“ท่านปู่ พวกท่านกลับไปก่อนนะเ้าคะ ข้าขอไปตามหาสมุนไพรที่ได้กลิ่นก่อน” อยู่แค่ตีนเขาคงไม่มีอันตราย นางจึงบอกให้ท่านปู่แบกกวางกลับไปก่อน
“เ้าได้กลิ่นสมุนไพรอีกแล้วรึ?”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ”
จ้าวเฉิงอึ้งกับการรับกลิ่นของหลานสาว ยอมตกลงให้ทั้งสามตามหาสมุนไพรที่ได้กลิ่น กำชับว่าห้ามเข้าไปในป่าลึก พอทั้งสามรับปากพวกตนก็แบกกวางกลับบ้านไป
“คุณหนูได้กลิ่นสมุนไพรชนิดใดเ้าคะ” ซูเจินตื่นเต้นกับความ สามารถคุณหนูของนาง
“โส่วอู ”
ซูเซียง “มันคือสมุนไพรชนิดใด บ่าวไม่รู้จัก” นางศึกษาสมุนไพรพร้อมกับคุณหนูเหตุใดถึงไม่รู้จักสมุนไพรชื่อนี้
“มันเป็ราชินีแห่งสมุนไพรเลยนะ” นางรีบเดินตามกลิ่นไป พอััได้ว่ากลิ่นเข้มข้นอยู่บริเวณนี้ก็หยุดมองหา
ไม้เลื้อยล้มลุกใกล้แหล่งน้ำคือสมุนไพรที่นางได้กลิ่น นางรีบนำมีดสั้น ที่ท่านปู่มอบให้ขุดเอารากที่มีลักษณะคล้ายหัวขึ้นมา สาวใช้ทั้งสองก็ช่วยเ้านายขุดเอารากที่อยู่ใต้ดินจนได้เกือบครึ่งกระบุงจึงพากันเดินกลับบ้าน
“ท่านแม่” จ้าวลู่ชิงเห็นมารดายืนรออยู่ลานหน้าบ้านด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ผู้ใดให้เ้าขึ้นป่าขึ้นเขา เ้าเพิ่งฟื้นก็ต้องรอนแรมมาไกลถึงซานเป่ย แล้วยังขึ้นไปล่าสัตว์บนเขาอีก หากอาการป่วยกลับมาอีกจะทำเช่นไร” หมู่บ้านกลางหุบเขาไม่เหมือนฉางอันที่มีหมอเก่ง ๆ ถ้าบุตรีของนางไม่สบายขึ้นมาหมอที่ไหนจะมารักษา เงินก็ไม่มีสักเหรียญทองแดง
“ท่านแม่ลืมแล้วหรือเ้าคะ ว่าข้าก็เคยเรียนวิชาแพทย์กับท่านอาจารย์สวีอยู่่หนึ่งทั้งยังศึกษาตำราแพทย์และตำราสมุนไพรอีกด้วย”
“หากเ้าศึกษาจนถ่องแท้แล้ว เหตุใดถึงโดนวางยาจนแทบเอาชีวิตไม่รอด” ตีแขนบุตรีด้วยความโมโห นึกถึงเื่ที่บุตรีเกือบสิ้นชีพเพราะถูกปองร้ายแล้วดวงใจนางเหมือนถูกบีบ
“ท่านแม่อย่ากังวลไปเลยนะเ้าคะ วันนี้ข้าได้สมุนไพรชั้นดีมากมาย”
ปลดกระบุงออกจากหลัง ภายในกระบุงมีสมุนไพรอยู่จนเต็ม สมุนไพรที่หาได้ทั่วไปนางก็เก็บมาด้วยเช่นกันมิใช่เก็บเพียงสมุนไพรล้ำค่า
“ท่านแม่ นี่คือเห็ดหลินจือ ดอกใหญ่มากเลยเ้าค่ะ ส่วนนี่คือโสมคน ข้าจะเอาไปแลกเงินน่าจะได้หลายก้วน1”
จ้าวฮูหยินเบิกบานขึ้นทันใดเมื่อบุตรีนางเก่งกาจถึงขนาดหาสมุนไพรชั้นเลิศได้ถึงสองชนิด เพียงเห็ดหลินจือก็ได้ดอกละหลายสิบก้วนแล้ว ไม่นับรวมโสมคน ทว่านางเสียดายสมุนไพรสองชนิดนี้ หากเก็บติดเรือนไว้น่าจะอุ่นใจกว่า เผื่อว่ามีคนเจ็บป่วยจำเป็ต้องใช้
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านอย่าได้เสียดาย เวลานี้พวกเราแทบจะไม่มีเงินซื้ออาหารแล้วนะเ้าคะ”
“ตามใจเ้าเถิด ถึงอย่างไรสมุนไพรพวกนี้ก็เป็เ้าที่หามาได้”
“อีกสองวันข้าจะเอาสมุนไพรไปขายที่ตัวอำเภอ” นางเคยเข้าไปในตัวตำบล่ที่มาพักอาศัยอยู่ที่นี่จึงรู้ว่าโรงหมอเล็ก ๆ น่าจะไม่มีกำลังซื้อสมุนไพรทั้งหมด รีบนำสมุนไพรที่ได้มาไปทำความสะอาดแล้วจัดการทำให้แห้ง
“ท่านปู่ กวางพวกนี้จะนำไปที่ใดหรือเ้าคะ”
“ปู่จะนำไปขายให้ภัตตาคารในเมืองตำบล”
“ท่านปู่จะนำไปขายสี่ตัวเลยหรือ” กวาดมองกวางตัวอวบอ้วน
“ใช่ เก็บไว้กินหนึ่งตัว ส่วนที่เหลือก็นำไปขายแลกเงิน ซื้ออาหารมาตุนไว้ ตอนนี้บ้านเรามีอาหารไม่เพียงพอ” พวกข้าวสารกับแป้งขาวที่หัวหน้าหมู่บ้านนำมาให้มันไม่เพียงพอ
“ท่านปู่นำไปขายแค่สองตัวได้หรือไม่ อีกสามตัวเก็บไว้ให้พวกเราทำอาหาร”
“อากาศร้อนเก็บเนื้อนานมิได้ เพียงตัวเดียวก็สามารถทำให้ทุกคนอิ่มท้องได้แล้ว หากหมดปู่จะขึ้นไปล่ามาใหม่”
“พวกเรามาทำเนื้อกวางตากแห้งดีหรือไม่เ้าคะ จะได้เก็บไว้ได้นานมิต้องกลัวว่าเนื้อจะเน่าเสีย”
“หากเ้าอยากทำปู่ก็มิขัด แต่ว่าเครื่องปรุงบ้านเราเหลือน้อย จะทำให้ออกมาอร่อยได้รึ”
“งั้นข้าจะไปขอยืมเครื่องปรุงที่้ากับท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านก่อน พอท่านปู่เข้าไปในตัวเมืองก็ซื้อกลับมาคืน”
“ได้ ปู่จะซื้อตามที่เ้าบอก”
จ้าวลู่ชิงรีบวิ่งไปยังห้องหนังสือ ซูเซียงรีบฝนหมึกให้นาย จากนั้นรายชื่อเครื่องปรุง เครื่องเทศที่้าก็ปรากฏอยู่ในกระดาษ
รถม้าขนกวางตัวใหญ่สองตัวมุ่งหน้าตรงไปยังตัวเมืองตำบล จ้าวลู่ชิงโล่งใจที่ชีวิตนางตกอับ ทว่ามิได้ลำบากจนต้องขุดหาผักป่าเปลือกไม้ประทังชีวิต ท่านปู่ของนางอดีตเคยเป็แม่ทัพมีวรยุทธ์แกร่งกล้า และชายฉกรรจ์สี่คนนั่นอีก พวกเขาสามารถเข้าป่าลึกล่าสัตว์ไปแลกเงินได้
่แรกอาจจะลำบากไปบ้าง ต่อไปนางจะต้องทำให้พวกตนกลายเป็คหบดีผู้มั่งคั่งให้จงได้ ในเมื่อเดินบนเส้นทางขุนนางไม่ราบรื่นก็เพียงแค่เปลี่ยนเส้นทาง ถึงอย่างไรตระกูลนางก็ยังมีพี่ชายคนโตที่เป็ทหารกล้ารักษาเมืองยุทธศาสตร์สำคัญอย่างโยวโจว ไม่แน่ว่าอนาคตอาจใช้ความสามารถปีนป่ายถึงตำแหน่งแม่ทัพ
ฮ่องเต้แค่เพียงสั่งปลดและยึดทรัพย์จวนฝู่กั๋วกงจากนั้นก็ส่งกลับบ้านเดิมของบรรพบุรุษ มิได้สั่งห้ามให้ลูกหลานในตระกูลรุ่นต่อไปรับราชการเสียหน่อย ตระกูลนางสูญเสียอำนาจแล้ว ผู้ใดจะมาสนใจ แต่ละวันขุนนางในราชสำนักต่างแก่งแย่งอำนาจกัน
“คุณหนู มีคนมาขอพบคุณหนูขอรับ”
“ผู้ใด?”
“เขาบอกว่าเป็ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านขอรับ”
จ้าวลู่ชิงตบหน้าผากทันใด นางมัวแต่วุ่นจนลืมธุระของท่านอา
หนิงเอ๋อ “แล้วตอนนี้ท่านอาอยู่ที่ใด”
“เรือนรับแขกขอรับ”
จ้าวลู่ชิงหันไปบอกให้แม่ครัวกับบ่าวผู้ชายนำกวางไปชำแหละแล้วหั่นเป็แผ่นบาง ๆ เพื่อทำเนื้อกวางตากแห้ง จากนั้นก็บอกให้ซูเซียงไปยืมเครื่องปรุงกับหัวหน้าหมู่บ้าน
หมายเหตุ
(1) ก้วน คือ หน่วยเงินสมัยโบราณที่ต้องใช้เชือกร้อยไว้ เมื่อครบหนึ่งพันเหวินจึงเรียกว่าหนึ่งก้วน