ยามอิ่ว(เวลา 17.00 น. จนถึง 18.59น.)
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องตกกระทบเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอดีตทุ่งหญ้ากว้างไกลขาวโพรนส่องประกายระยิบระยับดุจดังทุ่งอัญมณีล้ำค่า บุรุษผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าสีดำผสมผสานหนังสัตว์นั่งสง่างามอยู่บนหลังอาชาสีดำนิลเป็เงาบนเนินหิมะหนา ั์ตาเปี่ยมอำนาจสีดำลึกล้ำภายใต้คิ้วหนาคมเข้มพาดยาวเสริมให้ดวงตาคู่คมดูดุดันน่าเกรงขามเส้นไหมดำยาวปล่อยสยายปลิวไสว่ลู่ไปตามสายลม ใบหน้าหล่อเหลาคมสันนี้หากเป็เมื่อแปดปีก่อนที่เด็กหนุ่มมีอายุเพียงสิบสี่หนาวคงมีสตรีมากมายลุมล้อมเข้าหาไม่ขาด
การกลับมาของอดีตทูฉีฟูฮันหยีที่หายสาบสูญจากการไปฝึกรบยาวนานหกปี ทำให้เกิดเื่ขัดแย้งมากมายโดยเฉพาะนายหญิงใหญ่ฟูอันที่คิดว่าเด็กหนุ่มได้สิ้นลมไปแล้ว จึงฝ่าฝืนกฎขอให้ชานหยูแต่งตั้งบุตรชายคนรองของนางให้ขึ้นเป็ทูฉีแทนกฎของเผ่าที่ถูกตั้งไว้หากทูฉีออกไปฝึกฝนหายสาบสูญเป็เวลาสิบปี ถึงจะให้มีการแต่งตั้งทูฉีคนใหม่ขึ้นมาได้ความกระอักกระอ่วนยามเผชิญหน้าเมื่อทายาทตัวจริงกลับมา การแตกแยกของหล่าขุนพลรวมถึงผู้มีสายเืเดียวกันบุตรชายผู้ถูกมารดาลืมเลือนการเหิมเกริมของทูฉีเตียฟูน้องชายที่อายุห่างกันเพียงสี่หนาวที่มีเหล่าขุนพลและเครือญาติฝ่ายมารดาหนุนหลังทำให้เส้นความสัมพันธ์ที่บางเบาอยู่แล้วแทบเลือนหายไป
เวลาสองปีในการต่อสู้ทำศึกภายนอกกวาดล้างกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสจะแย่งชิงดินแดนของเผ่าหรวนตี้และศึกภายในที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างขุนพลที่สนับสนุนทูฉีฟูฮันหยีกับกลุ่มนายหญิงใหญ่ฟูอันที่ไม่ยินยอมจะคืนอำนาจทั้งยังสนับสนุนทูฉีเตียฟูกฎของทุ่งหญ้าถูกนำมาใช้ เกิดการต่อสู้ฆ่าฟันของสายเืทำให้สูญเสียบุตรชายอันเป็ที่รักนำไปสู่การถูกกักขังนายหญิงใหญ่ฟูอันผู้เป็มารดาอีกทั้งชานหยูเตียโถ่มั่วเกาที่สุขภาพทรุดโทรมล้มป่วยลงอย่างไม่ทราบสาเหตุมีเพียงภรรยารองอย่างลี่ย่าคอยดูแลอยู่เคียงข้าง
จนวันนี้ทูฉีฟูฮันหยีวัยยี่สิบสี่หนาวกลายเป็ชานหยูฟูฮันหยีผู้เืเย็น เปี่ยมไปด้วยอำนาจความกดดันและมีกลิ่นอายสังหารเย็นะเืแผ่ออกมาทั่วร่างดวงตาสีนิลเข้มเรียบเฉยไร้อารมณ์กำลังเพ่งมองเหล่านักรบของเผ่าฝึกฝนการต่อสู้อย่างดุดันในทุ่งน้ำแข็งอันหนาวเย็นก่อนจะชักนำทิศทางให้อาชาคู่กายไปยังทิศที่้า
เสียงร้องเพลงคลอผสมผสานรับจังหวะไปกับเสียงของฉิ่งนิ้วที่สวมอยู่บนปลายนิ้วโป้งและนิ้วกลางของมือเรียวงามข้างละคู่ร่างบางร่ายรำเรียวแขนสอดรับกับเรือนร่างอรชรลำแขนเพรียวทั้งสองข้างโบกโบยเหมือนต้นหลิวพลิ้วไหวตามสายลมสะโพกกลมกลึงและหน้าท้องแบนเรียบส่ายสะบัดรับกับจังหวะเสียงขับร้องคลอเสียงฉิ่งดวงหน้าขาวผ่องงดงามถึงแม้จะมีผืนผ้าเนื้อบางปิดบังจากสายตาคนนอกก็ตามแสงจันทร์ที่เริ่มสาดส่องลงมาช่วยเพิ่มความสว่างให้ลานกว้างเปรียบดั่งเป็เวทีแสดงกลางแจ้งเล็กๆที่มีแสงของดวงจันทร์และกองไฟให้ความสว่างชุดผ้าบางเบาราวกับไม่กลัวอากาศหนาวเย็นที่หญิงสาวสวมใส่ในการเต้นระบำลู่แนบไปกับลำตัวทุกครั้งที่ร่างบางหยุดหมุนรวมทั้งหยาดเหงื่อที่ซึมออกมาทั่วเรือนร่างท่วงท่าร่ายรำที่ขยับเคลื่อนไหว หมุนกายบิดเรือนร่างบางเล็กเอี้ยวลำตัว่บนหันเอนโค้งไปทางด้านหลังดั่งกายไร้ซึ่งกระดูกข้อเท้าขาวเปลือยเปล่าขยับไปมาสอดรับกับร่างกาย่บนทำให้สมดุลการทรงตัวของหญิงสาวที่กำลังร่ายรำอยู่มั่นคงยิ่ง
่จังหวะที่เสียงฉิ่งนิ้วกระทบกันเร็วขึ้นพร้อมการหมุนตัวที่พลิ้วไหวทำให้กระโปรงผ้าเนื้อบางสีแดงแผ่กระจายดุจดั่งดอกหมู่ตาน (โบตั๋น)แย้มกลีบเบ่งบานเพื่อเปิดเผยเกสรหอมหวานตรงใจกลางดอกหลอกล่อหมู่ภมรให้มาดอมดมเมื่อดวงอาทิตย์ปรากฏในยามเช้าเผยให้เห็น่ขาเรียวนวลเนียนรำไร เมื่อร่างบางหยุดหมุนกระโปรงผ้าเนื้อบางก็แนบรัดสะโพกผายลำตัว่บนบิดเอียงโค้งมาทางด้านหลังท่อนแขนเรียวงามข้างหนึ่งขนานยาวปิดบัง่ดวงหน้างาม้าทำให้ไม่สามารถมองเห็นดวงตาคู่งามได้อย่างชัดเจนท่อนแขนอีกข้างไขว้แนบไปกับลำตัวด้านหลังดวงตากลมโตหลุบลงมองพื้นหญ้าที่หิมะได้ละลายแล้วไปบางส่วนเสียงลมหายใจเข้าออกแ่เบาขึ้นเมื่อเสียงฉิ่งนิ้วหยุดลงริมฝีปากอิ่มเอิบเผยอออกเพื่อสูดอากาศเข้าไปทำให้ทรวงอกอวบอิ่มเกินกว่าสตรีวัยเดียวกันขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้เด่นชัดหยาดเหงื่อที่กายบางหลั่งออกมาทำให้เนื้อผ้าบางเบาที่ร่างงามสวมใส่อยู่ยิ่งแนบรัดไปกับเรือนร่างเผยส่วนเว้า ส่วนโค้ง ความอวบอิ่มของหญิงสาวชัดเจนยิ่งขึ้นดั่งปิศาจสาวที่จำแลงแฝงกายในป่าลึก เพื่อคอยหลอกล่อเหล่าบุรุษที่หลงเข้ามาให้ติดกับดักอันน่าเสน่หานี้
หยินน่าในวัยสิบห้าหนาวและจะเปลี่ยนเป็สิบหกหนาวในอีกไม่กี่วันข้างหน้ายืนปรับลมหายใจให้สงบเพียงชั่วจิบชา ก่อนที่จะถอดฉิ่งนิ้วออกจากมือเรียวงามของตน แล้วค่อยๆนำผ้าเนื้อนุ่มเช็ดทำความสะอาดก่อนบรรจงวางเก็บใส่กล่องไม้ใบเล็ก ฉิ่งนิ้วชุดนี้รวมทั้งการร่ายรำนั้นหยินน่าได้รับการสั่งสอนมาจากมารดาแล้วนางนำมาประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบทเพลงที่อยู่ในความทรงจำั้แ่เกิดเหตุในครั้งนั้นทำให้ภายในฝันแจ่มชัดขึ้นมา หยินน่าจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางให้ตัวเองนางตั้งใจเรียนรู้ศาสตร์การรักษาจากแม่เฒ่าให้มากขึ้นเรียนรู้การเต้นระบำจากมารดาอย่างไม่ย่อท้อทำให้ตัวนางในวันนี้แตกต่างจากตัวตนในความฝัน แตกต่างจากอู่หวังลี่คนนั้นที่ใช้เพียงเรือนร่างเพื่อให้ได้มาซึ่งทุกสิ่งแต่สุดท้ายก็ไม่มีค่าอันใดและนำมาถึงจุดจบของชีวิต
สำหรับหยินน่าแล้วสิ่งที่นาง้าแตกต่างจากอู่หวังลี่ชีวิตนี้นางเติบโตด้วยความรักจากคนรอบข้าง แม้ทุกอย่างจะไม่สมบูรณ์แต่นางก็มีความสุขไม่ว่าจะต้องใช้สิ่งใด ไม่ว่าจะทำผิดกับใครนางจะใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อไขว่ขว้าเอามาครองรวมทั้งเ้าของอ้อมกอดอุ่นที่เข้ามาช่วยขจัดฝันร้ายให้หายไปจากใจอ้อมกอดอุ่นในความมืดมิดที่นางได้รับ นางยินดีที่จะไม่เรียกร้องหาแสงสว่างอีก แต่นางไม่ยินดีที่จะปล่อยอ้อมกอดนี้ไปแม้ว่าจะผิดในสายตาของใครก็ตาม
สายลมเย็นแ่เบาที่พัดมาทำให้หยาดเหงื่อบนร่างหายไปความหนาวเย็นเข้ามาแทนที่ ร่างบางจึงเดินลึกเข้าไปในป่าที่เคยมีน้ำตกแต่เวลานี้สายน้ำจับตัวเป็น้ำแข็งหนา เมื่อเดินลัดเลาะไปตามริมขอบจะมีโถงถ้ำเล็กซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์ที่ระโยงระยางปกคลุมหากไม่ค้นหาอย่างตั้งใจ ไม่มีทางหาเจอได้เลยแต่หยินน่าค้นพบตอนหาสถานที่เพาะปลูกสมุนไพรของนางและทำการดัดแปลงจนสามารถพักอาศัยอยู่ได้อย่างสบายหญิงสาวมักจะมาพักผ่อนที่นี้บ่อยๆ ซึ่งทั้งมารดาและแม่เฒ่าต่างทราบกันดีจึงไม่ห่วงมากนะอีกทั้งหยินน่าเคยพาคนทั้งสองเข้ามาเยือนยังสถานที่แห่งนี้แล้ว
หญิงสาวเดินเข้าไปแล้วจุดคบไฟภายในโถงถ้ำเพื่อให้ความสว่างก่อนจะเดินเข้าไปด้านในลึกสุดที่มีบ่อน้ำพุร้อนซ่อนตัวจากโลกภายนอกหญิงสาวเกล้าเส้นผมที่ยาวสลวยของตนทำเป็มวยยึดไว้ด้วยปิ่นไม้แกะสลักงดงามมือเรียวยาวค่อยๆ บรรจงถอดชุดเนื้อผ้าบางเบาออกจนร่างงามจนเปลือยเปล่า เท้าเนียนผ่องเหยียบย่างเดินลงไปในแอ่งน้ำระดับที่ไม่ลึกนักก่อนจะเริ่มแหวกว่ายสายน้ำอุ่นร้อนโดยมีแสงจันทร์ลอดแนวหมู่ไม้ลงมาเพิ่มความสว่างบางเบา
หยินน่านั่งพักริมขอบบ่อเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าก่อนบรรจงนำผ้าเนื้อนิ่มมาขัดถูตามร่างตนสายน้ำกระเพื่อมไปมาสาดซัดบริเวณทรวงอกทรงโตคู่งามจนมีหยาดน้ำเกาะพราวสะท้อนแสงจันทร์ดูน่าหลงใหลและน่าเข้าไปซุกไซร้ดอมดมครั้นแช่น้ำพุร้อนจนพอใจ จึงสวมใส่ชุดนอนเพื่อเตรียมพักผ่อนแต่ก็ไม่ลืมที่จะปิดบังใบหน้าตามความเคยชินเมื่อเดินกลับขึ้นมาหญิงสาวก็แปลกใจที่กองไฟในโถงถ้ำถูกจุด
ร่างบางค่อยๆเอื้อมมือหยิบมีดสั้นที่ซุกไว้ด้านในชุดเตรียมสังหารผู้ที่แอบล่วงล้ำเข้ามา ความเงียบทำให้เหงื่อเม็ดเล็กๆไหลซึมออกจากขมับบางหัวใจดวงน้อยพลันเต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่จนน่ากลัวว่าจะมีใครได้ยินเสียง แล้วสายลมแ่เบาโชยกลิ่นอายเฉพาะตัวของใครบางคนลอยกระทบปลายจมูกพาให้ใจนางสะท้านวูบจนทำให้ใบหน้านวลเนียนงดงามใต้ผ้าปิดหน้าผืนบางแดงระเรื่อกลิ่นอายคุกคามแผ่เข้ามาโอบล้อมพร้อมวงแขนแกร่งโอบกอดร่างบางจากทางด้านหลัง
“ไม่คิดจะสังหารข้าแล้วหรือ” เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยการหยอกเย้าดังขึ้นแนบใบหูนิ่มเล็กของหญิงสาว แล้วจมูกโด่งคมฝังลงบนต้นคอขาวเนียนเย็นช่ำจนหยินน่าสะดุ้งใย่นคอหนีอย่างเขินอาย ริมฝีปากอิ่มเอิ่บขบเม้นเข้าหากันแน่นยิ่งขึ้นพยายามไม่ให้มีเสียงใดหลุดออกมาให้ได้ยินร่างบางขยับดิ้นหนีจากอ้อมกอดอุ่นที่คุ้นเคย แต่ยิ่งดิ้นรนมากเท่าไหร่อ้อมกอดอุ่นก็ยิ่งพันธนาการรัดแน่นมากขึ้นทำให้ร่างแนบชิดจนแทบหลอมเป็หนึ่งเดียวกับร่างสูงใหญ่เมื่อไม่สามารถขยับตัวได้ หญิงสาวจึงหยุดดิ้นรนเตรียมจะร้องโวยวายแทน
“ข้าขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้เ้าหวาดกลัว”ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะที่ข้างใบหูนิ่ม ยิ่งทำให้ใบหน้างามแดงก่ำขึ้นไปอีก ดวงตาคู่คมเห็นความเขินอายที่ปรากฏออกมาจากของหญิงสาวในอ้อมกอดก็มองอย่างพอใจจึงหยุดที่จะหยอกเย้านาง
“ว้าย!” หยินน่าใเมื่อร่างสูง อุ้มตัวนางลอยจากพื้นสองแขนเรียวรีบโอบรอบลำคอแกร่งอย่างกลัวตก
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะก้าวเดินมาที่ผืนหนังสัตว์ข้างกองไฟแล้วทรุดตัวลงนั่งทั้งยังโอบอุ้มหญิงสาวให้นั่งลงไปบนตักแกร่ง หญิงสาวดิ้นรนขัดขืนเพื่อจะลุกออกแต่ชายหนุ่มรัดเอวบางของนางไว้ จนหยินน่าได้แต่นั่งเกรงตัวอยู่อย่างนั้น ความอบอุ่นความรู้สึกปลอดภัยที่ได้รับ นำพาความผ่อนคลายจนหญิงสาวเอนซบอกแกร่งอย่างว่าง่ายดวงตากลมโตเพ่งมองกองไฟฉายความหวาดหวั่นออกมาเมื่อนึกถึงอนาคตข้างหน้าระหว่างชายหนุ่มและนางจนทำร่างบางอดสั่นและหวาดกลัวไม่ได้
“ทำไม...ยังหนาวอยู่หรือ” เมื่อััได้ว่าคนในอ้อมอกอยู่ ๆ ก็ตัวสั่นขึ้นมาชายหนุ่มจึงกระซิบถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่... ไม่หนาวแล้วเ้าค่ะ” เพราะได้ซบพิงร่างของชายหนุ่ม หญิงสาวััได้ถึงกระแสความอุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างแกร่งหญิงสาวขยับนิ้วเล่นไปมาในอุ้มมือใหญ่ ที่กอบกุมมือเล็กของนางอยู่ดวงหน้างดงามใต้ผ้าปิดหน้าเงยขึ้นเพื่อมองใบหน้าของชายหนุ่มให้ชัดเจนพลันดวงตาวาวหวานสบประสานกับดวงตาสีนิลคมเข้มที่มองนางอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวแดงสุกดั่งผลผิงกั่ว (แอปเปิ้ล)หญิงสาวรีบเบนศีรษะหลบไม่กล้ามองใบหน้าคมสันกร้าวแกร่งของชายหนุ่มนางรู้สึกเขินอายจนไม่กล้าเงยหน้า ขบริมฝีปากเบาๆ สายตาหลุบต่ำ
“เป็อะไร” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาถาม เมื่อเห็นร่างบางเริ่มขยับตัวไปมาอีกครั้งมือใหญ่จึงละจากมือบาง แล้วเชยใบหน้าเล็กของนางขึ้นมาความอุ่นร้อนกระทบที่ปลายคาง เมื่อใบหน้างามถูกเชยขึ้นมาบังคับให้สบตากับดวงตาคมที่เปิดเผยความนัยออกมาจนหมดสิ้นนิ้วมือเรียวยาวของชายหนุ่มค่อยๆ ปลดผ้าปิดหน้าของหญิงสาวออก เผยให้เห็นวงหน้ารูปไข่ แก้มนวลเนียนขึ้นเป็สีแดงจัด ริมฝีปากอิ่มแดงดั่งแต้มชาดขบเม้มกันอยู่ความงดงามนี้เป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว เป็ของเขาผู้เดียว เขาจะไม่ยอมให้มีสิ่งใดจะมาขัดขวางได้ทั้งสิ้น
ใบหน้าของชายหนุ่มเลื่อนเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหน้าผากกว้างแนบแตะเบาๆ ที่หน้าผากนวลเนียน ดวงตาคมสบประสานในระยะประชิดจนขนตายาวัักันได้ทำให้เห็นใบหน้างดงามพริ้มเพราของนางแดงจัดด้วยความเขินอาย
“หยินน่า...” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยชื่อนางอย่างแ่เบาก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนประกบลงบนริมฝีปากอิ่มเอิบของนางอย่างแ่เบาแล้วค่อยๆ ละเลียดลิ้มความหอมหวานจากกลีบนุ่มละมุนอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะผละออกเพียงเล็กน้อย แล้วรุกเข้าแนบสนิทอีกครั้งยามลิ้นร้อนเริ่มรุกรานเข้ามา หญิงสาวเกร็งไปทั้งร่างกลิ่นอายบุรุษเข้มข้นตลบอบอวลกอดรัดนางอย่างแแ่แล้วดูดดันความหอมหวานจากปากนางอย่างไม่รู้เบื่อ
ความวาบหวิวแล่นซ่านจากปลายลิ้นสู่ร่างกายมือเท้าของนางไร้สิ้นเรี่ยวแรง ได้แต่ปล่อยใจร่องลอยไปกับรสััวาบหวาน เนิ่นนานพลันร่างสูงใหญ่พลิกกายคล่อมทับตัวนาง ก่อนโน้มกายกระซิบข้างใบหูริมฝีปากของชายหนุ่มพร่ำกระซิบคำ ไม่หยุด
“หยินน่า หยินน่าของข้า เ้าคือชีวิตของข้า ของข้าผู้เดียว” เสียงกระซิบเอาแต่ใจที่ได้ฟังแล้วกลับหวานล้ำไปทั่วดวงใจน้ำเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อยความขึ้งเคียดของร่างกายบ่งบอกถึงความปรารถนาอันเร่าร้อนของบุรุษที่แผดเผาอยู่ภายใน
พลันหญิงสาวััได้ถึงความดูดดื่มและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมด้วยหัวใจยินยอมน้อมรับความหวานที่ชายหนุ่มบรรจงมอบให้นางรู้สึกได้ถึงจิติญญาสองดวงผสานเข้าหากันอย่างแนบสนิท มีทั้งความปรารถนาและความยินยอมที่ไม่อาจไถ่ถอนได้หลงลืมเื่ราวต่างๆ จนหมดสิ้น
ดวงตาคู่งามเปิดปรือช้อนมองชายหนุ่มแพขนตายาวงอน ขับดวงตาที่มีประกายหยาดน้ำให้ดูเย้ายวนภายใต้แสงไฟที่สาดส่องมาเสียงลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่คมลึกลับขุ่นเข้มไปด้วยแรงปรารถนาหมายจะกลืนกินหญิงสาวในอ้อมแขนเข้าไปทั้งร่างแนบชิดให้นางกลายเป็สตรีของเขาอย่างสมบูรณ์
“..อื้ม.....” ชายหนุ่มผละออกมาเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางในอ้อมกอดได้สูดหายใจก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนจะประกบแนบชิดลงมาที่ริมฝีปากอิ่มแดงหวานล้ำของหญิงสาวอีกครั้งเรียวลิ้นใหญ่ค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กนุ่มนิ่มของนางมือข้างหนึ่งเปลี่ยนไปโอบประคองท้ายทอยของหญิงสาวเพื่อที่จะได้มอบจุมพิตอย่างถนัดถนี่ส่วนอีกข้างค่อยๆ สอดเข้าไปในชุดนอนเนื้อนิ่มของร่างงามมือสากของชายหนุ่มััเอวคอด สะโพกผายก่อนจะเลื่อนขึ้นสูงเพื่อััทรวงอกอิ่มโตเต็มมือของนางมือหนาบีบเฟ้นทรวงอกงามหนักเบาจนหญิงสาวเกิดความเสียวซ่านไปทั่วกายสาวอย่างไม่อาจควบคุมได้
"อืมมมมม..."
“อื้อ...”