บทที่ 30
กริชปลิดวิญญาณ3
เหรินซวงอิ๋นตื่นแล้วกำลังนั่งจิบชาร้อนอยู่ที่ระเบียงบ้านชวนเขาอยู่เหมือนกันแต่จ้าวจิงถิงร้อนใจมากกว่า จะเอาอารมณ์ที่ไหนไปรับชาร้อนได้อีก
“อารมณ์สุนทรีย์เหลือเกิน” ในน้ำเสียงรู้สึกถึงการแดกดันคุณนายเล็กจ้าวไม่ถือสา เข้าใจว่าเขาอยากรู้แล้วว่าแผนเป็นยังไงริมฝีปากสวยเป่าไล่ความร้อนของชา ยกขึ้นมาแล้วละเลียดจิบ
“ชากำลังร้อน ถ้ารีบจิบก็ลวกปากกันพอดี”
หมายถึงสถานการณ์ตอนนี้ทั้งคุณชายรองคุณชายเล็ก ต่างก็เหมือนมีไฟลนก้น คุณชายใหญ่ควรใจเย็นจะได้มองเห็นหนทางออกก่อนคนอื่น
จ้าวจิงถิงเข้าใจความหมายแฝงนั้นไม่รู้ทำไมในใจมันเย็นลงได้ เขาซัดหายใจเฮือกแล้วยอมนั่งตรงข้ามภรรยา
“นายชอบดื่มชาเหรอ”
“ของร้อน ๆ ดีต่อร่างกาย หรือคุณไม่ชอบ”
จ้าวจิงถิงบอกว่า“บางอย่างรู้ว่าไม่ดี แต่ก็อดกินบ่อยไม่ได้ สาเหตุก็เพราะมันอร่อย”
“หมายถึงกาแฟเหรอครับ”
คนถูกถามไม่ตอบแต่กลับยื่นมือไปพลิกถ้วยชาเปล่าที่คว่ำอยู่ให้หงายขึ้นแล้วรินชาให้ตัวเองบ้างพลางพูดเรื่อยเปื่อย “แต่ว่าจากนี้ไปจะลองดื่มตามนายดู”
อีกคนยิ้มกับตัวเองไม่กล่าวคำ
พวกเขาใช้ชาร้อนอุ่นใจให้เย็นต่างคนต่างมองไปคนละทาง แต่ที่โพกัสกลับอยู่ที่กันและกันไม่ช้าชาหนึ่งกาก็ใกล้จะหมด เหรินซวงอิ๋นชม
“คุณชายใหญ่จ้าวรู้จักรอเป็นแล้ว”
คนถูกชมถ่อมตัว“ไม่ได้ครึ่งของนายมั้ง เอาล่ะ ชาก็จะหมดแล้ว แผนดี ๆ ของนายจะบอกฉันได้รึยัง”
“เรื่องนี้ไม่ยาก คุณกลับไปก่อน ที่เหลือก็แค่รอ ผมจัดการเอง”
“จะทำอะไร”
“เรียกคุณชายรองมาคุย”
“นายคิดว่ากริชอยู่กับเจ้ารอง”
“ถ้าเขาทำเรื่องนี้คนเดียวก็ควรต้องเป็นเช่นนั้น”
“ฉันไม่เข้าใจ เขาจะทำแบบนี้ทำไม จ๋ายอิงเป็นน้องชายของเขานะ”
“คุณน่าจะรู้จักคุณชายรองดีกว่าผมแต่เรื่องนี้ผมคิดว่าเขาไม่มีเจตนาทำร้ายคุณชายเล็กบางทีเป้าหมายที่แท้จริงอาจเป็นคุณมากกว่า”
“ตั้งแต่เด็กจนโต เราสามพี่น้องก็ถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายเพราะพวกเขากับฉันมีแม่คนละคนกัน แถมแม่ของฉันก็ทำให้แม่ของพวกเขาทุกข์ใจฉันไม่รู้จะแก้ไขยังไงเหมือนกัน”
เหรินซวงอิ๋นบอกกับเขา“มันไม่ใช่ความผิดพวกคุณ ถ้าตอนนี้ผมมีลูก แล้วคุณเจอคนที่รักได้เสียกัน เธอหรือเขาเกิดท้องลูกของคุณ ลูกแต่ละคนก็ยากจะปรองดอง คุณว่าพวกเขาผิดมั้ยที่ไม่ลงรอยกัน”
เหรินซวงอิ๋นอยากจะให้จ้าวจิงถิงเห็นเหลือเกินว่าในภพที่เขาจากมา พี่น้องคนละแม่นี่แหละที่เกลียดกันเข้าไส้คิดแต่จะฆ่าแกงกันทุกวัน
“ยิ่งครอบครัวคุณมีผลประโยชน์มากยากที่คำว่าพี่น้องจะมีความหมายมากกว่าเงินทอง”
จ้าวจิงถิงฟังแต่ไม่รู้ว่ามีความคิดเห็นเช่นไรเหรินซวงอิ๋นก็เปลี่ยนไปบอกแผนการ
“เรื่องนี้ถ้าเป้าหมายเป็นคุณ ยิ่งต้องนิ่งเข้าไว้ ผมจะออกหน้าเองแล้วเรามารอดูว่าฝั่งน้องชายคุณ เขาจะแก้เกมยังไง”
จ้าวจิงถิงถาม“ถ้าเรื่องนี้เขาทำ แล้วเรื่องตะขาบ กับพ่อบ้านฉายนายคิดว่าเขาจะเป็นผู้จ้างวานด้วยหรือเปล่า”
เหรินซวงอิ๋นส่ายหน้าคุณชายใหญ่ถามอีก “เพราะอะไรถึงคิดว่าไม่ใช่ฝีมือเจ้ารอง”
“เรื่องพ่อบ้านฉายไม่ใช่แค่คุณเสียผลประโยชน์ ทั้งบ้านจ้าวเลยที่เสียถ้าเขาทำก็ถือว่าคิดการใหญ่มาก หากถูกจับได้ ประมุขคงโกรธมากตำแหน่งที่เขาต้องการคงหลุดลอยไปถาวร ส่วนเรื่องตะขาบจากที่คุณเล่าให้ผมฟัง เป้าหมายคือคุณกับคุณชายเข่อน้องคุณคงไม่เสียสติจนต้องเล่นงานคุณพร้อมกับพันธมิตรของคุณในคราวเดียวกันหรอกมั้งที่ผ่านมาเขาเคยเล่นแรงถึงชีวิตเหรอ”
ที่จ้าวจิงถิงรู้คือไม่มีถึงจ้าวจูหลั่นจะไม่ชอบหน้าเขาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หมายเอาชีวิต
“ก็ไม่ถึงขั้นนั้น”
“งั้นก็ตัดเขาออกจากผู้ต้องสงสัยไปได้เลย คุณกลับไปก่อน รอฟังข่าวจากผม”
“ไม่ได้!!” เขาไม่ยอมกลับ “นายจะอยู่คนเดียวเหรอ”
“ถ้าคุณห่วงก็ให้โจ หรือคังข่ายมาอยู่กับผมก็แล้วกัน”
จ้าวจิงถิงยังรักษาแชมป์ปากไว“ใครว่าฉันห่วง”
เหรินซวงอิ๋นว่ายิ้มๆ“ถ้างั้นคืออะไร ไม่ไว้ใจ?”
“ใช่ ใครจะรู้นายอาจไปอยู่ฝั่งเจ้ารองแล้วก็ได้”
คนฟังมองเขา“อย่าพูดอะไรแล้วต้องมาขอโทษทีหลัง เรื่องแบบนี้ควรกล่าวหากันเหรอ”
ทำไมเหมือนถูกภรรยาดุเลยล่ะจ้าวจิงถิงจ้องพื้นไม่หือไม่อือ เหรินซวงอิ๋นไล่
“ไปเถอะครับ ถ้าคุณยังไว้ใจกันอยู่”
เขายังไม่ขยับและบอกกับเหรินซวงอิ๋นว่า “สำหรับพวกเรา นายสบายใจได้ จะไม่มีลูกจากเมียสองเมียสามให้เหนื่อยใจ”
“ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เราไม่ได้จะมีลูกด้วยกันซะหน่อย”
คุณชายใหญ่เงียบไม่นานก็ลุกจากที่นั่ง บอกลาสามคำ “ฉันไปนะ”
พอเขาไปลูกน้องก็ถูกส่งมาเดิมคิดว่าจะเป็นโจ แต่กลับเป็นคังข่าย เหรินซวงอิ๋นยิ้มพอใจ เป็นคังข่ายก็ดีได้ยินว่าเขาเป็นคนของจ้าวมิ่งป๋ายที่ส่งมาให้ลูกชาย หากได้รู้ได้เห็นอะไรเขาจะได้รายงานไม่มีตกหล่น
“คุณนายเล็ก” คังข่ายก้มหัวทักทาย เหรินซวงอิ๋นยิ้มให้เขา
“เข้ามาก่อนสิ อีกเดี๋ยวคุณชายรองมา คุณอย่าให้เขาเห็นนะ”
“แต่คุณชายให้ผมคอยคุ้มครองคุณ”
“ไม่เป็นไร เขาจะทำอะไรผมได้”
คังข่ายไม่วางใจแต่จนใจที่คุณนายเล็กไม่ฟัง คุณชายสั่งให้เขาทำตามที่คุณนายเล็กว่าที่สำคัญต้องรักษาความปลอดภัยของเขา ทว่าคำสั่งของคุณนายเล็กคือ ไม่ให้เขาอยู่ด้วยตอนคุณชายรองมาแล้วแบบนี้ เขาทำผิดต่อคำสั่งของคุณชายหรือไม่
เดี๋ยวก่อน!!คุณชายเรียก ‘คุณนายเล็ก’ ไม่ใช่ ‘คุณชายเหริน’อย่างทุกที
นี่มีอะไรเกิดขึ้นโดยที่คังข่ายไม่รู้งั้นเหรอหรือคุณชายจะเห็นความดีของภรรยาตัวเองแล้ว พวกบอดี้การ์ดที่อยู่ฝั่งบ้านจ้าวบอกว่าคฤหาสน์ตอนนี้ไม่มีคำพูดของใครศักดิ์สิทธิ์ไปกว่าของคุณนายเล็ก
เพราะคุณท่านทุกคนยกสิทธิ์ขาดให้คุณนายเล็กจัดการทุกเรื่องแล้วแม้แต่เมนูแต่ละวันยังต้องถามเขา เวรยามและการป้องกันก็ต้องผ่านความเห็นชอบของเขา
เห็นทีว่าคังข่ายเองก็ต้องเชื่อฟังคุณนายเล็กด้วย
ดังนั้นเมื่อจ้าวจูหลั่นมาถึงเขาจึงเจอเพียงพี่สะใภ้นั่งรออยู่พร้อมชาร้อน
“พี่สะใภ้ยังน่ามองเหมือนเดิมเลยนะครับไม่สิน่ามองกว่าครั้งก่อนที่เราเจอกันอีก” ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งดวงตาไร้ปรานี มองเหรินซวงอิ๋นกะลิ้มกะเหลี่ยเช่นเคย
“ขอบคุณที่ชม นั่งสิครับ” จ้าวจูหลั่นปลดกระดุมสูทออกก่อนจะนั่ง“ชานี่หอมดีจัง ได้ยินคุณย่าบอกว่าพี่สะใภ้ชอบดื่มชาผมเตรียมไว้ให้ด้วย แต่วันนี้ลืมหยิบมา”
เหรินซวงอิ๋นไม่สนใจสายตาไม่สุภาพของเขา“แค่คุณตั้งใจหามาให้ ผมก็ขอบคุณแล้ว”
เมื่อพี่สะใภ้ข่มไม่ได้ง่ายนักจ้าวจูหลั่นก็เบื่อ ท่าทีของเขาเย็นชาขึ้น แววตาแทะโลมก็ลดลง “คราวก่อนจ๋ายอิงมีเรื่องได้พี่สะใภ้ช่วยไว้ ต้องขอบคุณมาก”
เหรินซวงอิ๋นมองไม่เห็นแววตาซาบซึ้งอย่างที่พูดเขาล้วงเอานาฬิกาของก๋านเอินออกมาวางบนโต๊ะ จ้าวจูหลั่นนิ่งไปพักใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เผยพิรุธอื่น
“ให้ผมเหรอ แหม๋ไม่เห็นต้องซื้อของแพงเช่นนี้เลยแค่พี่สะใภ้ตั้งใจให้ผมก็ดีใจแล้ว”
“เรามาคุยกันอย่างตรงไปตรงมาเถอะคุณชายรอง ก่อนผมมาคุณให้คนเก็บกวาดที่นี่กลัวผมจะเห็นอะไรกันแน่”
“พูดเรื่องอะไรครับเนี่ย” จ้าวจูหลั่นหัวเราะตีหน้าซื่อ
ลูกไม้แบบนี้เหรินซวงอิ๋นเห็นมานักต่อนักคนปากแข็งกว่านี้ก็เจอมาแล้ว จ้องน้องสามีต่อไปไม่ลดละ
การจับผิดของพ่อบ้านใหญ่เหรินไม่เป็นสองรองใครจ้าวจูหลั่นรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อยแต่ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อยู่ตราบใดที่เขาไม่ยอมรับซะอย่าง แค่นาฬิกาเรือนเดียวจะทำอะไรได้
“กริชอยู่กับคุณ ไม่สิตอนนี้มันคงอยู่กับคุณชายใหญ่แล้วที่คุณทำทุกอย่างเพื่อใส่ร้ายพี่ชาย ผมพูดถูกหรือเปล่า”
“.....”รู้หมดแล้ว? เขาพลาดตรงไหน
“คุณคงสงสัยว่าตัวเองพลาดตรงไหน ผมจะบอกให้ก็ได้ แค่คุณร้อนตัวก็เผยทุกอย่างแล้ว”
“ฮ่า ๆ พี่สะใภ้ ล้อเล่นอะไรอีกครับเนี่ย พูดเล่นแบบนี้ไม่แรงไปหน่อยเหรอ”
“คนที่คุณส่งไปข่มขู่จ๋ายอิง เป็นพนักงานทวงหนี้ผมเพิ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นคนของบริษัทเพื่อนคุณ”
หน่วยสองเพิ่งหาข้อมูลได้เมื่อชั่วโมงก่อนมิน่าวันนั้นพวกมันเอาแต่ขู่คุณชายเล็ก แต่ไม่ลงมือแม้แต่น้อย
“....”จ้าวจูหลั่นกลืนน้ำลาย หาทางรอดภายใต้ความเงียบเหรินซวงอิ๋นยังพูดต่อ
“ผมเข้าใจ การเป็นคุณชายรอง ต้องหาที่ทางให้ตัวเอง ตอนนี้ผู้ใหญ่ในบ้านจ้าวไม่ไว้ใจให้คุณทำอะไรเองเลยตำแหน่งในบริษัทก็เป็นแค่ตำแหน่ง อำนาจจริงกลับไม่ให้”
จ้าวจูหลั่นกัดกรามทนฟังต่อไม่ไหว“ต้องการอะไรว่ามา”
“ถ้าคุณเป็นแบบนี้แต่แรก ผมก็คงไม่ต้องพูดอะไรไม่น่าฟังกับคุณหรอกผมมีข้อแลกเปลี่ยน”
“ข้อแลกเปลี่ยน?”
“ใช่”
จ้าวจูหลั่นผิดคาดคิดว่าพี่สะใภ้จับได้แล้วจะแฉความผิดของเขา เอาเป็นผลงานตัวเองซะอีก คงต้องมองพี่สะใภ้คนนี้ใหม่อีกครั้ง
“เรื่องกริชที่คุณจะใส่ความคุณชายใหญ่ ผมมีทางออกให้แถมยังมีผลงานใหญ่จะยกให้คุณด้วย”
เหรินซวงอิ๋นมองคุณชายรองตอนนี้คงกำลังคิดหนัก ไม่รอให้จ้าวจูหลั่นคิดเองได้ เขาก็พูดให้จบในรวดเดียว
“อีกไม่นานจะมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาที่บ้านจ้าว มันชื่อเชี่ยหร่านเคยเป็นคนสนิทของเลี่ยงหวง แต่ทรยศไปอยู่กับเลี่ยงจิน พี่น้องเลี่ยงหวง เลี่ยงจิน คุณคงรู้จัก”
“กวางปีศาจ”
“ใช่ เลี่ยงจินรับงานใครบางคนมา เพื่อจะฆ่าพี่ชายคุณกับคุณชายเข่อเชี่ยหร่านน่าจะรู้เรื่องนี้ด้วย ถ้าคุณง้างปากเอาความลับมาได้ แล้วเป็นคนบอกทุกคนผู้ใหญ่บ้านจ้าวก็จะมองคุณใหม่ จิงถิงเองก็จะติดหนี้คุณหนหนึ่ง”
“เรื่องดีๆ ทำไมพี่สะใภ้ไม่เก็บไว้เองแล้วทำไมเชี่ยหร่านถึงต้องมาบ้านจ้าวด้วย”
พี่สะใภ้ของเขาตอบแค่คำถามที่สอง
“เลี่ยงจินคิดจะกำจัดพี่ชายและคนทรยศพี่ชายเขาก็ไม่เก็บไว้เหมือนกันเชี่ยหร่านตอนนี้เป็นสุนัขไร้เจ้าของ ต้องหนีการตามล่าจนตรอกจนไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว ถ้าเป็นคุณชายรองเขาต้องยอมรับโดยดีแน่คุณก็แค่เล่นตามบท ความลับที่เราต้องการคงได้มาไม่ยาก พอรู้ว่าใครจ้างวานเลี่ยงจินคุณก็ยกเรื่องกริชให้เชี่ยหร่านไป แค่นี้ก็สมเหตุสมผล ไม่มีใครสงสัยคุณแน่นอน”
“นาฬิกานี่ พี่ใหญ่เห็นหรือยัง”
เหรินซวงอิ๋นไม่ปิดบัง“เห็นแล้ว”
“งั้นเขาก็ต้องรู้”
“คุณชายใหญ่รู้หรือไม่ สำคัญตรงไหนล่ะ ที่สำคัญคือพวกผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอคุณบอกว่าเรื่องดี ๆ ใช่แล้ววันนี้มีแต่เรื่องดี ๆ ที่ผมจะให้กับคุณจำพ่อบ้านฉายกับอู๋โถงได้มั้ย”
“เจอตัวแล้ว?”
“ตอนนี้ยัง แต่ผมให้คนหาแล้ว เมืองเหอหม่างแค่นี้เอง ถ้าเจอผมจะให้คุณออกหน้ารับผลงาน”
ไม่ต้องบอกเลยว่าผลงานใหญ่สองชิ้นนี้จะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เขามากแค่ไหน ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในตระกูลเห็นคุณชายรองเป็นคนฉลาด แต่ว่าขี้โกงจนไม่น่าไว้ใจ ทำให้เขาได้รับอำนาจน้อยนิดจะขยับตัวทำอะไรก็ต้องโดนบารมีพี่ชายกดหัว ตำแหน่งประมุขที่เขาควรได้ ก็ห่างไกล
“แลกกับอะไร”
“แค่อยากรู้ว่าคนจ้างพ่อบ้านฉาย กับที่จ้างเลี่ยงจินคนเดียวกันหรือไม่ผมเป็นคุณนายเล็กของเขา ยังไงก็อยากรู้ว่าสามี มีศัตรูที่ไหนบ้าง ไม่ได้หรือไง”
ก็พอจะฟังขึ้นเหรินซวงอิ๋นชอบพี่ชายของเขามาก แต่เอาผลงานให้เขาหมดแบบนี้ หึ..คงจะโง่หรือไม่ก็ไม่มีปัญญาจัดการเรื่องหลังจากนี้เอง เกินกำลังสินะ
“ได้!! ตกลง”
เหรินซวงอิ๋นเห็นทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็ยิ้มบางแล้วจิบชาที่คุณชายรองคิดก็ไม่ผิดนัก ด้วยสถานะของเขาตอนนี้ มองจากมุมไหนก็ไม่ควรออกหน้าคุณนายเล็กจากตระกูลธรรมดา จะไปรู้จักคนอย่างเชี่ยหร่านได้ไงจะเอาเส้นสายที่ไหนไปตามหาพ่อบ้านตัวร้ายอีก คิดในแง่ดีคือเขาเก่งแต่คิดอีกแง่คือเหรินซวงอิ๋นเป็นคนไม่น่าไว้ใจคนหนึ่ง
เรื่องนี้นับเป็นผลงานก็จริงแต่ถ้าจ้าวจูหลั่นคลี่คลายหมดได้ไร้ที่ติ ผู้ใหญ่บ้านจ้าวนอกจากชื่นชมเขายังจุดความระแวงสงสัยตามมาด้วย
คุณชายรองที่ดูฉลาดแกมโกงอยู่แล้วจะยิ่งร้ายกาจขึ้นไปอีกในสายตาทุกคน เช่นนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าประมุขจ้าวจะไว้ใจหรือระแวงเขามากกว่าเดิม
“พี่สะใภ้ก็เลยให้จ๋ายอิงเรียกผมมา เพื่อจะยกความดีความชอบนี้ให้”
“ก็ถ้าคุณไม่รับ ผมจะทำอะไรได้ จริงมั้ยครับคุณชายรอง”
“พี่ใหญ่โชคดีจริง ๆ ที่ได้เมียอย่างพี่สะใภ้ ผมชักอยากโชคดีเช่นนี้บ้าง”
เหรินซวงอิ๋นแนะนำ“พลอยที่คุณมีเจียระไนสักหน่อย ไม่แน่มันอาจเป็นเพชรก็ได้ เอาไปคืนเขาเถอะบอกเขาให้ระวังมากกว่านี้”
แค่นาฬิกาเรือนเดียวก็ทำให้พี่สะใภ้มองทุกอย่างออกจ้าวจูหลั่นอยากจะกลับไปฟาดเจ้าเงอะงะนั่นให้ก้นลายแต่ว่าถ้าก๋านเอินไม่เซ่อซ่าคิดอะไรตื้น ๆ เขาก็คงไม่ได้มานั่งฟังข้อแลกเปลี่ยนดี ๆเช่นนี้ จะนับว่าเป็นผลงานของเด็กนั่นแล้วกัน
“พี่สะใภ้ไม่กลัวผมเอากริชไปให้พี่ใหญ่แล้วเหรอเมื่อกี้ก็พูดเองว่าผมอาจทำไปแล้ว”
“ถ้าคุณลงมือแล้วจริง ตอนผมเสนอความคิดให้ยัดข้อหาเชี่ยหร่าน คุณคงตกใจแล้วแต่นี่คุณยังนิ่งเฉย แปลว่ายังมีของกลางในมือ”
จ้าวจูหลั่นปรบมือ“สมเป็นคุณนายเล็กจ้าว แม่เลี้ยงผมเทียบคุณไม่ติดเลย” คุณชายรองทำตาเยิ้มเรียก
“พี่สะใภ้คนงาม บอกผมหน่อยได้ไหม คุณรู้จักเชี่ยหร่านได้ไง แล้วกำลังใช้ให้ใครหาตัวพ่อบ้านฉาย”
เหรินซวงอิ๋นจิบชาอึกสุดท้ายวางจอกชาลงอย่างไม่รีบร้อน แล้วยิ้มหวานตอบ “อย่าคิดว่าคุณมีความลับแค่คนเดียวสิครับน้องสามี”
คังข่ายที่นั่งรออีกห้องได้ยินทุกคำเขาไม่พอใจที่คุณชายรองจาบจ้วงล่วงเกินคุณนายเล็ก ยังไงก็พี่สะใภ้ของตัวเองทำไมไร้มารยาทได้ถึงขนาดนี้
อีกใจก็ทึ่งกับทักษะการเจรจาของเหรินซวงอิ๋นไหนจะเรื่องมากมายที่ได้ฟัง ไม่ว่าเรื่องพวกนั้นจะเกี่ยวพันกับเหรินซวงอิ๋นยังไงคุณนายเล็กของพวกเขามันต้องแบบนี้แหละ ถึงจะเหมาะสมกับคุณชาย
ทุกอย่างลุล่วงด้วยดีเหรินซวงอิ๋นส่งแขกแล้วก็บอกให้คังข่ายกลับไปก่อน เขาจะกลับไปบ้านเหรินสักหน่อยคังข่ายไม่คิดว่าคุณนายเล็กจะไปไหนต่ออีกหรือไม่ เขาก็ไม่เกี่ยวแล้วรีบกลับไปรายงานคุณชายดีกว่า ป่านนี้คงรอแย่
ไม่นานมือขวาก็ถึงคอนโดเทลคุณชายใหญ่จ้าวกำลังรอเขาอย่างที่คิด พอเห็นหน้าลูกน้องก็ถามผลการเจรจาทันที
“เล่ามาให้หมด”
คังข่ายเล่าตั้งแต่ต้นจนจบไม่ตกหล่นสักประโยคเดียวราวกับเทปที่อัดไว้ก็ไม่ปาน จ้าวจิงถิงแปลกใจเป็นสิบเรื่อง สงสัยเป็นร้อยอย่างแต่ทุกอย่างมีคำอธิบายเดียว เหรินซวงอิ๋นตอนนี้ไม่ใช่เหรินซวงอิ๋นตัวจริงเป็นพยัคฆ์เร้นกายปลอมตัวมา ดังนั้นไม่แปลกที่จะทำทุกอย่างได้ขนาดนี้
คังข่ายยังอึกอักจะบอกอีกเรื่อง“แล้ว...เอ่อ...”
“มีอะไรอีก”
“คุณชายรองพูดจาไม่เหมาะสมกับคุณชายเหริน”
จ้าวจิงถิงขมวดคิ้ว“เรียกคุณนายเล็ก”
อา...ข่ายว่าแล้วมันต้องมีอะไรในกอไผ่
“ครับ คุณชายรองเรียกคุณนายเล็กว่าพี่สะใภ้คนงาม”
“มันกล้า!!” คุณชายหลุดมาดเดือดดาลระเบิดน่าจะใกล้ลงทุกที “แล้วเขาว่าไง”
“คุณนายเล็กเตือนสติคุณชายรอง ด้วยการเรียกเขาว่าน้องสามี”
น้องสามี
น้องสามี
น้องสามี
แหม่...คำนี้น่าฟังจริงๆชักอยากฟังกับหู
คังข่ายเห็นคุณชายยิ้มบางก็รู้ทันทีว่าระเบิดลูกนี้คงด้านซะแล้ว....
ห้าวันต่อมาที่ด่านตรวจขาเข้าของเกาะยูจิน เจ้าหน้าที่กำลังรับเอกสารประจำตัวของชายผู้หนึ่งใช้เวลานานกว่าคนอื่นเพราะเขาดูไม่น่าไว้ใจ ไหนจะเสื้อผ้าชุดดำ ไหนจะหมวกที่สวมยังมีหนวดเครารุงรังและกลิ่นตุ ๆ ที่เหมือนคนไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันอีก
“ทำไมเหรอพี่” เจ้าหน้าที่อีกคนกระซิบถามชำเลืองมองชื่อในเอกสารไปด้วย
“เปล่า” ตอบเพื่อนร่วมงานแล้วหันมาทางผู้เดินทาง
“คุณมาทำอะไรที่เกาะของเรา” ชายผู้ที่เหมือนเข้ามาขอทานตอบว่า
“มาหาเพื่อน ช่วงนี้ผมกำลังลำบากตกงาน เลยได้แต่บากหน้ามาหาเพื่อนเก่า”
เจ้าหน้าที่ไม่ถามต่อแต่หยิบตราประทับสีแดงมาปั๊มให้ “ชีวิตก็แบบนี้แหละคุณ อย่าท้อไปเลยนะสักวันมันก็ดีขึ้นเอง”
เชี่ยหร่านยิ้มแล้วรับเอกสารผ่านด่านมาก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป
เจ้าหน้าที่อีกคนมองตามจนลับตาจากนั้นหันมาบอกว่าจะไปห้องน้ำ แต่ความจริงแอบไปโทรรายงานคนของจ้าวจูหลั่น
“เจอคนที่คุณชายรองบอกแล้วครับ แต่งชุดดำสวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงินสภาพเหมือนยังบาดเจ็บ ที่คอปิดมิดชิดผมมองไม่ออกว่ามีแผลหรือเปล่ามือก็สวมถุงมือไว้ด้วย”
หลังจากนั้นไม่นานเชี่ยหร่านที่กำลังจะทำตามแผนเพื่อให้ได้เข้าไปในตระกูลจ้าวก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งล้อมไว้ได้
ไม่รู้ว่าผู้มาดีหรือร้ายอาจเป็นคนของเลี่ยงจิน เชี่ยหร่านสู้สุดตัว เขาทั้งถีบทั้งเตะงัดทุกกระบวนท่ามาใช้เพื่อหนีไปให้ได้
หากเป็นตอนที่สภาพร่างกายยังเต็มร้อยอาจยังมีทางรอดแต่ทว่าตอนนี้ ทั้งหิวทั้งเป็นไข้แผลอักเสบ ไม่มีแรงจะหนีแล้ว
เขาอาศัยเรือขนสินค้าออกจากเกาะเจียวเมิ่งเรือลำนั้นต้องไปเติมของที่แผ่นดินใหญ่ แวะส่งของที่เกาะอื่นอีกกว่าจะวนมาที่ยูจินก็เสียเวลาเป็นอาทิตย์ระหว่างนั้นได้กินบ้างอดบ้างแต่ที่ยากลำบากคือแผลบนตัว ยังไม่ได้รับการรักษาดีๆตอนนี้แผลที่ลึกหน่อยก็เริ่มอักเสบเขารู้สึกเป็นไข้มาตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว
“นายหนีไม่รอดแล้วเชี่ยหร่าน กลับไปกับเราเถอะ”
เชี่ยหร่านล้มอยู่กับพื้นถดตัวถอยหลังอย่างไม่ยอมจำนน พอขยับถูกแผลก็นิ่วหน้าเจ็บ “หัวหน้าจินส่งพวกแกมาใช่ไหม”
คนกลุ่มนั้นทำหน้างง“หัวหน้าจินอะไรกัน นายของเราคือคุณชายรองตระกูลจ้าวต่างหาก”
คุณชายรองตระกูลจ้าวรู้จักเขาได้ยังไง
“อย่าเพิ่งถามมากเลย ไปหาคุณชายก่อน นายเจ็บไม่น้อยนี่นาถ้าอยากรอดก็อย่าขัดขืน แล้ว...”
เชี่ยหร่านฟังไม่จบก็สลบไปลูกน้องอีกคนบอกเพื่อน “มันสลบไปแล้ว”
“ดีจะได้ไม่วุ่นวาย พวกมึงช่วยกันแบกมันสิวะ”
“เหม็นมาก คนหรือหมาตายเนี่ย”
“พวกมึงมัวแต่บ่นอยู่นั่น เร็วเข้า คุณชายรออยู่นะ”
คนของจ้าวจูหลั่นพาเชี่ยหร่านกลับมาเขาถูกจับอาบน้ำ ที่จริงเรียกว่าอาบไม่ได้ แค่โยนลงน้ำอุ่น ไม่นานก็ยกขึ้น
ช่วงถูกจับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำแผล ให้น้ำเกลือเชี่ยหร่านก็ยังหลับ ๆ ตื่น ๆ หลังจากนั้นก็หลับยาว อีกหนึ่งวันหนึ่งคืนถึงได้สติ
ตอนที่ฟื้นเป็นช่วงเที่ยงพอดีแสงอาทิตย์กำลังสว่างจ้าต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ในการพยายามลืมตาเพื่อจะดูว่าตนอยู่ที่ไหน
“อย่าเพิ่งขยับ อยากได้น้ำมั้ยคะ” สาวสวยคนนี้คือใคร
“ฉันอยู่ที่ไหน เธอเป็นใคร” ถามไปแล้วถึงเพิ่งจะระลึกเรื่องก่อนจะหมดสติขึ้นมาได้“คนของคุณชายรองจ้าวงั้นเหรอ”
“ใช่ ฉันชื่ออันเป็นพยาบาลของที่นี่ บ้านหลังนี้เป็นของคุณชายรองจริง คุณยังพอจำได้แปลว่าไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว หิวหรือเปล่า”
เขาพยักหน้าเธอออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอาหาร เป็นข้าวต้มกับผักดองผัดไข่รสชาติจริงเป็นยังไงไม่รู้ แต่สำหรับผู้หิวโหยแล้ว นี่มันอาหารของห้องเครื่องในวังชัดๆ
“ขออีกชาม” เชี่ยหร่านเรียกร้องยื่นชามข้าวต้มเปล่าให้ อันอันดูไม่ค่อยเต็มใจบริการเท่าไหร่แต่ก็ยอมลุกไปรับชามแล้วออกไปเติมข้าวให้เขาพอกลับมาคนเจ็บก็ก้มหน้ากินเหมือนกลัวเธอแย่ง หมดข้าวต้มไปสองชามถึงมีแรงถาม
“เธอมีแฟนรึยัง”
อันอันที่กำลังเก็บจานหันมองคนที่เงยหน้ามองเธออยู่สีหน้าเหมือนขู่จะเอาเงิน
“อะไรนะ”
“ฉันถามว่าเธอมีแฟนรึยัง ทำอาหารอร่อย แถมเป็นพยาบาล นางในฝันของฉันเลย”น้ำเสียงและท่าทีกลัวใครไม่รู้ว่าเป็นโจรรึไง พยาบาลสาวโกรธเธอไม่ตอบและเดินกระแทกส้นเท้า ขณะยกจานเปล่าออกไป
เชี่ยหร่านเอนหลังเหยียดขา“ก็แค่ลองถามดูเผื่อฟลุ๊ค ไม่เห็นต้องโมโหเลย สาวยูจินหยิ่งชะมัด”
ยังไม่ทันได้ฝันกลางวันถึงสาวชื่ออันในห้องก็มีคนมา จ้าวจูหลั่นกับบอดี้การ์ดสองคน เชี่ยหร่านลุกนั่งแต่ทำได้ไม่ไวนักเพราะยังเจ็บแผลอยู่
“คุณชายรอง ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตผมไว้” จ้าวจูหลั่นสายตาไม่เหมือนผู้ใจบุญที่เขาช่วยก็เพราะหวังผล เชี่ยหร่านรู้แต่บุญคุณก็ยังมีอยู่ ยังไงก็ต้องขอบคุณไม่ได้คุณชายรองเขาอาจจะไม่รอดแล้วก็ได้
“แผลนายไม่ธรรมดาเลย ฝีมือใครเหรอ เลี่ยงจินงั้นเหรอ”
“ตอบคุณชายตามตรง ผมไม่รู้จักพวกมันอาจเป็นคนของตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่ส่งมาหาข่าวในรังกวาง”
จ้าวจูหลั่นฟังแล้วเหมือนจะไม่เข้าใจเชี่ยหร่านจึงเล่าเพิ่ม
“ก่อนหน้านี้ การประชุมในงานยามฟ้าสาง หัวหน้ากวางปีศาจก่อเรื่องไว้ทำให้หลายตระกูลสงสัยและส่งคนมาสืบอยู่ตลอด”
“ฉันได้ยินมาว่าที่นั่นเข้าไปไม่ง่าย ทำไมนายพลาดท่าได้ล่ะ”
“พวกนั้นฝีมือไม่ธรรมดา โดยเฉพาะตัวหัวหน้า”
จ้าวจูหลั่นคิดว่าเรื่องนี้“น่าสนใจ” เขานั่งลงที่ปลายเตียงคนเจ็บขณะที่เริ่มเชื่อมโยงพี่สะใภ้กับพวกที่ทำร้ายเชี่ยหร่าน อาจเป็นพวกเดียวกันก็ได้
“ฉันรู้ว่านายหนีมาที่นี่คิดจะมาพึ่งตระกูลจ้าว และคนที่จะช่วยนายได้มีแค่ฉันเท่านั้น”
เชี่ยหร่านรู้สึกว่าตอนนี้เกมอยู่นอกเหนือการควบคุมแผนที่วางไว้ราบรื่นเกินไป ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องดีแต่ว่าตอนนี้อย่างที่คุณชายรองพูดก็ถูก เขายังเลือกอะไรได้ดีกว่านี้อีกเหรอ
ชายหน้าโจรประจบ“ผมย่อมต้องตอบแทนคุณชายรองอยู่แล้ว คุณเป็นผู้มีพระคุณของผม”
จ้าวจูหลั่นเหยียดยิ้มไม่รู้สึกไว้ใจคนประเภทนี้เลยสักนิด เขาให้คนไปสืบถึงรู้มาว่าเชี่ยหร่านเป็นคนสนิทของเลี่ยงหวง แต่กลับทรยศไปเข้าพวกเลี่ยงจินขนาดเลี่ยงจินยังไม่เก็บไว้ใช้งาน แล้วเขาจะเอาตัวมีพิษไว้กับตัวทำไมถ้าไม่ใช่เพราะมีประโยชน์คนจำพวกนี้มีอะไรให้ต้องเสียเวลาด้วย
“นายรู้ไหมว่าใครจ้างเลี่ยงจินให้ลงมือในคืนนั้น”
เชี่ยหร่านนิ่งไม่ยอมสบตาดูออกว่ากำลังคิดคำโกหก
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ หัวหน้าจินเขาไม่ไว้ใจผมขนาดบอกเรื่องสำคัญเช่นนั้นเวลาไปไหนเขาก็ใช้แต่คนสนิทตัวเองให้ตามไป ส่วนผมก็ตามแต่หัวหน้าหวง ขนาดพี่ชายถามเลี่ยงจินยังไม่บอกสักคำว่าใครเป็นคนจ้างแล้วผมเป็นใคร เขาจะเล่าเหรอ”
จ้าวจูหลั่นรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายเผลอๆ คนที่จ้างเลี่ยงจิน อาจเป็นคนบงการเชี่ยหร่านอีกที แต่พูดแบบนี้ก็ไม่น่าถูกถ้ามีคนนั้นจริง ทำไมเชี่ยหร่านไม่ไปขอความช่วยเหลือจากเขาล่ะจะมาเสี่ยงตายที่ตระกูลจ้าวทำไม สรุปก็คือเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่เห็น
“ยังไม่ต้องรีบตอบก็ได้ ฉันรู้ว่าบางคำถามก็ต้องการเวลาคิดนายพักผ่อนให้หายก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน”
เชี่ยหร่านใจร้อน“บอกผมได้ไหมว่าคุณอยากให้ผมทำอะไร”
จ้าวจูหลั่นย้อนถาม“นายอยากทำอะไรล่ะ”
ไม่มีคำตอบจ้าวจูหลั่นเลยเปิดเผยแผนการ “คงต้องบอกพี่ใหญ่ว่างานวันนั้นเป็นฝีมือเลี่ยงจินแล้วบอกอีกว่าเป้าหมายของการลงมือก็คือเขาแลกกับการได้รับความคุ้มครองจากตระกูลจ้าว”
เชี่ยหร่านยิ้ม“คุณชายรองฉลาดขนาดนี้ ตำแหน่งว่าที่ประมุขคงเป็นคุณแน่” เชี่ยหร่านเป็นคนตลบตะแลงคนหนึ่ง พูดไปพูดมาก็ชมอีกแล้ว
“เฮอะ” ที่รู้เพราะพี่สะใภ้บอกต่างหาก
“คุณรู้ทันผมหมดแล้ว จะให้ผมไปต่อหรือไม่ นั่นก็คงแล้วแต่คุณจะบอกว่าชีวิตของผมเป็นของคุณก็ไม่ผิด”
“งั้นตอนนี้ยังคิดจะไปพึ่งพี่ใหญ่อยู่อีกมั้ย”
“ย่อมต้องไม่มีความคิดนั้นแล้วครับ”
“เข้าใจง่ายก็ดี จะบอกอะไรให้ก็ได้ เรื่องที่เลี่ยงจินทำพี่ชายฉันรู้หมดแล้ว”
เชี่ยหร่านนิ่งดูท่าจะอึ้งอยู่คุณชายรองปลอบใจ "แต่นายไม่คิดจะพึ่งเขาแล้ว ไม่ต้องเสียใจไปหรอกน่า"
“ครับ ว่าแต่คุณอยากให้ผมทำอะไร บอกได้หรือเปล่า”
“ฉันมีของชิ้นหนึ่ง อยากให้นายรับว่าเป็นคนขโมยไป เพราะมีคนจ้างให้ทำส่วนเรื่องที่เป็นคนของกวางปีศาจมาก่อนอย่าให้ใครรู้”
“คนที่คุณอยากให้ผมซัดทอดคือใคร”
คุณชายรองจ้าวลุกยืนบอกชื่อบางคนให้โจรฟัง “จ้าว-จิง-ถิง”
เชี่ยหร่านตกใจ“คุณจะให้ผมใส่ความพี่ชายคุณเหรอ นั่นคุณชายใหญ่จ้าวเลยนะ ผม...”
“ตกใจอะไร ไม่เคยทำรึไง ช่วยน้องโค่นพี่น่ะ”
คนเคยมีความผิดเงียบในสายตาของทุกคนตอนนี้ เชี่ยหร่านคงเป็นคนเลี้ยงไม่เชื่องคำว่าทรยศคงต่อท้ายชื่อของเขาไปแล้ว
"ไหนว่าอีกหน่อยประมุขจ้าวก็คือฉันแล้วนายจะกลัวพี่ใหญ่ไปทำไม"
นั่นฉันอวยเฉยๆ ประจบน่ะรู้จักหรือเปล่า
เชี่ยหร่านพูดยิ้มๆ“ได้ ๆ แค่คุณสั่ง ผมก็จะทำ” เลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่
จ้าวจูหลั่นไม่เสียเวลาคุยกับเศษเบี้ยนานเขาออกจากห้องนั้น สั่งลูกน้องทั้งสองให้เฝ้าไว้ให้ดี จากนั้นก็เดินขึ้นชั้นบนตรงไปที่ห้องนอนรับแขก ที่มีใครบางคนถูกขังอยู่
ประตูห้องเปิดออกก๋านเอินกำลังดูทีวี ไม่ได้หันมามอง แต่ก็กล่าวทักทาย “คุณไปไหนมา”น้ำเสียงติดจะเอาแต่ใจ
“ไปเก็บกวาดเรื่องที่คนบางคนทำไม่เรียบร้อยไง เอาคืนไปซะ”
นาฬิกาเรือนหรูถูกปามาที่ตักแต่เจ้าของรับไว้ได้ “เจอที่ไหนเนี่ย นึกว่าทำหายซะแล้ว”
ยังมีหน้ามาถามจ้าวจูหลั่นก้าวไปหากดเด็กหนุ่มให้อยู่ใต้อานัติ
“บ้านจ๋ายอิง คิดว่าฉันไม่รู้สินะ ว่าจงใจทำตกไว้ ทำไม? อยากให้ใครมาช่วยมากเหรอ”
“.....”
“ก๋านเอิน นายเป็นของฉัน อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนพ้น”
“.....”
“จะพูดไม่พูด”
“.....”
“ไม่พูดงั้นก็ทำอย่างอื่นแทน” สายตาของเขาไม่ต่างจากสัตว์ร้ายกระหายชีวิตผู้อื่น“ทำอะไรดี” รอยยิ้มของผู้ชายคนนี้เรียกได้ว่าสยอง
ก๋านเอินตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่มีอะไรจะเสีย “เอาเลย เอาเลย!!”
แต่พอถึงขั้นนั้นจริงสัตว์ร้ายกลับกลายร่างลุกจากตัวของเด็กหนุ่มช้า ๆ พอจ้าวจูหลั่นลับตา ประตูบานใหญ่ก็ถูกปิดเสียงล็อกกุญแจดังตามมา ก๋านเอินโล่งอก คิดว่าจะไม่รอดเสียแล้ว