หนทางข้างหน้าเป็ป่าทึบดงดิบ ใช้สำหรับตัดลัดเลาะข้ามเวิ้งดินแดนราบ
มุ่งตามสันแนวเขา ลักษณะสูง ต่ำ ความกว้างของช่องทาง
พอสองขอบล้อเกวียนแล่นผ่าน ขบวนหามลำเลียงขนแบ่งเอาเกลือมาแบกคอน
แทนการบรรจุบางส่วน ทุ่นน้ำหนักให้เล่มเกวียนเบาลง
ระยะขึ้นเขาทางชัน เป็วิธีการถนอมพลังวัวเทียมคู่ไปในตัว เพื่อเดินสะดวก
เส้นสัญจรแคบ บีบให้ต้องวางแถวเรียงยาวก้าวย้ำรอย
“สูอย่าสิถิ่ม กันเด้อ”
เปรยย้ำขจรยังกรอกหูแต่คำเดิมๆกับสมุนเด็กชายทั้งสอง
ยังไม่รู้ตื้นลึกบางหนา บักแปจึงอ้าปากพูด
“คั่นผู้ข้าฮู้จังซี่ คึสิบ่มานำ”
ออกเดินทางได้สักพักเจอเหตุการณ์ข้องใจ
ลายสือขบคิดเรื่อยมา อะไรคือประเด็นต้นเหตุ
พลางก้าวเท้าตามคณะผู้ร่วมชะตากรรม ทั้ง ต้องระวังภัยอาจขึ้นได้ตลอดเวลา
ยิ่งคำห่วงใยจากนายขจร จนก่อให้ได้ซักถาม
“แต่ก่อน เคยเป็จังซี่บ่น้า?”
เอ่ยขึ้นกับชายคนขับเกวียน ที่หัวหน้านายอนันต์ใช้มาประจำตรงนี้
มือลงแส้ต้อนไสวัวก้าวขยับเดิน
“กูจังว่า ให้เบิ่งแงงกันดี ๆ”
เชิงพูดกลายๆสายตามองตรงดิ่ง
“เผอ อยากสิตายน้อ”
บนหลังแบกเกลือหนัก บักแปโพล่งพูด
“ซั่นสู กะอย่าเว้าไปหลาย”
นายขจรแนะให้สงบปากสงบคำไว้ ผองภัยจะได้ไม่ถึงตัว
เกาหัวงง ๆ บักแปไม่เข้าใจในประโยค
“พวกข่อย ข้าน้อยสิฮับฟัง”
ท่าทางมันเชื่อต่างกับคนนิ่งเงียบ จึงะโเรียกกัน
“เจ็บแข้ง ปวดขาบ่มึง”
ลายสือพยักหน้า“บ่ซำได๋”
เช้าจรดเย็นสลับขนระหว่างวัน พอช่วยให้เกวียนเบาเดินสะดวก
จุดพักค้างแรมคืนนี้ คือถ้ำหินดาดพลพรรคต่างเหนื่อยล้า อาศัยลานดินกว้างนอน
วัวถูกไล่เข้าคอกที่ตัดไม้แถวนั้น ทำรั้วล้อมไว้ใกล้บริเวณปากถ้ำ
ส่วนคนแออัดกันในโถงถ้ำ อยู่รวมกันเป็กลุ่มก้อน
แบ่งหน้าที่เสร็จสรรพ ต่างแยกย้ายหลังจากอาหารมื้อค่ำ
บักสานพันยาสูบม้วนจุดไฟพ่นควันไล่ยุงตอม
ขณะลุงสีพิงแหงนดูหมู่ดาว ่เฝ้าเวรยาม
“เมียมึงออกลูก หล่ะเบาะ?”
ประโยคชวนคุยถามถึงทางครอบครัว
อายุยังน้อย แต่บักสานเข้ามาทำงานได้หลายปี ซึ่งพอไว้ใจกันได้
“ยังคาท้องอยู่ตั๊ว พ่อลุง”
เชื่อสายไทกะโซ่ บักสานมีคาถาดีป้องกันตัว
อุปนิสัยชอบการผจญภัยเลยไม่ค่อยได้อยู่บ้าน
ยึดอาชีพรับจ้างขนของส่งตามสถานที่ อันพื้นเพฐานะใช่ว่าจะยากจน
ทะเยอทะยาน มันอยากสร้างความมั่นคงให้เร็ว เลยไม่เกี่ยงงาน
“ไผเบิ่งไว้ถ่า”
เห็นกันมานานั้แ่รุ่นกระทงจนมีลูกเมีย ลุงสีสนิทสุดในบรรดา
“ได่เบะ โชยแงง”
บอกว่าได้แม่ของมันคอยดูแลให้
“อีกบ่โดน ข่อยสิเซาเฮ็ด”คำพ่วงทายเหมือนพูดแจ้งล่วงหน้า
“กะแล้วแต่มึง บักสาน”
หันมาจ้องอาศัยคบเพลิงเสียบไว้ซอกหิน พอมีแสงสว่าง
ของอย่างนี้ห้ามกันไม่ได้ ลุงสีจึงพูดออกมาอย่างนั้น
่พูดคุย บักกึมเข้าสมทบ
“หัวหน้าอนันต์ บอกข่อยมาซอย”
หาที่หย่อนก้นเป็โขดหินเรียบ วางฝักเสียบมีดอีโต้ข้างตัว
ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ คำประโยคเข้าหูที่บักสานมันพูดก่อนหน้านั้น
ด้านบักสาน ขยับลุกขึ้นจะเดินหนี
พลันลุงสีเห็นเลยเรียกถาม
“มึงสิไปไส?”
ปรายตาแลทางคนมาใหม่
“ม่องนี่ มีผู้อยู่หลายแล้ว ข่อยไปสุ้มฟืนงัวก่อน”
แยกตามลำพัง บักสานเดินถึงคอกวัวจัดแจงหน้าที่
ลานดินในถ้ำปูใบไม้รองเป็แถวยาวเหยียด ถูกจับจองนอนเรียงราย
พะวานอนคู่ลูกสาว กั้นด้วยก้อนหินธรรมชาติเว้นระยะ
ถัดไปนายอนันต์ตามขั้นาุโ ลดหลั่นจนสุดแนวเป็บักแปกับลายสือ
หลายค่ำคืนผ่านโดยปกติ ไร้เภทภัยเกิดขึ้น
...ฟ้าสางได้พากันเคลื่อนขบวนออกเดินทาง ไต่เทือกเขา
เข้าบ่ายจึงได้หยุดกินข้าว แจกจ่ายเสบียงปิ้งนก หนู จับงูมาต้ม
“กูหละหน่ายเด้”จำปาบ่นกับอาหารการกิน
“จกไหเอาปลาแดก มาจ้ำกะได่”
เริ่มปรับตัวอยู่ได้ตามสภาพ แต่ยังมีเสียงพ่นระบาย
พะวาเองจริงแล้ว ไม่อยากพาลูกมาลำบากหากตรงจำเป็
เพราะหัวคิดสกปรกต่อบักลายสือ จะดึงไว้ใช้งานโดยไม่ต้องจ่ายค่าแรง
เลยเอาลูกสาวนางเข้าล่อหวังผล พอเสร็จสิ้นภารกิจมีแผนสักอย่าง
ซึ่งพูดคุยกันระหว่างผัวเมีย ว่าประสงค์ให้ออกมาในลักษณะใด
ส่วนนายอนันต์นึกชอบใจ กับท่าทางมีภูมิปัญญาของลายสืออยู่เป็ทุน
สะดวกไม่ขัดข้องคล้อยตาม ถ้าวิธีขี้โกงทำให้ได้ทั้งคนและไม่เสียของ
สันดานโลภมากฝั่งรากลึก เห็นช่องทางเอาเปรียบผู้อื่นจนสร้างฐานะร่ำรวย
งานนี้คงผิดคาด เนื่องบักแปเข้ามาแทรกมันพยายามทุกทาง
“เอาหนิ ย่างอึ่งแห้ง”ยื่นส่งแฝงไม้คีบให้
“จังซี่แมะ!”
พอยิ้มออก จำปารับมาฉีกกินไข่ในพุงอย่างเอร็ดอร่อย
ฝั่งนายอนันต์ขมวดคิ้ว ชักไม่สบอารมณ์
“บักหนิ มึงไปนั่งไกล ๆ ลูกกูแหน่”
หวงจำปาเกรงจะเลือกผิดคน เลยเอ่ยกีดกัน
หนแรกที่ขนกันทั้งครอบครัวร่วมเดินทาง อนันต์จึงกำราบพวกมาเกาะแกะลูกสาว
“ข้าน้อย เอาแนวกินมาเห้อซือ ๆ”
หดหัวกลับบักแปถอยออก ย้ายคืนที่เดิม
กินข้าวกินน้ำจนอิ่ม มีแรงรอสัญญาณแจ้งเดินลงเขา
“อย่าสิประมาทเด้อสู”
เสียงกำกับนายอนันต์ ร้องบอกยังลูกน้องเพราะถนนชันดิ่งคดเคี้ยว
พลขับเกวียนประคองล้อไม่ให้แตกแถว ส่วนคนที่แบกก็แบกไป
ดูท่าอาศัยความชำนาญอย่างเดียวไม่พอ องค์ประกอบลำเกวียนต้องแ่าทั้งแรงคู่วัวเทียม
แดดคล้อยบักสานเอามือปาดเหงื่อ รู้สึกสายเชือกผูกบังคับวัวหย่อน
เกรงจะเป็การเสียเวลาถ่วงผู้อื่น หากลงไปขยับให้เข้าที่
“ฮึ ๆ ๆ”
เฆี่ยนหลังวัวฝืน กระทั่ง่โค้งหักศอก
ทุกอย่างอยู่ในสายตาลุงสี ก่อนลุกจากเข้าเวรยามตอนผลัดเปลี่ยนกะ
เหมือนกับบักสานพยายามหลีกหน้าบักกึม ทั้งสองไม่พูดไม่จากัน
ปล่อยความคิดลอย จนสะดุดเกือบเกวียนคว่ำ
ลุงสีตั้งใจว่า ถึงตีนเขาจะถามไถ่สาเหตุพวกมัน
จวนพ้นเส้นทางวิบาก พลันเกินกำลังเฟืองหมุน
“โอ๊ย! เบียะเบะโซยกอนโด้ย”
ยามคับขันขั้นเรียกหาพ่อแม่ให้ช่วยลูกด้วย ในภาวะอันตราย
เกลียวเชือกขาดผึง ดึงไม่อยู่หงายหลังหัวทิ่ม จังหวะบักสานหล่นผงะ
ลิ่มเหล็กตอกกลางวงล้อหมุน หลุดไถลถอดข้างแฉลบร่วงชิ้นส่วนกระเด็น
สะบักสะบอมร่างปลิวกระแทกหิน เืทะลักออกทางจมูก กลบปาก
“บักสาน!”
ลนลานกระโจนถึงตัวลุงสีเขย่าเรียก
ไม่สนใจสินค้าเสียหาย นายอนันต์หัวหน้าวิ่งมาดูอาการ
“ซอยมันให้ได่”
ระส่ำร้องหากระบอกน้ำ ลุุงสีผสมเกลืออมเป่ารดร่างที่เจ็บหนัก
“มึงเป็จังได๋?”
ลมหายใจรวยริน พร่ำเพ้อพก จิตสำนึกครั้งสุดท้าย
“ข่อยสิ เซาแล้ว”
เคยเล่าสู่ฟังถึงเวลาปลดระวาง เลิกอาชีพขนส่งเพื่อลูกที่จะลืมตาออกมาดูโลก
จำได้ลุงสีนึกสงสาร ฝืนระงับน้ำตา
“ไปดีเด้อ บักสาน”
ธาตุขันธ์ปริ่มดับ“เซาเฮ็ดสา พ่อลุง”
นัยยะสื่ออ้อนวอนของบักสาน ก่อนสิ้นขัยมรณะ
“มันตายแล้ว หัวหน้า”
แ่น้ำเสียงสุดกลั้นเสียดาย บักสานยังไม่ทันเห็นหน้าลูก ก็ต้องมีอันเป็ไปพบจุดจบ
“ฮิเอามัน ขึ้นมา”
กุลาอนันต์สั่งการ ต่างกรูกันนำร่างที่กลิ้งตกข้างทางขึ้นวางบนพื้นดิน
วัวตัวหนึ่งวิ่งเตลิดหายเหลือ อีกตัวคาคานค้ำคอ
ลำเกวียนพังเอียงพับพาบ ล้อหายใช้การไม่ได้ เศษผงเกลือกระจายเกลื่อนเต็มบริเวณ
“เว้ามาโลด สิฝังรึสิเผา”
เหล่าผู้ใหญ่นั่งปรึกษากัน สีหน้าเคร่งเครียด
ด้านมวลมีส่วนรู้เห็นพากันเงียบกริบ กับเหตุชุลมุนวุ่นวายขั้นพรากชีวิต
อุบัติเหตุเหนือคาดก่อให้เสียกำลังใจ บางคนแทบอยากเลิกล้ม ทิ้งงานหนีกลับบ้านในกลุ่มลูกหาบ
“กูบ่ทนแล้ว!”
ผุดพูดขึ้นบักปองคุมสติไม่ไหว จนพวกพ้องต้องปลอบกัน
กองไฟถูกก่อโหมฟืนท่อนใหญ่ เติมเชื้อรอท่าเปลวควันพวยพุ่ง
ยืนมุงส่งิญญาขึ้นฟ้า หลายคนสลดกับเื่ราวครั้งนี้
พิธีกรรมทำโดยเรียบง่าย จัดแจงกับมือลุงสีตลอดขั้นตอน
...ทั้งหมดไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะยังใกับเื่ราวเกิดขึ้น
ลายสือกับบักแป ปลีกหลบมุมหาที่คุยกันปลอดคน
“ต้องมี ผู้คึดบ่ดีกับเพิ่น”
ข้อสันนิษฐานแรกก็แย้งกัน
“มึงกะเห็น ว่าเป็ผิเลอ”
สรุปตามสิ่งประสบบักแปค้านคำ“คอหักกะญ้อนตกเกวียน”
ทุกคนคงคิดอย่างนั้น สำหรับลายสือมันซุ่มจับตาความเป็ไป ในพฤติกรรมของลุงสีมาเรื่อย ๆ
“เชื่อบ่ สิมีคนตายเพิ่มอีก”
พูดย้ำประโยค“มึงถ่าเบิ่ง”
เย็นสันหลังวาบ บักแปสารภาพ“กูบ่อยู่แหล่ว ปานนั่น”
“ทางกู สิอยู่ต่อต้องฮู้เห้อได่”
จำปาคอยโอกาส ่พะวาผู้แม่เผลอแอบเดินตามหา
จนพบจึงเข้าถูกจังหวะคุย
“เอาจังได๋ บักลายสือ”
โยนถามยังอีกคนที่ประสงค์ ค้นหาสารพัดสิ่งค้างคาในหัว
“โง้คืน บ่แม่นข่อย”
ถลันปากโต้“มึงบ่คึดละเบ่อ สักมื้อสิถืกกับจะของ”
ความหมายบักแป พูดถึงสักวันหนึ่งอาจเป็ตัวมันหรือเพื่อนสหายถูกทำร้าย
เริ่มระแคะระคายบางอย่าง เป็ไปไม่ได้ที่จะตายเกือบแทบรายวัน
“มึงจื่อพ่อลุงสี ได่บ่?”
พาดพิงถึงบุคคลข้องเกี่ยว ซึ่งลอบสังเกตมีพิรุธทุกครั้งเป็คนแรกถึงตัวผู้ตาย
“กูเห็นเพิ่น เฮ็ดนำผู้อื่นดีอยู่เด้”
มองแตกต่าง บักแปเอ่ยตามความคิดมัน
“มึงอย่าขี้ตู่เด้อ”
ทางจำปาหาว่าลายสือกล่าวทึกทัก
“ข่อยมีแนวมัดเพิ่น”
วัยเกินถือเป็ผู้ใหญ่กว่า คำพูดคำจาไม่ขึ้นมึง กู ทั้งระบุหลักฐานคาตา
“ยามเซ้าฟ้ามืด เพิ่นถอดสลักวงล้อเกวียนอ้ายสาน”
ติดเป็กิจวัตรนิสัย ตีสี่ถึงตีห้ามักลุกขึ้นมานั่งสมาธิ เลยบังเอิญเห็นการกระทำ
“ฮ่วย! อีหลีบ่”
ตื่นอุทานจำปาหูผึ่ง
“อย่าฟ้าวเชื่อ กะได่”
ชวนท้าทายลายสือชักจูง“เบิ่งไปก่อน”
“ขอเห้อพวกเฮา อยู่ฮอดปลอดภัย”
ประการบักแปหวั่นตรงนี้ จึงบอกกันไว้
ในเมื่อทั้งสามยืนกรานพร้อมเพรียง ตกลงร่วมมือจะคลี่คลายปม
ถือสำคัญต้องเอาตัวให้รอด
“เออ ๆ กูไปหละเด้อ”
อยู่นานไม่ได้จำปาก้าวผละ ควรแก่สลายตัว
สองคนเร่งเดินเข้าหากลุ่มทำทีคุยเสียงดัง
“หาของส้ม ๆ กิน สิได่อยากข้าว”
รสเปรี้ยวกระตุ้นต่อมน้ำลาย ถือพวงมะม่วงมาด้วยให้สมจริง
“เอ่า น้า”ลายสือวางลงส่งต่อ
ขจรเงยขึ้นถาม“นี่เบาะ แนวสูได่?”
บอกไว้ก่อนตอนหาเื่แยกมาคุยกัน อ้างเลาะเก็บสอยผลไม้ป่าประทังหิว
“พวกข่อยสิลงหาปลา กะบ่พ้อบวก หนอง”ตามน้ำบักแปเสริมคำ
“เว้าหลาย กูกะกินข้าวบ่แซ่บคึกัน”
คำขจรเปรยถึง“มีตะเฮืองฮ้าย ๆ”
...หลังจากจัดการทุกอย่าง ฐานะหัวหน้านายอนันต์เรียกประชุม
วางมาตรการใหม่ ให้แต่ละคนจับคู่ดูแลกันไม่ให้คลาดสายตา
แถวจุดจอดเกวียนแวะพัก นางพะวาเอะอะกับผัว
“บอกข่อยมา!”คาดคั้นเอาคำตอบเื่บักสานตาย
เฉไฉทำเป็โมโหกลบเกลื่อน“เจ่าสิฮู้เฮ็ดหยัง”
พะวาขึ้นเสียง“เจ่าแม่นบ่?”
ความห่างเว้นระยะพอได้ยินตามลำพัง ผู้ผัวนายอนันต์บ่ายเบี่ยง
“บ่เด้อ ข่อยบ่ได่เฮ็ด”
ภายนอกแค่พ่อค้าธรรมดา แต่ภายในจิตใจอำมหิต ขนาดสั่งตัดตอนฆ่าคนได้
แลกกับก้อนทองสมบัติ เพื่อความมั่งมีเหนือผู้อื่น
อันข้อนี้นางรู้ดีเลยเหลืออด
“บักสานมันเฮ็ดหยัง ให้เจ่าเคียดขม”
ถ้อยประโยคตัดพ้อเหมือนจี้เค้นให้สารภาพ
“คั่นมันบ่คึดสิออกห่างข่อย มันกะอยู่นำกันอีกโดน”
คายพูดหมดเปลือก ระหว่างผัวเมียไม่มีอะไรให้ต้องปิดบัง
“ว่าแล้ว!”
สั่นเทาพะวาโกรธชี้หน้า“คนอย่างเจ่า ซัวหลาย”นางประจานผัวตัวเอง
เกิดทะเลาะเบาะแว้ง ฝั่งนายอนันต์ขึงขังคืน
“ข่อยเฮ็ดเหมิดนี่ กะญ้อนไผ”
ท้ายแล้วพะวา นางหมดคำจะด่า
“มะลางก่อนให้เอาแต่ซุมน้อย ๆ หยังบาดหนิลามฮอดบักสาน”
แบกทุกข์เท่ากัน แบ่งบาปคนละครึ่ง นายอนันต์เปิดถึงปัญหาต้องชิงกำจัด
หากขืนปล่อยบักสานไป คงยากจะเก็บความลับ
เนื่องจากบักกึมอยู่เื้ัเื่นี้มาฟ้องยุยง
สำหรับลุงสีไม่ได้มีส่วนใด ให้บักสานตายเลย
สิ่งที่ลายสือเห็น เพราะห่วงใยมากกว่า
จึงก้ม ๆ เงย ๆ สำรวจล้อเกวียน เผื่อแผ่ก่อนออกเดินทางเป็กิจวัตร
ประจวบพลอยทำให้เข้าใจ นึกว่าฆาตกรผู้ลงมือโดยไม่รู้ตัว
ค่อนทางล้มหายตายจากหกคน ล้วนแล้วเผาเอาแค่ผงเถ้ากระดูกใส่ห่อผ้า
คราย้อนกลับจะได้มอบสู่ครอบครัวผู้สูญเสีย นำไปทำพิธีให้ถูกต้อง
ทั้งอนันต์หัวหน้าพร้อมจ่ายค่าปิดปาก สมราคา
ยิ่งใบสั่งจากต้นตอ ศพมากเท่าไร สินตอบแทนย่อมสูงลิบตาม
...“เพล้ง!”
เสียงโถภาชนะบรรจุน้ำเมา แตกเป็เสี่ยงเกิดจากความไม่พอใจ
“อีหยังว่ะ ได่ซัมนี่ เบาะ?”
ตวาดลั่นกับผลงานที่ไม่คืบหน้า หนำซ้ำยังรวมมีผู้ใหญ่ด้วยเลยคลาดเป้า
“นายท่าน อย่าฟ้าวสูน”
งกเงิ่นกราบสัปหงกยกมือขอ“ข้าน้อยสิเร่งเขี่ยว”
เดือดดาลพาลโมโหชนิดไม่เก็บอาการ
“แล้ว ยามได๋ ห๊า!”
เศษเสี้ยวมวลกวนใจยังคลุกกรุ่นอยู่ในอก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
มังคลาพราหมณ์สงบลงไม่ได้ เพราะนั่นคือสิ่งทำให้ลดทอนภาพพจน์องค์าา
ยิ่งฆ่าได้มากเท่าไร ย่อมดีต่อตัวเอง อย่างน้อยก็แค่รอโอกาส
รอเพียงวันเวลามาถึง ตนพร้อมเลื่อนฐานะนั่งแท่นปกครอง
“งวดนี่ สิบ่เว้น แม้แต่ผู้เดียว”
ประเภทนกสองหัว บักสากบ่าวสังกัดขุนรณชัย มันผู้ประสานงานภารกิจ
อุตส่าห์ลักลอบเสี่ยงมาแจ้งข่าวด้วยตัวเอง กลับถูกเอ็ดตะโล
“อย่ามาให้กูเห็นหน้า คั่นมึงเฮ็ดบ่ได่”
ก้มหัวหดถอยออกมาจากห้องหับเคหะสถาน
“ข้าน้อยสาบาน”
ท้ายทิ้งคำสัญญาไว้กับเ้าบ้าน ที่มีอิทธิพลต่อองค์เลอสรวง
ประมุขพ่อพญาใหญ่ได้ ถือว่าบทบาทสำคัญนักไม่ธรรมดา
เลี่ยงให้พ้น บักสากสามัญชน เริ่มจากเป็คนรับใช้คล้ายสายสืบ
มันสามารถเข้านอกออกใน ทั้งเรือนพระยารณชัยและคุ้มพราหมณ์
ความรู้สึกบอกให้ต้องรีบแจ้นลงบันได ก่อนที่มันจะถูกเฆี่ยนหลังลายระบายอารมณ์.