“คุณหนูเหม่อลอยอะไรหรือเ้าคะ หรือว่าไข้จะขึ้น”
“พี่ชิงชิงคิดมากไปเเล้วข้าพึ่งออกมาได้ไม่นานก็เป็ไข้เเบบนี้ข้าคงไม่ต้องทำอะไรนอกจากอยู่ในห้องเเล้วละ ถ้าร่างกายจะอ่อนแอขนาดนี้อะ”
“เเต่พี่ชิงชิงเป็ห่วงคุณหนูนะเ้าคะ มาๆเดี๋ยวพี่ชิงชิงจัดที่นอนให้คุณหนูนอน”
ฉันคงห้ามอะไรไม่ได้เเล้วละ ก็ดีเหมือนกันเมื่อเช้าถูกปลุกเเต่เช้าเพื่อมาเเต่งตัวเดินทาง ยังง่วงอยู่เลยงั้นขอนอนก่อนละกัน
ไม่รอช้าฉันก็ได้ปิดผ้าม่านตรงหน้าต่างรถม้าเเละลงมานอนข้างล่างพื้นรถม้า ถึงรถม้าจะโคลงเคลงไปก่อนก็เถอะเเต่ก็พอนอนได้
ฉันรู้สึกไปเองหรือว่าอะไร เหมือนตั้งเเต่มาอยู่ที่นี้จะมีเเต่คนทำให้หมดเลยเเถมเอาเเต่กินเเละนอนด้วย จะกลายเป็ง่อยไหมเนี่ยเรา
“โอ้ย ปวดก้น ปวดเเขน ปวดขา”
นี้ก็ผ่านมา 2 อาทิตย์ละที่ฉันเดินทาง เห็นฟาฟาบอกว่าพวกเราเดินทางมาเร็วกว่าปกติอาจจะไปถึงก่อน ด้วยความที่มีเวลาเหลือเลยได้หาเเวะดูน้ำตกกัน
ตอนนี้ฉันก็ได้ยืนมองปลาในน้ำตกอยู่นิ ฉันไม่อยากนั่งเเค่นั่งในรถม้าก็พอเเล้ว ท่านพ่อคิดได้ไงให้คนพึ่งฟื้นได้ไม่กี่เดือนมาออกเดินทางที่เเสนลำบากเเบบนี้เนี่ย
เเต่ท่านพ่อคงห่วงนั้นเเหละเลยอยากให้รีบเดินทางมาหา จากที่ฉันคิดอาจจะมีอันตรายเเฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงก็ได้
เเละฉันผู้เป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลไป๋ที่ฟื้นมาจากความตายได้อยู่คนเดียวโดยไม่มีผู้เป็ท่านพ่อค่อยปกป้อง อาจจะถูกลักพาตัวไปเป็ตัวประกันต่อรองกับท่านพ่อก็ได้
ดีจริงๆฉันเริ่มมโนอีกละ นี้คงเป็ผลที่อ่านนิยายมากเกินไปสินะ เเต่อาจจะไม่เป็เเบบที่คิดก็ได้ นั้นนิยายนี้ชีวิตจริง คงไม่มีอะไรที่วุ่นวายเเบบในนิยายหรอกมั่ง
เเล้วตลอดการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่เห็นมีอะไรเลยคงจะเดินทางเรียบง่ายเเละไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยเเหละ
เื่นั้นช่างเถอะ ตอนนี้ฉันอยากบิดี้เี คลายเส้นเเล้วอะ เเต่ด้วยยุคนี้ยุคจีนโบราณทำเเบบนั้นมันดูไม่ดี
เข้าเมืองตาหลิวต้องหลิวตาตาม ถึงพูดงั้นก็เถอะนิยามที่ผู้หญิงสมัยนี้ต้อวทำบางอันฉันก็รับไม่ได้หรอกนะ เช่นผู้ชายมีเมียเยอะได้ พอมีสามีต้องฟังสามี พอสามีตายก็ต้องเชื่อฟังลูกที่เป็ผู้ชาย ทำไมฉันต้องฟังอะ ขอโทษนะมันไม่ใช่เเนวฉัน
ถ้าเป็เเบบนั้นจริงขออยู่ขึ้นคานดีกว่า
“ถึงฉันจะขึ้นคานเเต่ก็ต้องเป็คานทองที่ประดับด้วยเพรช”
“คุณหนูชอบพูดอะไรที่พี่ชิงชิงไม่เข้าใจอีกเเล้ว”
“เเบบว่าข้าหมายถึงถึงข้าจะเป็สาวเทื้อเเต่ข้าจะเป็สาวเทื้อที่ได้ดีกว่าพวกสาวที่เเต่งงานเ้าค่ะ”
“โธ่ คุณหนูของบ่าว”
“ไม่ต้องห่วงน่าพี่ชิงชิง อีกอย่างพี่ชิงชิงก็ยังไม่เเต่งงานนิเพราะมัวเเต่ดูแลข้า พอพวกเราเเก่ตัวไปพวกเราจะอยู่ด้วยกัน พวกเราสองคนจะเป็สาวเทื้อที่มีคุณค่า”
“เ้าค่ะคุณหนู”
“เเต่ว่านะ ถ้าพี่ชิงชิงเจอคนที่ใช่ก็ไปเเต่งงานได้เลยนะเ้าคะ ข้าว่ามันต้องมีผู้ชายที่ชอบผู้หญิงที่อายุมากกว่าเหมือนกันเเหละเ้าค่ะ”
“พี่ชิงชิงก็ไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะคุณหนู”
“คุยอะไรกันอยู่หรือเเม่นางทั้งสองดีสนุกกันจัง”
“อ๋อกำลังคุยเื่การเป็สาวเทื้อที่มีคุณค่าน่ะ เเล้วฟาฟามานี้จะเรียกให้กลับไปเจอทางละหรอ”
ใช่เเล้วผู้ที่มาใหม่คือฟาฟา หลังจากที่เดินทางมาด้วยกันพวกเราก็สนิทกันมากขึ้น ฟาฟามักเล่าเื่ทางรบ ท่านพ่อเเละน้องชายให้ฟังเสมอ
บางที่ฉันก็ขอไปขี่ม้าด้วยเพราะนั่งอยู่เเต่ในรถม้ามันอึดอัด เมื่อชาติก่อนฉันเคยฝึกขี่ม้าอยู่เเต่ก็ค่อยมีคนจับให้
พอมาชาตินี้ลองขี่ม้าอีกที่ตอนเเรกก็ให้ฟาฟาจับให้อยู่เเหละ เเล้วพอฝึกนานๆเข้าก็เริ่มขี่ม้าได้คล่องขึ้นเเล้ว
“ยังหรอก ข้าเเค่มาคุ้มกันพวกเ้าน่ะ อีกอย่างข้าว่าฟางเนต้องห่วงเื่สามีหรอก อย่างเ้ายังไงๆก็คงมีคนอยากได้เ้าเป็ภรรยาอยู่เเล้ว”
“อะไรทำให้ฟาฟามั่นใจขนาดนั้นละ”
“เเต่ก่อนเ้าเป็ถึงยอดบุปผาเลยนะ ผู้ชายคนไหนก็อยากได้เ้ามาเเม้เเต่ข้าเเต่ก่อนก็เคยอยากเ้า ถึงตอนนี้เ้าจะอายุมากเเล้วเเต่ความงดงามเ้าก็เหมือนจะมากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย”
“อย่านะ พวกเราเป็เพื่อนกันนั้นเเหละดีเเล้ว”
“ข้าก็คิดเเบบนั้น พอข้าได้รู้จักเ้าจริงๆข้าเลยได้รู้ว่านิสัยเ้าไม่เหมาะกับเป็ภรรยาข้าสักนิด”
“เ้าก็ไม่เหมาะจะเป็สามีข้าเหมือนกันเเหละ”
เเล้วพวกเราก็หัวเราะพร้อมกันเเละก็ได้สนทนาเื่ทั่วไปกัน จนถึงเวลาที่จะออกเดินทางอีกรอบ
“ฟางเน พวกเรามาถึงเเล้ว”
Yes ในที่สุดก็ถึงสักทีฉันอยากไปหานอนเตียงนุ่มๆเเล้ว ฉันเบื่อรถม้าเต็มทนเเล้ว ฉันได้เปิดหน้าต่างรถม้าเเล้วชะโงกหน้าออกไปดู
ภาพที่ปรากฏเป็เหมือนเมืองเล็กๆ มีบ้านเรือน เมืองนี้ล้อมรอบไปด้วยรั้วท่อนไม่ขยาดใหญ่ตั้งๆเป็เเถวและประตูเหมือนก็ใหญ่สุดๆ ไม่นานพวกเราก็มาถึงตรงหน้าประตู
“เปิดประตูท่านรองเเม่ทัพกลับมาเเล้ว!!!”
เเล้วประตูขนาดใหญ่นั้นก็ได้เปิดขึ้น เพราะความทรงจำเเละความรู้สึกของร่างนี้มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็คนในร่างนี้จริงๆไปด้วย ตื่นเต้นจังในที่สุดก็จะได้เจอท่านพ่อเเละน้องชายเเล้ว ตอนนี้ทั้งสองคนคงกำลังยืนรออยู่เเน่เลย
ไม่นานรถม้าที่ฉันนั่งอยู่ก็ได้เลื่อนตัวเข้าไปในประตู หัวใจของฉันเต้นเเรงมากถ้าฉันเจอทั้งสองคนควรจะทำยังไงดีนะ
รถม้าได้เลื่อนตัวมาเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดลง
“ฟางเนลงมาได้เเล้ว”
“ขะ เข้าใจเเล้ว”
ประตูรถม้าได้เปิดขึ้น ฉันสูดหายใจเข้าเเล้วได้ยืนขึ้นเดินลงไปออกจากรถม้า เตรียมตัวที่โผล่เข้ากอดท่านพ่อด้วยตามความรู้สึกของร่างนี้
เเต่ทุกอย่างดูว่างเปล่าไปหมด
“คงเพราะพวกเรามาเร็วไปน่ะ ทุกคนเลยไม่ได้มาต้อนรับเ้า”
“เห็นข้าเป็เด็กรึไง ดีเเล้วละอย่ามาต้อนรับเลยท่านพ่อคงกำลังยุ่งอยู่”
ถึงในใจจะหวังให้ต้อนรับก็เถอะ
“กรี๊ด!!! ข้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำไง!!!”
จู่ๆก็มีเสียงกรี๊ดจากไหนก็ไม่รู้ อย่าบอกนะความวุ่นวายเเบบในนิยายที่ต้องเจอมันเริ่มขึ้นเเล้ว ฉันกับฟาฟาได้มองหน้ากันเเละรีบเดินไปดูจุดเกิดเหตุ
ภาพที่ปรากฏมีผู้หญิงที่อายุน่าจะ 16-17 ใส่ชุดสีเเดงกำลังกรี๊ดร้อนโวยวายชี้นิ้วไปยังผู้หญิงที่น่าจะอายุเท่ากันที่นั่งอยู่บนพื้น
เเละข้างๆผู้หญิงที่นั่งอยู่บนพื้นนั้นมีผู้ชายสองคนอยู่ พอได้มองหน้าผู้ชายสองคนนั้นชัดๆความทรงจำของเด็กสองคนก็ไก้เด่นชัดขึ้น
ใจของฉันค่อยๆเต้นเร็วขึ้น ความรู้สึกตอนนี้มีทั้งดีใจ คิดถึง โล่งใจ ตื่นเต้นมันผสมปนเปไปหมด
เพราะความรู้สึกอันเเรงกล้านี้มันทำให้ฉันะโออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ฟางไป๋!!! ซงหยวน!!!”
ไม่ใช่เเค่ะโออกไป ร่างกายของฉันก็วิ่งไปหาน้องชายทั้งสอง ดูเหมือนร่างนี้จะรักน้องชายทั้งสองมากจนส่งต่อความรู้สึกนั้นมาให้ฉันเลยละ
เเต่เพราะร่างนี้อ่อนเเอมากเลยวิ่งไปยังไม่ถึงสามก้าวก็หกล้มเเล้ว
“พี่ฟางเน!!!/พี่ฟางเน!!!”
“อาฮ่าๆ พี่ไม่เป็ไรๆ”
อู้ว เข่าไถลกับพื้นเต็มๆ โคตรเจ็บ ฉันได้มองให้เต็มตาไปยังน้องชายทั้งสองคนพร้อมเอามือทั้งสองข้างของฉันจับไปที่ใบหน้าของน้องทั้งสอง
“อา ดูสิเมื่อวาลข้ายังเห็นเเค่เด็กน้อยซนๆทั้งสองคนอยู่เลย พอมาวันนี้โตเป็ผู้ใหญ่กันเเล้ว”
พอพูดจบน้องชายทั้งสองรีบกอดฉันไว้เเน่น ด้วยประเพณีที่นี้ชายหญิงห้ามใกล้ชิดกันถึงจะเป็พี่น้องกันก็ใกล้ชิดมากเเบบนี้ไม่ได้ เเต่เพราะความคิดถึงเลยทำให้ทั้งสองไม่สนใจประเพณีนี้ไป
ฉันเลยไม่ได้ว่าอะไรให้กอดได้อย่างเต็มที่ การที่พี่สาวคนเดียวที่รักมากนอนหลับมาตลอด 12 ปีมันนานมากจนคงทำให้ทั้งสองหมดความหวังไป
เเต่จู่ๆพี่สาวก็ได้ฟื้นขึ้นมาอย่างปฏิหาริย์จะทำให้สองคนนี้ไม่สนกฏเกณฑ์อะไรก็คงไม่เเปลก
ถึงฉันจะไม่ใช่เ้าของร่างนี้จริงๆเเต่ความรู้สึกของร่างนี้ก็ทำให้ฉันรักทั้งสองนี้เหมือนน้องชายตัวเองจริงๆไปด้วย