หาของป่า
ทั้งสามคนเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงตีนเขาเห็นทางเดินขึ้นไปน่าจะเป็ทางที่ชาวบ้านมักใช้ในไปมาในการไปหาของป่า เดินเท้าไปตามทางได้สักระยะก็ปรากฏป่าไผ่หนาตาตัวต้นไผ่ต้นใหญ่ๆทั้งนั้น พ่อฟ่านจอดรถเข็นไม่ไกลนักฟ่านหลิ่งซางลงมาจากรถเข็นช่วยแม่เอาของลง ทั้งสามเดินตรงไปดูโคนไผ่มีหน่อไม้เล็กขึ้นอยู่รอบๆโคนต้นไผ่นั้นเป็จำนวนมากทอดยาวไปเรื่อยๆ พ่อฟ่านกับแม่กู่คิดว่าจะเอาไปสักครึ่งคันรถเข็นลองไปดองขายหรือทำอาหารออกไปขายในตลาดมืดด้วย พ่อฟ่านและแม่กู่ใช้เสียมในการขุดหน่อไม้เหล่านี้ออกมาส่วนฟ่านหลิ่งซางนั้นเก็บหน่อไม้ที่พ่อแม่ขุดใส่ในตะกร้าสานสะพายหลัง
ไม่นานนักตะกร้าสานสะพายหลังก็เต็มไปด้วยหน่อไม้หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ใช้เวลานานพอสมควรในการขุดหน่อไม้ให้ได้ครึ่งคันรถเข็น เสียงเหมือนคนเดินมาทำให้สามคนพ่อแม่ลูกหันไปมองผู้ที่มาใหม่สองคนนั้นคือ ซูเหวิน กับ ฮุ่ยิ
ฮุ่ยิ ยุวปัญญาชนหญิงจากเมืองหลวงที่เป็เพื่อนของซูเหวินวันนี้ทั้งสองว่างจากการทำงานในส่วนกลางฮุ่ยิจึงชวนซูเหวินมาเก็บหาของป่าแต่ไม่คิดว่าจะได้พบฟ่านเจียนโจวและกู่เย่อเล่อ
"ซูเหวิน เราไปที่อื่นกันเถอะเดียวพวกเราจะโดนหมาบ้าตัวผู้แถวนี้กัดเอา"ฮุ่ยิกล่าวกระแนะกระแหนขึ้นมาก็รู้ว่าเ้าหล่อนว่าใครถ้าไม่ใช่กู่เย่อเล่อ มีหรือที่ลูกสาวจะยอมให้แม่โดนกระแนะกระแหน
"แม่ค่ะ คนเราเนี่ยถ้าได้รับการศึกษามาดีแต่ทำไมกลับปากเสียยิ่งกว่าขี้เสียอีก"ใครมันจะยอมให้คนอื่นมาว่าแม่ตัวเองกันเหล่า
"ลูกฟ่านคนเหล่านี้มีหลายประเภท ประเภทที่ลูกพูดถึงคือความรู้เข้าหัวสมองแต่กลับไม่รับเื่มารยาทเข้าหัวสมองตัวเอง" แม่กู่ก็ไม่น้อยหน้าตัวเธอไม่ใช่นางเอกผู้มีจิตใจดีใครว่าอะไรก็ก้มหน้ารับคนอย่างเธอนั่นใครดีมาเธอก็ดีตอบใครร้ายมาก็ร้ายตอบ
"พวกแกว่าฉันหรอ!!"ฮุ่ยิเตรียมจะเข้ามาหาเื่โดยมีซูเหวินพยายามดึงแขนอีกฝ่ายห้ามไม่ให้ไปหาเื่ พ่อฟ่านที่เห็นจะมีคนเข้าทำร้ายเมียและลูกรีบดันทั้งสองไปข้างหลังตนพร้อมถือมีดอีโต้หัวมนขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวฝ่ายตนเองไว้ก่อน ฝ่ายหญิงทั้งสองที่เห็นมีดก็ชะงัก
"พวกเธอไปซะ พวกฉันอยู่กันดีๆอย่าคิดหาเื่เลย"พ่อฟ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า ฮุ่ยิที่ได้ยินฟ่านเจียนโจวพูดออกมาอย่างนั้นก็แปลกใจเพราะปกติเ้าตัวนั้นก็ไม่ได้ชอบเมียตัวเองอยู่แล้วถ้าวันไหนที่ฮุ่ยิด่าหรือว่ากู่เย่อเล่อก็จะทำเป็ไม่สนใจหรือจะเป็ตอนที่กู่เย่อเล่อจะเข้ามาทำร้ายตนกับซูเหวิน ฟ่านเจียนโจวก็เข้ามาปกป้องเธอและเพื่อนแต่ตอนนี้เ้าตัวกลับปกป้องเมียที่ชัง
"ฮุ่ยิ พวกเราไปกันเถอะ ขอโทษด้วยนะคะพี่ฟ่าน"ซูเหวินบอกให้เพื่อนตนไปเผื่อที่จะได้ไม่มีเื่กันก่อนจะขอโทษอีกฝ่ายแล้วรีบลากเพื่อนตนออกมาจากตรงนั้น
เมื่อหญิงสาวทั้งสองจากไปทั้งสามก็ถอนหายใจออกมาก็จะตัดสินใจเดินเข้าไปไกลจากตรงนี้อีกนิด เพื่อหาของป่าต่ออีกก็ได้เห็ดที่พอรู้ที่มันขึ้นตามธรรมชาติมาเยอะพอสมควรก่อนที่ทั้งสามจะเดินเข้าไปในป่าห้ลึกอีกหน่อยซึ่งก็พบพวกผักป่าทท้องถิ่นไมม่ได้เจอของลำค่าแบบโสม เห็ดหายากอะไรเ่าั้เหมือนในนิยายก่อนที่ทั้งหมดจะตัดสินใจกลับบ้านในเวลาบ่าย อาหารเที่ยงก็เป็อาหารเช้าที่เหลือ สามพ่อแม่ลูกรับประทานอาหารเที่ยงในยามบ่ายเสร็จก็มานั่งรวมตัวกันบริเวณตั่งไม้
"นี้เป็เงินที่แม่หาเจอในตู้เสื้อผ้า"แม่กู่เอาห่อผ้าสีเก่าๆออกมาวางไว้ตรงหน้าทั้งสอง เปิดห่อผ้าออกมาเผยให้เห็นเงินจำนวนหนึ่ง พ่อฟ่านเป็คนนับเงินในห่อผ้าได้ 60 หยวน มารวมกับที่มีอยู่ก็เป็ 7,560 หยวน เงินจำนวนนี้สามารถไปซื้อบ้านในตัวอำเภอหรือยกระดับฐานะครอบครัวฟ่านได้เลย
"ถึงจะมีเงินเยอะ แต่ถ้าใช้สุ่มสี่สุ่มห้าพวกเราอาจจะถูกสงสัยได้"พ่อฟ่านกล่าว ในยุคนี้การมีเงินเยอะในตอนที่ยังไม่ได้เปิดการค้าอาจถูกตั้งข้อสงสัยว่าทำการค้าแบบผิดกฎหมายที่ไม่ได้ถูกอนุญาตจากรัฐบาลรวมถึงเส้นทางการเงินที่ไม่ชัดเจน
"งั้นตอนนี้หนูว่าเราควรเข้าไปดูสถานการณ์ในตัวอำเภอกันก่อนจะดีกว่านะคะ เราจะได้เตรียมตัวกันถูก"ฟ่านหลิ่งซางเสนอขึ้นมา
"พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะต้องไปทำงานที่ส่วนกลางตามเวร พวกเราคงต้องหาเวลาขอลาหยุดเข้าไปในตัวอำเภอ"แม่และพ่อต่างได้ความทรงจำมาจากร่างที่อาศัยอยู่ทำให้รู้เื่ต่างๆในชีวิตนี้แต่กับลูกสาวไม่ได้รับความทรงจำมาเลย
"งั้นก็ต้องเตรียมหน่อไม้ไปทดลองขายในตลาดมืดด้วย"พ่อฟ่านกล่าวเสริมทำให้ทั้งสามใช้เวลาที่เหลือเตรียมของในการไปขายในตลาดมืด
ทางด้านที่พักยุวปัญญาชนฝั่งหญิง
ซูเหวินลากเพื่อนตัวเองมาถึงนี่ก่อนเ้าตัวจะปล่อยเพื่อนสาวตน
"นี่ซูเหวิน เธอจะห้ามฉันไว้ทำไหม นังนั่นน่าจะโดนฉันตบสักสองสามฉากก่อน"ฮุ่ยิว่าเพื่อนตน
"เธอก็เห็นว่าพี่ฟ่านเขา.เขาปกป้องเมียตัวเอง"ซูเหวินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"ถึงมันจะจริงแต่ว่าเธอไม่คิดว่ามันแปลกหรอที่คนอย่างพี่ฟ่านจะปกป้องนังนั่น คนที่เกลียดกันเนี่ยนะ จะมารักกันในวันเดียวมันเป็ไปไม่ได้เธอก็คิดดูสิ"ฮุ่ยิที่คิดเป็เื่เป็ราวกล่าวกับเพื่อนตนซึ่งสิ่งที่เ้าตัวนั่นกล่าวออกมาเหมือนมีตะปูมาตอกหัวใจของซูเหวินให้เ็ป
"แต่มันเป็ไปแล้ว"ซูเหวินว่าก่อนจะวิ่งออกมาจากตรงนั้นด้วยน้ำตาที่นองหน้าเหมือนกับนางเอกนิยายที่น่าสงสาร