ไตรผมมีสีหน้าประหลาดใจเงื่อนไขที่นายพลมนูญเสนอมาเป็เงื่อนไขที่น่าสนใจมาก ๆ ไม่ผูกมัดตัวของเขาเองทั้งยังได้เงินเดือน รวมทั้งเวลาทำงานเพียงสองวันต่อเดือนเท่านั้น แต่สิ่งที่ชายหนุ่มคาดหวังคือการที่ได้ใช้เส้นสายของกองทัพในการแสวงหาทรัพยากรการบ่มเพาะ
“ถ้าเป็เงื่อนไขที่คุณตั้งมาผมตกลง”
ไตรภพตอบตกลงทันทีซึ่งนายพลมนูญยิ้มอย่างเบิกบานใจ หากได้ไตรภพมาช่วยฝึกเหล่ากองร้อยพิเศษกองทัพจังหวัดน่านจะต้องแข็งแกร่งเกรียงไกรที่สุดในภาคเหนือแน่นอนโดยเฉพาะในงานประลองเหล่าทัพ
งานประลองเหล่าทัพจัดขึ้นในทุกๆ ปี เป็จารีตประเพณีที่ปฏิบัติกันมาอย่างช้านานโดยเป็การแข่งขันระหว่างเหล่าทัพของจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ รวมทั้งหมด 9 จังหวัด อันประกอบด้วย เชียงราย เชียงใหม่ แพร่พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง และน่าน
ซึ่งในการแข่งขันที่ผ่านมาสถิติสิบปีหลังสุดกองทัพจังหวัดน่านรั้งท้ายที่โหล่มาโดยตลอดจะมีเพียงแต่ในยุคของมันตอนเป็หน่วยพิเศษเมื่อหลายสิบปีก่อนเท่านั้นที่มีความแข็งแกร่งจนสามารถครองอันดับ 4 ได้ เป็สถิติที่ดีที่สุดในกองทัพจังหวัดน่าน
แม้มันจะเพียรพยายามหายุทธวิถีในการฝึกฝนวางแผนต่าง ๆ ก็ไม่อาจพัฒนาหน่วยรบพิเศษให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วความพัฒนาเป็ไปด้วยความเชื่องช้าระยะเวลานับสิบปีทำได้แค่ฝึกกองร้อยพิเศษให้มีค่าเฉลี่ยพลังยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับ2 เท่านั้น
ตัวมันเองติดค้างในขั้นปรับร่างกายระดับ7มาเนิ่นนานแล้ว ในแง่ของกองทัพจังหวัดที่รั้งท้ายในบรรดาภาคเหนือถือว่าน่าอับอายแต่บรรดาผู้บัญชาการจังหวัดภาคเหนือมันเองเป็นายพลที่อ่อนด้อยที่สุดในบรรดา 9 นายพล ซึ่งมันได้แต่ทอดถอนใจในชะตากรรมดังกล่าว
“แต่ผมมีเงื่อนไข3 อย่างถ้าคุณรับปาก ไม่เพียงผมจะช่วยฝึกเหล่าทหารหน่วยรบพิเศษเท่านั้นแต่ผมจะช่วยทำให้พวกเขามีระดับการฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับ 10 ใน 2 ปีเท่านั้น”
“เหลวไหลระดับสิบ ในสองปีเนี่ยนะ”
พลตรีมนูญเผลอทำแก้วน้ำที่อยู่ในมือตกแตกชายหนุ่มตรงหน้าพูดจาเหลวไหลอันใดกัน มันเพียรพยายามมาทั้งชีวิตจนอายุห้าสิบกว่าปียังบรรลุเพียงขั้นปรับร่างกายระดับ 7 เท่านั้นแล้วเขาเอาอะไรมาพูดว่าจะทำให้กองร้อยพิเศษมีพลังยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับสิบกัน
“คุณลองกินนี่ดูสิ”
ไตรภพยื่นเม็ดยาให้‘ทลายชีพจร’ ให้พลตรีมนูญ นายพลรับไปอย่างงุนงงมองหน้าไตรภพเชิงสงสัย แต่เมื่อเห็นหน้าตาของชายหนุ่มตรงหน้าดูจริงจังจึงรีบกินเข้าไปทันที
“อ๊ากร่างกายนี่มัน”
ความรู้สึกร้อนกระจายไปทั่วร่างกายทุกอวัยวะทั้ง32รวมถึงเส้นชีพจร เส้นเืต่าง ๆ ถูกฤทธิ์ของเม็ดยาขับเคลื่อนทำความสะอาดร่างกายกุยจุดชีพจรต่าง ๆ จนนายพลรู้สึกทนไม่ไหว
“หลับตาทำสมาธิ”
พลตรีมนูญรีบหลับตาทำสมาธิอย่างที่ไตรภพบอกซึ่งชายหนุ่มได้ช่วยชักนำฤทธิ์ยาภายในร่างให้ไหลไปทั่วร่างกายทุกซอกทุกมุมด้วยการใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างแตะไปบริเวณหน้าอกของพลตรีมูญ
ระยะเวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีควันสีดำได้ไหลออกจากตัวพลตรีมนูญ ทั้งยังมีเมือกสีดำเปื้อนนชุดทหารของเขาไปหมด
“ไม่ต้องใมันคือยาที่ทำความสะอาดเส้นชีพจร ปรับร่างกายให้พร้อมสำหรับการบ่มเพาะของเหลวสีดำนั่นคือของเสียในร่างกาย คุณรีบไปอาบน้ำ ทำความสะอาดก่อน”
พลตรีมนูญพยักหน้าอย่างเชื่อฟังรีบแบกร่างกายพร้อมชุดทหารที่เปื้อนไปด้วยของเหลวสีดำไปห้องอาบน้ำบริเวณด้านหลังของห้องพันเอกเสถียรทันที
ระยะเวลาผ่านไปประมาณสิบห้านาทีพลตรีมนูญเข้ามาในห้องเดิมพร้อมชุดฝึกของทหารเนื่องจากไม่มีชุดทหารเต็มยศสำรองในที่แห่งนี้ร่างกายของมันรู้สึกว่าหนุ่มขึ้นนับสิบปีอีกทั้งยังค้นพบสิ่งที่ไม่น่าเชื่อสำหรับตัวมันเองเมื่อลองสำรวจร่างกายดี ๆ
“ขะขั้นปรับร่างกาย ระดับ 9”
พลตรีมนูญแทบสิ้นสติหลังจากสำรวจพลังยุทธ์ในร่างกายของมันเองพลังยุทธ์ที่ติดอยู่ในระดับเจ็ดมานานหลายปี เพียงกินยาเท่านั้นกลับเพิ่มมาถึงขั้นปรับร่างกายระดับ 9 นี่มันเื่บ้าบออันใด
“โอ้ทะลวงทีเดียวสองขั้น นับได้ว่ามากเลยทีเดียว เพียงแต่คุณอย่าพึ่งรีบฝึกยุทธ์เพื่อทะลวงไปขั้นที่สิบไม่เช่นนั้นพลังยุทธ์ในร่างกายที่ไม่เสถียรจะส่งผลต่อการฝึกการบ่มเพาะในอนาคต”
“การบ่มเพาะ ?มันคืออะไรกัน”
พลตรีมนูญถามไตรภพอย่างไม่เข้าใจมิใช่พลังยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับสิบ ถือเป็จุดสูงสุดแล้วหรือ เหตุใดจึงมีคำว่า‘ผู้บ่มเพาะ’ อยู่อีก
“การบ่มเพาะคือ พลังยุทธ์ที่เหนือขั้นปรับร่างกายที่พวกคุณเข้าใจความห่างชั้นของผู้บ่มเพาะขั้นแรกเริ่มกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับสิบเหมือนกับน้ำในแก้วน้ำธรรมดาที่ต่อให้ต้องตักนานนับอสงไขยก็ไม่สามารถจะถมให้เท่าน้ำในมหาสมุทรได้”
“พะพลังที่อยู่เหนือกว่าการฝึกยุทธ์”
พลตรีมนูญที่พึ่งได้ยินเื่ราวเหล่านี้รู้สึกช๊อกกับคำพูดของไตรภพพลังบ่มเพาะเพียงขั้นแรกเริ่มเท่านั้นหรือก็สามารถอยู่เหนือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงที่สุดได้อย่างไม่เห็นฝุ่น
“ชนชั้นลมปราณของผู้บ่มเพาะในโลกใบนี้มีทั้งหมด4 ชนชั้น ได้แก่ชนชั้นสีม่วง ชนชั้นสีคราม ชนชั้นสีน้ำเงิน และชนชั้นสีเขียวนี่จึงเป็สิ่งที่อยู่จุดสูงสุดในโลกแห่งนี้”
ไตรภพอธิบายเกี่ยวกับพลังลมปราณและการบ่มเพาะให้กับพลตรีมนูญฟังรวมถึงขั้นตอนของการฝึกยุทธ์ในการเตรียมตัวเป็ผู้บ่มเพาะด้วยพลตรีมนูญรับฟังอย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่กว่าเขาจะรู้สึกตัวไตรภพก็จบสิ้นการสอนสั่งแล้ว
“คุณยังไม่ได้รับปากผม3 เื่เลยนะ”
“ได้สิฉันยินดี ยินดีมาก ๆ หากฉันทำได้ ฉันยินดีที่จะช่วยทุกอย่าง”
พลตรีมนูญรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวไตรภพมากการได้รู้จักชายหนุ่มได้ปลุกไฟรักชาติ รักจังหวัดให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งความหวังที่จะสร้างความมั่นคงให้กับกองทัพและประเทศชาติเริ่มที่จะเป็รูปเป็ร่างบ้างแล้ว
“เงื่อนไขแรกผมไม่้ามียศในชื่อและให้ใครรับรู้ว่าผมเป็ครูฝึกหน่วยรบพิเศษและที่ปรึกษาของกองทัพจังหวัด”
“ได้ไม่มีปัญหา”
ไตรภพเอ่ยเงื่อนไขแรกด้วยเสียงราบเรียบชายหนุ่มไม่อยากสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิต หากใครต่อใครรู้ว่าชายหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบแปดสามารถมียศพันเอกพิเศษ ทั้งยังเป็ครูฝึกและที่ปรึกษาของกองทัพจังหวัดไม่รู้ว่าชีวิตจะน่าปวดหัวเพียงใด
“เงื่อนไขที่สองผมมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกเท่านั้น ส่วนภารกิจอื่น ๆคุณไม่สามารถบังคับผมได้หากผมไม่เต็มใจทำ”
“ได้ไม่มีปัญหาเช่นกัน”
ไตรภพไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับปัญหารวมถึงความวุ่นวายของกองทัพมากนักเนื่องจากเขาแสวงหาแต่การบรรลุพลังลมปราณชนชั้นสีเขียวเพื่อไปสู่จุดสูงสุดในโลกนี้เมื่อทะยานไปสู่ชนชั้นสีเหลือง เขาจะสามารถไปยังดวงดาราอื่นได้วินาทีนั้นจะเป็การเริ่มต้นการแก้แค้น
“เงื่อนไขสุดท้ายผม้าโสมหิมะมากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้”
“โสมหิมะงั้นหรือ”
พลตรีมนูญรู้สึกแปลกใจเหตุใดอยู่ ๆ ชายหนุ่มตรงหน้าถึงถามหาโสมหิมะกันโสมนั้นเป็พืชที่ช่วยเื่บำรุงร่างกาย ลดความดันในเืรวมถึงทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่โสมหิมะนั้นมีสรรพคุณที่ดียิ่งกว่าทั้งยังราคาแพงมากโดยโสมหิมะแท้ ๆ ต้นหนึ่งมีราคาเริ่มต้นที่เกือบหกหลักเลยทีเดียว
“งบของกองทัพจังหวัดฉันไม่สามารถที่จะนำมาใช้ตามอำเภอใจได้”
พลตรีมนูญเอ่ยตามตรงเงื่อนไขนี้ไตรภพขอมากเกินไปแม้มันจะบริหารงบของกองทัพเป็จำนวนหลายร้อยล้านในแต่ละปี แต่มันก็ใช้งบด้วยความโปร่งใสเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้เพื่อพัฒนากองทัพจังหวัดจริง ๆ
“ผมไม่ได้ขอให้คุณซื้อให้ผมเพียงแต่อยากจะได้ข้อมูลเื่โสมหิมะ รวมถึงบริษัทที่ขาย”
“ถ้าเป็เื่นั้นฉันพอจะแนะนำได้จริง ๆ หากเธอ้าโสมหิมะทั่วไป เธอสามารถซื้อได้ที่บริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถเป็บริษัทขายสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เธอสามารถยืนยันตัวตนว่าเป็ที่ปรึกษาของกองทัพจังหวัดน่าน แล้วจะได้รับส่วนลด 30 % จากราคาที่ตั้งขาย”
“30 % ?”
“ฟังดูอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่แต่โสมหิมะต้นหนึ่งราคากลางอยู่ที่หนึ่งแสนหากซื้อสิบต้นจะมีราคาอยู่ที่หนึ่งล้านบาท นี่คือราคาของคนทั่วไป แต่กองทัพต่าง ๆสามารถได้มาในราคาแค่เจ็ดแสนบาท ว่าแต่เธอจะเอาไปทำอะไรกันมันเป็เพียงยาบำรุงของพวกเศรษฐีเท่านั้น”
พลตรีมนูญอดที่จะถามไตรภพเื่โสมหิมะไม่ได้เนื่องจากเขาสงสัยว่าชายหนุ่มจะเอามันไปทำอะไรกันสรรพคุณของโสมหิมะไม่ได้ช่วยเื่การฝึกยุทธ์แม้แต่น้อยไม่สามารถเปรียบเทียบกับเม็ดยาที่มันพึ่งกลืนกินไปเมื่อครู่ได้เลย
“เอาเป็ว่าผม้าเป็จำนวนมากเอาไว้ผมมีเวลาว่างแล้วผมจะรีบไปที่เชียงใหม่เพื่อไปซื้อทันที”
การสนทนาของไตรภพและพลตรีมนูญเป็ไปสักระยะก่อนที่จะถูกขัดจังหวะจากเสียงเคาะประตู เป็ทหารติดตามของพลตรีมนูญที่เดินเข้ามา
“ผมนำตัวประกันมาแล้วครับท่าน”
ไตรภพมองช่อผกาที่เดินจูงมือเข้ามากับมะลิด้วยสาตาอบอุ่นมะลิรีบวิ่งไปกอดไตรภพทันที ร่างเล็กบางอยู่ในตักของชายหนุ่มไตรภพกอดมะลิทั้งยังลูบผมอย่างปลอบประโลม
“เธอ ?”
ไตรภพเหลือบมองไปที่กานติมาเหตุใดหญิงสาวถึงอยู่ที่แห่งนี้ แต่เมื่อคิดไปคิดมาหญิงสาวคงจะไปที่บ้านของมันในเวลาเดียวกันกับพวกของพันเอกเสถียรเข้ามาพวกมันจึงลากตัวเธอไปด้วย
“นายนั่นเอง”
ด้านกานติมาก็รู้สึกอึ้งที่เห็นไตรภพตรงหน้านี่เป็ครั้งที่สองที่ได้เจอชายหนุ่มผู้ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเธอรู้เพียงว่าเขาเป็หลานของพันตรีชัยยุทธ์เท่านั้น แยกจากกันในคราวก่อนเธอได้แต่คิดว่าคงไม่อาจจะได้เจอกันอีก ไม่คาดคิดว่าจะเห็นชายหนุ่มอีกครั้งทั้งยังเห็นมะลิกอดชายหนุ่มอีกด้วย ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้ถามอะไรออกมา
“ลูกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ช่อผกาถามไตรภพด้วยความเป็ห่วงปนความสงสัยพวกเธอถูกจับมาที่คุกของกองทัพจังหวัด แล้วจู่ ๆ ก็ถูกปล่อยออกมาจนพามายังห้องนี้ทั้งยังพบกับลูกชายของเธอด้วย จะไม่ให้เธองุนงงได้อย่างไร
“ช่อผกา!”
พลตรีมนูญมองไปที่ช่อผกาใบหน้าของมันมีสีหน้าซับซ้อน ความทรงจำใน่ที่มันฝึกทหารย้อนกลับมาในสมองในครั้งที่มันยังเป็พึ่งขึ้นทหารระดับสัญญาบัตร ถูกฝึกเป็หน่วยพิเศษโดยพันตรีชัยยุทธ์ ครูฝึกแห่งกองทัพบกผู้ห้าวหาญโดยพันตรีชัยยุทธ์มักจะพาช่อผกามาที่กองทัพด้วยบ่อยครั้งทำให้มันสนิทสนมกับช่อผกาด้วยความคุ้นเคย
“พี่มนูญ”
ช่อผกาก็อดตะลึงไม่ได้เช่นกันที่เห็นคนรู้จักในวัยที่เธอยังเรียนหนังสืออยู่นายร้อยหนุ่มในวันนั้น บัดนี้ได้กลายมาเป็ผู้บังคับบัญชาการทหารจังหวัดแล้วแม้เธอจะอยากแสดงความยินดีกับพลตรีมนูญผู้ซึ่งเธอนับถือประดุจพี่ชายแต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้พบเขา
สาเหตุดังกล่าวมาจากการที่พันตรีชัยยุทธ์เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดด้วยยศพันตรี ทั้ง ๆ ที่หากรับราชการต่ออาจจะถึงยศพันเอกด้วยซ้ำเขาเกษียณอายุราชการด้วยวัยเพียง 50 ปีเท่านั้นไม่มีใครทราบสาเหตุดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งพันตรีชัยยุทธ์ยังให้สัตย์สาบานว่าจะไม่เข้ามาเหยียบที่กองทัพจังหวัดแห่งนี้อีก
“เธอกับไตรภพเป็อะไรกัน”
พลตรีมนูญถามช่อผกามันมองไตรภพสลับกับช่อผกาเป็ระยะ มีใบหน้าแตกตื่นหญิงสาวชุดนักเรียนในวัยเด็กขนาดนั้นเติบโตจนถึงขนาดนี้แล้วเชียวหรือวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก
“ไตรภพมาสวัสดีลุงมนูญสิลูก พี่มนูญคะ นี่ไตรภพเป็ลูกฉันเองค่ะ”
ช่อผกาเรียกไตรภพมาสวัสดีพลตรีมนูญชายหนุ่มอึ้ง ๆ แต่ก็ทำตามที่ช่อผกาบอกเพราะไม่อยากให้เธอสงสัยอะไรด้านพลตรีมนูญรับไหว้ด้วยสีหน้าไม่แตกต่างกับไตรภพเท่าใดนัก
“นี่มันเื่อะไรกันแน่ช่อผกาเธอเล่ามาให้ฉันฟังอย่างละเอียดเลยนะ ทำไมเธอถึงถูกจับมาทีนี่หละ”
ช่อผกาเล่าเื่ราวทั้งหมดให้พลตรีมนูญฟังนายพลแห่งกองทัพจังหวัดน่านยิ่งฟังยิ่งโกรธเกรี้ยวพันเอกเสถียรในใจของเขาเดือดดาลเป็อย่างมาก
“ไอเสถียรไอชาติชั่ว !”
“ท่านครับผมไปสืบข้อมูลเกี่ยวกับรองเสถียรมาแล้วครับ พบข้อมูลโกงเบี้ยเลี้ยงทหารในกองทัพจังหวัดโดยยักยอกไปกว่าห้าสิบล้านบาทตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับบัญชาการทั้งยังรับส่วยจากแก๊งอิทธิพลต่าง ๆมีทรัพย์สินในโกดังหลังที่พักเป็เงินสดจำนวนมาก ทั้งยังพบทองแท่งอีกด้วยประเมินจากมูลค่าไม่น่าต่ำกว่าสามร้อยล้านบาทครับ”
ยิ่งฟังรายงานเื่การทุจริตของพันเอกเสถียรหน้าของพลตรีมนูญก็ยิ่งเขียวคล้ำนี่มันเป็การทุจริตและรับส่วยครั้งมโหฬารของวงการกองทัพจังหวัดเขารู้ว่าพันเอกเสถียรไม่ใช่คนดีมากนัก แต่ไม่คิดว่ามันจะชั่วร้ายขนาดนี้
“ยึดทรัพย์มาทั้งหมดนำมันไปขังที่คุกทหาร ทำสำนวนเอกสารส่งศาลทหารให้ไวที่สุดนอกจากนี้ปลดมันออกจากทหารทันที”
“คะ ครับ”
พลตรีมนูญออกคำสั่งแก่ทหารติดตามอย่างอาจหาญตัวด่างพร้อยในกองทัพไม่อาจจะปล่อยเอาไว้ได้ กองทัพจังหวัดต้องได้รับการสังคายนาใหม่
“ช่อผกาฉันจะให้ทหารไปส่งเธอที่บ้าน ต้องขอโทษพวกเธอด้วย ฉันจะให้ความเป็ธรรมอย่างแน่นอนนอกจากนี้ฉันอยากจะให้ค่าทำขวัญพวกเธอคนละ 1 ล้านบาทถือว่าเป็การชดเชยที่กองทัพจังหวัดทำต่อพวกเธอเถอะนะ”
พลตรีมนูญเอ่ยปลอบประโลมช่อผกาทั้งยังมองไปที่มะลิอกับกานติมาด้วยความรู้สึกผิดพวกเธอปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าวแต่พลตรีมนูญก็ยัดเยียดโดยให้เหตุผลว่าเป็เงินของพันเอกเสถียรที่ทุจริตมาไม่ใช่เงินของกองทัพแม้แต่น้อยสุดท้ายยื้ออยู่เกือบชั่วโมงพวกเธอจึงต้องจำใจรับเงินไป