คนที่แบกร่างของเยี่ยนเต๋อหลินต่างก็ไม่ได้ชื่นชอบเยี่ยนเต๋อหลินเท่าไรนัก มีสองคนที่เกลียดเยี่ยนเต๋อหลินถึงขั้นกัดฟันกรอด เมื่อสบโอกาสจึงแสร้งทำเป็ถูกชนเผลอปล่อยมือจนร่างของเยี่ยนเต๋อหลินหล่นกระแทกพื้น ส่งผลให้คนที่กำลังนอนสลบไสลฟื้นคืนสติอีกครั้ง เยี่ยนเต๋อหลินเบิกตาโพลง หลังจากจมอยู่กับอาการสะลึมสะลือครู่หนึ่ง เขาจึงดีดตัวขึ้นจากพื้นและวิ่งบึ่งกลับไปที่ห้องของตนเอง ท่าทางของเขาว่องไวราวกับลมวายุก็มิปาน
คนที่อยู่ในคณะละครเห็นเช่นนี้ต่างพากันหัวเราะร่า
ในระหว่างที่เยี่ยนเต๋อหลินเข้าไปหลบในห้อง พบว่าหูเหยียนไม่ได้วิ่งตามมาทำร้าย เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าเฟิ่งฮัวภรรยาของเขายังอยู่ที่ลานกว้าง เยี่ยนเต๋อหลินหาได้สนใจภรรยาไม่ ทว่าบุรุษตัวจริงเช่นเขาจะตกเป็ขี้ปากของผู้อื่นได้เยี่ยงไร ช่วยไม่ได้ เขาจึงฝืนใจแง้มหน้าต่างและมองไปยังลานกว้างที่อยู่ด้านนอก พบว่ามีคนกำลังประคองร่างของเฟิ่งฮัวเข้ามาส่งยังห้องของเขา
เยี่ยนเต๋อหลินไม่แม้แต่จะชายตาแลเฟิ่งฮัว เขามองไปรอบ ๆ ลานกว้าง พบว่าหูเหยียนเพียงแค่ยืนยิ้มโง่ ๆ อยู่ตรงนั้น ไม่ได้คิดจะทำร้ายใคร เขากระทืบเท้าและดีดตัวขึ้นด้วยความโกรธแค้น! สายตาเปี่ยมด้วยความเหี้ยมโหดขณะขบฟันแน่น หลังจากเปลี่ยนกางเกงอย่างรวดเร็ว ก็เดินออกจากห้องและด่าทอถึงมารดาอย่างดุเดือด ดวงตาของเขาแดงก่ำเมื่อเห็นศัตรู เขาพุ่งตัวเข้าไปหาหูเหยียนโดยพลัน
ในเวลานี้เอง ฉวนจื่อกำลังปลดโซ่เหล็กออกจากแผ่นกระดานบนรถพร้อมด่าทอไม่หยุดปาก
เยี่ยนเต๋อหลินเห็นเช่นนี้ จึงรีบกระชากคอเสื้อและคำราม “ฉวนจื่อ จับตัวมันไว้! วันนี้หากเ้ากล้าปล่อยมือ ข้าจะสับเ้าแล้วโยนให้สุนัขกิน!” เขายกไม้ตะบองขึ้น จากนั้นทุบไปที่กลางศีรษะของหูเหยียนอย่างแรง!
แม้ว่าหูเหยียนจะถูกมัด แต่ร่างกายของนางกลับเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว นางเบี่ยงตัวไปทางซ้ายเพื่อหลบการโจมตีอย่างกะทันหันของเยี่ยนเต๋อหลิน จากนั้นจึงซัดหมัดเข้าใส่อีกฝ่าย
ใบหน้าของเยี่ยนเต๋อหลินปรากฏรอยฟกช้ำ เืกำเดาไหลออกจมูก เขาโกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ มิหนำซ้ำยังเดือดพล่านจนลุกเป็ไฟ เขารีบเรียกคนที่ยืนอยู่ในคณะละครให้เข้ามาจัดการหูเหยียน “ช่วยข้าจัดการมัน! ใครไม่ทำ ข้าจะจับไปขายทิ้งให้หมด!”
แม้ว่าจะไม่มีใครชอบเยี่ยนเต๋อหลิน ทว่าเขาคือหัวหน้าคณะ ผู้มีสิทธิ์ขายร่างกายของคนส่วนใหญ่ จึงไม่มีใครกล้าทำให้เขาขุ่นเคือง ทุกคนเริ่มเข้ามาล้อมหูเหยียนเพื่อต้อนให้นางเข้ามาอยู่ตรงกลาง
เมื่อเสือออกจากป่าไปอยู่ตามบ้านย่อมถูกสุนัขรังแก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหูเหยียนที่สมองกำลังสับสน
ไม้ตะบองฟาดเข้าที่ลำตัวและตีแสกหน้า หูเหยียนถูกทุบตีจนกรีดร้อง เสียงร้องแหลมเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แม้เป็เช่นนี้นางก็ไม่คิดแม้แต่จะร้องขอความเมตตา โซ่เหล็กที่รัดคอถูกเล็บของนางขีดข่วนจนขึ้นรอยสีขาว ราวกับของมีคมที่ใช้หั่นผักอย่างไรอย่างนั้น น่าเสียดายที่นางไม่รู้จักออกแรงไปที่จุดใดจุดหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ขีดข่วนโซ่เหล็กจนเกิดรอยไปทั่วทุกจุด โซ่เหล็กเส้นนั้นเดิมเป็สีเงิน และไม่มีใครสังเกตอย่างละเอียด จึงไม่รู้ว่าเล็บของหูเหยียนนั้นทรงพลังมากเพียงใด
การโต้ตอบของหูเหยียนไม่เป็ผล นางถูกไม้ตะบองตีจนล้มลงไปกองที่พื้น กลิ่นเืรสหวานติดอยู่กลางลำคอ หูเหยียนรู้สึกด้วยสัญชาตญาณว่าเืเป็สิ่งมีค่าที่ไม่อาจพ่นทิ้งสุ่มสี่สุ่มห้า นางเม้มปากแน่นเพื่อกลืนเืรสชาติดีกลับลงไป
ความเกรี้ยวกราดปะทุขึ้นกลางใจ ลุกลามราวกับไฟท่วมทุ่งหญ้า จู่ ๆ นางก็รู้สึกกระหายเื! ใช่ นาง้าใช้เล็บที่แหลมคมกรีดลำคอของแต่ละคนเบา ๆ ด้วยความสะใจและเด็ดเดี่ยว โดยไม่เปิดโอกาสให้คนเ่าั้ได้เห็นรอยยิ้มของนาง และไม่ปล่อยให้ใบหน้าชั่วร้ายเ่าั้ดำรงอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป
นิ้วของนางขยับครั้งแล้วครั้งเล่า ท้ายที่สุดมันถูกเก็บกลับเข้าไปในฝ่ามืออีกคราและไม่เคลื่อนไหวอีก
อาศัยสัญชาตญาณในการแสวงโชคและหลีกเลี่ยงความชั่วร้าย นางสังเกตเห็นราง ๆ ว่าหากลงมือในตอนนี้ก็เท่ากับเร่งให้ตัวเองตายเร็วขึ้น นางมีบางอย่างในใจและกระตือรือร้นที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ จึงมิอาจทำเช่นนั้น จะเปิดเผยกรงเล็บที่แหลมคมนี้ไม่ได้ ทำให้นางยินยอมรับไม้ตะบองจากคนเ่าั้ อดทน...ต้องอดทน!
หูเหยียนเกิดความคิดหนึ่งผุดขึ้นกลางใจ...บนโลกใบนี้ยังมีอะไรที่นางทนไม่ได้?
คำพูดนี้ปรากฏขึ้นและผ่านไป ทว่าสติของนางกลับแจ่มชัดขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
เยี่ยนเต๋อหลินกระทืบท้องของหูเหยียน เขาก่นด่าอย่างดุเดือด “วันนี้ข้าจะส่งเ้าไปพบพญายม!” เขายกไม้ตะบองขึ้นหวังจะทุบไปที่กลางศีรษะของหูเหยียน
หูเหยียนนอนราบอยู่บนพื้น นางค่อย ๆ เอียงศีรษะ ั์ตาสีขาวตัดดำคู่นั้นจ้องมองเยี่ยนเต๋อหลิน สายตาเ็าและโเี้ของนางมิอาจประเมินได้ มันเป็ความรู้สึกเช่นเดียวกับผู้ที่อยู่เบื้องบนกำลังจ้องมองมดที่อยู่เบื้องล่าง เยี่ยนเต๋อหลินร่างกายแข็งทื่อ ภายในใจสั่นสะท้าน ไม้ตะบองที่อยู่ในมือไม่สามารถทุบไปที่ร่างของนาง
ในเวลานี้เอง เสียงของยาวจิ่วที่กำลังเช็ดผมพลันดังขึ้น พร้อมกับเท้าที่ก้าวเข้ามาหาหูเหยียนอย่างรวดเร็ว “นี่ พวกเ้าทำอะไรกัน? นี่เป็สัตว์หายากที่ข้าใช้เงินสิบตำลึงเงินแลกมานะ พวกเ้าคิดจะฆ่ามันข้าไม่ว่า แต่ต้องจ่ายข้ามาสิบตำลึงเงิน” แต่ไหนแต่ไรมายาวจิ่วโกหกโดยไม่จำเป็ต้องเขียนบทพูด แค่อ้าปากก็สามารถเอื้อนเอ่ยในทันที
เมื่อได้ยินว่าหูเหยียนถูกซื้อมาในราคาสิบตำลึงเงิน ทุกคนต่างพากันส่งเสียงจิ๊จ๊ะ ขณะรำพึงในใจ : ซื้อโฉมงามสะคราญตาก็ใช้เงินสิบตำลึงเงิน แต่เขากลับใช้เงินสิบตำลึงเงินซื้อเ้าบ้านี่กลับมารึ!
เยี่ยนเต๋อหลินรู้สึกเ็ปใจเป็อย่างยิ่ง ไม้ตะบองในมือหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จนจับไว้ไม่อยู่ ด้วยเหตุนี้มันจึงหลุดมือและหล่นใส่เท้าตัวเอง ความเ็ปถึงขั้นทำให้เขาใช้มือกุมเท้าและะโโหยงเหยงไปมา
ยาวจิ่วดึงโซ่เหล็กจากมือของฉวนจื่อ จากนั้นลากหูเหยียนไปที่ด้านหลังลานกว้าง
เยี่ยนเต๋อหลินะโด่า “เ้าคนโฉดชั่ว! ข้าบอกให้นำเงินกลับมาคืนผู้มีพระคุณอย่างข้า เ้าบอกว่าไม่มี แต่กลับนำเงินไปซื้อเ้าบ้านี่มา! เ้าคิดจะเลี้ยงมันเพื่อให้มันดูแลตอนแก่เฒ่ารึ?! เ้ามันก็แค่ตัวสกปรกขายทวาร เมื่อแก่ตัวข้าจะโยนเ้าลงหลุมฝังศพไม่ต่างกันหรอก!”
ยาวจิ่วยังคงก้าวเดินต่อไป เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณชายผู้นี้ไหนเลยจะกล้าพึ่งพาให้มันเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า หากจะให้พึ่งพาก็คงต้องพึ่งพาเ้านั่นแหละ”
เยี่ยนเต๋อหลินโกรธจนหงายหลัง เขาคว้าไม้ตะบองมาถือ หลังจากฉุกคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงขบฟันแน่นแล้วโยนมันทิ้ง ก่อนจะหยิบเครื่องสานที่มีความหนาเท่ากับนิ้วมือซึ่งอยู่บนชั้นวางข้าง ๆ เขาเงื้อมันขึ้นแล้วโยนใส่ต้นขาของยาวจิ่ว
ยาวจิ่วหันกลับมาคลี่ยิ้ม “เหวี่ยงให้แรงอีกสักหน่อยเถอะ”
เยี่ยนเต๋อหลินที่ยกแขนขึ้นสูงค่อย ๆ ลดระดับแขนลงอย่างแ่เบา
ยาวจิ่วหัวเราะพรืด จากนั้นจึงเดินบิดเอวต่อไป
เยี่ยนเต๋อหลินยืนนิ่งอยู่กับที่ ั์ตามีน้ำสีใสกลิ้งอยู่ในนั้น เขาพูดเสียงดัง “ยาวจิ่ว งานถังหุ้ย[1] ของท่านจ้าวในคืนพรุ่งนี้ ข้ารับปากแทนเ้าแล้วนะ!”
ฝีเท้าของยาวจิ่วพลันหยุดชะงักเล็กน้อย แผ่นหลังที่ดูเกียจคร้านเมื่อครู่เปลี่ยนเป็แข็งทื่อ
เยี่ยนเต๋อหลินยิ้มกริ่ม ในรอยยิ้มนั้นแฝงด้วยความสะใจ พึงพอใจและชั่วร้าย
เท้าของยาวจิ่วที่ดูชะงักไปเล็กน้อยราวกับเป็แค่ภาพลวงตา เมื่อมองอย่างถี่ถ้วน ยาวจิ่วยังคงเดินด้วยท่วงท่าอ้อยอิ่งไร้ซึ่งกระดูก เขาเดินบิดเอวจูงหูเหยียนไปยังด้านหลังของลานทีละก้าว เส้นผมสีดำขลับทำให้แผ่นหลังของเขาเปียกชื้น ดูคล้ายเสื้อผ้าที่ชุ่มเืและมีรอยเปื้อนสีแดงหม่น หยดน้ำที่เกาะบนเส้นผม บ้างก็หยดลงบนเสื้อคลุมสีแดง บ้างก็หยดลงบนพื้นโคลน ราวกับน้ำตาที่หยดลงมาทีละหยด ไร้ซึ่งผู้คนเห็นใจ...
.
.
.
[1] งานถังหุ้ย คือการรับจ้างแสดงในงานมงคลต่าง ๆ นอกสถานที่ ซึ่งเป็งานที่จะได้รับค่าตอบแทนจำนวนมาก