วินมอเตอร์ไซค์จอดหน้าคอนโดหรูใจกลางเมือง ลลิน
ลงจากรถและตรงเข้าไปในตึกอย่างคุ้นเคย เธอเดินไปยังโถงล็อบบี้ก็เจอกับเพื่อนสาวคนสนิทที่รออยู่ก่อนแล้ว
“เป็ไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น” เฌอแตมโบกมือพร้อมเอ่ยทักทาย
“ไว้ขึ้นไปคุยบนห้องได้ไหม”
“เออ ๆ ขึ้นไปกัน” เธอเดินนำไปยังทางขึ้นลิฟท์
ตู้เหล็กหยุดอยู่ตรงหน้า ทั้งสองก้าวขึ้นไป ปลายนิ้วกดไปที่ชั้น32 ก่อนจะปล่อยให้มันพาไปถึงจุดหมาย
เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับห้องนั่งเล่น การตกแต่งแบบโคซี่ช่วยให้ทันทีที่เดินเข้าไปก็รู้สึกผ่อนคลายลง โซฟาตัวยาวสีขาว หันหน้าเข้าโต๊ะวางทีวีสีไม้อ่อน ที่้ามีต้นบอนไซปลอมประดับให้อยู่ตามหลักฮวงจุ้ย โทรทัศน์ขนาด 65 นิ้ว กำลังฉายหนังจากแพลตฟอร์มชื่อดัง
ปี้ด
“อะ เล่ามาสะที” เสียงปิดโทรทัศน์ดังขึ้น พร้อมสายตาที่จ้องจะคาดคั้นคำตอบ
ลลินเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟังจนหมด
“นี่มันจะมากไปแล้วนะ พวกเขาทำขนาดนี้ได้ยังไง” แค่ได้ฟังเหตุการณ์ที่เพื่อนเล่า หล่อนก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ในใจคิดอยากจะแจ้งความจับพวกเขาให้รู้แล้วรู้รอด
“ฉันไม่รู้จะทำยังไงต่อเลย ฉันไม่อยากกลับบ้าน”
“งั้นเธอก็อยู่กับฉันไปก่อนก็ได้ เวลาไปมอจะได้ไปพร้อมกันด้วย” เธอเอื้อมมือของตัวเองไปลูบที่หลังของเพื่อนเพื่อปลอบโยน
“ฉันกลัวว่าจะมีปัญหาตามมาที่แก”
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก พวกเขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
“ฮือออ ขอบคุณนะแก” เธอปล่อยโฮร้องไห้ออกมา แล้วโผกอดเพื่อนรักเต็มแรง
“กอดแรงไปแล้วยายบ้า ปล่อยได้แล้ว” เธอตีหลังเพื่อนเพื่อหวังให้ลลินปล่อยตัวเองออก
“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ ั้แ่เมื่อคืนเอ่อ…” พอเธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนสองแก้มก็แดงฉ่า
“อุ้ย ไปอาบน้ำเถอะ ไว้มาเล่าเื่ผู้ชายคนนั้นให้ฉันฟังด้วยนะ” เธอพูดพลางหัวเราะคิกคัก เมื่อได้เห็นท่าทีของเพื่อนสาวที่อายตัวม้วน
“เอ้ะ ยายบ้านี่ อย่ามาล้อฉันนะ” เธอคว้าหมอนอิงแล้วปาไปที่หญิงสาวอีกคน ก่อนจะวิ่งหนีไปทางห้องน้ำที่อยู่ถัดไปทางด้านขวา “แบร่” พลางแลบลิ้นปลิ้นตาที่ได้เอาคืน
เดรสเกาะอกสีเขียวถูกปลดออกเผยให้เห็นร่างบางนวลเนียนที่แฝงไปด้วยรอยแดงจ้ำที่ชายปริศนาฝากไว้ให้เธอเมื่อคืน สายน้ำไหลผ่านอกอวบขาวรินไปจนถึงเนินเต่า สบู่เหลวไหลไปตามตัวก่อนที่เธอจะเริ่มใช้มือถูมันจนเกิดฟอง เมื่อปลายนิ้วเริ่มลูบไล้ไปที่รอยแยก ความรู้สึกของคืนเก่าก็กลับมา ภาพในคืนวันนั้นฉายให้เห็นซ้ำอีกครั้ง
“ไม่ ๆ เลิกคิด” เธอสะบัดหัวทิ้งสองสามที ก่อนจะรีบล้างคราบสกปรกออกจากตัวให้หมด
ความรู้สึกเย็นจากน้ำทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถลบเลือนความเ็ปใจจากความรู้สึกอัปยศที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
“มานั่งนี่เลย เล่ามาสิผู้ชายคนนั้นหน้าตายังไง” ลลินยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ แค่เพียงเสียงปลดกลอนประตูก็ดึงความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนสาวได้แล้ว
“แกนี่มันอยากรู้อยากเห็นเสียจริงนะ ยายตัวดี มาเดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง” หญิงสาวะโลงไปนั่งบนโซฟา จนคนที่นั่งอยู่ก่อนถึงกับตัวเด้งขึ้นข้างบนเล็กน้อย
“เร็วเล่ามา”
“เขาหล่อนะ หน้าตาเหมือนอายุประมานยี่สิบปลาย ๆ ถึง ่สามสิบต้น ๆ แต่ผมหงอกเขาเยอะเหมือนคนอายุสี่สิบห้าสิบแล้ว”
“หรอ ๆ แล้วยังไงต่อ”
“แล้วเขาก็น่าจะรวยด้วยแหละ เพราะตอนลืมตามาฉันจำได้เลยว่าห้องVIPที่เขาอยู่ดูหรูหรากว่าที่ไอแก่นั่นมันพาฉันไปอีก”
“เดี๋ยวนะอีคุณสมบัติทั้งหลายที่แกพูดมา แปปนะ” เฌอแตมลุกออกไปที่ห้องนอน ก่อนจะออกมาพร้อมกับแล็ปท็อปเครื่องหนึ่ง “ตฤณ พิจิตเจริญวงศ์” เธอพูดพลางกดปุ่มแป้นพิมพ์ไปตามที่ปากบอก
“ใช่คนนี้ไหม” หล่อนหันแล็ปท็อปที่มีประวัติส่วนตัวครบถ้วนของผู้ชายเมื่อคืน รูปภาพของนักธุรกิจใหญ่โชว์หราไปทั้งเว็บไซต์
“กะกะ…แก” เสียงตอบตะกุกตะกักเมื่อภาพที่ฉายอยู่ไม่ผิดไปจากคืนนั้นแม้แต่เสี้ยวเดียว
“อย่าบอกนะว่าใช่” หัวของเธอขยับขึ้นลงช้า ๆ แทนคำตอบ “กรี๊ดดดด เื่จริงหรอ”
“ก็จริงนะสิ ทำไมแกถึงรู้จักเขา เขาเป็คนดังหรอ”
“ถามจริงนี่แกเรียนศิลปะการแสดงไปทำไม ถึงได้ไม่รู้จักประธานบริษัทของค่ายPJ”
“นี่แกว่าไงนะ ไอ..เอ่ออ ฉันหมายถึงลุงคนนี้เป็ประธานของPJ อะหรอ” เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรู้ว่าคนที่ล่วงเกินตัวเองไปเมื่อคืนเป็ถึงคนใหญ่คนโตขนาดนี้
“อื้อ แต่ถ้าฉันจำไม่ผิดเขามีข่าวลือว่าเป็เกย์นี่”
“อย่าว่าแค่ข่าวลือที่เป็เกย์เลย ฉันยังเข้าใจว่าเขาเป็ตาแก่หัวล้านหน้าตาน่าเกลียดถึงได้ไม่มีเมียสักที” เธอสาธยายความคิดตัวเองไปจนหมดสิ้น จนทำให้เพื่อนสาวคนสนิทอดขำออกมาไม่ได้
“ฮ่าฮ่า แต่แบบนี้ก็พิสูจน์แล้วสิว่าเขาไม่ใช่เกย์ เมื่อคืนเป็ไงบ้างดีไหม” หล่อนกระตุกมุมปากยิ้มกรุ้มกริ่มถามอย่างมีเลศนัย
“ยายบ้านี่ ถามอะไรก็ไม่รู้ จิ๊”
“หึ ทำเป็เฉไฉ ส่วนเื่แกจะทำงานก็เอาโน๊ตบุ๊คของฉันไปใช้ เดี๋ยวฉันไปใช้คอมในห้องทำงานเอา” หล่อนพับจอแล็ปท็อปลงแล้วยื่นมันให้กับเธอ
“บ้าหรอ มันมากไป เดี๋ยวฉันกลับไปเอาโน๊ตบุ๊คของฉันที่บ้านก็ได้”
“แกจะบ้าหรอ กลับไปอีกคิดว่าจะได้ออกมาหรือไง ไม่มีทางหรอกย่ะ เอาไปเถอะ” เธอยืนยันหนักแน่นที่จะให้ ทำให้อีกฝ่ายปฏิเสธไม่ลง
“ฮือ ขอบคุณนะเพื่อนรัก”
ลลินตัดสินใจย้ายมาอยู่กับเฌอแตมเต็มตัว เธอไม่อยากกลับไปเหยียบบ้านสกปรกหลังนั้นอีกแล้ว โชคดีที่เพื่อนสาวคนนี้เป็ลูกคนรวยที่พักอาศัยจึงมีการควบคุมหนาแน่นไม่มีโอกาสให้คนนอกได้เข้ามาใกล้
………….
“ฮะ..ฮัดเช่ย” เสียงจามพ่นออกมาจากคนหัวโต๊ะ “ใครนินทาฉันอยู่กัน” เขาเพียงเอ่ยพึมพัมเบา ๆ เพราะกังวลจะมีคนได้ยิน
“ท่านครับรายละเอียดของซีรีส์ที่เสนอไปคิดว่ายังไงบ้างครับ” พนักงานคนหนึ่งของโต๊ะเรียกให้เขาออกจากภวังค์กลับมาสนใจในงานต่อ
“อื้อ ๆ ดี ๆ ทำตามนั้นเถอะ ปิดประชุมได้” เขาเอ่ยกล่าวปิดงานอย่างรวดเร็ว ห้องสี่เหลี่ยมยาวที่มีคนนั่งอยู่เต็มโต๊ะ ต่างทยอยเดินออกกันไปทีละคน ก่อนที่เขาจะเดินตามออกไปทีหลัง
ห้องทำงานส่วนตัวตกแต่งแบบโมเดิร์นคุมโทนสีกรมเทาอย่างเป็ระเบียบ ของทุกชิ้นถูกวางไว้อย่างเพอร์เฟคตามนิสัยของเ้าของห้อง
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูดึงความสนใจของเขาไปยังจุดนั้น ก่อนที่ผู้ช่วยประจำตัวจะเดินเข้ามา
“พี่ครับผมสืบมาได้แล้วนะครับเื่ของผู้หญิงคนนั้น”
“ว่ามาสิ”
“เธอชื่อ ลลิน โอภาสเจริญ อายุ21 พ่อแม่เสียชีวิตั้แ่8ขวบ โตมากับคุณลุงคุณป้าที่เป็ญาติฝ่ายพ่อ ตอนนี้เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงไทยเทพ สาขาศิลปะการแสดงปี3 ได้ทุนการศึกษามาตลอดั้แ่ปี1ครับ”
“ศิลปะการแสดงหรอ ดีสิแบบนี้” หลังจากฟังประวัติส่วนตัวของเธอ เขาใช้ความคิดสักพักก็นึกอะไรดี ๆ ออก “พรุ่งนี้ไปบอกอธิการบดีว่าอาทิตย์หน้าฉันจะไปเป็วิทยากรรับเชิญ”
“พี่อยากไปเจอเธออีกครั้งหรอครับ”
“หุบปากแล้วไปทำตามที่สั่ง” เสียงดุปรามให้อีกฝ่ายรู้สถานะ ก่อนจะหันกลับมาที่คอมพิวเตอร์บนโต๊ะ เพื่อใช้มันบังรอยยิ้มของตัวเอง ตฤณไม่รู้ตัวว่าั้แ่เมื่อไหร่กันที่เข้าอยากได้ผู้หญิงคืนนั้นมาไว้ใน
“เอาล่ะเว้ย ลูกพี่จะมีแฟนแล้ว” หลังจากที่ธีระเดินออกมาจากห้องนั้นได้ เขาก็แสดงอาการดีใจออกนอกหน้า จนไม่ได้สนใจว่าคนรอบตัวมองมาที่เขาเหมือนตัวประหลาด “อื้มไม่มีไรครับ พอดีถูกหวยน่ะ” คำแก้ตัวที่ดูฟังไม่ขึ้น เขาทำเป็ขยับเนกไทด์เพื่อแก้อาการเขิน ก่อนจะเดินออกไปคุยโทรศัพท์ในที่ลับตาคน