รุ่งอรุณที่ว่างเปล่า
ยามเหม่า เพิ่งจะย่างเข้า... แสงสีเทาซีดของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้ยังไม่ทันขับไล่ความหนาวเย็นของค่ำคืนที่ผ่านมา
ซูอันอันไม่ได้ตื่นเพราะเสียงไก่ขัน...
“อุ๊บ...”
คลื่นความพะอืดพะอมที่คุ้นเคยตีรื้นขึ้นมาจากช่องท้องอย่างแม่นยำราวนัดหมายนางยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งกุมปากไว้
นางหันไปทางด้านข้างตามสัญชาตญาณ... และพบเพียงความว่างเปล่า
พื้นที่ข้างกายนาง... เย็นชืด
เขา... หายไปแล้ว?
เสิ่นอวี่หานหายไปั้แ่เมื่อใดนางมิอาจรู้ได้เมื่อคืนนี้เป็คืนแรกที่เขายอมขึ้นมานอนบนเตียงแม้จะห่างกันเกือบวาและหันหลังให้กันตลอดคืนแต่ไออุ่นจากร่างสูงใหญ่นั้นก็ยังแผ่มาถึง... ทว่าบัดนี้ เขากลับหายไปราวกับ ‘หมอกควันยามเช้า’[1]ไร้ร่องรอย
นางสลัดความงุนงงทิ้งไป รีบวิ่งออกไปอาเจียนที่หลังเรือนจนหมดไส้หมดพุง
ขณะที่ยืนพิงเสาเรือนหอบหายใจอยู่นั้นนางก็ได้ัักับอากาศยามเช้าอย่างแท้จริง...
มัน... แห้ง
นี่คือฤดูใบไม้ผลิ อากาศควรจะชุ่มชื้น เปี่ยมด้วยไอชีวิตแต่ลมที่พัดมากระทบผิวนางกลับแห้งผากและเย็นเยียบ... มันคือกลิ่นอายของฝุ่นธุลี
สายตาของนางเหลือบไปเห็นแปลงผักหลังบ้านที่เหล่าบุรุษเพิ่งไปยืนปรึกษากันเมื่อวาน...มันเหี่ยวเฉายิ่งกว่าเดิม โอ่งน้ำใบใหญ่ที่เคยรองน้ำฝนไว้บัดนี้เหลือติดก้นโอ่งเพียงคืบเดียว
หัวใจของซูอันอันพลันบีบรัด... นี่ไม่ใช่ภัยแล้งธรรมดา...
นางตระหนักได้ในทันที... การรอคอยให้บุรุษในบ้านหาแหล่งน้ำ หรือการ ‘รอฟ้าประทานฝน’[2]นั้น มันเสี่ยงเกินไป
หากผืนดินนี้กำลังจะตาย... พวกเราจะเอาอะไรกิน? ข้าจะเอาอะไรบำรุงลูกในท้อง?
ความรู้ด้านวิศวกรรมอาหารของนางกรีดร้องอยู่ในหัว... การถนอมอาหาร การแปรรูป การสร้างมูลค่า...
ข้าต้องหาเงิน!
นางตัดสินใจแน่วแน่... การเกษตรอาจจะเป็ทางหลัก แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้เงินสดเท่านั้นคือทางรอด! เงินที่จะใช้ซื้อธัญพืชจากต่างเมือง หรือ...เงินที่จะใช้ในการ "หนี" หากวันนั้นมาถึง
การเดินป่าเมื่อวาน นางได้ 'ซานเย่า' กลับมา... มันคือจุดเริ่มต้น!
วันนี้... ข้าต้องขึ้นเขาอีกครั้ง... แต่ข้าต้องไปให้ลึกกว่าเดิม...ข้าต้องหาบางสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นค่า แต่ข้าสามารถเปลี่ยนมันเป็เงินได้!
จักรพรรดิ... สู่สามัญชน ย้อนอดีต
ในขณะเดียวกัน...บนยอดเขาที่ห่างไกลออกไป...
เสิ่นอวี่หานยืนนิ่งดุจรูปสลักหินท่ามกลางแสงอรุณแรกที่เพิ่งจับขอบฟ้าเขาไม่ได้มาที่ร่องน้ำชื้นแฉะที่ภรรยาของเขาค้นพบเมื่อวาน...แต่เขาปีนขึ้นมาสูงกว่านั้น สูงจนมองเห็นหมู่บ้านตระกูลเสิ่นเป็เพียงจุดเล็กๆเบื้องล่าง
เสิ่นอวี่หานหลับตาลง...ปล่อยให้สายลมแห้งผากพัดปะทะใบหน้า และในห้วงคำนึงนั้น...ภาพความทรงจำอันน่าเหลือเชื่อของการ "กำเนิดใหม่" ก็ผุดพรายขึ้นมา...
ราชวงศ์ต้าเหยียนอันยิ่งใหญ่...นครฉางอันที่รุ่งโรจน์...
ภายในตำหนักไท่จี๋อันโอ่อ่ากลิ่นกำยานชั้นดีลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นสมุนไพรต้มฉุนกึก บนแท่นบรรทมัร่างของบุรุษวัยล่วงหกสิบปีนอนหายใจรวยรินแม้จะอยู่ในวัยชราและถูกบั่นทอนด้วยอาการป่วยเรื้อรังแต่ดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายอำนาจที่มิอาจล่วงเกิน
เขาคือ 'เสิ่นจ้าว'...จักรพรรดิผู้ปกครอง..ต้าเหยียนมาค่อนชีวิต
เขามองเหล่าโอรสและขุนนางที่คุกเข่าอยู่ปลายเตียงด้วยสายตาว่างเปล่า...า... การเมือง... การหักหลัง... เขาผ่านมาหมดแล้ว...
ช่าง...เหนื่อยล้า...
ชีวิตของเขาในยามนี้ก็มิต่างอันใดกับ ‘ตะเกียงริบหรี่ใกล้มอด’รอเพียงเวลาที่สายลมแห่งมรณะจะพัดมาดับเปลวไฟสุดท้ายเขารู้สึกถึงความเย็นที่คืบคลานมาจากปลายเท้า... สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง
ข้า...ทำดีที่สุดแล้ว...
ในห้วงคำนึงสุดท้ายดวงจิตห้วนคิดคำนึงใครบางคน เขาไม่ได้นึกถึงราชบัลลังก์...แล้วนิ้วหัวแม่มือที่สวม"แหวนิญญาเทพัดำ" วงนั้น... พลันร้อนวาบขึ้นมา!
แหวนที่ติดตัวเขามาั้แ่จำความ...แหวนที่เขาไม่เคยรู้ความลับของมัน...
ร้อน...ร้อนเหลือเกิน...
เฮือกสุดท้าย!สติของจักรพรรดิเสิ่นจ้าวดับวูบลง...
ความมืดมิด...ความหนาวเย็น... และความสับสนอลหม่านิญญาของเขาราวกับถูกดูดเข้าไปในวังวนอันบ้าคลั่ง...
เจ็บ...ปวดหัว... หนาว...
“อวี่หาน! อวี่หาน! ฟื้นสิลูก!”
เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความร้อนรนดังเข้ามากระทบโสตประสาทเสิ่นจ้าวพยายามลืมตาที่หนักอึ้ง ภาพที่เห็นพร่าเลือนราวกับมองผ่านม่านหมอก
เบื้องหน้าของเขาคือกลุ่มคนแปลกหน้าในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและคราบน้ำตา
คนเหล่านี้เป็ใคร? เหตุใดจึงบังอาจมาส่งเสียงดังต่อหน้าเรา?
แต่ทว่า...ทันทีที่เห็นหยาดน้ำตาของหญิงชราตรงหน้าหัวใจของเขากลับบีบรัดด้วยความเ็ปอย่างประหลาดความรู้สึกผูกพันและโหยหาวิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างที่เขาไม่เข้าใจ
ความรู้สึกนี้คืออะไร? ...นี่ไม่ใช่ความรู้สึกของข้า...
เขาพยายามจะยันกายลุกขึ้นแต่กลับพบว่าร่างกายเบาหวิวผิดปกติ เขาค่อยๆยกมือขึ้นมาตรงหน้าเพื่อจะกุมขมับที่ปวดร้าว
และนั่นคือวินาทีที่โลกของจักรพรรดิพังทลาย
นี่...ไม่ใช่มือของชายชราวัยหกสิบ...
แต่มันคือมือของบุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์...มือที่หยาบกร้าน... เต็มไปด้วยรอยด้านจากการทำงานหนักและรอยแผลเป็เล็กๆ
...ข้า... อยู่ที่ใด? นี่มัน... ‘ร่างไม่ใช่ของข้า!’[3]
ด้วยความตื่นตระหนกสายตาของเขาพลันเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งบนนิ้วหัวแม่มือซ้ายของร่างนี้...
มันคือวัตถุคุ้นตาที่ติดิญญาเขามา... "แหวนิญญาเทพัดำ!"
วูบ!
ทันทีที่เขากำหมัดแน่นััเย็นเยียบของแหวนวงนั้นก็ส่งกระแสพลังบางอย่างแล่นปราดเข้าสู่สมอง!ราวกับทำนบกั้นน้ำพังทลายความทรงจำมหาศาลของเ้าของร่างเดิมไหลบ่าเข้ามาหลอมรวมกับดวงจิตของเขาในพริบตา!
"อึก!"
ภาพความทรงจำฉายชัด...
เด็กหนุ่มนามว่า "เสิ่นอวี่หาน"... หลานชายชาวนาผู้ยากจน...ชีวิตที่ตรากตรำทำงานหนัก... ใบหน้าของปู่ ย่า พ่อ แม่และพี่น้องที่รายล้อมอยู่ตอนนี้...
และความทรงจำสุดท้าย...
ภาพเด็กหนุ่มที่กำลังปีนเขาเพื่อล่าสัตว์หาเงินมาจัดงานแต่ง...พลาดท่าเหยียบหินลื่น... ร่างร่วงหล่นลงสู่หุบเหว... ศีรษะกระแทกพื้น...และสิ้นลมหายใจไปในความมืดมิดนั้น...
เข้าใจแล้ว...
จักรพรรดิเสิ่นจ้าวแห่งต้าเหยียน...ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว... ส่วนเสิ่นอวี่หานชาวนาหนุ่ม...ก็ได้ตายตกไปแล้วเช่นกัน...
แต่ิญญาของัเฒ่ากลับถูกอำนาจลึกลับของแหวนวงนี้ดึงดูดให้เข้ามาสวมรอยยึดครองร่างที่ว่างเปล่านี้แทน!
และในเศษเสี้ยวความทรงจำที่ไหลเข้ามานั้นเอง...เขาก็เห็นภาพหนึ่งชัดเจนขึ้นมา เป็ภาระหน้าที่ที่ติดค้างอยู่กับร่างนี้
‘ผ้าแดง... ตัวอักษรมงคลซังฮี้[4]...’
“งานแต่งงาน?”เสิ่นจ้าวในร่างใหม่พึมพำเสียงแหบแห้ง ความทรงจำระบุชัดเจน“อีกสามวัน... ร่างนี้จะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับสตรีตระกูลซู?”
ภาพความทรงจำไหลบ่าเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง...ร่างนี้กับครอบครัวซูรู้จักมักคุ้นกันเป็อย่างดี... ภาพของ 'ท่านอาสะใภ้จาง'ว่าที่แม่ยายผู้ใจดี ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด...นางช่างเป็สตรีวัยกลางคนที่งดงามและสง่าผ่าเผย...
และภาพถัดมาคือ 'หญิงสาวแซ่ซู' ผู้เป็บุตรสาวและว่าที่เ้าสาวของเขา...นางก็ ช่างงดงาม หมดจดและอ่อนหวานไม่แพ้มารดาเลยแม้แต่น้อย
ทว่า...ความงดงามของว่าที่เ้าสาวกลับยิ่งตอกย้ำความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจให้แก่ชายชราในร่างหนุ่มคิ้วเข้มของอดีตจักรพรรดิขมวดมุ่นจนแทบชนกัน
"นี่คือ์เล่นตลกอันใด..." เขาคิดในตอนนั้นจากบัลลังก์ัทองคำ... สู่กระท่อมดินปลายนา...และหนี้ชีวิตที่ต้องชดใช้ด้วยการดูแลครอบครัวนี้
ตัดกลับมาปัจจุบัน
เสิ่นอวี่หานลืมตาขึ้นบนยอดเขา...หวนคืนสู่ปัจจุบัน
สายลมแห้งแล้งพัดผ่านหน้าแต่แววตาของเขาหาใช่ชาวนาผู้โง่เขลาอีกต่อไป
เขาคือเสิ่นจ้าว...และเขาก็คือเสิ่นอวี่หาน...
ในเมื่อ์ให้โอกาสเขาเริ่มต้นใหม่...แม้จะในฐานะสามัญชน... เขาก็จะใช้สติปัญญาของจักรพรรดิ... ปกป้อง"ครอบครัว" ใหม่ของเขาในยุคสมัยอันโหดร้ายนี้ให้จงได้!
เขาหมุนตัวก้าวลงจากยอดเขา... มุ่งหน้าไปยังตาน้ำซับ...
การต่อสู้ครั้งใหม่ของข้า...เพิ่งจะเริ่มต้น
สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปทางทิศเหนือ...เทือกเขาที่ควรจะเขียวชอุ่มในยามนี้ กลับแห้งโหยเป็สีน้ำตาลหม่น
นี่ไม่ใช่ภัยแล้งเฉพาะถิ่น...
ลมที่พัดมาจากทิศนั้น...คือลมมรณะ มันไม่ได้หอบฝนมา... มันหอบกลิ่นอายแห่งความอดอยากมา
เขาแตะแหวนิญญาเทพัดำบนนิ้วหัวแม่มือ...มันยังคงนิ่งสนิท... แต่มันกลับ 'หนักอึ้ง' ผิดปกติราวกับผืนดินเบื้องล่างกำลังส่งเสียงคร่ำครวญไร้สุ้มเสียง
เขาไม่ได้ตื่นตระหนก...เขาแค่กำลังวิเคราะห์
แหล่งน้ำในหมู่บ้านตายแล้ว แหล่งน้ำบนเขา ที่ภรรยาเขาพบเป็เพียงน้ำซับใต้ดิน ตักใช้ไม่นานก็คงหมด ไม่พอเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน ภัยแล้งนี้กินวงกว้าง...
ผลลัพธ์...
เมื่ออาหารในป่าหมด...สัตว์ป่าจะเข้าโจมตีหมู่บ้าน เช่นงูเมื่อวาน
เมื่อเสบียงอาหารในหมู่บ้านหมด...คนจะเริ่มปล้นชิงกันเอง
และเมื่อเสบียงอาหารในเมืองหลวงขาดแคลน...กองทัพ หรือโจรป่า จะเริ่มออกตระเวนปล้นสะดมหมู่บ้านชายแดน
ที่นี่...อยู่ไม่ได้อีกต่อไป...
การอพยพ...คือหนทางเดียว
เสิ่นอวี่หานหลับตาลง...เขาต้องเตรียมการ
เขาต้องหาเงิน...เขาต้องตุนเสบียง... และเขาต้องปกป้องนาง... ภรรยาที่กำลังอุ้มท้องสายเืของเขาผู้ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไป... และฉลาดเกินกว่าที่เขาคาดคิด
วันนี้เขาจะลงไปขุดตาน้ำนั้น... ไม่ใช่เพื่อความหวังลมๆ แล้งๆ ... แต่เพื่อ"ซื้อเวลา"
ซื้อเวลา...ให้นางได้ทำในสิ่งที่นาง้า
ซื้อเวลา...ให้เขาได้วางแผนเส้นทางอพยพที่ปลอดภัยที่สุด
[1] หมอกควันยามเช้า: แปลตรงตัว:เมฆควันที่ผ่านไปต่อหน้า หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วยาม, สิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน, หายวับไปอย่างรวดเร็ว
[2]รอฟ้าประทานฝน: แปลตรงตัว: พึ่งฟ้ากินข้าวเป็สำนวนที่หมายถึง การพึ่งพาโชคชะตาการรอคอยปัจจัยธรรมชาติเช่น ดินฟ้าอากาศ โดยไม่ดิ้นรน การทำอะไรแบบตามมีตามเกิด
[3]"ยืมศพคืนิญญา" เป็สำนวนที่หมายถึงการที่ิญญาของคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในร่างของอีกคนหนึ่งที่เพิ่งตายไปหรือการฟื้นคืนชีพในร่างใหม่
[4]ตัวอักษรซังฮี้ (囍) หรือ ซวงสี่ (双喜) ไม่มีอักษรตัวนี้ปรากฏอยู่ในพจนานุกรมจีนแต่มาจากประดิษฐ์อักษร ถือเป็สัญลักษณ์มงคลที่นิยมใช้กันในพิธีแต่งงานของชาวจีน โดยคำว่าซวง (双)แปลว่า คู่ หรือ สองเท่า และ สี่ (喜) แปลว่ายินดี ดีใจ มีความสุข เมื่อนำสองคำนี้มารวมกัน จึงมีความหมายว่าความสุขความโชดดีทวีคุณ