บทที่ 19 จิ่งเหมียนถูกตบ
ผู้หญิงหลายคนในชุดสวยหรูยืนกอดอก แต่ท่าทางกลับเหมือนนักเลงอันธพาล
"หึ..."
"ตัวตลก?"
จิ่งเหมียนรู้สึกขำ "ตัวตลกน่ะมันเธอมากกว่า มีแฟนเป็ถึงเทพา คอยประคบประหงมอยู่แท้ ๆ แต่ไม่เอา กลับอยากจะแย่งคนอื่นเขาจนต้องมาเป็เมียน้อย"
ลู่เหม่ยอี๋โมโหจนแทบะเิ เธอตบหน้าจิ่งเหมียนไปฉาดใหญ่ จิ่งเหมียนพยายามจะหลบ แต่ก็ถูกเพื่อนของลู่เหม่ยอี๋อีกสองคนรวบตัวไว้
เพียะ!
"ทำเป็หยิ่งผยอง คิดว่าตัวเองสูงส่งนักหรือไง ถึงได้รังเกียจตำแหน่งเมียรองของคุณหญิงห้า แล้วที่เธอเข้าใกล้หลิงอวี่ล่ะ ทำไปเพื่ออะไร" ลู่เหม่ยอี๋บีบคางของจิ่งเหมียน นึกเกลียดชังใบหน้าของจิ่งเหมียนอย่างถึงที่สุด
"ฉันไม่ได้เข้าใกล้เขาสักหน่อย เขานั่นแหละที่เดินเข้ามาหาฉัน เธอไม่เห็นหรือไง" จิ่งเหมียนเลิกคิ้วเยาะหยัน "รังแกฉันแล้วมันได้อะไรขึ้นมา ทำไมไม่ลองไปตบหน้าอันหลิงอวี่สักที ด่าเขาที่ควบคุมความเ้าชู้ของตัวเองไม่ได้สิ"
ลู่เหม่ยอี๋คาดไม่ถึงว่าจิ่งเหมียนในสภาพนี้ยังจะกล้าปากดี "อย่ามาตีสองหน้าหลอกฉันหน่อยเลย ที่แท้เธอก็อิจฉาฉันที่มีคนรัก อิจฉาที่ฉันมีผู้ชายสองคนแย่งกัน!"
เมื่อออกมาจากห้องน้ำ จิ่งเหมียนก็ผมยุ่งเหยิงและเปียกโชกไปทั้งตัว ชายกระโปรงยังมีน้ำหยดอยู่ และบางส่วนของกระโปรงถูกฉีกขาด
พวกเธอก็แค่้าทำให้จิ่งเหมียนอับอายเท่านั้น ทำให้ทุกคนเห็นเธอในสภาพน่าขัน และสูญเสียหน้าในงานนี้
"หลิงอวี่!"
ลู่เหม่ยอี๋ตะคอกออกมา อันหลิงอวี่ในชุดสูทขาวสุดหล่อกลับยืนรออยู่หน้าห้องน้ำหญิง!
ใบหน้าเหมือนน้ำแข็ง และดวงตาคมเข้มของเขาเปลี่ยนเป็เ็าเมื่อเห็นจิ่งเหมียนที่เปียกชุ่ม
ก่อนที่เขาจะตวาดออกมา เขาที่กำลังโกรธจัดก็ตบเข้าที่ใบหน้าของลู่เหม่ยอี๋อย่างแรงจนเธอล้มลงไป
เขาไม่สนใจสายตาของคนอื่น ๆ แล้วถอดเสื้อสูทออกมาคลุมตัวจิ่งเหมียน
"ขอโทษนะ ผมละเลยไป ผม..."
เธอเงียบสงบ ใบหน้าแดงก่ำและบวมขึ้นเล็กน้อย พลางกัดฟันแน่น
"ทำให้คุณลำบากแล้ว ผมจะพยายามชดเชยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"หลิงอวี่ คุณตบฉันเหรอ คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ทำไปเพื่อยัยจิ้งจอกนั่นน่ะเหรอ เราจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้อยู่แล้วนะ!" ลู่เหม่ยอี๋ร้องไห้คร่ำครวญพลางลุกขึ้นจากพื้น ใบหน้าของเธอแดงช้ำยิ่งกว่าจิ่งเหมียนเสียอีก
"หุบปาก! นิสัยแบบเธอยังหวังจะเข้าบ้านตระกูลอันอีกเหรอ"
"หลิงอวี่… คุณหมายความว่ายังไง" ลู่เหม่ยอี๋ถามอย่างสับสน
หญิงสาวสองคนที่อยู่ข้าง ๆ รีบพยุงลู่เหม่ยอี๋ขึ้น แล้วยืนทำหน้าที่เป็ผู้พิทักษ์ความรัก "พี่หลิงอวี่ คุณทำแบบนี้กับเหม่ยเหม่ยได้ยังไง คุณรู้ไหมว่าเธอรักคุณมากแค่ไหน"
จิ่งเหมียนอดหัวเราะเยาะไม่ได้ "รักมากจนถึงขนาดที่แฟนไปปฏิบัติภารกิจปุ๊บก็รีบสลับรางทันทีงั้นเหรอ"
"ฉันได้เจอกับรักแท้ ฉันก็ควรจะไล่ตามความรักอย่างกล้าหาญไม่ใช่เหรอ" ลู่เหม่ยอี๋ร้องไห้อย่างเ็ป "พวกเราตกลงวันกันเรียบร้อยแล้ว หลิงอวี่ คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง"
อันหลิงอวี่ยังคงทำหน้าบึ้งตึง ไม่ทันได้เอ่ยปาก เสียงผู้ชายอีกคนก็ดังขึ้น "แสดงว่าที่จริงแล้ว… เหม่ยอี๋ คุณเต็มใจและยินยอมแต่งงานกับเขาจริง ๆ สินะ"
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นชายหนุ่มในชุดลายพรางที่ยืนอยู่ด้านข้าง
"เฉียวไห่"
"คุณมาที่นี่ได้ยังไง" ลู่เหม่ยอี๋เอ่ยด้วยความใและลำบากใจ
"ถ้าผมไม่มาที่นี่แล้วจะเจอคุณได้ยังไง" ดวงตาของเฉียวไห่เต็มไปด้วยความเ็ปและผิดหวัง "คุณรักเขาเหรอ นี่คือที่ที่คุณว่าดีกว่างั้นเหรอ คู่ควรกับคุณอย่างนั้นเหรอ!"
ลู่เหม่ยอี๋รู้สึกอับอายขายหน้า ราวกับถูกตบหน้าต่อหน้าทุกคน!
"เฉียวไห่! คุณรู้จักฐานะตัวเองบ้างไหม! ยังจะมาตอแยเหม่ยเหม่ยอีก ทำไมเธอถึงต้องโดนตบถ้าไม่ใช่เพราะคุณ! คุณมันก็แค่หมาเฝ้าประตูฐาน! คนอย่างพี่อันน่ะถึงจะเรียกว่าคู่ควร!" อันเป้ยเอ๋อร์พูด เธอเป็เพื่อนสนิทของลู่เหม่ยอี๋ และเป็คนปากร้าย
ร่างกายของเฉียวไห่สั่นสะท้าน
"ไสหัวไป!" อันหลิงอวี่ตะคอกเสียงดัง!
"ที่นี่ที่ไหน คิดว่าเป็ที่ที่พวกคุณจะมาอาละวาดได้เหรอ แขกที่มาร่วมงานล้วนเป็นักธุรกิจระดับพันล้าน! พวกคุณยังไม่ขายหน้าพออีกเหรอ! อย่ามาดูถูกทหารในฐาน! ลากตัวพวกมันไปขังซะ!"
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบเข้ามาลากตัวผู้หญิงทั้งสามออกไป
ดวงตาของลู่เหม่ยอี๋จ้องมองไปที่จิ่งเหมียนและอันหลิงอวี่ที่ยืนอยู่ด้วยกัน เปลวไฟลุกโชนอยู่ภายในนั้น
"แล้วทำไมหล่อนถึงได้อยู่ต่อ! ลากยัยผู้หญิงชั้นต่ำนั่นไปด้วยสิ!" เธอฉีกหน้ากากของตัวเองออก พยายามชี้หน้าจิ่งเหมียน
จิ่งเหมียนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น "ฉันได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงค่ะ"
ลู่เหม่ยอี๋ถูกพาตัวไปด้วยความไม่พอใจ จิ่งเหมียนเองก็มีทรัพย์สินมากกว่าร้อยล้านเหรอ?
เมื่อผู้คนสลายตัวไปหมดแล้ว อันหลิงอวี่มองจิ่งเหมียนพลางเม้มริมฝีปาก "ที่พวกเธอมาทำให้คุณลำบากใจแบบนี้ ล้วนเป็เพราะผมทั้งนั้น คุณจิ่งครับ โปรดรับคำขอโทษจากผมด้วย ผมจะพาคุณไปเปลี่ยนเสื้อก่อน"
จิ่งเหมียนพยักหน้าและเดินตามอันหลิงอวี่ไป "คุณอันไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ พวกเธอก็คือพวกเธอ คุณก็คือคุณ ไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบต่อความผิดของพวกเธอหรอก ความอัปยศอดสูในวันนี้ ฉันจะเอาคืนเองค่ะ"
ตอนนั้นเธออดทนอย่างมากที่จะไม่ใช้แหวนวายุฆ่าพวกหล่อน ลู่เหม่ยอี๋เพิ่งจะรังแกเธอเสร็จก็ตายทันที เธอคงหนีไม่พ้นที่จะถูกสอบสวน วันนี้มีลูกค้าระดับ A จากฐานสำคัญมาสั่งซื้อข้าว เธอไม่อยากสร้างความประทับใจที่ไม่ดีกับพวกเขา ความใจร้อนย่อมพาให้เสียการใหญ่ เธอเสียดายคำสั่งซื้อจำนวนมาก
จัดการกับพวกหล่อนทีหลังดีกว่า ย่อมปลอดภัยกว่า ในยุควันสิ้นโลกแบบนี้ เธอจะไม่ใจอ่อนทุกครั้งหรอกนะ การกดเธอไว้ในห้องน้ำแล้วรังแกแบบนี้ต้องชดใช้!
หลังจากที่จิ่งเหมียนจัดเสื้อผ้าและเปลี่ยนเป็ชุดเดรสสีขาวแล้ว ออร่าของเธอก็ดูเป็เทพธิดามากขึ้น
ดวงตาของอันหลิงอวี่สะท้อนภาพร่างที่งดงาม "ชุดนี้ให้คุณนะ เข้ากับคุณมาก"
จิ่งเหมียนไม่สนใจ "ฉันไม่ขาดเสื้อผ้าหรอกค่ะ คุณอัน ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรพูดถึงเื่ส่วนตัวของคุณ แต่ฉันคิดว่ามีคำแนะนำบางอย่างที่อยากให้คุณลองพิจารณาดู"
"ตอนนี้เฉียวไห่เป็หัวหน้าทีมสำรวจ ความแข็งแกร่งของเขาถือว่าติดอันดับต้น ๆ ของฐาน อนาคตอาจจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็เสาหลักของฐาน ลู่เหม่ยอี๋เป็ผู้หญิงแบบไหน ฉันเชื่อว่าคุณอันคงไม่โง่จนมองไม่ออก ระหว่างคุณกับเฉียวไห่ ไม่จำเป็ต้องมาผิดใจกันเพราะผู้หญิงแบบนี้ ถ้าเฉียวไห่หมดกำลังใจแล้วออกจากฐานอู่อันไป ถือเป็การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เลยนะคะ"
อันหลิงอวี่มองจิ่งเหมียนด้วยความประหลาดใจ เธอเพิ่งจะถูกกลั่นแกล้งแท้ ๆ ใครจะไปคิดว่าเธอยังนึกถึงคนอื่นได้ และเอ่ยคำพูดแบบนี้ออกมา
"คุณจิ่งนี่ความคิดกว้างไกลจริง ๆ สร้างฐานใหม่เองแล้วยังนึกถึงฐานอู่อันได้ขนาดนี้ ความนับถือที่ผมมีให้คุณจิ่งนั้นออกมาจากใจจริงเลยครับ"
จิ่งเหมียนบอกเขาไม่ได้หรอกว่าฐานอู่อันจะต้องเผชิญกับฝูงซอมบี้ถึงสามครั้ง และครั้งล่าสุดก็คือฤดูร้อนปีหน้า
ชาติที่แล้วตัวเธอเองก็ตายในตอนที่ฝูงซอมบี้ครั้งที่สามบุกโจมตีเมื่อสิบปีให้หลัง
ฐานลวี่อินนั้นตั้งอยู่ติดกับฐานอู่อัน พอฝูงซอมบี้มาถึง ฐานลวี่อินย่อมต้องรับมือเป็ที่แรก การขาดกำลังรบอย่างเฉียวไห่อาจจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่จิ่งเหมียนอยากเห็น บางทีอาจทำให้มีคนตายมากขึ้นก็ได้