ตอนที่ 6 ฝากยามาให้ และพบกันอีกครั้ง
“เฮ้ พ่อหนุ่มน้อย เธอมานี่หน่อย” เจียงฉือกับหวังฉิงเพิ่งจะเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ก็ถูกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรียกเอาไว้
“เอ้านี่ เ้าหนุ่มเมื่อตอนกลางวันคนนั้นฝากฉันเอาให้เธอน่ะ”ลุงเ้าหน้าที่หยิบของถุงหนึ่งบนโต๊ะยื่นส่งให้เขา
เจียงฉือเปิดดู ก็พบว่าในถุงล้วนแล้วแต่เป็ยาสำหรับาแที่เกิดจากการหกล้มเขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อกลางวันขึ้นมาได้ทันที จึงรู้แน่ชัดอยู่ในใจ
“เกิดอะไรขึ้นกันน้า~ เจียงฉือบอกมานะว่าสาวที่ไหนให้ของมา!”หวังฉิงยืนรออยู่ที่หน้าประตู พอเห็นของในมือเขาก็เอ่ยปากแซว ทั้งยังมองเขาด้วยสีหน้ามีเลศนัย
“ไปกันเถอะ สมองที่ใช้คิดคำแซวของเธอเนี่ย ถ้าเอามาใช้เรียนซะบ้าง เมื่อกี้นี้ก็อาจจะไม่ถูกด่าจนน่าเวทนาขนาดนี้ก็ได้น้า~”เจียงฉือรีบขัดคำแซวของหวังฉิงแบบตัดไฟั้แ่ต้นลมทันที ก่อนจะดึงกระเป๋านักเรียนของหวังฉิงแล้วลากเธอออกมาจากประตูโรงเรียน
…
“เสี่ยวชวน มีเื่ดีๆ อะไรเกิดขึ้นเหรอ~”ในโรงพยาบาล ผู้หญิงอายุประมาณสามสิบกว่าๆ นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยเอ่ยน้ำเสียงตะกุกตะกักใบหน้างดงามอ่อนโยนมีส่วนคล้ายคลึงกับกู้ชวน น้ำเสียงที่ใช้พูดคุยก็เผยให้เห็นถึงความรักใคร่เอ็นดู
สุขภาพของคุณแม่กู้ในวันนี้ดีขึ้นมากการรักษาในระยะยาวทำให้การรับรู้ตัวตนของเธอค่อยๆ ชัดเจนขึ้น อาการป่วยก็ดีขึ้นอย่างช้าๆ
กู้ชวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงนิ้วเรียวยาวค่อยๆ หั่นปอกแอปเปิลในมือ มุมปากที่ยกขึ้นแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของเด็กหนุ่มในขณะนี้
“แม่ครับ กินแอปเปิลสิ” เด็กหนุ่มพูดกับหญิงข้างกายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลคิ้วแผ่ออกอย่างผ่อนคลาย
ที่นอกหน้าต่าง แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องมาบนร่างกายของเด็กหนุ่มผ่านหน้าต่างเด็กหนุ่มที่เดิมทีดูดื้อรั้นแข็งกร้าวพลันดูนุ่มนวลอ่อนโยนลงหลายส่วน…
…
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเจียงฉือเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จก็ออกมาข้างนอกวันนี้เป็วันหยุดพักผ่อน เขาตัดสินใจว่าวันนี้จะไปหางานพาร์ทไทม์ทำ เพื่อไม่ให้ปู่เป็ห่วงเมื่อวานนี้เขาจึงคิดหาวิธีแทบตายเพื่อที่จะโน้มน้าวปู่…
“คุณน้าครับ คุณรับพนักงานเพิ่มไหมครับ”ที่หน้าประตูร้านอาหารมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ทั้งสูงเพรียวและหน้าตาสะสวยยืนอยู่เจียงฉือจึงวิ่งเข้าไปหาทันที
ร้านนี้เป็ร้านที่เขาเข้าไปถามหางานร้านที่ห้าแล้วไม่มีใครยินดีรับเขาเข้าทำงานเลย อาจเป็เพราะว่าเขายังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งทำให้เจียงฉือรู้สึกท้อใจเป็อย่างยิ่งและในขณะที่เขาเตรียมใจที่จะถูกปฏิเสธเอาไว้แล้วนั้น…
“รับเธอไว้ก็ได้ ฉันเห็นว่าเธอหน้าตาไม่เลว ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยดึงดูดใจลูกค้าสาวๆให้ฉันได้!” ดวงตาของเถ้าแก่เนี้ยเป็ประกาย“แต่เธอจะทนความลำบากได้เหรอ” เถ้าแก่เนี้ยถามต่อพลางมองมาที่เขาด้วยสายตาตั้งคำถาม
“ได้ครับ ได้ๆ จะความลำบากแบบไหนผมก็ทนได้หมดครับ”ชาติก่อนเจียงฉือก็ย้ายออกจากบ้านั้แ่ตอนมัธยมปลาย ต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวข้างนอกแบบนั้นลำบากไม่ใช่น้อยเลย นับประสาอะไรกับเื่แค่นี้…
“คุณน้ารับผมไว้เถอะครับ หากผมทำงานได้ไม่ดี คุณจะไล่ผมออกทีหลังก็ได้”เจียงฉือเอ่ยอ้อนวอน
“ก็ได้ เธอมาทำงานตอนเที่ยงทุกวันนะ แล้วก็ทำทั้งวันวันหยุดเสาร์อาทิตย์เดือนละ 500 หยวนมีข้าวกลางวันให้ แบบนี้เป็ไง” เมื่อเถ้าแก่เนี้ยเห็นเจียงฉือมีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมก็ยอมรับเขาไว้
“ได้เลยครับ พรุ่งนี้ผมจะมา” เจียงฉือกล่าวขอบคุณอย่างดีใจ…
กู้ชวนออกมาจากโรงพยาบาล ขณะที่เดินเกือบจะถึงโรงเรียนก็เห็นเจียงฉือวิ่งออกมาจากร้านอาหารอย่างร่าเริง เห็นเขาฮัมเพลงในลำคอ พร้อมทั้งเดินก้าวขายาวๆไปข้างหน้า
“ดูเหมือนว่าขาคงจะหายดีแล้ว” กู้ชวนคิดขณะที่มองเงาหลังของเขาพลันรู้สึกสบายใจขึ้นมา…
…
วันอาทิตย์ เจียงฉือวิ่งออกมาจากบ้านโดยบอกว่าจะไปทำการบ้านที่บ้านของหวังฉิง
เมื่อมาถึงร้านอาหาร เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดทำงานหลวมๆเพียงไม่นานเขาก็คุ้นชินกับขั้นตอนการทำงาน ลูกค้ามีข้อเรียกร้องหรือคำถามอะไร เขาก็จะตอบกลับไปอย่างจริงจังเถ้าแก่เนี้ยเห็นว่าเด็กหนุ่มขยันขันแข็งก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ลำบากเสี่ยวเจียงแล้ว มากินข้าวเร็วเข้า!” เถ้าแก่เนี้ยยกบะหมี่ชามหนึ่งมาให้เจียงฉือ แทนที่จะบอกว่ามันเป็บะหมี่น่าจะบอกว่ามันเป็เนื้อมากกว่า เพราะมีแต่เนื้อวัวเต็มชามไปหมด เขาเงยหน้าขึ้นมองเถ้าแก่เนี้ยก็เห็นว่าเถ้าแก่เนี้ยยิ้มน้อยๆ พลางพยักหน้าเพื่อบอกใบ้ว่าให้เขากินเยอะๆ…
…
“พ่อครัว ทำบะหมี่เนื้อให้พ่อหนุ่มน้อยคนนี้ชามนึง”เถ้าแก่เนี้ยะโ เจียงฉือได้ยินก็รีบกัดเส้นบะหมี่ เถ้าแก่เนี้ยดีกับเขาขนาดนั้นเขาเองก็จะขยันให้มากหน่อย เขาคิดพลางวิ่งเข้าไปในครัว
พอยกบะหมี่มาที่โต๊ะ เจียงฉือถึงได้เห็นหน้าลูกค้าคนนั้นอย่างเต็มตา“กู้ชวน” เขาร้องเรียกอย่างแปลกใจ
เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่พูดอะไรสายตาลุ่มลึกมองมาทางเขาเขม็ง เป็ครั้งแรกที่เจียงฉือได้มองกู้ชวนอย่างละเอียดเช่นนี้หน้าตาเขาดีมากๆ มีเค้าโครงหน้าชัดเจน ถึงแม้สีหน้าของเขาจะซีดไปหน่อยก็ตาม แต่ก็ยังกลบใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มเอาไว้ไม่มิดั์ตาของเขาเหมือนกับท้องทะเล ซึ่งดูลึกเสียจนมองไม่เห็นก้น แต่กลับทำให้คนมองอดที่จะรู้สึกอยากค้นหาไม่ได้
“บะหมี่ของนาย” เจียงฉือพลันได้สติกลับมาเขาส่ายศีรษะพร้อมทั้งยิ้มน้อยๆ ก่อนจะวางบะหมี่ลงตรงหน้าเด็กหนุ่ม หลังจากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปเพื่อกินบะหมี่ของตัวเองต่อ
เดิมทีวันนี้กู้ชวนคิดที่จะไปโรงพยาบาลตามปกติแต่สุดท้ายพอเห็นเงาหลังแผ่นนั้น เขาก็เผลอเดินเข้ามาโดยไม่รู้ตัวราวกับถูกผีสิง…
กู้ชวนมองบะหมี่ตรงหน้า หัวคิ้วขมวดเข้าหากันก่อนจะคีบเนื้อในชามออกอย่างเงียบๆ…
เจียงฉือที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามกันกับเด็กหนุ่มและกำลังโซ้ยบะหมี่ในชามอย่างตะกละตะกลามอยู่นั้นบังเอิญเงยหน้าขึ้นมาเห็นการกระทำของเด็กหนุ่มเข้าพอดีโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงยกชามวิ่งมานั่งลงตรงหน้ากู้ชวน
“นายไม่กินเนื้อวัวเหรอ” เจียงฉือถามด้วยดวงตาที่เป็ประกายกู้ชวนนั้นไม่กินเนื้อวัวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองเป็อะไร เพียงแค่เห็นว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามกินมันอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนั้นก็เลยเผลอสั่งเมนูอย่างเดียวกันกับเขามากินชามหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
“นายทำแบบนี้มันสิ้นเปลืองเกินไปแล้วนะ ให้ฉันช่วยนายกินไม่ดีกว่าเหรอ”เจียงฉือเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“อือ” กู้ชวนพยักหน้า หลังจากได้รับความยินยอม เจียงฉือก็หยิบตะเกียบสะอาดคู่หนึ่งจากด้านข้างแล้วคีบเนื้อในชามของเด็กหนุ่มออกมาอย่างระมัดระวัง
กู้ชวนมองเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าก้มตากินตรงหน้าใบหน้าเล็กนั้นถูกยัดอาหารเข้าไปจนแก้มตุ่ย มุมปากยกยิ้มขึ้นน้อยๆ ดวงตาเป็ประกายราวกับน้ำ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8