ในไม่กี่ประโยคสั้น ๆ นี้ สามารถตอกกลับไปอย่างต่อเนื่องได้ถึงสองครั้ง หวังซื่อเคยถูกทำให้ยอมแพ้แบบนี้ที่ไหนกัน นางไม่สนใจอะไรแล้ว ด่ากราดจู้เจียงเจียงเสียยกใหญ่
“ไอ้คนอกตัญญู ไม่เจอหน้าแค่ไม่กี่วันกลับกล้าพูดจาแบบนี้กับข้า แกอยากโดนดีใช่ไหม?!”
ระหว่างที่พูดหวังซื่อก็เดินอาด ๆ ก้าวใหญ่ไปข้างหน้า กวาดแขนปัดกาน้ำชา ตะเกียบและถ้วยในรถของจู้เจียงเจียงตกจนหมด เศษซากชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจัดกระจายเต็มพื้น
จู้เจียงเจียงทั้งใทั้งโมโห มองเศษซากบนพื้นตาละห้อย นางคิดไม่ถึงว่าหวังซื่อจะกล้าลงมือกับของทำมาหากิน
พวกนี้เป็ของที่นางเพิ่งซื้อมาใหม่นะ!
ไม่กี่วันนี้ค้าขายไม่ดี ใบชาขายไม่ออก ในใจจู้เจียงเจียงสะสมความหดหู่มานานแล้ว
ตอนนี้เห็นของที่ใช้ประทังชีวิตของตัวเองถูกคนทำลาย จึงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟขึ้นทันที
“พ่อxึงสิ!”
จู้เจียงเจียงสบถเบา ๆ พลางยกเท้าเตะไปที่หน้าอกของหวังซื่อ
หวังซื่อที่ตัวเล็กผอมแห้งจะรับแรงจากเท้าของจู้เจียงเจียงที่ใส่มาสุดกำลังได้อย่างไร? ถูกนางเตะจนล้มกลิ้งลงพื้น มือที่ใช้ยันพื้นเพื่อทรงตัวก็จมลงไปในเศษเครื่องปั้นดินเผาเ่าั้
“โอ๊ย! เจ็บ...”
หวังซื่อเจ็บจนสะดุ้งโหยง ตอนคิดจะก้มหน้าสำรวจมือที่เืไหล จู้เจียงเจียงพลันเดินเข้ามาใกล้ จากนั้นก็กระชากคอเสื้อของนางแล้วลากออกไปนอกลานบ้าน
ด้วยแรงเหวี่ยงที่มหาศาล หวังซื่อถูกจู้เจียงเจียงโยนกองทิ้งไว้ตรงพื้น “ถือโอกาสตอนที่ข้ายังพูดรู้เื่ รีบไสหัวไป ไม่อย่างนั้นข้าจะให้พวกท่านคลานกลับไป!”
การกระทำนี้ของจู้เจียงเจียง ดึงความสนใจของคนในหมู่บ้านทันที ทุกคนล้วนถือชามข้าวเข้ามาล้อมวงดู
“สะใภ้เล็ก นี่ใครกัน?”
“ข้าเป็ย่าของนาง!”
หวังซื่อเห็นว่ามีคนมาแล้ว ก็รีบทำตัวเหมือนผู้ถูกกระทำ ชี้หน้าประณามจู้เจียงเจียง “ทุกคนมาดูเร็ว คนใจร้ายนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะลงมือกับย่าของตัวเอง เ้าต้องถูก์ลงโทษเป็แน่!”
โจวซื่อยืนอยู่หน้าบ้านตระกูลเผย ไม่กล้าปะทะกับจู้เจียงเจียงโดยตรง เมื่อเห็นเช่นนี้ก็วิ่งเข้ามายืนใกล้หวังซื่อ ช่วยกันร้องไห้ปรับทุกข์เสียงดังลั่น
“ใช่ ทุกคนลองคิดดูสิ ข้าและท่านแม่เห็นเด็กคนนี้ค้าขายตัวคนเดียวด้วยความยากลำบากอยู่ในเมือง จึงคิดอยากช่วยเหลือ ใครจะรู้ เด็กคนนี้ไม่พูดพล่ามก็ลงมือทำร้ายคน พวกเ้าว่ามีหลานอกตัญญูแบบนี้ที่ไหนกัน!”
ดูการแสดงละครของพวกนาง ในความเศร้าเสียใจยังมีความน้อยใจเล็ก ๆ ปะปน หากใครเห็นแล้วก็คงต้องพูดสักคำว่า ‘ช่างเยี่ยมยอดจริง ๆ’
“ท่านแม่ ข้าว่าพวกเรากลับกันเถอะ ความหวังดีกลายเป็หวังร้าย ชีวิตของพวกเราช่างลำบาก...”
โจวซื่อยื่นมือเช็ดน้ำตาให้หวังซื่อ แล้วจึงเช็ดให้ตัวเอง แสดงเพื่อให้สถานการณ์ผ่านไปได้ด้วยดีอย่างสมบูรณ์แบบ
การฟ้องร้องของพวกนางค่อนข้างได้ผลเล็กน้อย อย่างน้อยกลุ่มคนในหมู่บ้านที่มุงดูด้วยไม่รู้ความจริง ในตอนนี้ต่างก็ใช้สายตาสงสัยมองไปทางจู้เจียงเจียง
จู้เจียงเจียงกลอกตาด้วยความรังเกียจ พูดอย่างอารมณ์เสีย “เช่นนั้นก็ไม่ส่ง รีบไสหัวไป หลังจากนี้ก็ไม่ต้องมาอีก”
เหนื่อยมาทั้งวัน นางไม่อยากยุ่งยากกับหวังซื่อและโจวซื่อสองคนนี้ รวมถึงไม่อยากอธิบายกับชาวบ้านที่มามุงดูด้วยความสนุก นี่สำหรับนางแล้วไม่แตกต่างอะไรกันเลย
โจวซื่อคิดไม่ถึงว่าจู้เจียงเจียงจะไม่สนใจสายตาคนอื่น ทั้งยังให้พวกนางออกไป
ในตอนนี้ นางจะไปก็ไม่ใช่ จะอยู่ต่อก็ไม่ใช่
สถานการณ์เข้าสู่สภาวะตรึงเครียด โจวซื่อไม่พูด คนในหมู่บ้านก็เงียบ ทุกคนกำลังรออยู่
“พวกท่านจะไปไม่ไป!” จู้เจียงเจียงพูดเร่งอย่างหมดความอดทน “อยากควักเงินชดเชยกาน้ำชาที่ซื้อมาใหม่ของข้าใช่หรือไม่?”
ประโยคหนึ่งของนาง เรียกให้ทุกคนในหมู่บ้านหันเหความสนใจไปที่เศษซากบนพื้นตรงหน้าประตู
เห็นเศษซากเต็มพื้น ท่าทีของคนในหมู่บ้านก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน สายตาที่จ้องหวังซื่อกับโจวซื่อนั้นไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เพราะพวกเขารู้ ของนั้นสำหรับจู้เจียงเจียงแล้วสำคัญมากเพียงใด
หวังซื่อกับโจวซื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยากจะแก้ตัว แต่ค่อนวันก็ยังพูดไม่ออกสักคำ สุดท้ายก็ทำได้แค่หนีเตลิดไป
“สะใภ้เล็ก ข้าวของเป็แบบนี้ พรุ่งนี้เ้าจะค้าขายได้อย่างไร?” สวี่เหล่าเกินก้าวมาข้างหน้า เก็บเศษซากบนพื้นอย่างปวดใจ ดูว่ายังมีอะไรที่พอใช้ได้อยู่บ้าง
จู้เจียงเจียงเหล่มองแวบหนึ่ง สีหน้าของนางไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก “ไม่เป็ไร พรุ่งนี้ก็ถือเสียว่าพักหนึ่งวัน ไม่เปิดร้าน”
เปิดร้านเจ็ดแปดวันต่อเนื่อง ตามกฎการทำงานของนางในชาติก่อน ควรหยุดพักผ่อนนานแล้ว
นาง้าเวลาคิดว่าจะแนะนำใบชาให้ขายออกได้อย่างไรอยู่เล็กน้อยพอดี
วันรุ่งขึ้น
จู้เจียงเจียงนอนไม่หลับมาทั้งคืน ตื่นเช้ามาก็ขึ้นไปอยู่บนูเาชาแล้ว น้ำค้างบนใบชายังไม่ทันแห้งหมด จึงทำให้ปลายเสื้อขงนางเปียกเป็หย่อม ๆ
นางคิดอยู่ทั้งคืน ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเรียกคนในเมืองเ่าั้มาูเาชาของนางได้?
“พี่เหลียงไปตัดฟืนหรือ?”
ในตอนที่จู้เจียงเจียงมองแสงนวลของอาทิตย์อันสวยงามกำลังไต่ขึ้นบนขอบฟ้าอย่างเหม่อลอยอยู่นั้น เสียงหลูชุ่ยฮวาและเหลียงเหวินโจวที่กำลังทักทายกันก็ดึงดูดความสนใจของนาง
“ใช่ ใช้โอกาสตอนเช้าที่ยังไม่ร้อน ตัดฟืนกลับไปสักหน่อย อีกเดี๋ยวยังต้องอ่านหนังสือต่อ”
เหลียงเหวินโจวกลับมาหมู่บ้านหลายวันแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่ย้อมแพ้กับการสอบ แค่เพียงก่อนสอบจะต้องอยู่รอดให้ได้เสียก่อน ดังนั้นเขาจึงต้องช่วยที่บ้านทำงานสักหน่อย
“ให้ข้าช่วยเ้าไหม?”
หลูชุ่ยฮวาทนดูไม่ได้กับท่าทางบัณฑิตอ่อนแอของเหลียงเหวินโจว จึงอาสาเข้าไปช่วยเหลือ
การตอบโต้ที่เป็ธรรมชาติของคนทั้งสอง ทำให้จู้เจียงเจียงเกิดความคิด นางสามารถแต่งเื่ราวอันน่าทึ่งให้กับชาป่าเพื่อดึงดูดคนได้!
“ลา ลา ลา...”
จู้เจียงเจียงฮัมทำนองเพลงท่อนหนึ่งที่ตัวเองก็คิดไม่ออกว่าเป็บทเพลงไหน ทว่ายิ่งร้องต่อไป เป้าหมายของนางก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
“♫ ร้องเพลงจนผีเสื้อบินคู่ ร้องเพลงจนดอกชานำพามาซึ่งกลิ่นหอม โอเย...เฟิ่งหวงสีทองคู่หนึ่งบินออกจากดงชา ♫”
ใช่แล้ว!
มันก็คือเฟิ่งหวงสีทอง!
เฟิ่งหวงสีทองในดงชา เื่ราวนี้ต้องดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างแน่นอน ยิ่งบทเพลงนี้มีเนื้อร้องที่ติดหู ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเรียกแขกมาไม่ได้
ขอแค่ทุกคนยอมมา นางก็สามารถแสดงการเก็บชาบนูเาชาได้ ทำให้พวกแขกยิ่งรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับใบชาได้มากขึ้น
“ชุ่ยฮวา ฟืนให้เขาไปตัดเองเถอะ ข้ามีเื่จะคุยกับเ้า พวกเรากลับไปคุยกันเถอะ!” จู้เจียงเจียงะโเรียกหลูชุ่ยฮวาที่อยู่เชิงเขา
ครั้นคนทั้งสองที่อยู่ตรงเชิงเขาได้ยินเสียง ถึงพบว่านางอยู่ด้วย ใบหน้าของพวกเขาพลันแดงก่ำไปถึงใบหูทันที
จู้เจียงเจียงไม่มีเวลาไปสอดรู้สอดเห็นสถานการณ์ของทั้งสองคนนี้ว่ามีอะไรหรือไม่ พวกเขาจึงเห็นแค่นางเดินลงจากเชิงเขาแล้ววิ่งตรงเข้าหมู่บ้าน
ยังไม่ทันถึงบ้าน ระหว่างทางเจอกับเผยเสี่ยวอวี๋ นางจึงให้เผยเสี่ยวอวี๋ไปเรียกพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านทั้งหมดมา
ครั้งก่อนตอนร้องเพลงทำนา จู้เจียงเจียงพบว่าพวกเด็ก ๆ เรียนร้องได้รวดเร็วนัก อีกทั้งยังกล้าร้อง ไม่เขินอาย
นางจะนำบทเพลงนี้สอนให้พวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน แล้วหาโอกาสพาพวกเขาไปในเมืองสักรอบหนึ่ง ปล่อยพวกเขาร้องให้ลั่นถนนสายหลัก
เด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้ยินจู้เจียงเจียงเรียกหาพวกเขา ก็รีบทิ้งดินโคลนในมือลง ไม่ทันล้างมือก็วิ่งหน้าตั้งมาทันที “พี่หญิงจู้ เรียกหาพวกเรามีเื่อะไรหรือ?”
“พี่หญิงจู้ มีถังหูหลูให้กินอีกใช่ไหม?”
“มี!”
จู้เจียงเจียงตอบกลับพวกเขาอย่างมั่นใจ “ขอแค่พวกเ้าช่วยงานข้าหนึ่งเื่ ข้าก็จะซื้อถังหูหลูให้พวกเขากินดีหรือไม่?”
“ดี!”
พวกเด็ก ๆ ได้ยินว่ามีขนมให้กิน ก็ไม่ถงไม่ถามแล้วว่าเื่อะไร ต่างยกมือร้องไชโยกันเสียงดังลั่น
เวลานี้ เผยเสี่ยวอวี๋กับหลูชุ่ยฮวากลับมาจากเรียกคนพอดี จู้เจียงเจียงจึงเรียกเด็กทุกคนให้นั่งลง “ทุกคนนั่งให้ดี วันนี้ข้าจะสอนบทเพลงใหม่ให้พวกเ้า ตอนนี้พวกเรามาเริ่มเรียนกันเลยดีหรือไม่?”