“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 67 เมื่อความรักกลายเป็นความบ้าคลั่ง


    - 08.25 น. ตึกคณะ มหาลัย -


    แพรเดินมาถึงโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าที่ฝืนยิ้ม ให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้  

    เธอวางกระเป๋าลง ก้มหน้าก้มตาเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มพิมพ์งานต่อแบบเงียบ ๆ  


    แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสมาธิได้นาน  

    พี่กรเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะแพรทันที (ฝีเท้าเร็ว หน้าตึงเครียด ตาคล้ำจนเห็นชัดว่าไม่ได้นอน)  

    เขาหยุดยืนข้างโต๊ะ พูดเสียงเบาแต่สั่นด้วยอารมณ์


    “แพร... เมื่อคืนหนูไปไหนมา  

    พี่รอหนูทั้งคืนที่หน้าบ้านเลยนะครับ หนูไม่กลับบ้าน ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ตอบข้อความเลย พี่กลัวหนูจะเป็นอะไรไป พี่... พี่—”


    ยังไม่ทันพูดจบ  

    อ.วิภาเดินเข้ามาพอดี (ถือแฟ้มเอกสารหนา ๆ ตามเคย)  

    เธอยิ้มหวาน เดินตรงมาที่พี่กร

     

    “อาจารย์ธนากรคะ วันนี้ภามีเรื่องงานด่วนเพิ่มอีกนิดนึงค่ะ อาจารย์ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”


    แพรชะงัก มือที่กำลังจับเมาส์กำแน่นจนข้อนิ้วซีด  


    เธอไม่พูดอะไรสักคำ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที แล้วเดินออกจากห้องทำงานเร็ว ๆ (ฝีเท้าเร็วแต่ไม่วิ่ง เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าเธอกำลังหนี)  


    พี่แอนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ มองตามด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร


    พี่กรเห็นแพรเดินออกไปแบบนั้นก็สะดุ้งทันที  

    เขาหันไปมองอ.วิภาแวบหนึ่ง แล้วพูดเสียงต่ำแต่เย็นชา  

    “ขอโทษครับอาจารย์วิภา วันนี้ผมไม่สะดวกจริง ๆ”


    แล้วเขาก็รีบเดินตามแพรออกไปทันที (ฝีเท้าเร็ว จนคนในห้องหันมามองกัน)


    แพรเดินตรงไปที่ห้องน้ำหญิง (ห้องที่อยู่สุดทางเดิน ไม่ค่อยมีคนมาใช้ตอนเช้า)  

    เธอผลักประตูเข้าไป ล็อกประตูห้องน้ำด้านในทันที แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้น  


    น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง เธอกอดเข่าแน่น หอบเบา ๆ  

    “ไม่ไหวแล้วจริง ๆ... ทำไมต้องเจอแบบนี้ทุกวัน...”


    ไม่ถึงนาที  

    เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นเบา ๆ  

    “แพร... พี่เองครับ”  

    เสียงพี่กรสั่น ๆ แต่พยายามนิ่ง 

    “เปิดประตูให้พี่หน่อยได้ไหมครับ พี่ขอคุยกับหนู พี่... พี่กลัวหนูจะเป็นอะไรไป พี่ขอร้องครับ”


    แพรไม่ตอบ เธอกอดเข่าแน่นขึ้น น้ำตาไหลไม่หยุด  

    พี่กรเคาะอีกสองสามครั้ง แล้วเสียงเขาก็สั่นหนักขึ้น  

    “แพร... พี่ผิดจริง ๆ พี่รู้ พี่ทำร้ายหนูที่สุดแล้ว พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษจริง ๆ  

    แต่พี่... พี่ทนไม่ได้ถ้าหนูไม่ยอมคุยกับพี่เลยแบบนี้ พี่กลัวหนูจะหายไปจริง ๆ พี่กลัวเสียหนูไป พี่... พี่จะทำยังไงดีครับ”


    เสียงพี่กรเริ่มสั่นจนแทบร้องไห้  

    เขายืนพิงประตูห้องน้ำ หอบหายใจแรง ๆ  

    “แพร... พี่รักหนูครับ พี่รักหนูคนเดียวจริง ๆ พี่จะตัดขาดทุกอย่าง พี่จะไม่ให้ใครมาใกล้พี่อีกเลย พี่สัญญา... พี่ขอร้องครับ เปิดประตูให้พี่หน่อย พี่อยากเห็นหน้าหนู พี่อยากกอดหนู... พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษจริง ๆ”


    แพรยังนั่งกอดเข่าอยู่เงียบ ๆ น้ำตาไหลไม่หยุด  

    แต่พี่กรทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ  

    ความกลัวเสียแพรไปมันมากจนเขาคิดอะไรไม่ออก  

    เขามองไปรอบ ๆ ทางเดินไม่มีคน แล้วตัดสินใจปีนขึ้นช่องหน้าต่าง ที่อยู่สูงจากพื้น (ห้องน้ำหญิงเก่า ๆ มีช่องแบบนั้นอยู่)  


    พี่กรปีนเข้าไปอย่างยากลำบาก (เสื้อเชิ้ตขาดนิด ๆ แต่เขาไม่สนใจ) 

    แล้วกระโดดลงพื้นห้องน้ำเบา ๆ


    แพรสะดุ้ง หันขวับมามอง  

    “พี่กร—!!!”


    พี่กรไม่พูดอะไรอีก  

    เขาก้าวเข้าไปหาแพรทันที ก้มลงกอดเธอแน่น

    แพรสะดุ้งตัวแข็ง แต่พี่กรไม่ปล่อย  

    เขาซุกหน้าที่ไหล่แพร หอบหายใจแรง ๆ แล้วพูดเสียงสั่น


    “พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษจริง ๆ แพร... พี่กลัวเสียหนูไป พี่ทนไม่ได้จริง ๆ  

    พี่รักหนู... พี่รักหนูคนเดียว... พี่จะไม่ให้ใครมาแตะต้องพี่อีก พี่สัญญา... พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้หนูเชื่อพี่อีกครั้ง”


    แพรตัวสั่น น้ำตาไหลไม่หยุด  

    เธอพยายามดิ้นอย่างแรง แต่พี่กรกอดแน่นจนเธอขยับไม่ได้  


    แล้ว... ความเงียบในห้องน้ำก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหายใจถี่รัวของทั้งคู่  


    พี่กรหันหน้าแพรมาจูบเธอแรง ๆ (จูบที่เต็มไปด้วยความคิดถึง ความกลัว และความรู้สึกผิด)  


    แพรดิ้น แต่สุดท้ายก็หมดแรง  


    พี่กรถอดเสื้อเชิ้ตตัวเองออก แล้วถอดเสื้อแพรช้า ๆ (แต่เร่งรัดเพราะกลัวแพรจะผลักออก)  


    แพรยังร้องไห้อยู่ แต่ร่างกายเธอตอบสนองโดยไม่รู้ตัว 

    พี่กรดันแพรติดผน้งห้องน้ำ 

    เขาถกกระโปรงแพรขึ้นเหนือเอว เผยให้เห็นกางเกงในสีขมพูอ่อนในร่างขาวเนียนที่ดูสวยงาม

    เขาดึงกางเกงในแพรลงด้วยความรีบร้อน


    เขายกขาแพรข้างนึง ขึ้นช้าๆ ค่อยๆสอดเข้าไป

    แล้วดันจนสุด ของแพรแน่นจนเขาครางเบาๆ


    แพรยังคงร้องไห้ไม่หยุด

    พี่กรดันสะโพกเข้าออกด้วยความเร็วและหนัก


    พี่กรกระซิบข้างหูแพรซ้ำ ๆ ระหว่างนั้น  

    “พี่รักหนู... พี่ขอโทษ... พี่จะไม่ทำหนูเจ็บอีก... พี่รักหนูคนเดียวจริง ๆ”

    พี่กรกระแทกอย่างหนักด้วยความคิดถึงและความกล้วสูญเสีย ผสมกับอารมณ์ที่คิดถึงแพรมากเกินไป


    เมื่อทุกอย่างจบลง  

    พี่กรกอดแพรแน่น หอบหายใจแรง ๆ  

    แพรยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดเขา น้ำตายังไหลเงียบ ๆ  

    เธอไม่พูดอะไรสักคำ  

    แต่ในใจเธอรู้ชัดเจนแล้วว่า... ทุกอย่างมันซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะตัดสินใจได้ง่าย ๆ อีกต่อไป


    พี่กรจูบหน้าผากแพรเบา ๆ แล้วกระซิบ  

    “พี่จะไม่ปล่อยหนูไปไหนอีกแล้วนะครับ... พี่จะพิสูจน์ให้หนูเห็นเอง พี่รักหนูจริง ๆ”


    แพรยังไม่ตอบ  

    เธอแค่หลับตาลง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลต่อไปเงียบ ๆ  

    ในห้องน้ำที่เงียบสงบ มีแค่เสียงหายใจของทั้งคู่ผสมกัน  

    และความเจ็บปวดที่ยังไม่จบลงง่าย ๆ


    หลังจากเหตุการณ์ในห้องน้ำนั้น พี่กรรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง  


    เขากอดแพรแน่นในห้องน้ำเก่าๆ หายใจหอบรัว ๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความโล่งอกและดีใจที่แทบระเบิด  


    *หนูยังรักพี่อยู่... หนูยังยอมให้พี่แตะต้องได้... แสดงว่าหนูยังให้อภัยพี่แล้วใช่ไหม*  

    พี่กรคิดแบบนั้นซ้ำ ๆ ขณะที่จูบหน้าผากแพรเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหู  


    “พี่จะไม่ทำให้หนูเจ็บอีกแล้วนะครับ... พี่สัญญา พี่จะดูแลหนูให้ดีที่สุดเลย”


    เขาคิดว่าสถานการณ์ “กลับมาดีขึ้น” แล้วจริง ๆ  

    คิดว่าการมีอะไรกันครั้งนี้คือจุดเปลี่ยน  

    คิดว่าแพรคงจะใจอ่อน คงจะยอมคุย คงจะยอมให้อภัย คงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม


    แต่พี่กรคิดผิด


    หลังจากนั้น... แพรยังคงทำตัวห่างเหินเหมือนเดิมทุกประการ  

    - ไม่ตาม ไม่รับสาย ไม่ถาม ไม่คุย ไม่เจอ  

    - ถ้าพี่กรเดินมาที่โต๊ะ แพรจะพยักหน้ารับคำสั้น ๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ  

    - ถ้าพี่กรส่งข้อความ แพรจะอ่านแต่ไม่ตอบ (หรือตอบสั้น ๆ แบบ “ค่ะ” “ไม่เป็นไรค่ะ” “หนูยุ่งค่ะ”)  

    - ถ้าพี่กรโทร แพรจะไม่รับสาย หรือรับแล้วพูดแค่ “หนูยุ่งอยู่ค่ะ เดี๋ยวคุยกันใหม่นะคะ” แล้ววางทันที  

    - แม้แต่ตอนเลิกงาน ถ้าพี่กรรออยู่ที่ลานจอดรถ แพรจะเดินอ้อมไปขึ้นรถตัวเองโดยไม่หันมามอง


    พี่กรเริ่มคลั่งแทบบ้า  

    ทุกครั้งที่แพรไม่ตอบสาย เขาจะยืนกำโทรศัพท์แน่นจนมือขาว  

    ทุกครั้งที่เห็นแพรเดินผ่านโดยไม่ทัก เขาจะยืนมองตามหลังจนตาแดงก่ำ  


    ทุกครั้งที่ อ.วิภาเดินเข้ามาใกล้ (แม้จะแค่เรื่องงาน) เขาจะสะบัดแขนออกแรง ๆ แล้วเดินหนีไปทันที  


    แต่สิ่งที่ทำให้พี่กรแทบเสียสติที่สุด คือ  

    การที่แพรเริ่มเปิดใจให้พี่เอกมากขึ้นเรื่อย ๆ


    พี่เอกยังคงมาหาแพรทุกวัน  

    - มาส่งกาแฟตอนเช้า  

    - ชวนกินข้าวกลางวัน (แพรเริ่มตอบตกลงบ่อยขึ้น)  

    - แวะมาถามว่า “วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ” ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่กดดัน  

    - และที่สำคัญที่สุด... พี่เอกประกาศกับทุกคนในคณะ (รวมถึงพี่กรที่ได้ยินโดยบังเอิญ) ว่าเขาจะกลับไปเรียนต่อปริญญาเอกอีกรอบ (หลังจากที่เขาพักการเรียนไว้หลายปี) เพื่อสร้างความมั่นคงให้ตัวเองและคนที่เขาห่วงใย  

    “ผมอยากทำให้ตัวเองดีขึ้นครับ... เพื่อคนที่ผมอยากดูแลให้ดีกว่านี้”  

    พี่เอกพูดประโยคนั้นด้วยสายตาที่มองมาทางแพรแวบหนึ่ง (ไม่จ้องนาน แต่ชัดเจนพอที่พี่กรเห็น)


    พี่กรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หัวใจเหมือนถูกบีบจนแหลกเหลว  

    เขารู้ทันทีว่าพี่เอกกำลัง “สร้างตัวเอง” เพื่อแพร  

    และแพรก็เริ่มยิ้มให้พี่เอกมากขึ้น เริ่มคุยกับพี่เอกนานขึ้น เริ่มดูผ่อนคลายเมื่ออยู่กับพี่เอกมากขึ้น  

    ทุกครั้งที่เห็นภาพนั้น พี่กรจะกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ  

    เขาจะกลับไปห้องตัวเอง นั่งกุมหัว ร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียว  


    “ทำไม... ทำไมหนูถึงยอมให้เขาเข้าใกล้ แต่ไม่ยอมให้พี่แม้แต่จะคุยกันสักนิด... พี่ผิดจริง ๆ พี่รู้ แต่พี่ขอโทษแล้ว พี่เปลี่ยนแล้วนะครับ... แพร... พี่รักหนู... พี่รักหนูมากจริง ๆ”


    พี่กรนอนไม่หลับ  

    เริ่มกินข้าวน้อยลง  

    เริ่มทำงานผิดพลาดบ่อยขึ้น (แต่ยังฝืนทำต่อ)  

    เริ่มส่งข้อความหาแพรทุกวัน แต่แพรตอบแค่คำสั้น ๆ หรือไม่ตอบเลย  

    เริ่มโทรหาแพรทุกคืน แต่แพรไม่รับสาย หรือรับแล้ววางทันที  

    เริ่มแอบตามแพรไปดูจากระยะไกล ทุกครั้งที่เห็นแพรไปกินข้าวกับอ.เอก  

    ความหึงหวง ความเสียใจ ความกลัวเสียแพรไป มันค่อย ๆ กัดกินเขาไปทีละนิด  

    จนบางคืน เขานั่งร้องไห้คนเดียวในรถหน้าบ้านแพรอีกครั้ง  

    ทุบอกตัวเองแรง ๆ จนช้ำ  


    ส่วนแพร...  

    เธอยังคงเจ็บอยู่ทุกวัน  

    แต่เธอก็เริ่มเข้มแข็งขึ้นจริง ๆ  

    เธอเริ่มคุยกับพี่เอกมากขึ้น  

    เริ่มยิ้มได้จริง ๆ บ้างเมื่ออยู่กับพี่เอก  

    เริ่มคิดว่า... บางที การมีคนที่อยู่ข้าง ๆ แบบไม่กดดัน แบบไม่ทำให้เจ็บ อาจจะดีกว่าการยื้อความสัมพันธ์ที่ทำให้เธอร้องไห้ทุกวัน


    แต่ในใจลึก ๆ  

    เธอยังรักพี่กรอยู่มาก  

    และเธอไม่รู้เลยว่าพี่กรกำลังคลั่งแทบบ้าเพราะเธอห่างออกไปทุกวันแบบนี้


    - เช้าวันถัดมา -

    แพรมาทำงานตามปกติ

    เธอแต่งตัวเรียบร้อย หน้าตาพยายามให้ดูสดใส แต่ตายังบวมช้ำเล็กน้อยจากน้ำตาที่ไหลทั้งคืน


    เดินเข้าห้องทำงานเงียบ ๆ วางกระเป๋า ก้มหน้าก้มตาเปิดคอมพิวเตอร์ ไม่อยากสบตาใคร

    ไม่ถึงสิบนาที


    พี่เอกเดินเข้ามา ถือแก้วกาแฟเย็นแก้วใหญ่ (รสที่แพรชอบที่สุด) กับขนมปังไส้ช็อกโกแลตห่อเล็ก ๆ หนึ่งห่อ


    เขายิ้มอ่อน ๆ วางลงบนโต๊ะแพรเบา ๆ แล้วพูดเสียงนุ่ม

    “เช้า ๆ แบบนี้กินอะไรอุ่น ๆ ก่อนทำงานดีกว่าแพร.. พี่เอามาให้... หนูกินเมื่อไหร่ก็ได้ พี่แค่หวังว่าวันนี้หนูจะรู้สึกดีขึ้นบ้างนะครับ”


    แพรเงยหน้าขึ้นมองพี่เอก แล้วยิ้มจาง ๆ

    “ขอบคุณค่ะพี่เอก... พี่ใจดีกับหนูมากเลยค่ะ”


    พี่เอกพยักหน้า ไม่พูดอะไรเพิ่ม แล้วหันหลังเดินกลับไปทางห้องตัวเองช้า ๆ


    แต่ยังไม่ทันที่พี่เอกจะเดินพ้นระยะสามก้าว

    พี่กรปรี่เข้ามาจากทางเดินด้านหลัง (เดินเร็วจนเกือบวิ่ง)


    สีหน้าพี่กรตอนนี้ไม่ใช่แค่โมโห แต่เป็นความคลั่งที่ระเบิดออกมาเต็มที่

    ตาแดงก่ำ หน้าซีด ผมยุ่งเหยิง เหมือนคนอดนอนสะสม


    พี่กรไม่พูดสักคำ

    เขาเดินตรงไปที่โต๊ะแพร คว้าแก้วกาแฟที่พี่เอกเพิ่งวางลง แล้วโยนทิ้งลงพื้นดัง แกร๊ง!!!


    กาแฟกระจายเลอะพื้นและรองเท้าทุกคนรอบ ๆ

    แล้วพี่กรหันขวับไปหาพี่เอก


    ยกหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าพี่เอกเต็มแรงหนึ่งที

    เสียงต่อยดัง ปั้ก!!!


    พี่เอกเซถอยหลังไปสองก้าว เลือดไหลที่มุมปาก แต่เขาไม่โต้กลับ แค่ยกมือป้องหน้า แล้วมองพี่กรด้วยสายตาที่ตกใจ




    คล้ายกับเรื่อง“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล” ที่คุณอ่าน