Hi, Darling 22 ตอนจบ
หลายวันผ่านไป
วันนี้อากาศแจ่มใสมากแจ่มใสจนนอยากจะร้องเพราะฉันรู้สึก ร้อนอบอ้าวจนอยากจะงอแง ที่ร้อนมากแบบนี้เป็เพราะเมื่อคืนฝนตกหนัก เช้ามาท้องฟ้าเลยสว่างและแสงแดดนั้นเจิดจ้ารับอรุณเร็วกว่าทุกวัน คนที่มีโอกาสได้หยุดงานยังคงหลับอยู่บนเตียง แม้จะสายแล้วก็ตาม ฉันเดินลงไปเตรียมมื้อเช้าไว้สำหรับเราทั้งสองคนั้แ่ตื่นนอน จนถึงตอนนี้กลับขึ้นมาก็ยังไม่ได้รีบเร่งให้พี่กริชตื่นหรือลุกขึ้นมากินข้าว ส่วนหนึ่งคืออยากให้เขาได้นอนพักผ่อนมากกว่านี้เนื่องจากเขาต้องขึ้นเวรหลายชั่วโมงติดต่อกันเลยอยากให้เขาได้พักบ้าง อีกอย่างคือฉันยังไม่พร้อมที่จะไปโรงพยาบาลกับเขา
สาเหตุที่เขาอยากจะพาไปที่โรงพยาบาลเกิดจากเมื่อไม่กี่วันก่อนฉันมีอาการที่ผิดปกติไป ทั้งอาเจียน วิงเวียน และเหม็นอาหารบางชนิด พี่กริชยิ้มร่าบังคับให้ไปโรงพยาบาลกับเขา แต่ฉันไม่ชอบโรงพยาบาลเท่าไหร่จึงเอ่ยปฏิเสธมาโดยตลอดกระทั่งเขาควบเวร เช้า บ่าย ดึก และเช้า ต่อ ทำให้เราไม่เจอกันเกือบสองวัน พอวันนี้เขาได้หยุดฉันจึงไม่อยากปลุกเพราะลึก ๆ ก็กลัวว่าเขาจะพาไปโรงพยาบาล
“เฟื่อง...” ฉันที่ตั้งใจจะย่องออกจากห้องนอนหลังจากที่เดินไปหยิบโทรศัพท์ตัวเองก็ชะงักเท้าที่กำลังก้าวทันทีเมื่อมีเสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อ
“ค ค่ะพี่”
“ไปไหน?” พี่กริชเอ่ยถาม หันกลับไปมองก็พบว่าเขานอนกอดผ้าห่มจ้องมองฉันตาปริบ ๆ อยู่ ยิ่งท่อนบนเขาไม่ได้สวมเสื้อแล้วด้วย ภาพนี้ยิ่งทำให้ฉันเขินหนัก ไม่ว่าจะเห็นบ่อยแค่ไหนก็ไม่ยักจะเชินกับภาพเหล่านี้ของเขาเลยสักครั้ง กลับกันยิ่งเห็นบ่อยฉันยิ่งเขิน
“ลงไปข้างล่าง...”
“บ้านยังล็อคอยู่ไหม?”
“ล็อคค่ะ”
“งั้นก็ขึ้นมาบนเตียง พี่อยากกอด” พี่กริชเอ่ยเรียก แม้จะรู้สึกลังเลว่าควรจะขึ้นไปบนเตียงหรือวิ่งหนีเขาลงไปด้านล่างอยู่นั้น โทรศัพท์ในมือก็ส่งเสียงเรียกเข้าเป็แม่หมี่ที่วีดีโอคอลเข้ามาใน่สายของวันนี้
“ใครครับ? พี่ขึ้นเวรถี่หน่อยหนูมีกิ๊กเหรอ?” อีกฝ่ายแกล้งแซว
“บ้าสิ แม่หมี่โทรมา” ฉันตอบพร้อมกับมองอีกฝ่ายงอนๆ
“งั้นก็มานั่งใกล้ ๆ พี่” พี่กริชเรียกอีกครั้ง ฉันจึงเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เขาโดยที่มีพี่กริชขยับศีรษะเข้ามาหนุนขาแล้วหลับตาไปอีกครั้งอย่างสบายใจ ส่วนฉันก็รีบกดรับสายแม่หมี่ที่โทรเข้ามา
“แม่คะ หนูคิดถึง...” รีบเอ่ยอ้อนทันทีเมื่อเห็นใบหน้าใจดีของแม่หมี่ขึ้นโชว์ที่หน้าจอโทรศัพท์
(แม่ก็คิดถึงหนูเหมือนกัน วันนี้แม่กำลังจะไปหานะ)
“จริงเหรอคะ? แม่จะมาจริง ๆ เหรอ งั้นเย็นนี้เราไปกินปิ้งย่างกันได้ไหมคะ” ฉันชวนอย่างตื่นเต้น แม่หมี่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีดังมาตามสาย แต่ก็ยอมพยักหน้าให้ฉัน ยิ่งเห็นแบบนั้นยิ่งยิ้มกว้างอย่างพอใจทันที
(พี่ไปทำงานไหมลูก) แม่หมี่เอ่ยถาม ปกติท่านก็ถามแบบนี้อยู่แล้วเวลาโทรหาฉัน
“ไม่ค่ะแม่ วันนี้พี่หยุด ยังงอแงไม่ยอมตื่น” ฉันแอบฟ้องแม่หมี่อย่างเด็กดื้อ พี่กริชหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะขยับหนุนตักฉันดี ๆ ยกท่อนแขนโอบรอบเอวฉันไว้แน่นขึ้น
(วันนี้กริชบอกแม่ว่าจะพาหนูไปโรงพยาบาล) แม่หมี่ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ฉันเองพอได้ยินคำว่าโรงพยาบาลถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
“แต่มีเด็กดื้องอแงไม่อยากไป” คนที่คิดว่าหลับรีบเอ่ยเสริมประโยคจากแม่หมี่ทันที พี่กริชเอ่ยแทรกทั้งที่ยังหลับตาอยู่
(งอแงเหรอลูก) แม่หมี่ยิ้มกริ่มอย่างเอ็นดูเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกชายตัวเองฟ้อง
“ก็หนูไม่ชอบกลิ่นนี่นา”
(แต่หนูไม่สบายอยู่นะลูก ไปกับพี่กริชนะให้พี่เขาพาไปตรวจดู แม่เองก็เป็ห่วง)
“แต่ว่า...”
(นะลูก หนูตรวจเสร็จ แม่คงถึงพอดีแล้วเราค่อยหาร้านปิ้งย่างกัน)
“ก็ได้ค่ะแม่ เดี๋ยวหนูจะไปกับพี่กริช”
(เก่งมาก แล้วเจอกันนะลูก)
“ค่ะแม่ เดินทางปลอดภัยนะคะ หนูจะรอแม่นะ”
(จ้าลูก)
“ทีพี่บอกไม่เห็นจะยอมฟัง” พอวางสายก็ได้รับประโยคตัดพ้อจากพี่กริชทันที ฉันหัวเราะเบา ๆ อย่างพอใจที่เห็นท่าทีแสนจะงอนของเขา
“ก็หนูอยากดื้อกับพี่” ฉันตอบกลับอย่างเด็กดื้อ
“หึ ดื้อได้เต็มที่เลยครับ แต่บางเื่ถ้าพี่บอกหนูก็ต้องฟังตกลงไหม”
“ได้ค่ะ หนูไปอาบน้ำก่อนนะ”
“ครับ ไปโรงพยาบาลเสร็จเราไปซื้อของเข้าบ้านด้วยกันนะ”
“ค่ะ”
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ฉันนั่งรอเข้าห้องตรวจโดยมีพี่กริชนั่งอยู่ข้าง ๆ เขายกท่อนแขนให้ฉันดมโดยที่ไม่สนใจสายตาล้อเลียนของใครหลายคนที่เดินผ่านไปมาแม้จะเป็คนที่เขารู้จักอย่างพี่ ๆ พยาบาลที่ขยันเดินผ่านไปมา พี่กริชกดโทรศัพท์ด้วยมือข้างหนึ่งสลับกับเงยหน้าขึ้นมามองฉันว่ายังปกติดีอยู่ไหม หลัง ๆ มานับว่าแปลกอย่างมากที่เริ่มมีอาการเวียนหัวจนอาเจียนแล้วพอได้กลิ่นหอมสดชื่นจากพี่กริชอาการเ่าั้มักจะหายไป
“เชิญคุณหมอกริชได้เลยค่ะ” พยาบาลท่านหนึ่งแจ้งพี่กริช
“ขอบคุณครับ” พี่กริชประคองฉันให้เดินเข้าห้องตรวจพร้อมกับเขา เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็เจอกับคุณหมอท่านหนึ่งนั่งอยู่และกำลังมองเราพร้อมกับรอยยิ้มตื่นเต้น
“สวัสดีครับหมอกริช”
“สวัสดีครับ วันนี้รบกวนด้วยครับ” พี่กริชบอกคุณหมอที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ ฉันนั่งลงที่เก้าอี้คุณหมอก็เริ่มถามอาการที่เป็ ฉันเองพอถูกถามอะไรก็ตอบไปตามจริงไม่ได้กั๊กอะไรไว้ ถามกันอยู่นานท้ายที่สุดคุณหมอก็ให้ไปตรวจเื พี่กริชเดินตามมาไม่ห่าง กระทั่งเจาะเืเสร็จแล้วเรากลับไปที่ห้องตรวจอีกครั้งนั่นแหละฉันถึงได้บ่นงึมงำด้วยความงอแง พี่กริชที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ดุอะไร เมื่อเจอคุณหมอเ้าของเคสอีกครั้งก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ได้รับมามันดูตื่นเต้นเสียจนเก็บแววตาไม่อยู่
“ยินดีด้วยนะครับ ตอนนี้ภรรยาหมอกริชตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วครับ” ฮะ? อะไรนะ ตั้งครรภ์เหรอ
“ขอบคุณครับ” พี่กริชรับคำพร้อมกับรอยยิ้ม ยิ้มเหมือนเขาเองก็รู้อยู่แล้ว
“แต่ค่า hcg สูงมากเลยนะครับ ผมจะส่งไปตรวจอย่างละเอียดกับทางสูตินรีเวชนะครับ”
“ได้ครับ” พี่กริชเป็ฝ่ายขานรับ เพราะตอนนี้ในหัวฉันอื้ออึงไปหมด สิ่งที่ดังก้องอยู่ในหัวตอนนี้คือฉันท้อง...
“ตอนเย็นจะกินปิ้งย่างเหรอ?”
“เฟื่อง เฟื่องฟ้าครับ”
“...”
“ฟาดิดา”
“คะ?” ฉันสะดุ้งหลุดจากภวังค์เมื่อถูกเรียกชื่อถี่ ๆ พี่กริชหันมามองหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู ฉันมองเขาอย่างสงสัย ก่อนจะหันกลับมามองแผ่นกระดาษในมือที่มีสีดำแทบจะทั้งแผ่น แต่ในสีดำนั้นมีจุดที่คุณหมอวงให้ดูอยู่สองจุด ใช่แล้วล่ะ คุณหมอบอกว่าในท้องของฉันตอนนี้มีสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังจะเติบโตอยู่ จากที่ใอยู่แล้วยิ่งใมากกว่าเดิม ส่วนพี่กริชนั้นเขาดูดีใจมากกว่าใที่รู้ว่ามีเ้าลูกพีชทั้งสองอยู่ในท้องของฉัน แม้เขาจะบอกว่าความเสี่ยงมันสูงแต่เขาก็ดีใจที่มีเด็ก ๆ มาอยู่ด้วย
“ใใช่ไหม?” พี่กริชถาม มือก็ยื่นมาเกลี่ยที่แก้มเบา ๆ
“ค่ะ ใมากเลย”
“ค่อย ๆ ปรับตัวกันไปนะ”
“ค่ะ”
“ตอนนี้พี่พร้อมทุกอย่าง พร้อมที่จะดูแลหนู พร้อมที่จะดูแลเด็ก ๆ ไม่ต้องกังวลอะไรเลย แต่ถ้าไม่สบายใจหนูมาคุยกับพี่ได้เลยนะ ถ้าไม่กล้าคุยกับแม่คุยกับแม่ก็ได้นะรู้ไหม”
“ขอบคุณค่ะ” แม้จะยังมีเื่ที่ยังค้างคาใจ แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามออกไปในตอนนี้ รอให้เรากลับถึงบ้านแล้วค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย
“งั้นไปซื้อของกันเลยไหม?”
“ไปเลยก็ได้ค่ะ” ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านเป็สถานที่ ที่เราทั้งสองตั้งใจจะมาเดินเลือกซื้อของเข้าบ้าน ส่วนมากจะเป็ของใช้ในบ้านและของใช้ส่วนตัวเราทั้งสอง เสร็จจากของใช้ก็เดินดูผลไม้ซื้อไปติดตู้เย็นบ้างดีกว่า่นี้อยากกินบ่อยเสียด้วย ยิ่งกลางดึกยิ่งอยากกินจุกจิก
“ของสดหนูได้กลิ่นแล้วจะอ้วกใช่ไหม” พี่กริชที่คอยเข็นรถเข็นอยู่ข้าง ๆ เอ่ยทวนถาม
“ค่ะ ่นี้ไม่ได้เลยจะอ้วก”
“งั้นก็ไม่ต้องซื้อ เราค่อยสั่งมาจากร้านเอาก็ได้ แต่เอาผลไม้ไปติดตู้ไว้เยอะหน่อยเผื่อหนูหิว”
“ขอบคุณนะคะ”
“พี่ยินดีทำครับ เลือกต่อเถอะ” พี่กริชคอยเข็นรถตามหลัง โดยที่ฉันก็เลือกผลไม้ใส่รถเข็นอย่างสบายใจ เมื่อซื้อของเสร็จเราก็รีบไปจ่ายเงินเพราะตอนนี้เหมือนแม่หมี่จะมาถึงบ้านแล้วแต่ยังเข้าบ้านไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจ ดังนั้นเราจึงต้องรีบกลับบ้านกันในตอนนี้
“เย็นนี้ถ้าไม่ไหวเราทำปิ้งย่างกันที่บ้านได้ไหมคะ?” ระหว่างที่เรากำลังเดินทางกลับบ้านฉันที่นั่งคิดเื่มื้อเย็นมาสักพักจึงเอ่ยถามขอความคิดเห็นพี่กริช กลัวว่าถ้าหากออกไปกินปิ้งย่างข้างนอกแล้วเวียนหัวหรืออยากอาเจียนขึ้นมาจะลำบากเอาได้ แต่ว่าก็อยากกินปิ้งย่างเลยคิดว่าเปลี่ยนมากินที่บ้านจะดีกว่าหรือเปล่า
“ได้นะ ถ้างั้นเดี๋ยวถึงบ้านค่อยสั่งที่มันเป็เซ็ตมาก็ได้ เราจะได้ไม่ต้องนั่งรถไปมาหลายรอบ”
“เรามีกระทะปิ้งย่างด้วยนะคะ”
“จริงเหรอ? พี่ไม่ค่อยสังเกตเลย” พี่กริชถามกลับเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันบอก
“หนูแอบซื้อมา เวลาพี่ขึ้นเวรบ่าย หนูก็จะสั่งปิ้งย่างมากินคนเดียว” ยอมเฉลยในที่สุด พี่กริชหัวเราะลั่นอย่างชอบใจเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ทนรอพี่ลงเวรก็ไม่ได้เลยนะ” พี่กริชเย้าเสียงขบขัน เรานั่งคุยกันไปเรื่อยไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน หน้าบ้านมีรถของแม่หมี่จอดอยู่เครื่องยนต์ยังสตาร์ทให้ความเย็นแก่คนที่นั่งโดยสารอยู่ด้านใน เมื่อสั่งเปิดประตูรั้วผ่านรีโมทพี่กริชก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถ ส่วนรถแม่หมี่ต้องจอดที่หน้าบ้านเพราะที่นี่โรงจอดรถจอดได้แค่สองคันนั่นคือรถฉันหนึ่งคันและรถพี่กริชหนึ่งคัน
“แม่หมี่! หนูคิดถึง” เมื่อลงจากรถก็เดินอกไปรับแม่หมี่ที่หน้าบ้านพร้อมกับกอดอ้อนผู้ที่มาเยือนอย่างไม่คิดอาย
“อ้อนจังเลย หิวหรือยัง?”
“ยังค่ะ แม่กินข้าวมาหรือยังให้หนูสั่งให้ไหม”
“แม่แวะกินมาแล้วล่ะ” แม่หมี่ตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“สาว ๆ เข้ามาคุยในบ้านกันดีกว่าครับ แดดมันแรง” พี่กริชะโบอก เมื่อพยักหน้าเข้าใจกันฉันก็กอดแขนแม่หมี่เดินเข้าไปในบ้าน จังหวะที่มองผ่านไหล่แม่หมี่ไปก็เจอกับลุงคงยืนอยู่ ฉันจึงไม่รอช้ารีบยกมือไหว้ท่าน จากนั้นก็เอาแต่สนใจแม่หมี่กระทั่งเดินเข้ามาถึงด้านในบ้าน พี่กริชเดินไปเปิดเครื่องปรับอากาศทำนู่นทำนี่แล้วเดินออกจากห้องรับแขกไปที่รถเพื่อเอาของที่ท้ายรถมาเก็บ
“ไปหาหมอมา หมอว่าไงบ้างลูก” ฉันเขินอยู่ไม่น้อยที่จะต้องบอกคนตรงหน้าว่าฉันท้อง แล้วมาครั้งแรกยังมาสองคนด้วย ฉันค่อย ๆ ยื่นแผ่นอุลตร้าซาวด์ให้แม่หมี่ได้ดู ท่านดูพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่สงสัยได้ไม่นานพี่กริชที่เดินเอาน้ำเย็น ๆ มาวางให้พี่แม่และลุงคง ทรุดนั่งลงข้าง ๆ ฉันก่อนจะเอ่ยเฉลยให้แม่หมี่ได้ฟัง
“แฝดครับ”
“ฮะ? จริงเหรอ จริง ๆ ใช่ไหม” แววตาไหวระริกของแม่หมี่ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าแม่หมี่ดีใจและตื่นเต้นเป็อย่างมาก
“ครับ เพิ่งตรวจมาเลย”
“ดีจัง แม่ตื่นเต้นมากทำยังไงดี เดี๋ยว เดี๋ยวแม่โทรมาพี่เราก่อน จะได้ตามมาฉลองด้วยกัน” แม่หมี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาลูกชายคนโต ส่วนลุงคงนั่งมอรูปอุลตร้าซาวด์พร้อมกับรอยยิ้ม
“ต้องจัดงานแต่งจริง ๆ แล้วนะ แบบนี้น่ะ”
“ครับ รบกวนพ่อด้วย” พี่กริชยิ้มรับ มือข้างหนึ่งยกขึ้นวางทาบทับมือฉันพร้อมกับออกแรงลูบที่หลังมือเบา ๆ
“ไม่รบกวนเลย อีกอย่าง พ่ออยากขอโทษกับเื่ที่พ่อเคยทำไม่ดีไป พ่อขอโทษนะ” น้ำเสียงเศร้า ๆ ของลุงคงทำให้ฉันเงียบยิ่งกว่าเดิม เหมือนตอนนี้ควรจะเป็เวลาปรับความเข้าใจระหว่างคนในครอบครัวเลย เอายังไงดี ฉันควรจะขึ้นไปพักบนห้องแล้วให้พี่กริชกับลุงคงได้คุยกันแบบนั้นดีไหมนะ
“พี่คะ เดี๋ยวหนูขึ้นไปพักก่อนนะ พี่อยู่คุยกับลุงคงแล้วก็แม่หมี่นะคะ”
“ครับ เสร็จแล้วพี่จะตามขึ้นไป ถ้าจะอาบน้ำระวังด้วยนะ”
“รับทราบค่ะ” ฉันเดินขึ้นชั้นสองโดยมีพี่กริชตามมาส่งถึงบันไดขึ้นบนสุด เวอร์ซะไม่มีใครเกิน
ก่อนจะเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกความสดชื่นฉันได้เปิดเครื่องปรับเอาไว้ก่อนแล้วพออาบน้ำเสร็จฉันยิ่งชอบใจเมื่อได้ััอากาศเย็น ๆ และกลิ่นหอม ๆ ของสเปรย์ปรับอากาศฉันเปิดผ้าม่านไว้จากนั้นก็ขยับขึ้นไปเอนตัวนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับก็รีบส่งข้อความไปยังเพื่อนทั้งสองเพื่อบอกว่าตอนนี้ทั้งสองกำลังจะมีหลานตัวน้อย ๆ แล้วนะ แต่ยังไม่ทันจะได้รอดูว่าเพื่อนตอบกลับมายังไงจะตื่นเต้นเหมือนกับฉันหรือเปล่า เพราะทันทีที่กดส่งพร้อมกับรอยยิ้มตื่นเต้น ก็ทนฝืนความง่วงไม่ไหวหลับตาลงพักผ่อนในที่สุด รอยยิ้มน้อย ๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า บ่งบอกได้อย่างดีว่าฉันมีความสุขมากแค่ไหนที่วันนี้ได้รู้ว่ามีพวกเขามาอยู่ด้วย
“เด็ก ๆ อย่าแกล้งแม่เยอะนะครับ พ่อดีใจที่หนูมาอยู่กับพ่อและแม่นะ”
“...”
“แล้วเจอกันครับ”
.
.
.
“ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่ให้พี่ได้รักหนู”
“....”
“จากนี้ไปเรารักกันได้แล้วนะครับ ไม่ต้องกลัวหรือกังวลใจกับเื่อะไรแล้ว”
“...”
“พี่กริชรักเฟื่องนะ”
===================
ตอนจบแล้วนะคะ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ เื่หน้า เป็เซ็ตนะคะ พี่ดิมกับพี่เดฟ(?) แต่จะมาตอนไหนบอกไม่ได้นะคะ เพราะยังไม่เริ่มเขียน อิอิ และขอประกาศว่า เื่ต่อไป เค้าจะไม่ลงที่เว็บ กวีบุ๊คและฟิคชันล็อคนะคะ เพราะลงไม่ไหวจริงๆ อีกอย่าง กำลังใจจากทั้งสองเว็บไม่มีเลย ไม่มั่นใจว่าที่มียอดวิวเกิดจากวิวของเค้าเองหรือวิวของบอทเว็บ เอาเป็ว่าเื่หน้าอัพแค่สามเว็บหลักนะคะ
เื่นี้มีจำหน่ายรูปแบบอีบุ๊คทาง meb แล้วนะคะ ฝากทุกคนอุดหนุนด้วยนะคะ T_T
รายละเอียดอีบุ๊ค อย่างที่แจ้งไป ั้แ่เนื้อหาตอนที่ 19 ในเว็บ หรือตอนที่ 6 ในอีบุ๊ค เนื้อหาจะไม่เหมือนกันนะคะ เค้าแต่งเป็สองพาร์ท
อีบุ๊คมีทั้งหมด 10 ตอน มีตอนพิเศษ 2 ตอน รวม 12 ตอน
จำหน้าเนื้อหาทั้งหมดรวมปกและลิขสิทธิ์ 370 หน้า A5
ฟร้อนท์ Cordia New 16
ฝากทุกคนติดตามด้วยนะคะ ^_^