ยามเช้าอาบแสงสีทองอ่อน ริมสนามหญ้าหน้าร้านกาแฟ “แสงเช้า” ที่ถูกเนรมิตเป็ลานพิธีเล็ก ๆ
โต๊ะกลมปูผ้าสีครีม ตกแต่งด้วยดอกไม้สดหลากสีเรียงรายรับกับแสงอาทิตย์อุ่น ๆ
ญาดาในชุดสีงาช้างเรียบง่ายแต่ดูสง่างาม เดินออกมาพร้อมใบหน้าแดงระเรื่อ ปนรอยยิ้มประหม่า
ด้านหน้าคือท่านหญิงอัญชลีในชุดประจำตระกูลที่ได้รับการประยุกต์ให้เข้ากับบรรยากาศสมัยใหม่
ทั้งสองเดินมาหากันท่ามกลางสายตาของแเื่ที่คุ้นเคย
อารมณ์่นั้นอ่อนโยนเหมือนลมหายใจในเช้าแรกของฤดูใบไม้ผลิ
“เ้าสวยที่สุดเลยค่ะ ท่านหญิง…” ญาดาพูดเบา ๆ พร้อมยิ้มจนตาเป็ประกาย
“เ้าก็สวย...และเปล่งประกายยิ่งกว่าแสงอรุณเสียอีก” ท่านหญิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเขิน ๆ ซึ่งหาได้ยากจากท่าน
เสียงขบวนเพื่อนเ้าสาวคึกคักดังขึ้น
ทั้งแม่หญิงมัลลิกา ที่ร้องไห้ั้แ่ยังไม่เริ่มพิธี
แม่หญิงสายหยุด ที่ทำหน้าที่พิธีกรพร้อมคำกล่าวตลก ๆ ว่า
“เอาล่ะเ้าค่ะ...วันนี้เป็วันที่เ้าบ่าวไม่มี แต่เ้าสาวมีถึงสอง!”
เสียงหัวเราะตามมาเป็ระลอกจากเหล่าคนรับใช้ คนในครอบครัว และเพื่อนสนิท
ญาดายิ้มเขิน ๆ มองรอบตัวแล้วกระซิบกับท่านหญิง
“นี่เป็ครอบครัวที่เราเลือกกันเองเลยเนอะ…”
ท่านหญิงพยักหน้า ก่อนหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ
ภายในคือแหวนที่หล่อจากเงินเก่าของตระกูล เธอค่อย ๆ สวมให้นิ้วนางของญาดา
“ไม่ว่าชะตาจะพาเ้าไปที่ใด ข้าขอให้แหวนวงนี้...เตือนเ้าเสมอ ว่าข้ามีอยู่ และรักเ้าอยู่”
ญาดาหยิบแหวนอีกวงขึ้นมา แหวนที่เธอหล่อเองจากเศษเหรียญบาทของโลกเดิม
“และนี่…แหวนที่พาเราข้ามกาลเวลา
จากโลกหนึ่งมาสู่อีกโลกหนึ่ง
จากคนแปลกหน้า...กลายเป็คนของหัวใจ”
แสงแดดสะท้อนแหวนคู่นั้นพอดีในจังหวะที่ทั้งสองสบตา
เสียงปรบมือดังกึกก้อง พร้อมเสียงเชียร์จากแม่หญิงสายหยุดว่า
“ขอให้รักนี้ยืนยาวพอ ๆ กับความลับของเ้าทั้งสองนะเ้าคะ!”
ญาดาหัวเราะทั้งน้ำตา
ก่อนกระซิบที่ข้างหูของอัญชลีว่า
“ขอบคุณที่เชื่อในสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่ในโลกของท่าน…อย่าง ‘ความรักของเรา’”
ในวินาทีนั้น…
โลกเงียบลงชั่วครู่ เหลือเพียงหัวใจสองดวงที่เต้นไปพร้อมกัน
ไม่ใช่ในอดีต ไม่ใช่อนาคต แต่ในปัจจุบันที่พวกเธอเลือกจะอยู่ด้วยกัน
และเมื่อแสงเช้าส่องกระทบใบหน้าเธอทั้งคู่...คำสัญญาเงียบ ๆ ได้ถูกจารึกไว้ในหัวใจของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น