แอนนามองไปทางแลนซ์ทันที อีกฝ่ายคือวาเนสซ่า องครักษ์ที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อเธอ ซ้ำยังดีกับแลนซ์ด้วยเช่นกัน วาเนสซ่าเป็คนสอนแลนซ์ใช้ทักษะการต่อสู้มือเปล่า รวมถึงใช้อาวุธเบื้องต้นด้วย
“แอนนา อยากไปพบแม่กับลุงของเธอหรือเปล่า” แลนซ์เอ่ยถาม “ฉันไม่ได้ห้ามเธอติดต่อกับใครนะ บอกไว้ก่อน”
“ใจจริงก็อยากค่ะ” แอนนากล่าว “แต่คิดว่าเสด็จพ่อคงวางสายสืบเอาไว้ที่บลูฟิชแล้ว หากเขาพบเราที่นั่น เกรงว่าเมืองบลูฟิชจะเดือดร้อน คงหาข้ออ้างว่าบลูฟิชซ่อนตัวพวกเรา และถือโอกาสจัดการกับท่านลุง”
“ท่านพ่อของหม่อมฉันไม่กลัวเพคะ” วาเนสซ่ากล่าว “องค์หญิงทรงเป็หลานของท่านพ่อ เป็ญาติของหม่อมฉัน และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด พระองค์เป็วัลไคเรีย ชาววัลไคเรียจะไม่ทอดทิ้งกัน”
“ฝากขอบคุณท่านแม่และท่านลุงด้วย” แอนนากล่าว “ฝากบอกว่าข้าสบายดี จากนี้ไปข้าจะไปจากทวีปไกอา ออกเดินทางไปใช้ชีวิตที่เหลือกับแลนซ์ คนรักของข้า”
“คนรักหรือเพคะ” วาเนสซ่ากล่าวเสียงสั่น “คนที่ท่านพึ่งพบหน้าได้ไม่กี่วันเนี่ยนะเพคะ”
“ไม่ใช่แค่ไม่กี่วัน แต่เป็สิบห้าปี” แอนนากล่าว “เราผูกพันธ์กันมานานกว่าที่เ้าคิด วาเนสซ่า”
วาเนสซ่าก้มหน้านิ่ง แอนนารู้จักแลนซ์ทั้งที่ยังไม่มีใครรู้จักเขามาก่อน ไหนจะรู้ถึงข้อมูลของอีกฝ่าย ถึงแม้วานาสซ่าจะไม่อยากเชื่อเื่ที่แอนนาบอกให้ฟังก็ตามที
“ท่านตัดสินใจดีแล้วหรือเพคะ” วาเนสซ่ากล่าว “ว่าท่านจะฝากชีวิตกับท่านแลนซ์”
“ใช่ ฉันมั่นใจ” แอนนากล่าว “ไม่ต้องห่วงว่าเราจะลำบาก พวกเราสามารถใช้ชีวิตอยู่กันได้ วาเนสซ่า พวกเราไม่เป็ไร”
“แต่หม่อมฉันไม่เชื่อว่าท่านแลนซ์จะดูแลท่านได้” วาเนสซ่ากล่าวก่อนจะเรียกวงเวทสีฟ้า และหยิบหอกธรรมดาๆออกมาจากวงเวทนั้น “จนกว่าหม่อมฉันจะได้พิสูจน์ หากทำให้หมอ่มฉันเชื่อได้ ไม่ว่าท่านจะเล่าอะไรมา หม่อมฉันก็ยินดีจะยอมรับ”
“จะทดสอบว่าฉันแข็งแกร่งขนาดไหนสินะ” แลนซ์กล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็เอาทวนแก้วไพลิน อาวุธประจำตัวเธอออกมาสู้ซะ จะได้เห็นว่าฉันปกป้องแอนนาได้”
วาเนสซ่ามีสีหน้าใเล็กน้อย ที่อีกฝ่ายรู้จักชื่ออาวุธของเธอ เธอเชื่อว่าแลนซ์ไม่ได้รู้มาจากปากแอนนาแน่ๆ เพราะแอนนาไม่มีเหตุผลจะต้องบอกอะไรเลย
“คิดดีแล้วหรือ ที่จะสู้กับทวนแก้วไพลินของฉันน่ะ” วาเนสซ่ากล่าว “มันเป็อาวุธที่อยู่ในระดับทัดเทียมกับดาบศักดิ์สิทประกายแสงของบลูสกายเลยนะ ท่านแลนซ์”
“ถ้ามันจะทำให้เธอยอมรับฉันล่ะนะ” แลนซ์กล่าว “หาที่เหมาะๆกันก่อนเถอะนะ ใกล้กับกิลด์นักผจญภัยคงไม่เหมาะ”
ทั้งสามคนเข้าไปในป่าซึ่งเป็ถิ่นของมอนสเตอร์ แน่นอนว่ารอบบริเวณปลอดผู้คน เพื่อที่พวกเขาจะได้สู้กันโดยไม่รบกวนใคร
“แอนนา ขอยืมคฑาวิหคของเธอหน่อยสิ” แลนซ์กล่าวพลางยื่นมือไปหาแอนนา วาเนสซ่าสังเกตุว่าแอนนาไม่มีทีท่าระแวงหรือสงสัยใดๆแม้แต่น้อย ทั้งที่อีกฝ่ายยืมอาวุธสำคัญของเธอ
“ค่ะ” แอนนากล่าวก่อนจะเรียกวงเวทสีแดง และดึงคฑาทองแดงหัวนกฟินิกซ์ออกมา หลังจากนั้นเธอจึงยื่นมันให้แลนซ์ แลนซ์ควงคฑาอย่างชำนาญ พร้อมกับตั้งท่าต่อสู้ทันที
วาเนสซ่ากัดฟันเล็กน้อย เมื่อเห็นคฑาวิหคทองแดงของแอนนา ถึงแม้มันจะเป็อาวุธระดับราชวงศ์และดูสวยงามเพียงใด แต่มันก็คืออาวุธของเชลยศึกหรือตัวประกัน
อาวุธของราชวงศ์บลูสกายอย่างต่ำจะต้องทำจากเงินหรือส่วนผสมเทียบเท่า การที่แอนนาได้รับอาวุธที่ทำจากทองแดง บ่งบอกว่าบลูสกายไม่ให้ความสำคัญกับเธอเหมือนเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ
“ในเมื่ออีกฝ่ายใช้อาวุธเวทระดับราชวงศ์ ดิฉันก็จะใช้ของที่เท่าเทียมค่ะ”
วาเนสซ่าเก็บหอกธรรมดาๆของเธอเข้าวงเวท ก่อนจะเรียกอาวุธอีกชิ้นออกมา มันคือทวนใสโปร่งแสงที่สะท้อนสีฟ้าอ่อนออกมาเมื่อัักับแสงแดด อาวุธของเธอราวกับทำมาจากน้ำแข็งทั้งก้อน มันคืออาวุธเวทชั้นสูงที่ทัดเทียมกับอาวุธเวทระดับราชวงศ์ หรือหากเทียบตามหลักสากล คืออาวุธระดับแรงค์ซุปเปอร์เอส (Rank SS) นั่นเอง
“หากอาวุธเชลยของท่านต้องเสียหายเพราะปะทะกับอาวุธหม่อมฉัน หม่อมฉันคงต้องขออภัยล่วงหน้า” วาเนสซ่ากล่าว “แต่อย่าห่วงไปเลย วัลไคเรียเราจะทำอาวุธให้ท่านใหม่เพคะ”
“เริ่มได้หรือยัง” แลนซ์กล่าวเสียงเรียบ “ยังไงซะเธอก็ไม่มีวันทำอะไรอาวุธของแอนนาได้หรอก”
“ถือตัวว่าเป็ผู้กล้า เลยอวดดีสินะคะ” วาเนสซ่ากล่าว “ถ้างั้นฉันจะขอลองดูเสียหน่อย ว่าผู้กล้าน่ะจะแกร่งแค่ไหนกันเชียว”
วาเนสซ่าตั้งท่าจู่โจม หลังจากนั้นแค่หนึ่งการกระพริบตา เธอก็ใช้เวทเสริมพลังเคลื่อนตัวความเร็วสูงประชิดกับแลนซ์ แน่นอนว่าคนทั่วไปมองความเร็วเธอไม่ทันอย่างแน่นอน หลังจากนั้นเธอก็ใช้ทวนแก้วไพลินฟาดไปที่คฑาวิหคที่แลนซ์ถืออยู่ เธอตั้งใจจะปัดอาวุธแลนซ์ให้หลุดมือ ก่อนจะเอาคมทวนจี้คอให้อีกฝ่ายยอมแพ้
แต่ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาดไปหมด วาเนสซ่ารู้สึกเหมือนเอาท่อนเหล็กธรรมดาๆไปฟาดกับเสาเหล็กขนาดใหญ่ แรงดีดสะท้อนกลับมาหาเธอจนนิ้วทั้งสิบและง่ามมือปวดร้าวไปหมด รวมถึงท่อนแขนของเธอที่จู่ๆก็สั่นะเืและเกิดอาการชากระทันหัน
วาเนสซ่าเห็นหัวนกฟินิกซ์ที่คฑาฟาดมาที่ลำคอเธอ เธอถอยหลบตามสัญชาตญาณ พร้อมกับทิ้งระยะมาในระดับที่เธอสามารถจะโต้กลับไปได้หากมีโอกาส
แต่แล้วเธอกลับพบว่าอีกฝ่ายนั้นตามโจมตีต่อเนื่อง แลนซ์หมุนตัวโจมตีต่อเนื่องฟาดคฑาใส่เธอในแนวเฉียงจากบนลงล่าง เป็การโจมตีกวาดเพื่อป้องกันเธอสวนขณะที่เขาหมุนตัวเสริมแรง จังหวะนี้วาเนสซ่าหาช่องว่างของอีกฝ่ายเพื่อโจมตีไม่ได้ จึงต้องถอยหลบอีกครั้ง
ในจังหวะนี้เธอพบว่าแลนซ์หมุนตัวเสริมแรงฟาดอีกที ถึงแม้จะเป็เวลาแค่หนึ่งวินาที แต่นี่ถือว่าเป็ช่องว่างที่เปลี่ยนเกมได้ วาเนสซ่าแทงทวนสวนเข้าที่ท้องของแลนซ์จังหวะที่เขากำลังหมุนตัว แน่นอนว่าทวนของเธอจะถึงท้องของอีกฝ่าย ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันฟาดคฑาลงมาใส่เธอ
แต่ทว่าจู่ๆการหมุนตัวฟันของแลนซ์กลับไวราวกับการหมุนของลูกข่าง แรงฟาดจากคฑาที่เสริมพลังจากการหมุนตัวทำเอาท่อนแขนของวาเนสซ่าสั่นสะท้านอีกรอบ ก่อนที่เธอจะต้องตั้งรับในทิศทางตรงกันข้าม เพราะแลนซ์เปลี่ยนแนวการฟาดอย่างรวดเร็วจนตาของเธอมองแทบไม่ทัน
“เวทเสริมพลังขั้นสูงสุด” วาเนสซ่ากล่าวเบาๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะเรืองแสงสีฟ้า มานาในร่างของเธอกำลังไหลเวียนอย่างรวดเร็วเพื่อเสริมพลังกาย สัญชาตญาณของเธอบอกว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่แค่เด็กธรรมดาๆ หากเธอไม่เอาจริง เธออาจตายได้
วาเนสว่าตั้งทวนตรงในลักษณะแทง ก่อนจะเสริมความเร็วที่แขนและกระหน่ำแทงไม่ยั้ง ความเร็วในการแทงของเธอนั้นเร็วมากจนเกิดภาพติดตา แต่ทว่าอีกฝ่ายซึ่งเป็แค่เด็กอายุสิบสองกลับใช้ความไวในระดับที่ทัดเทียมกัน ปัดเบี่ยงคมทวนของเธอด้วยหัวคฑาได้ทุกครั้ง
“ไม่รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายใช้เวทเสริมพลัง” วาเนสซ่ากล่าว “นั่นมันพลังทางกายภาพของเด็กคนนั้นล้วนๆเลยหรือไงกันนะ เ้าเด็กนั่นเป็ปีศาจหรือไงกัน”
เมื่อวาเนสซ่าคิดเช่นนั้น เธอก็เสียสมาธิเพียงชั่วครู่ แต่ชั่วครู่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะชี้ชะตา
แลนซ์อาศัยจังหวะนี้เหวี่ยงหัวคฑาฟาดจนทวนแก้วไพลินของวาเนสซ่าเบนไปทางอื่น ก่อนที่แลนซ์จะก้าวเท้าเข้ามาประชิดกับวาเนสซ่า ระยะของทั้งสองใกล้กันมากเกินจนการโจมตีจากทวนทำอะไรไม่ได้
วาเนสซ่าปล่อยทวนของเธอทันที โดยทวนของเธอสลายไปกลางอากาศ ก่อนที่เธอจะคว้ามีดสั้นที่เอวปาดใส่แลนซ์ตามสัญชาตญาณ เธอตั้งใจจะปาดที่ท้อง แต่ด้วยแลนซ์ที่เป็เด็กอายุสิบสองนั้นตัวเตี้ยกว่าเธอ จึงทำให้คมมีดพุ่งเป้าไปที่บริเวณลำคออีกฝ่ายแทน
วาเนสซ่านั้นใที่เป้าหมายดันเป็จุดตายของอีกฝ่าย เธอจึงเผลอลดความเร็วลงทันที กลายเป็เปิดช่องว่างใหญ่ และทิ้งโอกาสชนะไปอย่างน่าเสียดาย
แลนซ์ยกกลางด้ามของคฑารับคมมีดของวาเนสว่าเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่เขาจะใช้แรงของตัวเองผลักวาเนสว่าออกไป แล้วตามต่อด้วยการฟาดปลายคฑาใส่อีกฝ่าย แน่นอนว่าวาเนสซ่าหลบได้ แลนซ์จึงโจมตีต่อเนื่องด้วยการหมุนตัวแล้วอาศัยแรงหมุนแทงหัวคฑาใส่อีกฝ่ายตรงๆ
ระยะการแทงของแลนซ์นั้นไกลกว่าระยะถอยของวาเนสซ่า จึงทำให้หัวคฑาเข้าท้องเธอเต็มๆ มันควรจะเป็เช่นนั้น...
แต่ทว่าวาเนสซ่ากลับยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่โล่ผลึกน้ำแข็งหกเหลี่ยมจะปรากฏขึ้นที่กลางอากาศเพื่อรับการแทงด้วยหัวคฑาของแลนซ์เอาไว้ โล่ผลึกน้ำแข็งหกเหลี่ยมนั้นแตกสลายไปทันทีเมื่อเจอกับการกระแทก แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะซื้อเวลาให้วาเนสซ่าแล้ว
“สมกับเป็วาเนสซ่า” แอนนากล่าวพลางมองการต่อสู้ของทั้งสอง “การต่อสู้ด้วยอาวุธนั้นเธอเหนือกว่าแลนซ์ แต่ถ้าหากเธอเริ่มใช้เวทเมื่อไหร่ นั่นเท่ากับว่าเธอกำลังนับถอยหลังสู่ความพ่ายแพ้”
“ขอยอมรับว่าเก่งเอาเื่นะคะ” วาเนสซ่ากล่าวเมื่อทั้งสองอยู่นอกระยะต่อสู้แล้ว “จนถึงขนาดที่ฉันต้องใช้เวทมนตร์ป้องกันตัว ดิฉันเริ่มยอมรับคุณขึ้นมาบ้างแล้วล่ะค่ะ
“งั้นหรือครับ” แลนซ์กล่าว “แบบนี้ปล่อยพวกผมไปได้หรือยังล่ะ”
“ยังปล่อยไปไม่ได้ค่ะ” วาเนสซ่ากล่าว “ศัตรูในโลกภายนอกนี้ยังมีคนอีกมากที่ฝีมือเหนือกว่าดิฉัน สู้แบบนั้นฉันไม่ยอมรับให้คุณปกป้ององค์หญิงหรอกนะคะ เตรียมรับมือค่ะ”
วงเวทขนาดหนึ่งเมตรสีน้ำเงินปรากฏตรงหน้าวาเนสซ่าสองวง มันคือมหาวงเวท กับวงเวทเล็กอีกเจ็ดวงรายล้อมรอบตัวเธอ บ่งบอกว่าวาเนสซ่าในตอนนี้มีพลังเวทถึงยี่สิบเจ็ดเท่านั่นเอง ดูเหมือนว่าวาเนสซ่าคิดจะโจมตีแลนซ์ด้วยเวทมนตร์รุนแรงที่สุดของเธอ
“เตรียมรับมือ” วาเนสซ่ากล่าว “ด้วยสายธารแห่งเทพธิดาวัลไคเรีย ข้าขอบัญชา สายธารนั้นคือมวลหมู่หอกน้ำแข็งซึ่งจะทำลายสิ้นซึ่งศัตรู ไอซ์ซิเคิล อาร์มาเมนท์ (Iccicle Armament)”
วงมหาเวททั้งสองยิงหอกน้ำแข็งยาวต่อเนื่องอัดใส่แลนซ์ทันที ส่วนวงเวทเล็กอีกเจ็ดวงก็ทยอยยิงหอกน้ำแข็งขนาดเล็กต่อเนื่องสมทบด้วย
แลนซ์ถอนใจก่อนที่เขาจะร่ายเวทรักษาขั้นสูงใส่ตัวเอง และร่ายเวทเสริมพลัง ซึ่งเสริมด้วยพลังจิตของเขาอีกทีหนึ่งคุมร่างกายเอาไว้ จนร่างของเขาไม่ต่างอะไรกับโกเล็มในตำนาน
ฝูงมหามวลหอกน้ำแข็งกระแทกใส่ร่างแลนซ์ ก่อนที่มันจะแตกสลายไป แน่นอนว่าพวกมันสร้างความเสียหายทางกายภาพให้แลนซ์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเวทมนตร์ของวาเนสซ่านั้นอ่อนแอเกินกว่าจะทำอะไรเขาได้
“จบแล้วสินะ” แลนซ์กล่าวเมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยหอบของวาเนสซ่า “ต่อไปก็ตาฉันแล้วสิ”
วงเวทสีขาวจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏรายล้อมรอบวาเนสซ่า ร่างของเธอสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เพราะเธอไม่สามารถนับได้ว่าวงเวทของอีกฝ่ายมีอยู่กี่วง
“กำลังสงสัยสินะ ว่าวงเวทของฉันมีอยู่เท่าไหร่” แลนซ์กล่าว “ในครั้งแรกที่เริ่มฝึกเวท ฉันนับได้เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าวง แต่หลังจากศึกษาและฝึกพลังเวท ก็พบว่าวงเวทมันเพิ่มขึ้นได้อีก จนตอนนี้แม้แต่ตัวฉันก็ี้เีนับแล้วล่ะ”
วาเนสซ่าพูดอะไรไม่ออก วงเวทนั้นไม่เคยโกหก มันสะท้อนถึงพลังที่แท้จริงของผู้ใช้ นั่นหมายความว่าเธอกำลังเจอกับผู้กล้าตัวจริงเสียงจริง ผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมาโดยจอมเวทจำนวนเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าคน บลูสกายได้สร้างปีศาจที่น่ากลัวกว่าพวกหายนะสีดำขึ้นมาเสียแล้ว