เช้าวันนี้เฉินโจวตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องพึ่งเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์เหมือนอย่างทุกวัน ร่างกายอาจจะล้า แต่ใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกระตือรือร้นอย่างแปลกประหลาด คืนที่ผ่านมาถึงแม้เขาจะพยายามข่มตาหลับ แต่จิตใจก็ยังวนเวียนอยู่กับเื่คลิปแรกของช่องใหม่ที่เพิ่งปล่อยออกไป ช่องของเขาเอง
เขาอดใจอย่างมากที่จะไม่แอบเข้าไปดูยอดวิวกลางดึก เพราะอยากให้เช้านี้เป็่เวลาที่ได้ลุ้นจริง ๆ
"จะถึงแปดพันรึยังนะ..."
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปสตรีมมิ่งขึ้นทันทีโดยไม่ลังเล
"ซู๊ดดด..." เฉินโจวถึงกับซูดปากออกมาด้วยความตื่นเต้น ยอดวิวที่โชว์อยู่บนหน้าจอตอนนี้คือ 7,854 วิว
ใกล้แล้ว ใกล้มาก! อีกไม่กี่สิบวิวเท่านั้น ภารกิจแปดพันภายใน 168 ชั่วโมงก็น่าจะผ่านแน่นอน
ด้วยอารมณ์ที่ดีเป็พิเศษ เขาจึงกดเข้าไปดูคอมเมนต์ในช่องแชตอีกครั้ง บรรยากาศโดยรวมยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีทั้งคอมเมนต์ชื่นชม สนุกสนาน และวิเคราะห์เนื้อหา แม้จะมีความเห็นแย่ ๆ แทรกเข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงหรือเป็ปัญหาอะไร
"เฮ้อ... ยังโอเคอยู่"
เฉินโจวลุกจากเตียง ยืดแขนขาอย่างเต็มที่ ก่อนจะเตรียมตัวอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แล้วจัดการธุระส่วนตัวของเช้าวันใหม่ เตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย
แม้ภายนอกจะดูเหมือนวันปกติ แต่ในใจเขา... เต็มไปด้วยความคึกคักของคนที่กำลังรอลุ้นความสำเร็จของสิ่งที่ตั้งใจสร้างด้วยมือของตัวเอง
ในห้องทำงานที่ตั้งอยู่กลางอาคารสูงย่านใจกลางเมือง ท่ามกลางแถวของโต๊ะทำงานที่เรียงรายกันเป็ระเบียบ มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์อย่างเงียบ ๆ เขาคือ หลิงเฉิน หนึ่งในทีมแอดมินผู้อยู่เื้ัเพจออฟฟิเชียลของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังแบรนด์หนึ่ง
หลิงเฉินทำงานนี้มาได้สามปีแล้ว งานของเขาในแต่ละวันไม่มีอะไรมากนักเช็กอีเมลจากฝ่ายการตลาดว่ามีกิจกรรมโปรโมตอะไรใหม่ ๆ ให้ประกาศหรือเปล่า แล้วก็ดูคอมเมนต์จากลูกค้า ตอบแชต ตรวจสอบว่ามีปัญหาด้านใดที่ควรเร่งรีบประสานกับฝ่ายผลิต
เช้านี้ก็ไม่ต่างจากทุกวัน เขาเปิดอีเมล ดูผ่านตารวดเร็ว ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “ไม่มีแคมเปญใหม่แฮะ งั้นก็เข้าไปดูหน้าเพจสักหน่อย…”
หลังจากตรวจคอมเมนต์ทั่วไปเสร็จ เขาก็เปิดหน้าแชตของเพจขึ้นมาดูตามปกติ ซึ่งก็เหมือนกับทุกครั้งมีลูกค้าบางคนเข้ามาสอบถามเื่รสชาติที่ไม่มีในสต็อกบ้าง หรือปัญหาเื่วันหมดอายุบ้าง
ทว่า...สายตาของเขากลับไปสะดุดกับ ข้อความใหม่ ที่ถูกส่งเข้ามาทางแชตส่วนตัวโดยเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่ม
[เห็นว่าแกทำงานอยู่ที่บริษัทของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้อยู่ ลองกดเข้าไปดูสิ ไม่แน่แกอาจจะสนใจก็ได้]
หลิงเฉินเห็นข้อความจากเพื่อนก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที ไหนดูหน่อยสิว่าอีกฝ่ายส่งลิงก์อะไรมาให้ แถมดูแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อที่เขาทำงานอยู่ด้วย พอกดเข้าไปดู เขาก็ได้แต่ตะลึง
ไม่ได้การแล้วสิแบบนี้ คงต้องเอาคลิปตัวนี้ไปติดต่อหัวหน้างานของเขาดูอีกทีว่าจะทำยังไงต่อดี
เมื่อเฉินโจวมาถึงมหาวิทยาลัย ก็เห็นหลิวจื้อิกับหวังหงกำลังยืนคุยกันอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปทักทั้งสองคน
“เฮ้ย เฉินโจว ตอนนี้หวังหงกับเกาอิ้งกำลังดังใหญ่เลยนะในมหาวิทยาลัย ฮ่าฮ่า ถ้ารู้ว่าจะเป็แบบนี้ ฉันน่าจะออกกล้องรีวิวด้วยอีกคน กลายเป็รีวิว 3 คนพร้อมกันไปเลย ยิ่งคนหน้าหล่อ ๆ อย่างฉันออกกล้องด้วย ป่านนี้ยอดวิวคงทะลุไปถึงแสนวิวแล้วแน่ ๆ ”
หลิวจื้อิพูดด้วยสีหน้าคับข้องใจอย่างขำ ๆ ราวกับว่า ถ้าเขาได้ออกกล้องด้วยจริง ๆ ยอดวิวคงไปได้ไกลกว่านี้แน่
เฉินโจวที่ได้ยินหลิวจื้อิพูดแบบนั้นถึงกับตาโต อ้าปากค้าง มองอีกฝ่ายราวกับมองคนบ้าในร่างเพื่อน แอบคิดในใจว่า
"ไอ้บ้า... ยอดวิวจะขึ้นถึงแสนวิวได้ง่าย ๆ ที่ไหนกันเล่า! ช่องก็เพิ่งเปิดใหม่ คนทำคลิปก็แค่คนธรรมดาอย่างฉัน ส่วนคนที่รีวิว อย่างหวังหงก็มาจากบล็อกรีวิวอาหารที่มีคนตามอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไร ส่วนเกาอิ้งก็คนทั่วไปธรรมดา ๆ เหมือนกัน
ถึงจะพอมีคนรู้จักอยู่บ้างก็เถอะ แต่จะให้ยอดวิวพุ่งไปถึงแสนเนี่ยนะ? ตอนนี้ได้ขนาดนี้ก็น่าเหลือเชื่อสุด ๆ แล้ว! ต่อให้แกโผล่เข้ากล้องไปพร้อมกัน ฉันก็กล้าพนันหัวตัวเองเลยว่ายอดวิวก็ไม่ได้จะพุ่งไปถึงแสนหรอก!"
ในขณะนั้น หวังหงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าสดใสเต็มไปด้วยพลังบวก
“เื่นี้ผมต้องขอขอบคุณพี่เฉินมากเลยครับ ตอนนี้ยอดผู้ติดตามในบล็อกของผมเพิ่มขึ้นเยอะมาก ๆ เลย คนในมหาวิทยาลัยหลายคนก็เริ่มเข้ามาทักผมมากขึ้น การได้ออกคลิปในครั้งนี้ผมเองก็ได้ผลประโยชน์มาเยอะทีเดียวเลยครับ ยังไงวันหน้าถ้าพี่เฉินมีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้เลยนะครับ”
เฉินโจวที่เห็นทั้งหลิวจื้อิและหวังหงกำลังพูดจาหยอกล้อกันอยู่ก็ไม่ได้อยากจะพูดอะไรให้มากความ ได้แต่หันไปตอบหวังหงกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม ไม่เป็ไร น้องหวัง ครั้งนี้ถือว่าพวกเราได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าวันหน้ามีโอกาส อาจจะต้องขอพึ่งน้องหวังบ้าง ยังไงตอนนั้นก็ขอรบกวนด้วยแล้วกันนะ”
น้ำเสียงของเฉินโจวจริงจังไม่แพ้สีหน้าของเขา เพราะในความคิดของเขา ชีวิตคนเราไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า หากถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับเื่ลำบาก แล้วมีใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วย นั่นก็นับว่าเป็เื่ที่มีค่ามากสำหรับเขา
หลักการของเฉินโจวนั้นเรียบง่าย ถ้ามีคนหวังดีและเต็มใจยื่นมือช่วยเหลือเขา เขาก็ยินดีจะรับน้ำใจนั้นไว้ และเมื่อถึงวันที่คนเ่าั้้าความช่วยเหลือจากเขาบ้าง ถ้าเขามีกำลังพอ เขาก็จะช่วยเหลือกลับไปโดยไม่ลังเล
หลังจากเข้าคาบเรียน่เช้าจบ เฉินโจวกับหลิวจื้อิก็นัดกลุ่มเพื่อนให้มารวมตัวกันที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยเพื่อกินข้าวเที่ยงด้วยกัน หลังทุกคนสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มจับจองที่นั่งกันเป็ที่เรียบร้อย ตอนนี้เหลือเพียงแค่เกาอิ้งคนเดียวที่ยังไม่มาสมทบ
“ดูท่าพี่เกาจะฮอตในมหาลัยเราตอนนี้มากจริง ๆ แหนะ ดูสิ ๆ เห็นพี่เกาเดินมานั่นไหม คนล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมดเลย” หวังหงพูดขึ้นพลางชี้นิ้วไปยังทางเดินด้านหนึ่ง
เฉินโจวและคนในกลุ่มก็พากันหันไปมองตามนิ้วของหวังหง และสิ่งที่เห็นก็เป็จริงตามที่เขาว่า เกาอิ้งกำลังเดินมาทางโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ พร้อมกับมีทั้งนักศึกษาชายหญิงหลายคนเดินประกบ พูดคุยทักทายด้วยท่าทางคึกคักสนุกสนาน
เฉินโจวมองภาพตรงหน้าแล้วก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการออกคลิปรีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแค่ครั้งเดียว จะทำให้เกาอิ้งกลายเป็คนที่ได้รับความสนใจขนาดนี้ในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัย
อาจเพราะเธอเป็คนหน้าตาดี มีบุคลิกน่ารักสดใสเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาโผล่ในคลิปวิดีโอแบบใกล้ชิด มันก็เลยกลายเป็เหมือนเปิดโอกาสให้คนกล้าเข้าหาเธอมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็ได้
เมื่อเกาอิ้งเห็นกลุ่มของเฉินโจวนั่งรอกันอยู่ที่โต๊ะ เธอก็รีบหันไปขอโทษบรรดานักศึกษาที่กำลังพูดคุยกับเธอ พร้อมกับขอแยกตัวออกมาอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินตรงมาหากลุ่มของพวกเขา
เมื่อมาถึงโต๊ะ เธอก็ยกมือไหว้ขอโทษทุกคนทันที พลางพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
“ขอโทษทีนะทุกคน คือมีเพื่อนในมหาลัยเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับคลิปวิดีโอที่ฉันไปออกเยอะมากเลย ก็เลยเสียเวลาไปหน่อย พวกนายมาถึงที่นี่กันนานแล้วหรือยัง?”
เฉินโจวรีบส่ายหน้าพร้อมพูดสวนขึ้นทันที
“เกาอิ้ง เธอไม่ต้องรู้สึกผิดเลย พวกเราเองก็พึ่งมานั่งกันได้ไม่นานนี่แหละ อีกอย่าง เธอรู้สึกไม่สบายใจหรือเปล่ากับสถานการณ์แบบนี้? ถ้าเธอรู้สึกอึดอัด ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่อยู่ดี ๆ ก็ให้เธอไปเข้าฉากแบบกะทันหันโดยไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าเลย”
เกาอิ้งยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมตอบกลับอย่างให้กำลังใจ
“ไม่เป็ไรหรอก เฉินโจว ตอนแรกฉันก็รู้สึกไม่ค่อยชินนิดหน่อย แต่ตอนนี้ก็เริ่มโอเคแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงซาลงเองแหละ คนก็คงไม่ได้เข้ามาหาทุกวันแบบนี้หรอก นายเองก็อย่าคิดมากเลยนะ”
น้ำเสียงของเธอยังคงสดใสเหมือนเดิม และนั่นก็ทำให้เฉินโจวรู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย
จินหงเหว่ยเห็นว่าบรรยากาศระหว่างทั้งคู่เริ่มน่าอึดอัด จึงรีบเปลี่ยนเื่พูดทันที
“เมื่อเช้าผมลองเข้าไปดูยอดวิวของคลิปวิดีโอนั้นมาแล้ว ถือว่าไปได้ดีมากเลยนะ สำหรับช่องใหม่ที่ยังไม่มีชื่อเสียงอะไร ตอนนี้พวกเรามาดูกันอีกทีไหมว่ายอดวิวถึงหนึ่งหมื่นแล้วหรือยัง?”
เฉินโจวเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเปิดดูยอดวิวครั้งล่าสุดก็ตอนที่เพิ่งตื่นเช้าในห้องพักนี่เอง เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กอีกครั้งด้วยใจเต้นรัว ลุ้นว่ายอดวิวจะทะลุแปดพันไปหรือยัง
เมื่อเข้าไปดูหน้าแชนแนล จำนวนผู้ติดตามตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็ 3,841 คนแล้ว ส่วนยอดวิวของวิดีโอล่ะ? เขายิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ถ้าสำเร็จล่ะก็ ภารกิจของระบบก็คงสำเร็จด้วยแน่ ๆ !
“เฮ้ย! นี่มันบ้าไปแล้ว!” เฉินโจวอุทานเสียงดังออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นยอดวิวปัจจุบันบนหน้าจอ
ทุกคนในกลุ่มเห็นเฉินโจวอุทานออกมาอย่างใสุดขีด จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ มันน่าใขนาดนั้นเลยเหรอ? ทุกคนจึงรีบเข้าไปดูคลิปวิดีโอด้วยความอยากรู้
“ยอดวิว... นี่มันเหลือเชื่อมาก ๆ มีใครในกลุ่มของเราบังเอิญไปปั๊มยอดวิวหรือเปล่า?” จินหงเหว่ยตาโต อ้าปากค้าง น้ำเสียงสั่นไปเล็กน้อย หลุดจากมาดของชายหนุ่มที่มักจะสุขุมในทุกสถานการณ์
“ว๊ายยย! นี่มันยอดวิวในตอนนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย?” เกาอิ้งทำหน้าตาตกตะลึง มือทั้งสองข้างปิดปากตัวเองด้วยความใ
“วะวะว้าววว… นี่มันไม่น่าเชื่อเลยนะ ถึงฉันจะไม่อยู่ในคลิป ยอดวิวก็ยังพุ่งขนาดนี้ได้” หลิวจื้อิพูดออกมาเสียงสั่น ๆ ด้วยอาการเหลือเชื่อ
หวังหงที่เห็นยอดวิวก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่หากมองจากท่าทางของเขา จะรู้ได้ทันทีว่าเขาก็ใไม่น้อย เขากดรีเฟรชหน้าจอโทรศัพท์อยู่หลายครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ายอดตัวเลขที่เขาเห็นไม่ได้ขึ้นผิดไปจากที่คาดไว้