทียนได้ไปขอยืมกล้องถ่ายรูปของเพื่อนเขามาใช้ด้วย ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ 

    หลี่เยว่ซินแอบเล่าให้จางเฉินอวี้ฟังว่าในยุคของเธอปักกิ่งจะเป็นเมืองหลวงที่ทันสมัยที่สุดเมืองหนึ่ง ประชากรจะมีมากเป็นหลายล้านคน

            “เฉินอวี้คะ คุณรู้ไหมว่าต่อไปปักกิ่งจะเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของโลกเลยนะคะ จะมีผู้คนเข้ามาอาศัยในปักกิ่งเป็นจำนวนมาก คนจะใช้รถจักรยานน้อยลง ผู้คนจะมีรถยนต์เป็นของตัวเอง จะมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แม้แต่อาคารที่พักอาศัยก็จะสูงเป็นหลายสิบชั้นเลยล่ะค่ะ”

            “ผมนึกภาพตามไม่ออกเลยครับ”

            “ประเทศของเราจะพัฒนาไปมากจริงๆ ค่ะ เศรษฐกิจจะเปิดกว้างกว่าทุกวันนี้ และจะมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติมากขึ้นด้วย”

    ทุกคนเริ่มเหนื่อยจากการเดินเที่ยวมาทั้งวัน พวกเขาจึงเสนอความคิดกันว่าให้กลับไปนอนพักผ่อนเอาแรงกันก่อน ค่ำนี้จะออกไปเดินดูเสื้อผ้าตามแผงลอยที่จะออกมาตั้งตอนกลางคืน และสามีภรรยาแต่ละคู่ต้องการถ่ายรูปที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเวลากลางคืนอีกด้วย

     

            หลี่เยว่ซิน หม่าซินหยาน ซ่งเยี่ยนฟาง และหวังเจียวมิ่ง มีความสุขกับการเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างยิ่ง พวกเธอเดินมาสองชั่วโมงแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะพอ โดยสามีของพวกเธอและคู่แฝดคอยถือของเดินตามหลัง

            “พวกพี่อย่าเดินไปทางนั้นจะดีกว่านะครับ ดูเหมือนว่าจะมีคนทะเลาะกัน” โจวเฟยเทียนรีบเดินมาหยุดพวกผู้หญิงไว้

            “พวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไรหรือ” ซ่งเยี่ยนฟางถามขึ้น

            “คงเป็นเรื่องของการเก็บค่าคุ้มครองน่ะครับ พวกพี่เดินไปอีกด้านดีกว่า” โจวเฟยเทียนยังรีบบอกให้พวกเธอเดินไปทางอื่น

            หลังจากที่พวกเธอกำลังหันหลังกลับก็มีผู้ชายคนหนึ่งถูกต่อยกระเด็นมาขวางหน้าพวกเธอพอดี บรรดาสามีเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาภรรยาของตัวเอง

            “มายืนขวางอยู่ทำไมวะ” ชายคนนั้นหันมาต่อว่าพวกเธอ

            หวังเจียวมิ่งกำลังจะเดินออกไปต่อว่า แต่ถูกโจวเฟยหยางคว้าแขนเอาไว้แล้วส่ายหน้าห้าม ส่วนโจวเฟยเทียนเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงรีบเดินจูงมือพวกเขาให้ออกไปจากสถานที่นี้โดยเร็ว โดยมีจางเฉินอวี้เดินรั้งท้าย แต่เดินไปได้ไม่ไกลเขาก็ถูกคนชนกระแทกเข้าข้างหลัง พอเขาหันไปมองก็เห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นอย่างชัดเจน

            “คุณชายไป๋หลิง!!!” เขาพูดออกมาด้วยความตกใจ

            “แกรู้จักฉันหรือ? แกเป็นพวกเดียวกับมันที่มาทำร้ายฉันใช่ไหม ดีล่ะ” ไป๋หลิงไม่ได้ยินว่าจางเฉินอวี้เรียกเขาว่าคุณชาย เขาได้ยินเพียงชื่อของเขาอย่างเดียว หลังจากนั้นไป๋หลิงก็ทำท่าจะยกมือขึ้นมาต่อยหน้าจางเฉินอวี้ แต่มือของเขาก็ถูกจับเอาไว้ก่อน

            “แกจะจ่ายหรือไม่จ่าย” อันธพาลคนที่จับมือไป๋หลิงไว้พูดขึ้น “ถ้าแกไม่จ่ายค่าคุ้มครองมา แกอย่าหวังว่าจะได้มาขายของที่นี่อีกเลย”

            “พวกคุณไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยก็รีบไปจากที่นี่เถอะนะ พวกเรามีธุระกับเขาแค่คนเดียว” อันธพาลอีกคนหันหน้ามาบอกพวกจางเฉินอวี้

            จางเฉินอวี้หันไปมองทางไป๋หลิงอีกครั้งก็เห็นว่าไป๋หลิงกำลังถูกรุมทำร้ายอย่างหนัก ชาติที่แล้วคุณชายไป๋หลิงผู้นี้ได้แต่ใช้อำนาจรังแกชาวบ้านไปทั่ว รวมทั้งตัวเขาที่ถูกทำร้ายจนตายมาแล้ว 

            แต่ในชาตินี้นอกจากไป๋หลิงจะไม่มีอำนาจแล้ว ยังถูกรุมทำร้ายอย่างไม่มีทางสู้อีกด้วย จางเฉินอวี้หันหลังเดินจากไปอย่างไม่นึกสงสาร

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลามาใช้ชีวิตเรียบง่ายในยุค 80 (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน