บทที่ 2 กุ้งัสีคราม
เมื่อได้รับเงินสองพันหยวนมาไว้ในมือ หลิวอวี่ก็ไม่อยากจะรั้งรออยู่ที่นี่นานนัก เขาเตรียมตัวที่จะจากไปทันที
"หนุ่มน้อย รอเดี๋ยวก่อน! นี่นามบัตรของฉัน ถ้าวันหน้าจับของดีแบบนี้ได้อีก เอามาขายให้ฉันได้เลยนะ ไม่ว่าจะมีมากแค่ไหน เื่ราคาน่ะไม่ใช่ปัญหาแน่นอน"
ชายวัยกลางคนรีบกล่าวพลางยื่นนามบัตรส่งให้หลิวอวี่
หลิวอวี่รับมาพิจารณา บนกระดาษแผ่นนั้นระบุชื่อ ‘ร้านอวี้ฝูเซวียน’ ผู้จัดการทั่วไป เฉินฝูหรง
ในใจของเขาพลันรู้สึกประหลาดใจ ‘ชื่อเสียงของอวี้ฝูเซวียน... ฉันเคยได้ยินมาว่าเป็ร้านอาหารที่ติดอันดับหนึ่งในสามของวงการอาหารในเซียงซานเลยนี่นา’
เขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้จัดการทั่วไปของร้านชื่อดังจะมีบุคลิกเป็ชายเ้าเนื้อที่ดูเป็กันเองเช่นนี้
แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าเป็บุคคลที่มีความสำคัญในวงการ แต่หลิวอวี่ก็ไม่ได้มีท่าทีประจบสอพลอแต่อย่างใด เขาเพียงพยักหน้าตอบรับสั้น ๆ แล้วเดินจากไป
ทว่าในระหว่างที่หลิวอวี่กำลังเดินทางกลับ เขาหารู้ไม่ว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ถูกรายงานไปถึงหูของเติ้งเจียหรงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"อะไรนะ? มันจับกุ้งัได้สองตัว ขายได้เงินสองพันเหรอ? หึ ช่างเป็โชคชะตาที่น่าขันจริง ๆ แต่ฉันอยากจะรู้นักว่าไอ้ดวงเฮงบ้า ๆ ของแกเนี่ย มันจะดีไปได้ทุกวันเลยเหรอ"
ภายในคฤหาสน์อันหรูหรา เติ้งเจียหรงกำลังนั่งฟังรายงานจากนักสืบส่วนตัวเื่ของหลิวอวี่ มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มหยันที่เต็มไปด้วยความดูถูก
เติ้งเจียหรงขึ้นชื่อว่าเป็คนเ้าคิดเ้าแค้น ใครที่กล้ามาขัดหูขัดตา เขาจะต้องตามสนองคืนเป็สิบเท่าร้อยเท่าเสมอ
เมื่อหลิวอวี่กลับมาถึงหน้าห้องเช่า เขาก็พบป้าเ้าของบ้านกำลังยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ทันทีที่เห็นหลิวอวี่ ป้าเ้าของบ้านก็เริ่มบ่นอุบพร้อมทำหน้ามุ่ย "ตอนแรกเห็นว่าเป็นักศึกษามหาวิทยาลัย ฉันถึงได้ยอมให้อยู่ แต่ดูนี่... นายค้างค่าเช่าฉันมาสองเดือนแล้วนะ ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็รีบย้ายออกไปเถอะ อย่ามาขวางทางทำมาหากินของฉันเลย"
"ขอโทษครับคุณป้า ่ก่อนหน้านี้ผมติดขัดเื่เงินจริง ๆ เลยจ่ายค่าเช่าล่าช้าไป ต้องขอโทษด้วยครับ... นี่ครับ หนึ่งพันห้าร้อยหยวน เป็ค่าเช่าสองเดือนที่ค้างไว้ และจ่ายล่วงหน้าของเดือนนี้อีกหนึ่งเดือนครับ" หลิวอวี่กล่าวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พลางยื่นเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนให้ป้าเ้าของบ้าน
พูดตามตรง ป้าคนนี้ยังนับว่ามีเมตตาต่อเขามาก หากเป็เ้าของบ้านคนอื่น เขาคงถูกตะเพิดออกไปนานแล้ว
"หนุ่มน้อย ออกสู่โลกภายนอกก็ต้องเรียนรู้ประสบการณ์ให้มากหน่อยล่ะ" ป้าเ้าของบ้านรับเงินไปนับอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเดินจากไป
เมื่อเห็นเงินสองพันที่เพิ่งได้มาหายวับไปจนเหลือเพียงห้าร้อยหยวนในชั่วพริบตา หลิวอวี่ก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาแล้วเดินเข้าห้องพักไป
ห้องพักของเขาไม่ได้กว้างขวางนัก มีขนาดเพียงยี่สิบตารางเมตร ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ค่าเช่ามีราคาถูก
เขานั่งลงบนเตียงแล้วเปิดแล็ปท็อปเพื่อตรวจสอบราคาตลาดของกุ้งั และพบว่าราคาที่เฉินฝูหรงเสนอให้นั้นค่อนข้างยุติธรรม ทำให้เขารู้สึกดีต่อชายผู้นั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นหลิวอวี่จึงเริ่มค้นหาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็ราคาของปลิงทะเล หรือหอยเป๋าฮื้อสายพันธุ์ต่าง ๆ
แม้พลังพิเศษจะช่วยให้เขาแยกแยะสิ่งมีชีวิตใต้น้ำได้ แต่เขากลับยังขาดความรู้เื่ราคาตลาดอย่างมาก
หลังจากหาข้อมูลไปได้พักใหญ่ ความเหนื่อยล้าก็เริ่มเข้าครอบงำ
หลิวอวี่อาบน้ำชำระร่างกายแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง โดยที่ความหิวจากมื้อเย็นยังไม่ทันได้ถูกเติมเต็ม เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียก่อน
ในความฝันนั้น หลิวอวี่ฝันว่าตนเองได้กลายร่างเป็ัทองห้ากรงเล็บ โบยบินทะยานอยู่เหนือหมู่เมฆ สามารถเรียกฝนและอัสนีได้ตามใจปรารถนา เพียงแค่การคำรามเพียงครั้งเดียว สิ่งมีชีวิตทั่วหล้าต่างก็ต้องก้มกราบสยบต่ออำนาจ
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวอวี่ตื่นขึ้นพร้อมกับภาพความฝันที่เริ่มเลือนราง เขาจำรายละเอียดไม่ได้มากนัก รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เขากำลังหิวจัดจนแทบจะทนไม่ไหว
หลังจากทำความสะอาดร่างกายเสร็จสรรพ เขามุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเช้าใกล้ที่พักและลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย
ความรู้สึกอิ่มท้องทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าและสบายตัวอย่างยิ่ง
เมื่อเดินออกจากร้านอาหาร หลิวอวี่ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยก่อนจะเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังร้านขายอุปกรณ์ตกปลา เขาเลือกซื้อชุดดำน้ำและตาข่ายขนาดใหญ่ โดยควักเงินจากห้าร้อยหยวนที่เหลืออยู่เมื่อวานมาจ่ายไปส่วนหนึ่ง
‘จริง ๆ แล้วฉันไม่จำเป็ต้องใช้ชุดดำน้ำพวกนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีใครมาเห็นฉันดำผุดดำว่ายอยู่ใต้น้ำได้เป็ชั่วโมงโดยไม่มีอุปกรณ์ ฉันคงถูกจับไปวิจัยเหมือนสัตว์ประหลาดแน่ ๆ’ เขาสรุปกับตัวเองในใจ
จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าสู่ชายทะเล หลิวอวี่ใช้เงินอีกสองร้อยหยวนที่เหลือเช่าเรือลำเล็ก ๆ ลำหนึ่งเพื่อออกทะเล
เรือลำนี้มีความน่าสนใจตรงที่หัวเรือมีการวาดลวดลายดวงตาคู่หนึ่งมองลงไปยังผิวน้ำ
เ้าของเรือบอกกับเขาว่า วาดเอาไว้เพื่อให้มองเห็นฝูงปลาและช่วยให้จับปลาได้มากขึ้น
การบังคับเรือลำนี้ไม่ถือว่ายุ่งยากนัก ประกอบกับการที่เขาััได้ว่าท้องทะเลคืออาณาเขตของตน หลิวอวี่จึงขับเรือมุ่งตรงไปยังจุดเดิมที่เขาพบกุ้งัเมื่อวาน เพราะเขาตั้งใจจะเก็บกวาดกุ้งพวกนั้นให้เรียบก่อนจะไปหาแหล่งใหม่
เมื่อมาถึงพิกัดเดิม หลิวอวี่ก็เห็นว่ากุ้งัแสนสวยเ่าั้ยังคงเกาะกลุ่มอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
ในใจของเขาพลันเปี่ยมไปด้วยความยินดี
‘เมื่อวานก่อนจะจากไป ฉันแค่ลองสั่งในใจเล่น ๆ ให้พวกแกอยู่ที่นี่ห้ามหนีไปไหน ไม่นึกเลยว่าพวกแกจะเชื่อฟังจริง ๆ’
‘นี่หมายความว่าฉันสามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ตามใจสั่งเลยงั้นเหรอ?’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลิวอวี่ก็ไม่รอช้า เขารีบเปลี่ยนเป็ชุดดำน้ำพร้อมถือตาข่ายคู่ใจะโลงสู่ผืนน้ำทันที
เมื่อว่ายมาอยู่เหนือฝูงกุ้ง หลิวอวี่ก็ลองออกคำสั่งในใจให้พวกมันว่ายขึ้นมาหาเขา
และผลลัพธ์ก็เป็ไปตามคาด กุ้งัเ่าั้พากันว่ายเข้ามาหาเขาเองอย่างเชื่องช้า
หลิวอวี่ใช้ตาข่ายช้อนกุ้งทั้งหกตัวเข้าไปอย่างง่ายดาย
จากนั้นเขาก็ลอง ‘กวาดสายตา’ มองไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาว่ายังมีสิ่งล้ำค่าอื่นใดอีกหรือไม่
และแล้วเขาก็ได้พบกับเซอร์ไพรส์ใหม่
กุ้งัสีครามน้ำหนักเกือบ 2.5 กิโลกรัม กำลังแฝงตัวอยู่ในโคลนทรายห่างออกไปราวห้าสิบเมตร
หลิวอวี่ว่ายเข้าไปคว้ากุ้งัสีครามตัวนั้นใส่ตาข่ายอย่างไม่ลังเล
หลังจากนั้น เขายังคงวนเวียนอยู่ใต้ท้องทะเลอีกพักใหญ่ จนสามารถเก็บเกี่ยวหอยเป๋าฮื้อขนาดใหญ่ได้อีกแปดตัว และปลิงทะเลอีกห้าเส้น
ทันทีที่โผล่พ้นผิวน้ำเพื่อจะขึ้นเรือ เขาก็พบว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เขา
หลิวอวี่มองตามไปและพบว่าไม่ไกลจากเรือของเขานัก มีเรือตกปลาลำเล็ก ๆ อีกลำจอดอยู่ บนเรือลำนั้นมีหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปีสวมชุดทะมัดทะแมงกำลังถือคันเบ็ดอยู่
และเธอก็คือเ้าของดวงตาคู่นั้นนั่นเอง
หลิวอวี่ส่งยิ้มให้ตามมารยาทก่อนจะปีนกลับขึ้นเรือและวางตาข่ายลงบนดาดฟ้า
เนื่องจากเรือของหญิงสาวอยู่ใกล้มาก เธอจึงสามารถมองเห็นสิ่งของที่อยู่ในตาข่ายได้อย่างถนัดตา
"คุณคะ ขอถามหน่อยค่ะ... ในตาข่ายของคุณนั่น มีกุ้งัสีครามอยู่ด้วยใช่ไหมคะ?"
เมื่อเห็นว่าหลิวอวี่ทำท่าจะออกเรือ หญิงสาวจึงรีบะโถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"อืม ใช่ครับ ผมเพิ่งจับได้เมื่อกี้เอง" เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนี้มีใบหน้าที่งดงามและมีเสน่ห์ในแบบที่เขาชอบ หลิวอวี่จึงเต็มใจที่จะพูดคุยกับเธอต่ออีกนิด
"คุณพอจะขายมันให้ฉันได้ไหมคะ?" หญิงสาวถามเข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา
"กุ้งตัวนี้ราคาไม่ถูกเลยนะคุณ" แม้เธอจะเป็สเปกที่ถูกใจ แต่หลิวอวี่ก็ยังคงความเป็นักธุรกิจ เขาไม่อยากขายมันไปในราคาขาดทุน
"ไม่ต้องกังวลเื่นั้นเลยค่ะ ฉันรับรองว่าจะให้ราคาที่คุ้มค่าและไม่ทำให้คุณต้องขาดทุนแน่นอน" หญิงสาวแย้มยิ้มอย่างมั่นใจ
จากนั้น หลิวอวี่จึงหิ้วตาข่ายก้าวข้ามไปยังเรือตกปลาของเธอ
เมื่อเห็นหลิวอวี่หิ้วตาข่ายที่ดูหนักเกือบ 25 กิโลกรัมด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดาย หญิงสาวก็แอบใในพละกำลังของเขาเล็กน้อย
ทว่าหลิวอวี่ไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางนั้น
เมื่อกุ้งัสีครามถูกนำออกมาจากตาข่าย ภายใต้แสงตะวันที่สาดส่อง ร่างของมันก็ทอประกายงดงามราวกับอัญมณีไพลินใต้น้ำ
หญิงสาวรีบนำกุ้งตัวนั้นไปวางบนตาชั่ง และพบว่าน้ำหนักของมันอยู่ที่ 2.6 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่าที่ประมาณไว้เสียอีก
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างปิดไม่มิด
นั่นเพราะกุ้งัสีครามเช่นนี้ ในจำนวนกุ้งัสองล้านตัวจะพบได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น อีกทั้งมันยังเจริญเติบโตช้ากว่าสายพันธุ์ทั่วไป และด้วยสีสันที่โดดเด่นทำให้ตกเป็เป้าของนักล่าได้ง่าย การที่มันสามารถเติบโตจนได้ขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้จึงนับว่าเป็เื่ที่หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก