บทที่ 20 แผนการของลู่เซี่ย
“ทำไมจะไม่ดีล่ะ? การสับเปลี่ยนงานเป็เื่ปกติ เธอไม่ได้ขายงานซะหน่อย แต่เปลี่ยนให้พี่สาวแท้ ๆ ของเธอทำ”
พูดมาถึงตรงนี้ แม่ของเธอก็ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ “หรือว่าเธอไม่อยากให้พี่สาวเธอ?”
“ไม่ใช่” ลู่เซี่ยส่ายหัว “ฉันได้ยินมาว่าโรงงานผลิตหลอดไฟเพิ่งเปลี่ยนรองผู้จัดการโรงงานคนใหม่ เขาเข้มงวดกับพนักงานใหม่มาก พนักงานทุกคนต้องสอบคัดเลือก ฉันถึงได้สอบเข้ามา”
ได้ยินแบบนี้ ครอบครัวลู่ก็เข้าใจในที่สุด
พวกเขาคิดว่า งานที่ดีขนาดนี้หากเป็โรงงานอื่นคงถูกกำหนดให้บรรดาลูกหลานของผู้นำไปนานแล้ว จะเป็ไปได้ยังไงที่จะตกมาถึงลู่เซี่ยในครอบครัวพวกเขา ที่แท้ก็เป็เพราะเหตุผลนี้นี่เอง
“แต่ถึงอย่างนั้น ผู้นำก็ไม่สามารถจัดการเื่สับเปลี่ยนงานได้ไม่ใช่เหรอ? ประเทศของเราอนุญาตให้ญาติสับเปลี่ยนงานกันได้นะ!”แม่ของลู่เซี่ยพูดตรง ๆ
ลู่เซี่ยได้ฟังแล้วก็พยักหน้า "ใช่ ทำได้ แต่ฉันยังไม่ได้ไปรายงานตัวอย่างเป็ทางการเลย ฉันกลัวว่าพวกเขาจะเห็นว่าฉันยังไม่ได้เริ่มงานก็ให้งานคนอื่นไปแล้ว หากถึงตอนนั้นถ้าพวกเขาไม่้าฉันแล้วจะทำยังไง พวกเขาอยากได้คนที่มีผลการเรียนดี บางทีอาจจะให้คนที่อยู่ลำดับหลังมาแทนก็ได้”
เมื่อครอบครัวลู่ได้ยินลู่เซี่ยพูดแบบนี้ก็ใ พูดไปก็ไม่น่าเชื่อ แต่ก็มีความเป็ไปได้อยู่เหมือนกัน
หากยังไม่ได้ไปรายงานตัว ก็แสดงว่ายังไม่ได้ตกลงเข้ารับทำงานอย่างเป็ทางการ การเปลี่ยนคนตอนนี้นับว่ามีความเสี่ยงจริง ๆ
คราวนี้ครอบครัวลู่เริ่มร้อนใจ โดยเฉพาะลู่ชุน เพราะในที่สุดเธอก็ไม่ต้องไปชนบทแล้ว ทั้งยังมีงานที่ดีขนาดนั้นรออยู่ แล้วเธอจะยอมปล่อยไปได้ยังไง
“งั้นควรทำยังไงดี? ให้น้องสาวไปรายงานตัวก่อนได้ไหม? ไม่อย่างนั้นเมื่อถึงเวลารายงานตัว เธอก็ต้องไปชนบทแล้ว!” ลู่ชุนร้อนใจจริง ๆ เธอกลัวว่าจะมีอะไรผิดพลาด หากถึงตอนนั้นไม่เพียงแค่จะเสียงาน แต่เธอยังต้องไปชนบทด้วย
แม่ของเธอส่ายหัวพร้อมปลอบใจ “อย่าร้อนใจเลยลูก เราค่อย ๆ หาวิธีกันนะ ลูกไม่ต้องกังวล ยังไงงานนี้ก็เป็ของลูก ใครก็เอาไปไม่ได้หรอก!”
ลู่ชุนได้ยินแม่พูดแบบนี้ จิตใจที่ร้อนรนก็สงบลง
ส่วนลู่เซี่ยที่ได้ยินถึงตรงนี้ก็รู้สึกเยาะเย้ยเล็กน้อย ตอนนี้แม่ของเธอยังคงตำหนิเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยคิดที่จะอยู่ต่อ แม้ว่าเธอจะอยู่ต่อได้ เธอก็ต้องหาทางออกไปเองอยู่ดี
ยุคนี้ให้ความสำคัญกับเื่ความกตัญญู ลู่เซี่ยเป็ลูกของครอบครัวลู่ หากเอไม่ไปทำงานในชนบทก็คงหนีการควบคุมของพวกเขาไม่พ้น เพราะฉะนั้นการไปทำงานในชนบทน่าจะสงบกว่า
ดังนั้นลู่เซี่ยจึงไม่อ้อมค้อมที่จะพูดออกไป “ฉันคิดว่า ให้พี่สาวคนโตไปรายงานตัวแทนฉันก็แล้วกัน ยังไงพวกเราก็อายุไล่เลี่ยกัน พวกเขาน่าจะดูไม่ออกหรอก รอให้พี่สาวเริ่มงานแล้วค่อยเปลี่ยนชื่อกลับมาทีหลังก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าวิธีนี้ใช้ได้ ถึงอย่างไรตอนนั้นลู่เซี่ยก็ต้องไปชนบทแล้ว แม้จะถูกจับได้ ก็บอกได้ว่าเธอรีบไปจนไม่ทันจัดการเื่เอกสารเพื่อส่งต่องานให้พี่สาว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แม่ของเธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ฉันว่าได้นะ ทำแบบนี้แหละ ต้าชุนและเสี่ยวเซี่ยหน้าตาคล้ายกัน คงไม่มีใครจับได้หรอก”
ลู่เซี่ยได้ยินแบบนั้น มุมปากของเธอก็กระตุกเล็กน้อย
แม่ของเธอกหกหน้าตาเฉยเลย แม้เธอกับลู่ชุนจะเป็พี่น้องกันแท้ ๆ แต่หน้าตากลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ลู่ชุนรูปร่างใหญ่ แถมไม่ได้รับเอาข้อดีจากพ่อแม่มา หากจะพูดกันตามตรง เธอมีหน้าตาที่ธรรมดามาก แต่เธอแต่งตัวเป็ประจำ มีเสื้อผ้าใหม่ ๆ เยอะ เลยทำให้เธอดูสวยขึ้น
ส่วนลู่เซี่ยกลับตรงข้าม เธอได้รับเอาข้อดีจากพ่อแม่มา แม้เธอจะผอมบาง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าหน้าตาดี นี่จึงเป็สาเหตุที่ลู่ชุนไม่ชอบเธอ ทั้งยังอิจฉาเธออีกด้วย
ส่วนลู่ชิวถึงแม้จะตัวเล็ก แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร คาดว่าโตขึ้นจะต้องเป็สาวน้อยที่สวยคนหนึ่งแน่ ๆ
ดังนั้น ในบรรดาพี่น้องสามคนของครอบครัวลู่ คนที่หน้าตาแย่ที่สุดก็คือ ลู่ชุน แม้แต่ลู่ตงที่เป็ผู้ชายก็ยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาเลย
แน่นอนว่าเมื่อได้ยินแม่พูดแบบนั้น ลู่ชุนก็ทำหน้าเ็าโดยไม่รู้ตัว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป