บทที่ 6 ทำไมถึงได้รับาเ็?
เมื่อเห็นว่าหลานสาวยังไม่กลับ พวกเขาร้อนใจจนนอนไม่หลับ คอยฟังเสียงข้างนอกตลอดเวลา
ในที่สุดก็มีเสียงดังขึ้น หญิงชราเห็นว่าสามีของเธอขยับร่างกายไม่ค่อยสะดวก เธอจึงออกไปดูเองว่าคนที่กลับมาคือหลานสาวตัวน้อยหรือไม่ พอเห็นว่าคนที่มาคือหนิงหรานคุณยายสวีอวี้จูถึงกับใแทบสิ้นสติ
หลานกลับมาแล้ว แต่ทำไมถึงาเ็สาหนักแบบนี้! ที่ขายังมีไม้ดามไว้ด้วย ดูเคลื่อนไหวลำบาก แสดงว่าต้องขาหักแน่ๆ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ตอนเช้าที่ออกจากบ้านไปก็ยังปกติดีอยู่เลย!
หญิงชรามองดูหลานรักที่เลี้ยงดูมาั้แ่เล็ก พอเห็นหน้าเธอก็ร้องไห้โผเข้ากอด ราวกับต้องทนทุกข์อย่างแสนสาหัส
คุณยายสวีอวี้จูรู้สึกสงสาร รีบเข้าไปประคองกอดหลานสาวไว้ในอ้อมแขน "หรานหราน อย่าร้องนะ ยายอยู่นี่แล้ว"
หนิงหรานกอดคุณยายแน่น ซุกหน้าลงกับอกที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เื่ราวในชาติก่อนผุดขึ้นมาในหัวนับไม่ถ้วน ยิ่งคิดถึงอดีต เธอก็ยิ่งร้องไห้ออกมา
"หรานหราน เกิดอะไรขึ้นลูก? ทำไมถึงได้าเ็ปางตายแบบนี้?"
เมื่อกอดหลานสาวไว้แนบอก สวีอวี้จูยิ่งปวดใจ เธอเห็นชัดว่าหลานสาวไม่ได้าเ็แค่ขา แต่ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยาแ เืแห้งกรังเกาะเป็สะเก็ดน่าหวาดเสียว
เธอแทบจินตนาการไม่ออกว่าเพียงแค่หนึ่งวัน หลานสาวของเธอจะกลายเป็แบบนี้ได้ยังไง
สวีอวี้จูไม่กล้าแม้แต่จะกอดหลานแน่นๆ กลัวว่าจะทำให้หลานสาวเจ็บโดยไม่ตั้งใจ
ส่วนคุณตาหนิงเฉิงฮุยที่อยู่ในบ้านก็ไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นข้างนอก
เขามีสุขภาพไม่แข็งแรง แถมเพิ่งได้รับาเ็
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้พอตกเย็นเขายังไม่เห็นหนิงหรานกลับมา ในขณะที่ลูกสาวของหนิงชิงเฟิ่งกลับมาแล้ว
ทั้งสองคนเป็ห่วงหนิงหรานมาก กลัวว่าหลานจะเกิดเื่ จึงยืนกรานจะออกไปตามหา แต่เดินไปได้ไม่ไกลก็ล้มลง ทำให้าเ็ที่เอว จนถึงตอนนี้ก็ยังต้องนอนอยู่บนเตียง
หากไม่ใช่เพราะร่างกายไม่ไหว เขาคงออกไปดูพร้อมสวีอวี้จูนานแล้ว ตอนนี้ภรรยาของเขายังไม่กลับเข้ามา คงเป็เพราะหรานหรานกลับมาแล้วแน่ๆ
ใจเขาร้อนรนแต่ก็ออกไปไหนไม่ได้ จึงได้แต่ะโด้วยความกังวล
"ยายเฒ่า หรานหรานของเรากลับมาแล้วใช่ไหม?"
ด้านนอก สวีอวี้จูกำลังปลอบโยนหนิงหรานอย่างทุลักทุเล จนในที่สุดหนิงหรานก็เริ่มสงบลง แต่เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยของคุณตา ความรู้สึกที่อยากร้องไห้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
ราวกับคนเร่ร่อนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน
หนิงหรานเงยหน้ามองคุณยายที่มองเธอด้วยความใและหวาดกลัว เธอกลั้นความรู้สึกเอาไว้ แล้วเอื้อมมือไปจับมือของคุณยายที่แห้งกร้านแต่กลับอบอุ่น
"คุณยายคะ เราเข้าไปหาคุณตากันเถอะ"
"ได้ๆๆ!"
เมื่อเห็นว่าหนิงหรานรู้ความทั้งที่ยังเด็ก สวีอวี้จูรู้สึกทั้งปลื้มใจและปวดใจ
เธอเห็นาแเต็มตัวหลานสาว ก็ใรีบเข้าไปประคองหนิงหรานที่เดินกะเผลกเข้าไปในกระท่อม
ภายในกระท่อมขนาดเพียงสิบกว่าตารางเมตร มีผ้าม่านสีเรียบๆ กั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็สองส่วนเล็กๆ
พอเดินเข้าประตูหนิงหรานก็เห็นโต๊ะไม้ตัวเล็กเก่าๆ ตั้งอยู่มีเก้าอี้ไม้เล็กๆ วางอยู่สามตัว
บนผนังดินมีปฏิทินสีเหลืองซีดแขวนอยู่ บนนั้นเขียนวันที่ชัดเจน 2 สิงหาคม 1985
เมื่อเห็นดังนั้น หนิงหรานก็รู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ
ในที่สุดเธอก็แน่ใจแล้วว่าตัวเองได้ย้อนเวลากลับมาในปีที่เธออายุ 13 ปี นี่ไม่ใช่ความฝัน
ม่านถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว หนิงเฉิงฮุยรีบลุกจากเตียงโดยไม่รอให้หนิงหรานและสวีอวี้จูเข้ามาประคอง
เมื่อเห็นหลานสาวกลับมา หนิงเฉิงฮุยก็โล่งอก แต่พอเห็นาแเต็มตัวหลาน รวมถึงขาที่หักและถูกดามไว้ ดวงตาของเขาก็แดงก่ำน้ำตาไหลอาบแก้ม
เสียงของเขาสั่นเครือ "หรานหราน เกิดอะไรขึ้นกับหนูลูก?"
"คุณตา" หนิงหรานสังเกตเห็นว่าหนิงเฉิงฮุยใช้มือประคองเอวไว้ตลอดเวลา เธอก็เข้าใจทันทีว่าคุณตาต้องเจ็บเอวอีกแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็เพราะเธอ เป็ความผิดของเธอเอง
ถึงแม้าแภายนอกจะดูน่ากลัว แต่หลังจากที่เธอกินสมุนไพรเข้าไป าแก็เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ยังมีคราบเืแห้งกรังปกคลุมอยู่ ทำให้มองจากภายนอกไม่ออก คุณตาคุณยายจึงเข้าใจผิด
แท้จริงแล้วทั่วทั้งร่างกายของหนิงหราน นอกจากขาที่ยังเคลื่อนไหวลำบากแล้ว แทบจะไม่มีาแใดๆ เหลืออยู่เลย
เพราะหนิงหรานเป็อัจฉริยะทางการแพทย์ เธอมีสมุนไพรวิเศษมากมายในมิติพิเศษ แม้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ขาของเธอก็จะหายดีภายในยี่สิบวัน
แต่สภาพของหนิงหรานตอนนี้ดูน่าสงสารมาก ตัวก็มอมแมมสกปรก หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูไม่มีทางเชื่อหรอกว่าเธอจะไม่เป็ไร
หนิงหรานเดินเข้าไปหา ยื่นมือจับมือคุณตาที่ยื่นมาให้ พบว่ามือของคุณตาสั่นเทาตลอดเวลา ดวงตาที่มองเธอก็เต็มไปด้วยความกังวลและโศกเศร้า
หัวใจของเธออบอุ่นขึ้น เธอให้คุณยายช่วยพยุงคุณตาไปนั่งที่โต๊ะไม้ หนิงหรานจึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"คุณตา คุณยาย หนูขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงนะคะ"
โชคดีที่เธอกลับมาแล้ว และโชคดีที่คุณตาคุณยายไม่ได้ออกไปตามหาเธอเหมือนชาติที่แล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่าน เธอคงไม่รู้จะทำอย่างไร
ส่วนครอบครัวของหนิงชิงเฟิ่ง…
แววตาของหนิงหรานเ็าลง พวกนั้นรังแกเธอและคุณตาคุณยาย เธอจะต้องเอาคืนให้สาสม!
"หรานหราน หนูไปไหนมา? ทำไมถึงได้เป็แบบนี้?" สวีอวี้จูถาม
เมื่อเห็นสภาพของหลานสาว หัวใจของเธอก็ปวดร้าว ทั้งหมดเป็ความผิดของพวกเธอที่ดูแลหรานหรานได้ไม่ดีพอ
หรานหรานยังเด็กอยู่เลย แต่กลับต้องมาเจอเื่แบบนี้ เด็กคนอื่นในวัยเดียวกันไม่มีใครต้องลำบากแบบหรานหรานเลย
ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังต้องลากสังขารที่าเ็กลับมาบ้านอีก!
ถ้า… ถ้าตอนบ่ายพวกเธอออกไปตามหาหลาน บางทีหรานหรานอาจจะไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้
หนิงเฉิงฮุยมองหลานสาวด้วยความรู้สึกผิด
เขาเคยสัญญากับลูกสาวคนโตว่าจะดูแลหลานให้ดี แต่หลายปีมานี้ กลับเป็หลานสาวที่คอยดูแลคนแก่สองคน แถมยังต้องทนทุกข์สารพัด
เด็กหญิงวัย 13 ปี ร่างกายกลับอ่อนแอ แม้แต่ตอนป่วยก็ไม่กล้าบอกพวกเขา
หนิงหรานรู้ทันความคิดของคุณตาคุณยาย
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "จางหลิงหลานผลักหนูตกหน้าผาค่ะ"
"หน้าผาสูงมาก หนูตกไปกระแทกก้อนหิน ขาเลยหัก"
ตอนนี้ทุกคนในบ้านของหนิงชิงเฟิ่งคงหลับกันหมดแล้ว
เธอรู้นิสัยของจางหลิงหลานดี ทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ นานพอที่จะรู้ว่าจางหลิงหลานเป็คนยังไง
ถึงแม้พวกเธอจะเป็ญาติกัน แต่จางหลิงหลานก็ได้นิสัยของหนิงชิงเฟิ่งแม่ของเธอมานั่นแหละ เกลียดเธอยิ่งกว่าเกลียดตายายเสียอีก
หลายปีมานี้ จางหลิงหลานรังแกเธอนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งลับหลังและต่อหน้า บางครั้งถึงขั้นพูดจาดูถูกต่อหน้าแม่ของเธอเอง ไม่ว่าคำพูดจะแย่แค่ไหน เธอก็พูดออกมาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน