ณห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูกลางกรุง
“ของที่ให้เตรียมเรียบร้อยแล้วใช่ไหมของขวัญ”
“เรียบร้อยค่ะคุณทิวาขวัญเลือกเป็ชุดทักสิโด้ ส่งให้คุณคีรีเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ดีมากพี่เชื่อสายตาขวัญ ขวัญมักเลือกอะไรที่พี่ชอบและถูกใจเสมอนายทิวเองก็คงจะชอบเหมือนกัน คอยดูเถอะ”
“เป็ครั้งแรกที่คุณทิวาให้ขวัญเลือกชุดให้คนอื่นขวัญเลยไม่แน่ใจว่าคุณคีรีจะพอใจหรือเปล่าคะ”
“ถึงแม้นายทิวจะเป็พวกเลือกมากแต่พี่มั่นใจว่าน้องชายพี่จะต้องชอบสิ่งที่พี่เตรียมไว้ให้อย่างแน่นอน”หญิงสาวผู้เป็เ้านายยิ้มสายตาเป็ประกายอย่างมีความนัยส่งให้สาวสวยผู้เป็เลขาที่รู้ใจ
ของขวัญกีรติ พงศ์พิชญา เลขาสาวคนสวยของ ทิวา ทิวากร ธนาพันธ์เ้านายสาวผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและลูกสาวคนสวยของคุณวิทย์และคุณนาราธนาพันธ์ แห่ง 'ธนาพันธ์คอนสตรัคชั่น'บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของเมืองไทยกีรติติดตามทิวากรในฐานะเลขามาเป็เวลา 3 ปีแล้ว เมื่อจบการศึกษา 'ธนาพันธ์คอนสตรัคชั่น' แห่งนี้เป็ที่แรกที่ให้โอกาสเธอได้ทำงานการติดตามดูแลทิวากรไม่ใช่เื่ง่ายแต่ก็ไม่ใช่เื่ยากเกินกว่าที่คนมีความสามารถอย่างเธอจะทำได้วันนี้เป็งานเลี้ยงต้อนรับ ทิวเขา คีรี ธนาพันธ์น้องชายเพียงคนเดียวของทิวากร ที่เดินทางไปศึกษาด้านการบริหารที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ2 ปีก่อน
งานเลี้ยงต้อนรับถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตที่ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ของโรงแรมหรูใจกลางกรุงและไม่ใช่เพียงงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายเ้าของบริษัทเท่านั้นแต่ยังเป็การเปิดตัวว่าที่ผู้บริหารอีกคนของบริษัทงานเลี้ยงในวันนี้นอกจากพนักงานระดับสูงยังมีคู่ค้าต่างๆของบริษัทมาร่วมงานอีกด้วย
เมื่อสาวสวยทั้งสองเดินทางมาถึงทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังพวกเธอรวมถึงคีรีผู้เป็ตัวเอกของงานในวันนี้เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่หลายสายตาจะจับจ้องไปยังพี่สาวคนสวยของเขาแต่ที่สะดุดตาเขาเห็นจะเป็หญิงสาวข้างกายพี่สาวแค่เห็นเพียงครั้งแรกกลับรู้สึกใจเต้นแปลกๆ เขาไม่ได้รู้สึกใจเต้นแปลกๆแบบนี้มานานแล้ว ั้แ่จบความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดกับผู้หญิงคนนั้นแต่จะว่าไปแล้วมันกลับรู้สึกต่างออกไป‘คงแค่ใจเต้นเมื่อเห็นผู้หญิงสวยน่ามองเท่านั้น เธอก็แค่คนสวยแปลกๆ’เขาให้เหตุผลกับตัวเองแบบนั้น ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับพี่สาวคนสวยของตัวเองตอนที่เขาได้รับของขวัญจากพี่สาวเป็ชุดสูทตัวนี้ ก็นึกชอบใจกับสไตล์ที่พี่สาวเลือกแต่คิดไม่ถึงว่าเธอจะเลือกสีเดียวกันกับชุดของเธอให้กับเขาถึงจะแปลกใจอยู่บ้างแต่พอได้ลองสวมใส่กลับพบว่ามันเข้ากับภาพลักษณ์ของเขาในวันนี้เป็อย่างมากเขายังคงมองไปยังสาวสวยข้างกายของพี่สาวอย่างถูกสะกด ผู้หญิงธรรมดาที่สวยแปลกๆคนนั้น
“ไงนายทิว มาถึงนานหรือยัง” พี่ทิวาเดินเข้ามาสวมกอดผมทำให้ผมเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองสนใจอย่างอื่นมากกว่าพี่สาวคนสวยของตัวเองซะแล้ว
“ลงเครื่องมาก็ตรงมาที่นี่เลยทำไมไม่ให้ผมได้พักผ่อนก่อนนะ ไม่รู้จะรีบจัดงานกันไปไหน”ผมบ่นครอบครัวไม่จริงจังนัก ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับงานเปิดตัวของผมในวันนี้ถึงจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลายปีแต่ผมก็ยังศึกษางานบริษัทอยู่ตลอดพี่สาวผมไม่เคยให้ผมมีเวลาว่างจากการเรียนสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้เกี่ยงหรอกนะยังไงสักวันก็ต้องกลับมาทำงานที่บริษัทอยู่แล้ว จะเริ่มช้าหรือเร็วยังไงก็ต้องทำก่อนหน้าที่จะไปเรียนที่ต่างประเทศผมก็ทำงานที่บริษัทอยู่ก่อนแล้วถึงจะเป็พวกงานตามไซต์งานต่างจังหวัดก็เถอะเพราะงานพวกนั้นผมเลยตัดสินใจได้ว่าต้องเรียนต่อเพิ่มทักษะงานด้านการบริหารให้กับตัวเองและวันนี้ผมก็ทำสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว
“นักธุรกิจที่ไหนจะมีเวลาพักผ่อนพี่ยังไม่ได้พักเลย นายจะมาบ่นเื่พักผ่อนอะไรกัน พ่อแม่ล่ะท่านน่าจะมาถึงก่อนแล้วนี่” พี่ทิวายังคงพูดไปเรื่อยตามประสาคนช่างพูดของเธอ
“มาถึงแล้วครับคุยกับลูกค้าอยู่ทางโน้น แล้วนี่พี่แต่งตัวอะไรมาเนี่ย ข้างล่างก็สั้น ข้างหลังก็โล่ง” ผมมองไปยังผู้ให้กำเนิดทั้งสองของผมก่อนจะโอบไหล่พี่สาวคนสวยไปยังโต๊ะของเราเพื่อรอเวลาเปิดงานผมเป็พวกหวงพี่สาวไม่ชอบให้ใครมามองมาเข้าใกล้
“ชุดเดรสสีแดงเบอร์กันดีตัวนี้เข้ากันกับชุดของนายดีออกแล้วอีกอย่างเวลาออกงานกลางคืน พี่ก็แต่งของพี่แบบนี้ประจำนี่นายทิว นายโตแล้วนะ จะมาหวงพี่เป็เด็กหวงของแบบนี้ไม่ได้”เดินไปบ่นไปเป็สไตล์ของพี่สาวผมเลยล่ะ
“แต่มันโป๊ไง”ผมโอบไหล่พี่สาวไว้ไม่อยากให้เธอโชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่าเรียบเนียนให้ใครมอง
“เพราะเป็แบบนี้ไงพี่ถึงยังหาแฟนไม่ได้สักทีอ้อ พี่ลืมแนะนำไป นี่คุณกีรติ พงศ์พิชญา เลขาของพี่หรือจะเรียกของขวัญก็ได้นะรู้จักกันเอาไว้สิ” เธอตีมือผมแรงๆ ให้ผมเอามือที่โอบไหล่เธอออกไปในที่สุดพี่สาวผมก็ยอมแนะนำสาวสวยข้างกายสักที
“สวัสดีค่ะคุณคีรี ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอยกมือไหว้ผมและยิ้มให้ผมเล็กน้อยเท่านั้นแต่รอยยิ้มนั้นทำใจผมเต้นแรงประหลาดๆ อีกแล้วเลขาสาวคนสวยของพี่สาวผมเธออยู่ในชุดเดรสแขนกุดสีชมพูอ่อนให้ลุคคุณหนูที่ดูสุภาพและเรียบร้อยต่างจากเ้านายคนสวยอย่าสิ้นเชิงแต่เมื่อทั้งสองอยู่ด้วยกันกับพบความงดงามลงตัวที่น่าประหลาด
“สวัสดี”ผมรับไหว้เธอ เป็ครั้งแรกที่เจอผู้หญิงสวยแล้วพูดไม่ออก แค่แวบเดียวผมแอบเห็นรอยยิ้มมุมปากของพี่สาวผม พี่ต้องยิ้มแน่ๆ ผมจ้องหน้าพี่สาวอยู่แบบนั้น
“เลิกมองพี่ได้แล้วพี่รู้ตัวว่าตัวเองสวยขนาดไหน อีกเดี๋ยวนายต้องขึ้นไปแนะนำตัว เตรียมตัวได้แล้วของขวัญช่วยดูชุดให้นายทิวหน่อยนะ วันนี้ยังไม่มีเลขาก็ให้ของขวัญดูแลไปก่อน”
“ค่ะคุณทิวา”เธอรับคำพี่สาวผมหน้าตาไม่บ่งบอกอารมณ์ ทำเอาผมใจเสียนี่เสน่ห์ของผมลดลงไปจากการโหมเรียนหนักเหรอเนี่ย สมัยอยู่ต่างประเทศสาวๆไม่ว่าจะสัญชาติไหนก็เดินเข้าใส่ผมไม่เว้นวัน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่แสดงอาการหวั่นไหวสักนิด‘เสียเหลี่ยมเพลย์บอยชะมัด’
“ไม่ต้องหรอกพี่ผมดูแลตัวเองได้” ผมปฏิเสธพี่สาวทั้งๆ ที่ก็อยากลองใกล้ชิดเธอดูแต่ถ้าผู้หญิงไม่สนใจผมก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยอีกอย่างเธอเป็ลูกน้องของพี่และเป็พนักงานบริษัท จะมีเื่ชู้สาวคงไม่ดี
“ให้ของขวัญดูให้เถอะชุดที่นายใส่ชอบหรือเปล่า”
“ก็ดีครับ”
“พี่อยากรู้ว่าชอบไหม”พี่สาวจ้องหน้าผมจะเอาคำตอบให้ได้ ตามนิสัยที่ชอบเอาชนะน้องชายอย่างผมและผมก็ต้องรับบทคนแพ้ทุกที
“ชอบครับชอบมาก พอใจหรือเปล่า” ผมตอบไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้เธอต้อนผมมากกว่านี้เราไม่ได้อยู่ที่บ้านถ้าอยู่บ้านผมคงจะงัดกับเธอสักตั้งแล้วค่อยแกล้งยอมแพ้พี่เหมือนทุกครั้ง
“ของขวัญเป็คนเลือกทั้งชุดของพี่และของพ่อกับแม่ด้วย ดีใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ” พี่สาวพูดกับผม แต่กลับโอบไหล่ลูบหัวแสดงความรักกับเลขาตัวเองซะงั้นทำผมขนลุกแปลกๆ ที่ผมใจเต้นแปลกๆ คงเพราะแบบนี้สินะ หรือพวกเธอจะ‘พี่ชอบผู้หญิงงั้นเหรอ’ คิดได้แบบนั้นใจผมยิ่งเต้นแรง
“ใกล้จะได้เวลาแล้วค่ะดิฉันขอตรวจดูเครื่องแต่งกายของคุณคีรีหน่อยนะคะ” เสียงหวานใสนั้นทำผมหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองเป็เลขาคนสวยของพี่ที่พูดกับผม เธอยืนอยู่ข้างผมนานเท่าไหร่แล้วนะ
“อื้ม”ผมยืนขึ้นให้เธอสำรวจความเรียบร้อย กลิ่นหอมอ่อนๆที่ให้ความรู้สึกสดชื่นออกมาจากตัวเธอ ผมเผลอสูดดมมันเข้าไปหลายครั้งอย่างพอใจ‘พอใจงั้นเหรอ’ ยิ่งใกล้เธอผมยิ่งรู้สึกแปลกอาจจะเป็เพราะเพิ่งได้รู้ว่าเธออาจจะมีความสัมพันธ์กับพี่สาวผมมากกว่าเ้านายกับเลขา
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^