ถึงวันเดินทางลิน พร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม นั่งรอภากรอยู่โซนรับแขกหน้าออฟฟิศเห็นรถคุ้นตาเข้ามาจอดหน้าประตูเธอจึงรีบเดินออกไปก็แปลกใจที่เห็นผู้เป็เ้านายขับรถมาเอง ไร้เงาพี่เกื้อคนขับรถคู่ใจ
“อ้าว พี่เกื้อไปไหนล่ะคะ”เธอถามด้วยความสงสัย
“รีบขึ้นรถเถอะ สายมากแล้วแม่เกื้อเค้าเข้ารพ.กระทันหัน ผมเลยให้รีบกลับบ้านไปแล้ว” เขาบอก เธอจึงรีบเก็บกระเป๋าก้าวขึ้นไปนั่งด้านหน้าเคียงคู่เขาทันที ถึงจะดูดุเ้าระเบียบ แต่เ้านายของเธอค่อนข้างมีความเห็นอกเห็นใจลูกน้องเสมอจึงเป็ที่รักของพนักงานทุกคน
ตลอดการเดินทางก็แทบจะไม่ได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ลินก็ไม่ได้อยากทำลายสมาธิในการขับรถของเขาเลยไม่ได้ชวนคุย เธออาสาจะช่วยเขาขับรถเขาก็ไม่ยอมบอกว่าไม่มั่นใจเธอเลยต้องนั่งดูวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆเพลิดเพลินกับธรรมชาติจนเผลอหลับไปแบบไม่รู้ตัวสะดุ้งตื่นอีกทีตอนรถหยุดเคลื่อนไหวและรู้สึกมีอะไรยุกยิกๆอยู่แถวๆหน้าเลยลืมตาขึ้นมา
“คุณภากร..!!..ทำอะไรคะ”
“เช็ดน้ำลายให้คุณไง....เลอะเบาะรถผมหมดละเนี่ย”เขาบอกหน้าตาเฉยพร้อมกับดึงมือกลับ
ลินหน้าชา รู้สึกอายมากพลางคิดในใจ ‘นี่เขาไม่กลัวเธออายบ้างเลยเหรอพูดมาได้ พร้อมเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง เอ๊ะ ก็ไม่เห็นจะไหลเลย อะไรของเค้านะ’
“ถึงโรงแรมแล้วครับจะลงได้รึยังครับ คุณชลินกาญจน์” เขาเตือนสติเธอแกมประชด
“เอ่อ..ค่ะ” เธอตอบพร้อมเปิดประตูลง
ภากรแอบยกยิ้มจากนั้นจึงแยกย้ายกันเข้าที่พักโดยห้องพักของทั้งสองอยู่ติดกัน ก่อนถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยง ลินบรรจงแต่งตัวตามที่ทรายได้สอนและลองให้เธอแต่งให้ดูมาก่อนหน้านี้หญิงสาวหมุนตัวอยู่หน้ากระจก มองยังไงก็ไม่คุ้นตาเอาซะเลย แต่ก็สวย แปลกตาไปอีกแบบใบหน้ารูปไข่ ตาเรียวสวยเมื่อปราศจากแว่นหนา เปลี่ยนเป็ใส่คอนแท็คเลนส์แทนผมดำยาวถึงกลางหลังถูกม้วนเป็ลอนใหญ่ ชุดเดรสสีดำ วิบวับสู้แสงไฟ เปิดไหล่ เป็แบบสายคล้องคอรัดรูปสั้นเหนือเข่าขึ้นมา ด้านหน้ารั้งเต้าขึ้นไปชิดกันดันให้ตูมแทบทะลุเสื้อด้านหลังเว้าเกือบถึงเอวผิวเธอเนียนไร้ที่ติ ลินมองดูตัวเองอยู่พักใหญ่รู้สึกตัวเองเก้ๆกังๆเมื่อสวมชุดแบบนี้
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปงานเลี้ยงภากร จึงเดินมาเคาะประตูห้องของลิน ไม่นานประตูก็เปิดออก
“......”
ภากรยืนตะลึงเพราะไม่เคยเห็นเลขาตัวเองในลุคนี้มาก่อน แถมหน้าอกหน้าใจก็ไม่เบาทำให้เขาแอบกลืนน้ำลายลงคอส่วนหญิงสาวก็แทบจะก้าวขาไม่ออกเมื่อเจอสายตาเ้านาย เธอรีบหันหลังไปปิดประตูทำให้เห็นหลังเนียน ไร้ริ้วรอย ภากรรีบหันหน้าหนี
อันที่จริง ลินไม่ได้ตั้งใจเลือกชุดนี้เลย เลือกชุดเดรสยาว สายเดี่ยว สีชมพูพาสเทลหวานๆ แต่ถูกทราย ขัดไว้ และเป็คนเลือกชุดนี้ให้เธอ พร้อมบังคับว่าต้องชุดนี้เท่านั้นถ้าไม่งั้นเธอจะไม่ช่วยอีกเลย ลินเลยต้องจำใจซื้อชุดนี้มา
“คุณภากร.....คุณภากรคะ...”เธอเรียกซ้ำ
“ฮะ อืมๆ ไปกันได้แล้ว”น้ำเสียงภากรเหมือนคนเพิ่งได้สติ เดินนำหญิงสาวเข้าลิฟต์ไป ระหว่างอยู่ในลิฟต์ภากรก็แอบกลั้นหายใจอยู่หลายครั้งที่เหลือบไปมองแผ่นหลังเนียนไม่ได้ตั้งใจจะมองแต่มันก็อดใจไม่ได้ ส่วนลินก็รู้สึกว่าตัวเองเกร็งไปหมดทำตัวไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะวางไม้วางมือไว้ตรงไหนได้แต่ประสานมือกุมกระเป๋าใบจิ๋วเอาไว้
“..หิวมั้ย” ภากรเอ่ยทำลายบรรยากาศอึมครึมลง
“เอ่อ..ยังไม่ค่อยหิวค่ะ คุณภากรล่ะคะ”
“ยังไม่หิวเหมือนกัน..ค่อยไปหารองท้องที่งานเลี้ยงทีเดียวเลยละกันนะ”
“ค่ะ“
เมื่อมาถึงงานภากรก็เดินนำหญิงสาวเข้าไปหาเสี่ยเสริมชัย
“สวัสดีครับ เสี่ย”
“อ้าว คุณภากร สวัสดีครับขอบคุณมากๆเลยนะครับที่มางาน..เอ่อ แล้วนี่...”
“นี่ ชลินกาญจน์ เลขาผมครับ” เขาแนะนำ
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้
“อ่อ คุณลินนี่เองเคยแต่ติดต่อกันทางโทรศัพท์ เพิ่งเจอตัวจริง สวยมากๆเลยครับ”เสี่ยเสริมชัยเอ่ยชม
“ไม่หรอกค่ะเสี่ย ปกติ ลินไม่ได้แต่งแบบนี้หรอกค่ะ พอดีเป็งานเลี้ยงของเสี่ย ต้องแต่งเต็มนิดนึงค่ะ”หญิงสาวกล่าวอย่างจริงใจ
“ฮ่าๆๆๆ ดีๆครับ ผมชอบมากๆเลยคุณลินนี่คุยสนุกนะครับ ติดต่อประสานงานก็คล่องแคล่ว แทบไม่มีปัญหาเื่งานเลยแบบนี้ผมกับคุณภากร คงได้ร่วมธุรกิจกันอีกยาวแน่ๆเลย” เสี่ยกล่าวแบบอารมณ์ดีแสดงออกชัดเจนว่า พึงพอใจในตัวหญิงสาวภากรเห็นอาการที่เสี่ยแสดงต่อเลขาตัวเองก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงแต่ก็แอบหงุดหงิด ไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเองเช่นกัน
พอคุยกันถูกคอ ลิน ก็โดนเสี่ยคะยั้นคะยอให้ชนแก้วเธอไม่สามารถปฏิเสธได้จึงดื่มพอเป็พิธี แต่ด้วยความที่คอไม่ได้แข็งอยู่แล้วดื่มนิดเดียวก็ทำให้รู้สึกมึนเหมือนกัน ส่วนภากรนั้น ดื่มเข้าไปมากโขเพราะไหนจะเสี่ยและนักธุรกิจที่มาร่วมงานคนอื่นๆอีกมากมาย แต่ด้วยความรู้สึกข้างในลึกๆคอยยับยั้งให้เขามีสติไม่ปล่อยให้ตัวเองมึนเมาจนเกินไปเพราะคอยห่วงคนที่มาด้วยอีกสายตาก็ยังคอยมองเธอเอาไว้อยู่ตลอด คอยบอกให้เธอเดินตามเขาเวลาผ่านไปเสี่ยชนแก้วไม่เลิกจนลินรู้สึกตาลายเลยขอแยกตัวไปเข้าห้องน้ำภากรเห็นจึงดึงแขนเธอไว้
“จะไปไหน ไหวรึป่าว” เขาถามขึ้นพร้อมเข้าไปประคองแขนเรียวไว้
“ไหวๆค่าแต่ตาลายนิดหน่อยคงเป็เพราะไม่ชินกับคอนแท็คเลนส์มั้งคะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะสบายค่า” ลิน ตอบออกไปเสียงยืด
“คุณล่ะคะ ดื่มเยอะเลยนะคะยังไหวมั้ยคะ เดี๋ยวลินขับรถให้ได้นะคะ”เธอพูดต่อพอแอลกอฮอล์เข้าปากเธอก็รู้สึกจะพูดมากขึ้นกว่าเดิม
ภากร มองหน้า ลินแล้วส่ายหัวเล็กน้อย “นี่ เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะดื่มแค่นี้ก็เดินเซแล้วยังจะอวดเก่งชนกับคนนั้นคนนี้ไม่เลิก” เขาว่าแกมบ่น
“ม่ายเลยค่า ลินโอเคมากๆเลยนะคะแต่ว่าตอนนี้ลินขอเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้วค่ะ แหะๆ”ว่าแล้วเธอก็รีบดึงแขนออกจากมือหนา แล้วเดินเซเข้าห้องน้ำไป หลังจากทำธุระเรียบร้อยเธอเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่า ภากร ยังยืนรออยู่“อ้าว คุณภากรรอลินเหรอคะ” เธอถามผู้เป็เ้านายหน้าตาเฉย “ก็ใช่สิ เดินไม่ตรงขนาดนี้ ยังมาถามอีก”ชายหนุ่มดุ ส่ายหัวเบาๆ
“อ่อๆ ขอบคุณค่า เข้าไปในงานกันเถอะค่า”
“นี่..เข้าไปนี่หยุดดื่มได้แล้วนะเดี๋ยวจะเมามากไปกว่านี้ ผมทิ้งคุณจริงๆนะ” ชายหนุ่มดึงแขนแล้วก้มบอกเธอใกล้ๆหญิงสาวพยักหน้าหงึกหงัก รับปากเป็มั่นเป็เหมาะ แต่พอกลับเข้าไปในงานเจอเสี่ยเสริมชัยชนแก้วลินจะเสียมารยาทปฏิเสธก็ไม่ได้ เธอจึงชนไปอีกหลายแก้วผลก็คือต้องเดินเกาะแขนเ้านายไว้ตลอดงาน ไม่งั้นคงได้เซ ชนนั่นนี่ไปหมดจนภากรทนไม่ไหวพาเดินมาหาเสี่ยเสริมชัยเ้าของงาน
“เสี่ยครับผมคงต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ เดี๋ยวจะขับรถไม่ไหวซะก่อนอีกอย่างเลขาผมก็คงจะเมามากแล้วล่ะครับ” ภากรบอกกับเสี่ยเสริมชัย พร้อมเบนสายตามองชลินกาญจน์ ที่ตอนนี้เกาะแขนเค้าไว้แน่นพยายามสลัดหัวเพื่อจะฝืนลืมตาและพยายามจะยืนให้ตรง
“เสียดายจังนะครับเราไม่ได้ดื่มกันถึงงานเลิกเอ้างี้มั้ยครับเดี๋ยวผมสั่งเปิดห้องให้ที่โรงแรมให้คุณภากร กับ คุณลินดีมั้ยครับ”เสี่ยกล่าวอย่างอารมณ์ดี และมองหญิงสาวตาเป็ประกาย
“ไม่รบกวนดีกว่าครับอีกอย่างโรงแรมที่ผมเปิดไว้ก็ไม่ได้ไกลมากมายอะไรครับ”ภากรกล่าวกับเสี่ยเหมือนเกรงใจแต่ความจริงแล้วเขาไม่ชอบสายตาเสี่ยที่มองเลขาตนเองเลยจึงไม่ได้ตอบรับข้อเสนอของเสี่ย “งั้นเอาไว้โอกาสหน้าถ้าเสี่ยไปกรุงเทพฯผมขอเป็เ้ามือเองนะครับ”
“ฮ่าๆๆๆ ได้เลยๆ ผมต้องไปแน่ๆครับ”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับสวัสดีครับ” ภากรยกมือไหว้ผู้าุโกว่าพร้อมกระตุกแขนเพื่อเรียกสติคนข้างๆตัวให้ร่ำลาเสี่ย
“ลาเสี่ยสิ แล้วกลับกันได้แล้ว ชลินกาญจน์”
“อืมๆ.. ค่า สวัสดีค่า เสี่ยลินกลับก่อนนะคะ”ลิน ยกมือไหว้เสี่ยพร้อมเซไปข้างหน้า 1 ก้าวเสี่ยรีบยกมือมากุมมือรับไหว้ลิน ภากรเห็นเช่นนั้นรีบคว้าแขนหญิงสาวแล้วบอกลาเสี่ยอีกครั้งพาลินเดินออกมาหน้าโรงแรมที่มีพนักงานขับรถมาจอดรอไว้ให้แล้ว ชายหนุ่มเปิดประตูข้างคนขับแล้วดันหลังให้ ลินขึ้นรถ ส่วนเขาประจำที่นั่งคนขับ “คุณภากร ทำไมขับรถส่ายจังเลยคะลินเวียนหัวหมดแล้วเนี่ย”เธอหันไปบ่นให้เขา
“นี่คุณ ผมยังไม่ทันได้ออกรถเลยนะคุณนี่เมามากแล้วนะ” ชายหนุ่มบ่นอย่างเหนื่อยใจพร้อมกับเอื้อมตัวมาดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้เธอ จังหวะนั้นหญิงสาวที่แทบจะลืมตาไม่ขึ้นก็ขยับตัวให้อยู่ในท่าที่สบายทำให้ภากรได้กลิ่นกายสาวอ่อนๆ มาจากเธอหญิงสาวแอ่นอกขึ้นเพื่อพยายามจะขยับตัวนั่งให้ตรง ทำให้หน้าอกเด้งมาใกล้หน้าภากรจนเกือบชน ภากร ใจกระตุกวูบ เืในกายหนุ่มพลุ่งพล่านเขารีบคาดเข็มขัดแล้วกลับมาตั้งสติ กดอารมณ์เอาไว้และออกรถมุ่งหน้าไปยังโรงแรมทันที