เพนนีที่ยืนพูดคุยกะหนุงกะหนิงกับธนาวินทร์เพื่อทำให้ดาริกาเกิดความอิจฉา ซึ่งก็นับว่าประสบความสำเร็จจริงๆ เพราะดาริกาก็อิจฉาไม่ใช่น้อย อาจไม่แสดงออกมาทางสีหน้า แต่เพนนีก็ย่อมเห็นแววตาแล้วจึงเยาะเย้ยคืนให้ฉันว่า
"อย่าบังอาจมายุ่งกับของรักของเพนนี"
ด้านธนาวินทร์ที่พูดคุยก็เพิ่งสังเกตมือของหญิงคนรัก
"เพนนีครับ นี่แหวนวงใหม่หรอครับคุณเพิ่งซื้อมาหรือเปล่า ผมไม่เคยเห็นมาก่อน"
"แหม่! คุณธนาคะ เพนนีก็เพิ่งซื้อมาเองเมื่อบ่ายนี้ พอดีมีคนมาขายแหวนให้ถึงบ้านเลยเชียวนะคะ"
"ผมว่าแหวนวงนี้สวยดีนะครับ เหมาะกับคุณด้วย"
"ก็จริงนะคะ เพนนีก็รู้สึกว่าแหวนนี้เหมือนเป็ของเพนนีมาก่อน อย่างกับอวัยวะที่ 33 เลยนะคะ" เพนนีพูดแล้วก็ยิ้มพร้อมกับหัวเราะ
"จริงครับคุณธนา คุณเพนนีเธอยอมทุ่มทุนจ่ายให้แหวนวงนี้เลยนะครับ"
เพนนีจึงหันไปดุ "นี่พงษ์ หยุดพูดเลย"
ธนาวินทร์เลยรีบห้ามศึก "เอาน่าๆ คุณทั้งคู่ทะเลาะกันไม่ต่างจากเด็กเลย ว่าแต่เพนนีครับ คุณซื้อมาเท่าไหร่เนี่ย ดูท่าราคาแพงใช่เล่นน้าาาา"
"นิดหน่อยเองค่ะ แค่สองล้านเอง เพนนีชอบมากเลยยอมจ่าย"
"สองล้านแปดต่างหากครับ" ภาสพงษ์รีบพูดขึ้นด้วยความอยากแกล้งเ้านายสาว
"อรั้ยยยยย แกอยากให้ฉันปรี๊ดหรอ เดี๋ยวคุณธนาก็มองว่าฉันไม่น่ารักหรอก ไอ้บ้าพงษ์"
"โอ๋ เพนนีครับ จะวีนจะเหวี่ยงยังไงคุณก็น่ารักสำหรับผมเสนอเลยนะ เอาล่ะๆ อย่าทะเลาะกันเลยทั้งพี่สาวทั้งน้องชาย"
"นายพงษ์ไม่ใช่น้องชายเพนนีสักหน่อย" ว่าแล้วเธอก็ทำแก้มป่องใส่ ธนาวินทร์เห็นจึงหัวเราะด้วยความสุข
"ฮ่าๆๆๆๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ คุณว่ายังไงผมก็ว่าตามนั้นตลอด แต่ตกลงแล้วซื้อมาเท่าไหร่กันแน่ครับ ผมไม่ได้ว่านะ เงินก็เงินคุณ คุณอยากซื้ออะไรคุณก็ซื้อไปเลย ปรนเปรอความสุขให้ตัวเอง ผมไม่ซีเรียสอยู่แล้ว ก็แค่อยากรู้ว่าคนแบบเพนนีเนี่ยกว่าจะเจอสิ่งของถูกใจก็ทุ่มทุนจ่ายไม่ใช่น้อยแน่ๆ ผมว่าสองล้านแปดแสนถูกมั้ย"
"อื้อหือออ ทั้งชีวิตนี้มีแต่คุณธนานี่แหล่ะที่ไม่ว่าไม่บ่นตามใจเพนนีที่สุดดดดดดแถมยังรู้ใจเพนนีที่สุดอีกด้วย ราคานี้ทายมาถูกต้องแล้วค่ะ"
ดาริกาได้คิดในใจว่า "จะยืนสวีทหวานกันอีกนานมั้ย ฉันรำคาญเหลือเกิน" แต่ดาริกาก็ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม
"คุณธนาไม่ถามเพนนีหน่อยหรอคะว่าได้แหวนวงนี้มาจากใคร"
"ก็คนที่เคยเป็ลูกหนี้ของเพนนีน่ะค่ะ เขาเอามาขายชื่ออะไรนะจ๊ะพงษ์" เพนนี้าให้ภาสพงษ์รับลูกคู่เล่นกับเธอ ซึ่งภาสพงษ์ก็ตอบกลับว่า
"คุณบวรไงครับคุณเพนนี แหม่! แค่นี้ก็ทำเป็ลืมไปได้นะครับ" ภาสพงษ์แกล้งหยอกกลับ
"อ่อ คุณบวร ที่เพนนีเคยเล่าให้ผมฟังนี่เอง" ธนาวินทร์พูดด้วยความรู้จักบวร
แน่นอนว่าระหว่างหญิงสาวกับคนรักอย่างธนาวินทร์ ทั้งคู่มีเื่อะไรก็เล่าสู่กันฟัง แชร์เื่กันไปมา ไม่ได้ปิดบังซ่อนเร้น มีปัญหาก็คุยกันช่วยกันแก้ไข นั่นจึงเป็สิ่งที่ทำให้ความรักของทั้งคู่ยืดยาวมาและยากที่จะมีใครสั่นคลอน เพราะความรักของทั้งคู่ไม่ใช่แค่ความเชื่อใจแต่เป็การรับฟังและช่วยเหลือกัน
แต่ดาริกาที่แค่ได้ยินชื่อของบวรก็ถึงกับสะดุ้งจนหน้าซีด กลัวมีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริง แต่ก็หารู้ไม่ว่า เพนนีและภาสพงษ์รู้ความลับนี้มาั้แ่ต้นแล้ว
เมื่อได้พูดคุยกันธนาวินทร์จึงยิ่งเห็นความน่ารักของเพนนี ยิ่งมีความสุขและชอบใจในตัวหญิงคนรักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทางด้านภาสพงษ์ที่ยืนมองคนรักทั้งคู่ด้วยความสุข ก็หันมาเหลือบมองสีหน้าของดาริกาจึงทักเธอว่า
"อ้าว คุณดาริกา ไม่สบายหรือเปล่า ดูสิหน้าซีดเชียว"
"ฉันไม่เป็ไรค่ะ" หล่อนเชิดหน้าตอบกลับ รีบมาทำหน้านิ่งดังเดิม แต่ยังสงวนไว้ด้วยท่าที
ด้วยความคิดที่ว่า "เื่นี้ไม่มีใครรู้ ฉันห้ามแสดงพิรุธ"
เพนนีจึงหันมามอง "อ้าว คุณดาริกา แล้วนี่คุณยังอยู่ตรงนี้อีกหรอคะเนี่ย วันนี้เพนนีขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตของคุณแม่เอาไว้นะคะ ไม่กลับบ้านกลับช่อง กลับไหวรึเปล่าคะ สงสัยจะไม่ได้เอารถมาแน่ๆ เลยใช้มั้ยคะ ไม่อย่างนั้นคงกลับบ้านไปแล้ว"
พูดเสร็จเพนนีจึงหันไปสั่งภาสพงษ์ "นี่นายพงษ์ โทรบอกนายก้องเกียรติหน่อยนะ เอารถของฉันที่วันนี้ฉันนั่งมาไปส่งคุณดาริกาเธอให้ถึงบ้านหน่อย ดูแลเธอดีๆ นะ เธออุตส่าห์ช่วยเหลือคุณแม่อย่างเต็มที่ ระวังเข้าล่ะ พาเธอขึ้นรถอย่าให้ยุงมากัดเธอได้ เดี๋ยวผิวที่อ่อนแอและบอบบางของคุณดาริกาเธอจะเสียเอา"
"ได้ครับบบบบบ คุณเพนนี ผมจะรีบทำตามเลย" แล้วพงษ์ก็กดโทรศัพท์หาก้องเกียรติ
ปลายสายตอบกลับมา "คุณเพนนีเธอจะกลับแล้ว ใช่มั้ยครับคุณภาส"
"ใช่ๆ แต่คนกลับไม่ใช่คุณเพนนีนะ เธอให้พาแขกผู้มีเกียรติกลับ เดี๋ยวก้องขับรถมาเลยก็แล้วกัน หน้าทางเข้าโรงแรมที่ส่งคุณเพนนีเธอลงมา"
"ได้ครับๆ " แล้วภาสพงษ์จึงวางสายกับก้องเกียรติ
"เรียบร้อยแล้วครับคุณเพนนี" ภาสพงษ์จึงหันไปขยิบตากับเพนนี ว่าเื่เรียบร้อย
"ขอบใจนะจ๊ะพงษ์"
ธนาวินทร์จึงพูดกับเพนนีว่า
"ขอบคุณมากนะครับเพนนีที่รับอาสาไปส่งคุณดาริกา คุณแม่เฟื่องให้ผมไปส่ง ผมก็กลัวน่ะสิว่าเพนนีจะหึงผม"
"หึงน่ะหึงอยู่แล้วค่ะ เพนนียอมรับแต่เพนนีเชื่อใจคุณนะคะ"
ความรักของทั้งคู่ยิ่งเหมือนสิ่งที่บาดตาบาดใจต่อดาริกาเหลือเกิน
"แล้วนี่เพนนีก็ไม่มีรถกลับบ้านแล้วสิครับ คุณให้คนรถไปส่งคุณดาริกาที่บ้าน"
"คุณเพนนีกลับกับดาด้าก็ได้นะคะ ไม่เป็ไรค่ะ ดาด้ารู้ตัวดีว่าได้รับความเมตตาจากคุณดาด้าถึงกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยกลับด้วยกันเลยนะคะ"
เมื่อได้ยินเพนนีจึงคิดในใจทันทีว่า "แหม่ ยัยน้ำกรดนี่น่าหมั่นไส้จัง ทำตัวเป็นางเอกผู้แสนดี บ้ารึเปล่า คนแบบเพนนีไม่นั่งรถร่วมกับใครย่ะ นี่แค่ให้เธอขึ้นรถฉันกลับไป ฉันก็ต้องเอาน้ำยาฆ่าเชื้อมาล้างรถเป็การใหญ่ กลัวนั่งไป เชื้อของเธอมันยังอยู่ แล้วจะร้ายแอ๊บใสเหมือนเธอ คนแบบเพนนีน่ะถ้าร้ายก็ขอให้ร้ายแบบโต้งๆ ตรงๆ ไปเลย ดีหว่ามาแอ๊บแบบนี้ น่ารำคาญลูกตา"
แต่หญิงสาวพูดอย่างที่คิดไม่ได้ เธอจึงบอก "ไม่เป็หรอกค่ะ ไม่ได้สนิทกัน นั่งไปด้วยกันจะอึดอัดเปล่าๆ เพนนีมีนายพงษ์พากลับแล้วค่ะ"
เพนนีจึงหันไปสบตากับพงษ์แบบจิก บอกปฏิเสธมาเดี๋ยวนี้ไอ้พงษ์ว่าไม่สะดวกแกจะไปทำธุระทำอะไรก็เื่ของแก
"อุ๊ย ตัวผมมีธุระน่ะครับ ก็งานที่ค้างคาอยู่ไงครับ เดี๋ยวต้องกลับไปเคลียร์ที่บริษัทต่ออีก"
ธนาวินทร์พูดขึ้นมาทันที "งั้นผมไปส่งเพนนี เพนนีกลับกับผมนะครับ ไม่ต้องกลัวคุณแม่เฟื่องว่า เ้าธันลากคุณแม่เฟื่องกลับแล้ว"
คิดได้ลงตัวแบบนี้ธนาวินทร์จึงตัดบททันที ความสุภาพบุรุษต่อดาริกาก็อยากแสดงอยู่หรอก แต่ถ้าให้เลือกระหว่างหญิงสาวแบบดาริกากับเพนนี เขาขอเลือกหญิงคนรักแบบเพนนีดีกว่า จะได้ถือโอกาสกระชับความสัมพันธ์กันให้มากยิ่งขึ้น
"ค่ะตามที่คุณธนาว่าค่ะ ไปก่อนนะคะคุณดาริกา ฝากด้วยนะนายพงษ์ทั้งเื่งานทั้งคุณดาริกา"
พูดจบแล้วเพนนีก็ควงแขนธนาวินทร์เดินจากไป
"เชิญครับคุณดาริกา รถมาแล้วครับ บ้านคุณอยู่ไหนครับก็บอกนายก้องเกียรติไปนะครับ นายคนนี้ปลอดภัยไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง คุณของคุณเพนนีเขาจริงใจ ไม่เคยโกหกหรือหลอกลวงใคร ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ"
ประโยคท้ายแน่นอนว่าภาสพงษ์ก็แอบกระแหนะกระแหนดาริกาแบบเบาๆ ช่วยระบายอารมณ์แทนคุณเพนนี
ดาริกาเมื่อนั่งขึ้นบนรถจึงบอกจุดหมายปลายทางกับนายก้องเกียรติผู้เป็คนขับด้วยน้ำเสียงของหญิงสาวผู้บอบบาง เรียบร้อย อ่อนหวาน เพื่อรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ ขณะที่ในใจนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเธอก็ได้นั่งเงียบพลางคิดในใจกับตัวเองไปตลอดทางหลังจากที่ได้ยินประโยคสุดท้ายของภาสพงษ์
หญิงสาวจึงเชิดหน้าด้วยความทระนงตน ประหนึ่งว่า "รอก่อนเถอะทั้งคุณเพนนีทั้งนายภาสพงษ์นี่ ถ้าฉันได้เป็ลูกสะใภ้คุณหญิงเมื่อไหร่ พวกแกทั้งสองคนโดนฉันเล่นงานแน่"
เพราะดาริกาก็รู้ว่าขณะนี้ทั้งเงินทอง อำนาจ หรือสิ่งใดๆ เธอก็ไม่ได้มีอีกทั้งหนี้สินที่นายบวรก่อไว้ก็อาจจะทำให้เธอตกที่นั่งลำบาก ดังนั้นการเกาะและใช้คุณหญิงเฟื่องทองเป็สะพานเชื่อมไปสู่ฐานะว่าที่ลูกสะใภ้ได้ เธอจึงต้องอดทนให้มากที่สุดก่อน ณ เวลานี้
เมื่อถึงหน้าบ้านดาริกา
"หลังนี้ใช่มั้ยครับ ถึงแล้วครับคุณ"
"ขอบใจมากค่ะ"
"ไม่เป็อะไรครับ" พูดจบแล้วก้องเกียรติก็ขับรถจากไป
เมื่อก้องเกียรติไปได้ ดาริกาจึงหันมามองบ้านเธอ ไม่ใช่สิ นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ และก็ไม่ใช่บ้านของน้ามาลี น้าบวรด้วย เพราะบ้านหลังนี้เป็บ้านที่เธอใช้เงินเก็บซึ่งยังคงเหลืออยู่เอามาเช่าไว้ เป็เวลา 1 เดือน บ้านนี้เป็บ้านของเพื่อนสนิทเธอ เพื่อนเธอก็คนเดียวกันกับที่หาบัตรเข้างานเลี้ยงประชุมผู้ถือหุ้นในวันนี้ จนทำให้เธอได้หน้านี่แหล่ะ
ก่อนหน้านี้ที่อเมริกา เธอเรียนหมอก็จริงแต่เรียนยังไม่ทันจบ น้าบวรและน้ามาลีก็เรียกตัวกลับมา
"มาลี โทรบอกยัยดาหน่อย ให้กลับมาที่นี่ด่วน ตอนนี้บริษัทของเรากำลังจะไม่ไหวแล้ว เงินที่ส่งให้ยัยดาไปเรียน ผมไม่มีเหลือแล้ว เราต้องเก็บเงินนี้เอาไว้"
เป็เพราะทั้งมาลีและบวรไม่มีลูก พวกเขาทั้งคู่จึงรับเลี้ยง เด็กหญิงดาริกา ผู้เป็ลูกของน้องสาวมาลี มารับเลี้ยง มารดาของดาริกาน่ะคลอดลูกทิ้งไว้แล้วไปไหนไม่รู้ ติดต่อไม่ได้ พวกเขาสงสารจึงรับดาริกามาเลี้ยงด้วยความรักใคร่ ประหนึ่งว่ามาลีคือแม่ บวรคือพ่อ และดาริกาคือลูก แต่เลี้ยงเป็แบบเก็บเงียบ ไม่บอกให้ใครรับรู้ เพราะกลัวว่ามารดาของดาริกาที่เป็น้องสาวของมาลี เมื่อรู้ว่าดาริกามีบ้านที่ดีคอยเลี้ยงดู จะมาคอยรีดไถ่ ด้านบวรก็ไม่พอใจในน้องสาวของภรรยาคนนี้ซักเท่าไหร่ เพราะเธอเป็คนจับฉ่าย ไม่เอาจริงเอาจัง ไม่เอาการงานสักอย่างในชีวิตดีแต่ใช้ความสวยของตน บวรและมาลีจึงเก็บเงียบเื่เลี้ยงดาริกา แต่พวกเขาก็ยังมอบความรักให้กับเด็กหญิงที่พวกเขาคอยดูแลมาตลอด ทั้งบวรและมาลีจึงอยากให้ดาริกาได้สิ่งที่ดีที่สุด ต่อให้หญิงสาวทะเยอทะยาน อยากไปเรียนหมอที่เมืองนอกทั้งๆ ที่เมืองไทยมี พวกเขาก็ยอมส่งเธอไปเรียน ่แรกๆ ไม่มีปัญหาการเงินอะไรเลย แต่่หลังมานี้บริษัทเกิดล้มละลายลงไม่สามารถพลิกฟื้นคืนฐานะได้ จนทำให้ต้องรีบหาทางแก้ปัญหากับบรรดาเ้าหนี้ อีกทั้งดาริกายังเรียกร้องเงินมากขึ้นทุกวันด้วยความไม่ยอมเกรงใจ บวรจึงตัดปัญหา
"เรียกยัยดากลับมาเถอะ ให้แกกลับมาหางานทำ แกโตแล้วต่อให้เรียนยังไม่จบ แต่มีโปรไฟล์เมืองนอก ยัยดาก็เอาตัวรอดได้ ส่วนผมกับคุณน่ะแก่แล้ว เราหาทางเอาตัวรอดดีกว่า บั้นปลายจะได้มีความสุข"
ต่อให้รักยังไงก็ตาม แต่ดาริกาไม่ใช่ลูกแท้ๆ วันหนึ่งเธอต้องมีครอบครัว เขาก็ไม่ใช่คนดีถึงขั้นจะสละทุกอย่างเพื่อเธอ ที่ทำก็เพราะเห็นมาลีรักหลานสาวคนนี้มากจึงยอมตามใจ แต่่หลังไม่รู้ดาริกาคบเพื่อนแบบไหนจึงโทรมาขอเงินในทุกๆ เดือนเพิ่มมากขึ้น ตัวเขาเองรายได้ก็ไม่เพียงพอ บริษัทก็เกิดปัญหา การที่ดาริกากลับมาที่นี่คงดีที่สุด ให้หญิงสาวมาดิ้นรนหาทางมีชีวิตเอง
ด้านดาริกาเมื่อรับรู้ว่าถูกตัดเงินประจำจากผู้เป็น้าก็ไม่พอใจ จึงดิ้นรนหาทางรอด แน่นอนว่าเธอไม่สามารถหาเงินเรียนต่อเองในต่างประเทศนี้ได้ทันแน่ เธอจึงต้องเลือกกลับไทย แต่ก่อนจะกลับเธอก็ต้องวางแผนชีวิตเพราะรู้มาว่า บริษัทของน้าเหมือนจะมีปัญหา ต่อให้น้าสองคนจะรักเธอแค่ไหน เธอก็รู้สึกว่าตนไม่ลูก ตอนเด็กจึงพยายามเรียกร้องความสนใจ ซึ่งน้าๆ ก็ยอมเธอเป็อย่างมาก แต่เมื่อโตมาคิดได้ว่าไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ ดังนั้นเธอจึงไม่อยากรับภาระบริษัทของน้าๆ ทางที่ดีคือการคนที่มีฐานะดี มาแต่งงานด้วยสักคน เธอจะได้ใช้เงินตามใจปรารถนา ดังนั้นสาเหตุที่เธออยากเข้าประชุมงานเลี้ยงนี้ เพราะงานนี้เป็งานเลี้ยงใหญ่และภายใน เธอที่ั้แ่อยู่อเมริกาก็ติดตามข่าวสารของคุณหญิงเฟื่องทองและคุณธนาวินทร์มานาน จึงหมายมั่นปั้นมือว่าตนจะเข้าไปอยู่ในฐานะว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณหญิง ตำแหน่งนี้มันต้องเป็ของเธอ ถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งที่เหมาะสมกว่าแบบเพนนี อยู่แล้วก็ตาม จึงขอให้เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกัน หาบัตรมาให้เธอ จะจ่ายเท่าไหร่ก็ยอม เป็การวางแผนเสียเงินเพื่ออนาคต เมื่อดาริกาบอกเพื่อนไปว่าจะกลับไทย แล้วเพื่อนจะให้ของขวัญหญิงสาวจึงคุยกันว่า
"ดาด้า เธอจะกลับไทยแล้ว ฉันเสียใจแย่เลยต้องอยู่ที่เมกาคนเดียว เธอต้องติดต่อฉันบ่อยๆ นะ"
"ได้เลย ฉันจะติดต่อเธอแน่นอน"
"ว่าแต่เธออยากได้อะไรมั้ย ฉันอยากให้ของขวัญก่อนแยกย้ายกันน่ะ แต่ให้ฉันเดา ฉันเดาว่าเธอต้องอยากได้อะไรที่เกี่ยวกับคุณธนาวินทร์แน่ๆ "
"นี่เธอรู้จักคุณธนาวินทร์ด้วยหรอ แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบเขา"
"จะไม่ให้รู้ว่าเธอชอบเขาได้ยังไง ก็ห้องเธอน่ะมีบนโต๊ะฉันเห็นนะ มีแต่รูปเขาทั้งนั้นเลย ชอบมากล่ะสิ"
"ฉันชอบแต่คงทำอะไรไม่ได้" ดาริกาตีหน้าเศร้าเพราะรู้ว่าเพื่อนเป็คนขี้สงสาร
"ก็แน่ล่ะ เขารักกับคุณเพนนีขนาดนั้น จะไปแทรกกลางก็ยาก"
ดาริกาที่รู้ว่าจะมีจัดงานเลี้ยงหลังจากเธอกลับไทย ดังนั้นเธอจึงรีบเอ่ยสิ่งที่คิดว่า
"ฉันไม่คิดจะไปแย่งชิงใครหรอก เธอก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่ชอบแย่งของใคร"
"ก็จริงนะ เธอไม่สู้ใครเลยอ่ะดาด้า นี่ถ้ามีใครรังแกเธอก็มีแต่ฉันนี่แหล่ะที่ด่าพวกมันกลับไป ฮ่าๆๆๆๆ" แล้วเพื่อนสาวคนสนิทของดาริกาก็หัวเราะด้วยความร่าเริง แต่เธอก็สงสารเพื่อนจึงกล่าวว่า
"งั้นเอาอย่างนี้มั้ยดาด้า พ่อฉันอ่ะก็รู้จักกับครอบครัวคุณหญิง คุณแม่ของคุณธนาวินทร์ดี เดี๋ยวฉันขอบัตรให้ อย่างน้อยเธอจะได้เห็นตัวจริงเขาแล้วตัดใจได้สักที ไปเริ่มต้นใหม่กับคนดีดี ฉันเชื่อว่าเธอจะได้ครองคู่ มีครอบครัวกับผู้ชายที่ดีไม่แพ้คุณธนาวินทร์แน่นอน"
เมื่อพูดจบดาริกาก็ทำหน้าซึ้งด้วยความขอบคุณ แต่ลับหลังเธอกลับรู้สึกดีใจที่ทุกอย่างเป็ไปตามแผน หลังจากนั้นถือได้ว่าโชคดีที่เพื่อสนิทของเธอสามารถหาบัตรเข้างานเลี้ยงประชุมผู้ถือหุ้นนี้มาได้ก่อนเธอจะกลับไทย นอกจากนี้เธอยังขอยืมบ้านพักส่วนตัวของเพื่อนสนิทที่อยู่ในเชียงใหม่เพื่อพักอาศัย โดยเธอได้ให้เงินตอบแทนตอนแรกเพื่อนเธอปฏิเสธ
"ไม่เอาหรอกดาด้า เพื่อนกัน ฉันไม่อยากได้"
"เอาเถอะน่าาา นี่ก็ไม่ใช้เงินน้อยๆ นะถือเป็เงินที่ฉันจะให้เธอได้แทนคำขอบคุณที่ดีกับฉันมาตลอด อย่าเกรงใจเลย เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก รับไปเถอะ"
แน่ล่ะ ต่อให้จะร้ายยังไงเธอก็ถือว่า ใครดีมาเธอดีตอบ เพื่อนสนิทดีกับเธอแบบนี้เธอจึงมอบของขวัญกลับคืน เผื่อวันหน้าเพื่อนเธอเรียนจบได้ยังสานสัมพันธ์กันต่อไปเพราะฐานะและความเก่าแก่ของตระกูลเพื่อนสนิทของเธอนั้นดีมาก
ดังนั้นทั้งบ้านและบัตรเชิญ สองสิ่งนี้นับเป็ของขวัญที่ดีที่สุดก่อนกลับไปไทย เธอจะทำให้เพื่อนสนิทของเธอสมความปราถนาที่อยากให้เธอได้ครองคู่กับคนดีๆ ซึ่งคนดีๆ ที่เธอหมายตาไว้ก็ไม่ใช่ใคร คุณธนาวินทร์ นั่นเอง เธอพร้อมสู้รบกับเพนนี
เมื่อถึงงาน เธอจึงต้องยืนเก็บตัวเงียบๆ คอยสังเกตการณ์ จนพบว่าคุณหญิงเฟื่องทองไม่ชอบพอใจตัวของเพนนีมากนัก และการที่คุณหญิงเป็ลม จึงถือเป็โอกาสดีที่อดีตนักศึกษาในต่างประเทศที่เรียนหมออย่างเธอ ได้โอกาสเปิดตัวด้วยความเรียบร้อย อ่อนหวาน สง่างาม จนกระทั่งถูกตาถูกใจคุณหญิงเฟื่องทองเป็อย่างมาก จนอยากจะให้ดาริกามาเป็ลูกสะใภ้คนโตในทันที
บ้านที่ดูไม่ทรุดโทรม และดูสวยงาม จำนวนเงินก็หลักหมื่นกว่าๆ กับระยะเวลาแค่นี้ เธอไม่คิดจะเช่าคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์เด็ดขาด เพราะเธอ้าพื้นที่กว้างขวาง สะดวกสบาย เอาไว้ในอนาคตเวลาคุณหญิงเฟื่องทอง้ามาหา บ้านจะดูดีกว่าพวกห้องเช่า ดังนั้นตอนนี้เธอต้องทำตัวเป็ว่าที่ลูกสะใภ้ที่น่ารักให้คุณหญิงเมตตาและเอ็นดู เมื่อเธอได้แต่งงานกับคุณธนาวินทร์แน่นอนว่า เธอก็จะกลายเป็ลูกสะใภ้คนโปรดของคุณหญิง และได้รับทุกอย่างที่เธอ้า สิ่งที่เธอคิดได้เร็วที่สุดตอนนี้คือ เธอจะได้รีบออกจากบ้านเช่านี้ก่อนที่ใครจะมาล่วงรู้ความจริง