เหตุการณ์ที่ฝ่าาทรงมีสมรสพระราชทานให้แก่ประมุขของพรรคใหม่และท่านเทพแห่งเผิงหลายพร้อมกันถึงสองคู่คงจะนับว่าเป็เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีค่ายิ่งในอนาคต
หลังจากที่จบงานครบรอบของฝ่าา ผู้ที่ได้รับสมรสพระราชทานก็ไม่ได้พบปะพูดคุยอันใดกันท่านเทพทั้งสองรวมถึงประมุขคนอื่นต่างเดินทางกลับไปที่พรรคทันทีที่จบงานในครั้งนี้ส่วนว่าที่เ้าบ่าวทั้งสองต่างกลับไปตระเตรียมสินสอดทองหมั้นเพื่อส่งไปยังเผิงหลาย
ส่วนว่าที่เ้าสาวนั้นกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ศาลาริมทะเลราวกับว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ใช่เื่ของตัวเองเสียอย่างนั้น
“เซียวเฟิงเหยียน…หากจำไม่ผิดเขาเป็หัวหน้าองครักษ์ของฝ่าาใช่หรือไม่”เซียวซูเจี้ยนเอ่ยถาม เซี่ยหนิงเฉิงพยักหน้าจากคำบอกเล่าของเยว่เฟยหลิงที่ได้ทำงานร่วมกับหัวหน้าองครักษ์คนนี้เขาเป็คนมีความสามารถมากทีเดียวเหมาะที่จะเป็ว่าที่สามีของท่านเทพเซี่ยหนิงเฉิงยิ่งนักแม้แต่สวี่ชิงเค่อที่มีสายตาชอบสอดส่องคนที่เข้าหาเซี่ยหนิงเฉิงยังบอกว่าหัวหน้าองครักษ์นี่แหละที่เหมาะจะเป็สามีของท่านเทพแห่งเผิงหลายยิ่งกว่าใครๆ
ชักจะสงสัยแล้วว่าฝ่าาส่งพวกเขาให้มากล่อมเซี่ยหนิงเฉิงหรือเปล่า
“รู้สึกว่าเ้าจะถูกใจเขา?” เซี่ยหนิงเฉิงยิ้มยกชาขึ้นจิบ ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาเช่นนั้นมีใครที่ไม่ถูกใจด้วยรึ
“เป็ท่านจะกล้าไม่ถูกใจได้ด้วยรึ” มาตรฐานหน้าตาสูงกว่าชายทั่วไปในชิงหลงเสียอีก
“ถึงไม่ถูกใจก็ต้องแต่งเพราะเป็ราชโองการจากฝ่าาว่าแต่ทำไมสกุลของข้ากับหัวหน้าองครักษ์ถึงเหมือนกันได้” เซียวซูเจี้ยนไม่ได้เป็ญาติกับเซียวเฟิงเหยียนอย่างแน่นอนอย่าว่าแต่เป็ญาติกันได้เลยเซียวซูเจี้ยนแทบจะไม่เคยเห็นหน้าหัวหน้าองครักษ์ด้วยซ้ำ
“คงจะแค่บังเอิญเท่านั้นมีคนมากมายที่มีสกุลเดียวกับเรา มีอาจารย์นี่แหละที่นึกเอะใจถึงเื่นี้” เซี่ยหนิงเฉิงไม่ได้เอะใจด้วยซ้ำว่าว่าที่สามีของเขากับอาจารย์มีสกุลเดียวกัน
“ช่างไม่มีความหลากหลายในการตั้งชื่อสกุลเสียจริงๆ”
“แล้วว่าที่สามีของอาจารย์เป็อย่างไร เข้าตาหรือไม่”เซี่ยหนิงเฉิงถามบ้างราชครูไป๋ผู้นั้นเป็ที่ถูกใจของอาจารย์เขาหรือไม่
“ไป๋เฮ่อ เป็ราชครูของฝ่าา การบรรเลงพิณเป็เลิศฉลาดหลักแหลม หน้าตาหล่อเหลาแต่ทว่าเ็าไปเสียหน่อย การต่อสู้ก็นับว่าพึ่งได้แต่โดยรวมไม่ได้มีอะไรที่เข้าตาสักเท่าไหร่” คนพูดหยิบม้วนกระดาษที่ฝ่าาเมตตาให้คนเขียนประวัติของว่าที่สามีมาให้อ่านเล่นขึ้นมามีกระทั่งรูปวาดมาให้ดู ราวกับว่าให้ทำความคุ้นเคยเสียอย่างนั้น
“เท่าที่ดูราชครูไป๋ก็หน้าตาไม่เลว ทั้งยังดูมีสง่าราศีไม่ใช่แบบที่อาจารย์ชอบหรอกรึ?” แล้วยังดูมีความเป็ผู้ใหญ่น่าจะพูดจาเข้าใจง่ายเซียวซูเจี้ยนชอบคนที่พูดจารู้เื่ เข้าใจอะไรง่าย ไม่ต้องอธิบายเยอะอีกฝ่ายเป็ถึงราชครูของฝ่าาความฉลาดหลักแหลมต้องเป็เลิศอย่างแน่นอนถึงจะสามารถอบรมสั่งสอนจักรพรรดิได้ดังนั้นราชครูไป๋น่าจะเป็ที่ถูกใจของเซียวซูเจี้ยนถึงจะถูก
“ดูเป็คนไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย”
“เขาเป็ถึงราชครูของฝ่าาจะแสดงอารมณ์ขันต่อหน้าคนทั่วไปได้อย่างไรไม่แน่ว่าตอนที่อยู่กับท่านเขาอาจจะไม่เหมือนอย่างที่ตาเห็นก็ได้” เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ต้องมีภาพลักษ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งบ้างเช่นเดียวกับเซี่ยหนิงเฉิงและเซียวซูเจี้ยนถึงเบื้องหน้าพวกเขาจะดูเป็ท่านเทพที่น่าเคารพยกย่องแต่ทว่าเื้ัวันดีคืนดีพวกเขาก็วิ่งสาดพลังใส่กันบางวันก็ลากกันลงไปเล่นน้ำก็มี นับประสาอะไรกับราชครูที่ต้องแบกรับความหวังในการอบรมสั่งสอนผู้ที่จะมาเป็บิดาของแผ่นดินเขาจะต้องมีด้านที่้าปกปิดหรือไม่้าเปิดเผยอยู่ด้วยเป็เื่ธรรมดา
“ข้าอาจจะผิดหวังกับด้านที่ยังไม่ถูกเปิดเผยก็ได้”เซียวซูเจี้ยนวางกระดาษม้วนนั้นลง ยกชาขึ้นจิบเื่นิสัยใจคอพวกนั้นน่ะช่างมันเถอะแค่ไม่สร้างภาระให้แก่กันและกันก็เพียงพอแล้ว
“ท่านเทพขอรับ ฮูหยินหลิวมาขอพบขอรับ” คนสนิทเดินมาหาทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในศาลา เซี่ยหนิงเฉิงหัวเราะลูกศิษย์คนดีของเขาอดทนมาได้ถึงหนึ่งคืนนับว่าเก่งมากแล้ว
“ให้เขาเข้ามาเถอะเตรียมสำรับสำหรับตอนเที่ยงยกมาที่นี่ด้วยนะ” คนสนิทรับคำแล้วไปบอกคนที่มาขอพบไม่กี่อึดใจหลิวเยว่เทียนก็เดินลิ่วๆมาที่ศาลาพร้อมกับสาวใช้ไร้เงาของหลิวชิงฟงโดยสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าหลิวเยว่เทียนอาศัย่เวลาที่สามีไม่อยู่ในการออกมานอกพรรค
แม่ทัพหลิวหวงแหนหลิวเยว่เทียนถึงเพียงนี้การที่จะออกมานอกพรรคได้จำเป็จะต้องมีสามีไปด้วยเสมอที่มาคนเดียวได้ในวันนี้คงจะเป็เพราะหลิวชิงฟงมีธุระสำคัญแล้วหลิวเยว่เทียนก็ย่องออกมาจากพรรค
มีลูกตั้งสามคนแล้วยังเหมือนเด็กๆไม่เปลี่ยนหากไม่รีบกลับฉางหวั่นก่อนที่แม่ทัพหลิวจะกลับมามีหวังเผิงหลายคงได้ลุกเป็ไฟแน่
“อาจารย์” หลิวเยว่เทียนเดินมากอดเซี่ยหนิงเฉิงแล้วเอาหน้าถูไหล่อาจารย์เหมือนเด็กที่กำลังอ้อนคนเป็อาจารย์หัวเราะ ถึงอย่างไรลูกศิษย์คนนี้ก็ทำให้เซี่ยหนิงเฉิงอารมณ์ดีได้ตลอด
“ว่าอย่างไรเ้าตัวดี แอบสามีเ้าออกมาอีกแล้วรึ”สิ่งที่หลิวเยว่เทียนถนัดที่สุดนับั้แ่แต่งงานออกไปคือการหลบหนีสามีออกมาเที่ยวข้างนอกกฎของฉางหวั่นรึจะคุมหลิวเยว่เทียนอยู่
“วันนี้ชิงฟงมีธุระข้างนอก กว่าจะกลับก็ตกเย็นข้าเลยแอบออกมาน่ะขอรับ” ยังสมกับเป็อดีตแม่ทัพแก่นแก้วของเทียนเช่อไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆในเื่นี้
“แล้วนี่มาหาอาจารย์ถึงที่นี่มีเื่อะไรแล้วยังพาสาวใช้มาแค่สองคน”
“จะเื่อะไรได้อีกล่ะขอรับ อาจารย์ท่านรู้จักกับหัวหน้าองครักษ์มาก่อนรึ” หลิวเยว่เทียนเข้าเื่ทันทีเซี่ยหนิงเฉิงลูบผมลูกศิษย์เล็กน้อย จู่ๆก็นึกหวงอาจารย์ขึ้นมารึ
“อาจารย์ไม่ได้รู้จักเขามาก่อนแต่ก็เคยเห็นเขาจากที่ไกลๆอยู่บ้าง เขาก็ดูไม่เลวมิใช่หรอกรึ”
“เพราะแบบนั้นอาจารย์ถึงได้ดูมีความสุขเพียงนี้หรือขอรับ”เซี่ยหนิงเฉิงเลิกคิ้ว แสดงออกทางสีหน้าขนาดนั้นเลยรึ
“หนิงเฉิงถูกใจว่าที่สามีคนนี้นัก แล้วเ้ารู้หรือเปล่าเมื่อเช้ามีสินสอดถูกส่งมาจากป้าเตาในนั้นล้วนแล้วแต่มีของที่อาจารย์เ้าชอบทั้งนั้น อาวุธเอย เครื่องประดับเอยร่มคันสวยเอย ที่ปักอยู่บนผมอาจารย์ของเ้าก็ล้วนแล้วแต่เป็ของกำนัลที่ทางป้าเตาส่งมา”เซียวซูเจี้ยนว่า ของที่ป้าเตาส่งมาล้วนแล้วแต่เป็ของล้ำค่าหายากฉางเก๋อก็เช่นกันสองพรรคนี้กลัวว่าจะน้อยหน้ากันหรืออย่างไรถึงได้ส่งแต่ของมีค่าหายากมาให้แบบนี้
“อาจารย์ถูกใจเขามากเลยหรือขอรับ” หลิวเยว่เทียนไม่เคยเห็นอาจารย์ของเขามีใบหน้าอิ่มเอมขนาดนี้มาก่อนที่บอกว่าไม่ได้รู้จักหัวหน้าองครักษ์มาก่อนนั้นเป็เื่จริงรึ
“ก็ไม่เลว แล้วเ้าคิดว่าเขาเป็อย่างไร” เซี่ยหนิงเฉิงถามกลับบ้าง หลิวเยว่เทียนไม่ค่อยอยากจะตอบเท่าไหร่นักถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำงานร่วมกับกองทหารองครักษ์แต่กระนั้นหลังจากที่เมื่อวานมีสมรสพระราชทานเกิดขึ้น สามีของเขาก็เล่าให้ฟังว่าหัวหน้าองครักษ์นั้นฝีมือเป็เลิศมีความคิดที่เป็ผู้ใหญ่ นอกจากนั้นยังคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆออกมาได้ดี รอบคอบ แล้วยังเป็คนที่ใจเย็นแยกแยะเื่ต่างๆได้เป็อย่างดี เป็คนที่เหมาะจะเป็คู่ชีวิตให้กับท่านเทพมากหลิวชิงฟงนั้นน้อยมากที่จะเอ่ยชมคนอื่นแบบนี้ แล้วยังร่ายยาวเสียด้วยเพราะแบบนั้นหลิวเยว่เทียนจึงไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่นัก
“ก็ดีขอรับ เขาก็ดูหล่อดี”
“อาจารย์ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น”
“ข้าไม่รู้จักเขาเสียหน่อยมีแค่ชิงฟงที่ได้เจอเขาบ้างเป็บางครั้ง” หลิวเยว่เทียนอ้อมแอ้มหากอาจารย์ถูกใจอีกฝ่ายแบบนี้หลิวเยว่เทียนยังต้องถามอะไรอีกแล้วยังเป็สมรสพระราชทานจากฝ่าา แม้จะไม่ถูกใจก็ปฏิเสธไม่ได้
“แล้วแม่ทัพหลิวว่าอย่างไรบ้างรึ?” หากเป็คนที่ได้เจอกันบ้างน่าจะพอรู้นิสัยใจคอมาเล็กน้อยถึงแม่ทัพหลิวจะไม่เป็ฝ่ายเอ่ยปากพูดเองแต่หลิวเยว่เทียนจะต้องถามเขาอย่างแน่นอน
“ดีไปหมดเสียทุกอย่าง ความคิดดี การต่อสู้เป็เลิศใจเย็น เหมาะที่จะเป็สามีของอาจารย์” เซี่ยหนิงเฉิงหัวเราะแม้แต่แม่ทัพใหญ่แห่งฉางหวั่นที่ไม่ค่อยจะสนใจใครยังเอ่ยเช่นนี้กี่คนแล้วที่พูดว่าเซียวเฟิงเหยียนเหมาะที่จะเป็สามีของเขาแบบนี้ไม่นับว่าให้ท้ายว่าที่สามีของเขามากเกินไปหรอกรึ
“แม้แต่แม่ทัพหลิวยังพูดเช่นนั้นเห็นทีเื่นี้คงตัดสินใจถูกแล้วจริงๆกระมัง” เซียวซูเจี้ยนถอนหายใจเซี่ยหนิงเฉิงก็ถูกใจอีกฝ่ายไม่น้อยนี่ไม่นับว่าเป็การมอบสมรสพระราชทานให้กับคนที่อยากแต่งงานด้วยอยู่แล้วหรอกรึ
“แล้วท่านปู่เทพล่ะขอรับท่านไม่พูดถึงว่าที่เ้าบ่าวของท่านเลย” เซียวซูเจี้ยนยื่นกระดาษแผ่นเดิมไปให้หลิวเยว่เทียนอ่านเองทำไมถึงมีกระทั่งประวัติของเ้าบ่าวให้อ่าน
“ก็ฟังดูไม่เลวนี่ขอรับ” หลิวเยว่เทียนกวาดสายตาอ่านคราวๆก็นับว่าเป็บุรุษที่เหมาะสมกับท่านปู่เทพมิใช่หรอกรึ
“ใช่ ไม่เลว แค่เป็คนที่น่าเบื่อไปเสียหน่อยก็เท่านั้น”
“ชอบความตื่นเต้นหรือขอรับ” หลิวเยว่เทียนทำตาโตท่านปู่เทพมีรสนิยมแบบนั้นด้วยรึ
“เปล่า แค่ชอบอะไรที่มันมีชีวิตชีวา ไม่ใช่จืดชืดแบบนี้”จืดชืดรึ ไม่แน่ว่าราชครูไป๋อาจจะมีอะไรที่ซ่อนอยู่ก็ได้
“ท่านเทพ มีสินสอดถูกส่งมาจากป้าเตาอีกยี่สิบหีบขอรับ”เซี่ยหนิงเฉิงหันไปมอง หลิวเยว่เทียนจิ๊ปากเซียวเฟิงเหยียนผู้นั้นช่างใจใหญ่เสียจริง เพิ่งจะวันแรกก็ส่งสินสอดมาถึงขนาดนี้เชียวรึ
“ดูหน้าอาจารย์ของเ้าสิบวมขึ้นขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่รู้จักกันอีกรึ” เซียวซูเจี้ยนเอ่ยทักลูกศิษย์ที่ตอนนี้แก้มกลมอย่างกับอะไรดีดีใจก็บอกออกมาเถอะไม่ต้องเก็บเอาไว้ มันแสดงออกทางสีหน้าหมดแล้ว
“สินสอดของท่านก็น้อยเสียเมื่อไหร่” เซี่ยหนิงเฉิงมุ้ยปากไปทางคนสนิทอีกคนที่กำลังเดินมา เป็จริงดังคาดตอนนี้มีสินสอดจากฉางเก๋อถูกส่งมาเพิ่มแล้ว
“ท่านเทพ มีสินสอดถูกส่งมาจากฉางเก๋อยี่สิบหีบขอรับ”
“หัวหน้าองครักษ์กับราชครูช่างร่ำรวยเสียจริงๆ” หลิวเยว่เทียนอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้นี่กำลังแข่งกันส่งสินสอดเอาใจเ้าสาวกันรึ
“แล้วคราวของเ้าเล่าแม่ทัพหลิวก็ส่งมาแบบนี้ไม่ใช่หรอกรึ” ว่าแต่อาจารย์ตัวเองก็ได้สินสอดมาไม่น้อยทีเดียว ทุกวันนี้ยังหาที่เก็บไม่ได้เลยมิใช่รึ
“เขาว่ายิ่งสินสอดเยอะเ้าสาวยิ่งน่าแต่งเข้าบ้านขอรับ”หลิวเยว่เทียนแย้ง ยิ่งให้มากก็แปลว่ารักมากมิใช่หรอกรึ
“เช่นนั้นสินสอดนี้ก็นับว่าคู่ควรให้เราแต่งออกแล้ว”เซียวซูเจี้ยนเอ่ยไม่ได้มีใครสงสัยที่ทั้งเซี่ยหนิงเฉิงและเซียวซูเจี้ยนจะแต่งออกไปจากเผิงหลายไม่มีใครเอะใจเลยว่าหากทั้งประมุขและรองประมุขไม่อยู่เช่นนี้เผิงหลายจะทำอย่างไรแต่ในเมื่อไม่มีใครนึกถึงเื่นี้คงจะมีการเตรียมพร้อมสำหรับเผิงหลายเอาไว้แล้ว
ในขณะที่ฝั่งเ้าสาวกำลังถกกันเื่สินสอดที่ส่งมา ที่ป้าเตาประมุขของพรรคกำลังคัดเลือกสินสอดที่จะถูกส่งไปที่เผิงหลายอีก
“วันนี้ส่งไปเท่าไหร่แล้ว” ร่างสูงหันไปถามคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกลเขายกบันทึกขึ้นมาดูว่าวันนี้ส่งไปกี่หีบแล้ว
“รวมกับเมื่อเช้าประมาณสามสิบสี่หีบขอรับ”
“วันนี้นายเหนือไม่ไปที่ค่ายองครักษ์หรอกรึ” คนที่เดินมาเอ่ยถาม ใบหน้านั้นปิดทับด้วยผ้าบริเวณดวงตาเซียวเฟิงเหยียนยกยิ้ม
“ฝ่าาให้วันหยุดสองวันในการจัดหาสินสอดส่งไปยังเผิงหลายเ้าว่าข้าควรส่งอะไรไปเพิ่มดี?” ระหว่างที่พูดก็สอดส่องสายตาไปรอบๆมีของมากมายที่กำลังรอให้นายเหนือแห่งป้าเตาคัดเลือกเพื่อส่งไปให้ว่าที่เ้าสาวของเขาอยู่
“ถึงกับเปิดคลังส่วนตัวเพื่อการนี้เลยอย่างนั้นรึ”ปกติแล้วการแต่งงานระหว่างพรรคสามารถใช้คลังสมบัติของพรรคในการเป็สินสอดได้แต่ทว่านายเหนือกลับเปิดคลังสมบัติส่วนตัวเพื่อเป็สินสอดเลยทีเดียว
“ตั้งใจทำงานก็เพื่อการนี้ จะหวงเอาไว้ได้อย่างไร”ที่ผ่านมาตั้งใจทำหน้าที่องครักษ์จนเป็ที่โปรดปรานของฝ่าาและได้รับพระราชทานรางวัลมากมายเก็บหอมรอมริบจนเต็มคลังก็เพื่อเอาไว้ใช้สู่ขอประมุขแห่งเผิงหลายดังนั้นเขาจะไม่หวงของพวกนี้อย่างเด็ดขาด หากยกให้ทั้งคลังได้เขาคงทำไปแล้วแต่เพราะต้องเผื่อเอาไว้ใช้ในชีวิตบั้นปลายดังนั้นเซียวเฟิงเหยียนจึงต้องแบ่งเก็บเอาไว้ในส่วนนั้นด้วย
“คิดว่าร่มนี้เป็อย่างไร” ร่างสูงชูร่มคันสวยให้ดูคนที่ปิดตาอยู่ส่ายหน้า ร่มส่งไปแล้วมิใช่รึ จะส่งไปอีกทำไม
“ทำไมของที่ฝ่าาพระราชทานให้ถึงมีร่มอยู่ด้วย?”
“เปล่า อันนี้ข้าไปเลือกซื้อมาเอง” ร่างสูงเอ่ยอย่างภูมิใจ ส่วนคนที่ฟังอยู่ส่ายหน้า
“นึกถึงตอนที่หัวหน้าองครักษ์อย่างเ้าไปเลือกซื้อร่มที่ตลาดสิเ้าของร้านคงจะตื่นตะลึงมากเป็แน่” นี่ออกไปซื้อั้แ่เมื่อไหร่หากจะให้เขาเดาเซียวเฟิงเหยียนคงจะแอบไปซื้อเองคนเดียวเป็แน่
“ซื้อของให้คนที่ชอบจะเขินอายไปทำไมแต่ข้าว่าอันนี้เหมาะกับเ้ามากกว่าเขา ข้าเอาอันนี้ให้เ้าดีกว่า” ไม่พูดเปล่า เซียวเฟิงเหยียนยื่นร่มให้รองประมุขของตัวเองคนที่ยืนอยู่จึงรับมาเพราะเห็นว่าไม่เหมาะกับว่าที่ภรรยาก็ยื่นส่งมาให้เขาใช้แทนรึ
“คิดว่าร่มแบบนี้เหมาะกับข้ารึ” รองประมุขแห่งป้าเตากางร่มให้ดูเซียวเฟิงเหยียนเห็นดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้
“เช่นนั้นก็วางเอาไว้เถอะอย่าทำอะไรที่ไม่เหมาะกับตัวเองเลย” คนพูดพูดไปหัวเราะไปถึงรองประมุขของป้าเตาจะไม่ได้ร่างกายกำยำเช่นองครักษ์ทั่วไปแต่ทว่าก็ไม่ได้เพรียวบางเหมือนกับท่านเทพเซี่ยหนิงเฉิงการถือร่มแบบนี้เห็นทีจะไม่เหมาะเท่าไหร่นัก
“เ้าเป็คนที่ยื่นมาให้ข้านะ”
“ข้าต้องขอโทษเ้าแล้วให้เ้าถือกระบี่ยังจะเหมาะมากกว่า” ถึงอย่างไรก็เป็ทั้งน้องชายและสหายสนิทของหัวหน้าองครักษ์ย่อมต้องเหมาะกับกระบี่มากกว่าร่มคันสวยอยู่แล้ว
“พรุ่งนี้ค่อยส่งไปเพิ่มก็แล้วกันวันนี้ส่งไปสามสิบหีบแล้ว เื่อัญมณีท่านเทพจะต้องมีมากกว่าเราอยู่แล้วตำรากระบี่คงจะไม่เหมาะ เสื้อผ้าเน้นสีสว่างตามที่ท่านเทพเคยสวมจะดีกว่า” รองประมุขออกความเห็น เดินลัดเลาะไปตามของที่วางอยู่อย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะมองไม่เห็นหยิบจับของหลายอย่างส่งให้เซียวเฟิงเหยียนเพื่อเตรียมส่งสินสอดไปเพิ่มในวันพรุ่งนี้
“ท่านเทพชอบเกล้าผมหรือเปล่า?” คนที่กำลังถือปิ่นหันมาถามเซียวเฟิงเหยียนคิดเล็กน้อยปกติแล้วท่านเทพจะสวมเพียงกวานสีเงินยามที่เข้ามาที่วังหลวง ไม่ค่อยแต่งตัวหรูหราแต่หากอยู่ที่พรรคจะแต่งตัวตามใจชอบส่วนใหญ่จะปล่อยผมแล้วประดับด้วยเครื่องประดับที่ข้างหูหรือรัดเกล้าเสียมากกว่า
“เขาจะเกล้าผมแค่ยามที่ต้องเข้าวังปกติจะปล่อยผมเสียมากกว่า” คนฟังพยักหน้าเลือกเครื่องประดับชิ้นใหม่ใส่ลงในกล่องระหว่างนั้นร่างสูงก็หันไปสนใจเสื้อผ้าเนื้อดีที่สั่งตัดจากไหมหายากที่ฝ่าาพระราชทานให้เป็ของรางวัลหรือว่าควรจะส่งเครื่องประทินโฉมไปด้วยดีนะ
“เ้าคิดว่าไป๋เฮ่อจะกำลังเลือกสินสอดส่งไปที่เผิงหลายหรือเปล่า”
“เขาน่ะรึ” รองประมุขทำเสียงสูงด้วยความแปลกใจหากมิใช่เพราะว่าเป็ราชโองการจากฝ่าามีหรือราชครูผู้นั้นจะยอมแต่งงาน
“ท่านเทพเซียวซูเจี้ยนต้องรับศึกหนักแล้ว” ไป๋เฮ่อเป็คนหัวแข็งอย่างกับอะไรดีท่านปู่เทพจะต้องออกแรงเค้นความคิดกันมากเลยทีเดียว
“หากพี่สะใภ้ตกที่นั่งลำบากมีหรืออวิ้นหยางจะไม่ช่วยเหลือไม่แน่คนที่เราต้องเป็ห่วงคงจะเป็ไป๋เฮ่อเสียมากกว่า” ได้ยินว่าท่านปู่เทพเซียวซูเจี้ยนเองก็เป็คนที่รับมือยากไม่รู้ว่าจะเป็ใครกันแน่ที่ต้องรับมือใคร
“แล้วชุดแต่งงานเริ่มจัดเตรียมหรือยัง” รองประมุขเอ่ยถามขึ้นอีก เซียวเฟิงเหยียนพยักหน้าเป็พระเมตตาจากฝ่าาที่ให้คนในวังหลวงจัดเตรียมชุดสำหรับพิธีแต่งงานจะส่งไปที่เผิงหลายก่อนวันแต่งงานสองวันเพื่อให้เ้าสาวได้ลองสวมใส่
“ที่ลานหลวงก็เริ่มเตรียมการตกแต่งแล้วหากเร่งมือหน่อยก็คงจะทันวันแต่งงานพอดี”
“ไม่คิดเลยว่าเราจะต้องเตรียมงานแต่งงานให้เสร็จภายในเจ็ดวันแบบนี้ใครที่ไหนเขาเตรียมพิธีแต่งงานแค่เจ็ดวันกัน”
“ของแม่ทัพหลิวกับแม่ทัพหลานยังทันเลย” ร่างสูงแย้ง ถึงจะให้เวลาจัดรวมกับพิธีสืบทอดตำแหน่งเป็สิบสี่วันก็เถอะกระนั้นเวลาในการเตรียมงานแต่งงานก็ยังน้อยอยู่ดีทว่าก็จัดออกมาได้ยิ่งใหญ่สมกับเป็การแต่งงานของสองแม่ทัพแห่งชิงหลง
“ฝ่าาก็ทรงรีบร้อนเสียจริงให้เวลาสักเดือนก็ไม่ได้เชียวรึ”
“ไป๋เฮ่อจะรู้ทันแล้วหนีไปเสียก่อนป่านนี้อาจจะกำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ก็ได้” เป็ที่รักของฝ่าาก็แย่เสียหน่อยฝ่าาทรงโปรดการหยอกล้อกับคนสนิทยิ่งนัก
“วันนี้เตรียมเอาไว้ที่เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วพรุ่งนี้ค่อยส่งไปที่เผิงหลายอีก ส่งมากไปก็ไม่ดี ค่อยๆส่งไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบเจ็ดวันดีกว่า”คนพูดหยิบจับเลือกของที่เหมาะสมใส่หีบ เซียวเฟิงเหยียนขยันเสียจริงของพวกนี้ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆแล้วของที่ฝ่าาพระราชทานให้ก็ล้วนแล้วแต่เป็ของมีค่าที่หาได้ยากหัวหน้าองครักษ์ตั้งใจสะสมคลังสมบัติถึงเพียงนี้ท่านเทพจะไม่ประทับใจได้อย่างไร
“ข้าอยากเจอเขา” คนฟังหันขวับมาทางต้นเสียงนี่พูดอะไรกัน ลืมธรรมเนียมไปแล้วรึ
“ไปเจอได้เสียที่ไหน วันนี้ก็เริ่มต้นธรรมเนียมเจ็ดวันที่ห้ามคู่บ่าวสาวเจอกันแล้ว”อยากเจอก็ใช่ว่าจะเจอได้ อดทนเสียหน่อยไม่ได้รึ
“แอบไปไม่ได้รึ?”
“ไม่ได้หากเ้าทำเช่นนั้นข้าจะบอกประมุขน้อยเอาหน้าไม้ไล่ยิงเ้าเสีย” ประมุขน้อยไม่ยอมให้เซียวเฟิงเหยียนเอาเปรียบตัวเองแน่นอนในเมื่อมีธรรมเนียมแบบนี้ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมเหมือนกันเท่านั้น
แน่นอนว่าฝ่าาก็ไม่เป็ข้อยกเว้น
“ประมุขน้อยเวลาโกรธน่ากลัวเสียจริง” นึกถึงตอนที่ประมุขน้อยกลับมาจากแคว้นจ้าวแล้วมันชวนให้น่าหัวเราะเสียจริงต้องปลอมตัวเป็ผู้หญิงเพื่อกลับมาที่ชิงหลงมาถึงก็จัดการจับบิดาของแผ่นดินเขย่าจนตัวแทบหลุดออกจากกันหากไม่ห้ามเอาไว้ฝ่าาคงได้พระวรกายบอบช้ำเป็แน่
ในขณะที่ป้าเตากำลังเลือกสินสอดชิ้นใหม่ส่งมาให้ที่เผิงหลายผู้ที่อยู่เผิงหลายเองก็กำลังเปิดหีบสินสอดเ่าั้เพื่อดูว่ามีอะไรถูกส่งมาบ้างและเพราะหลิวเยว่เทียนอยู่นานไม่ได้จำเป็เพราะรีบกลับเพราะสามีจะกลับมาที่เรือนก่อนจึงได้ขอตัวกลับฉางหวั่นเซี่ยหนิงเฉิงมองด้วยความเอ็นดู เด็กคนนี้แค่เป็ห่วงเขามากไปก็เท่านั้น
มือเรียวหยิบจับของที่อยู่ในหีบถึงส่วนใหญ่จะเป็ของที่เซี่ยหนิงเฉิงมีอยู่แล้วกระนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงความใส่ใจที่อีกฝ่ายตั้งใจเลือกของพวกนี้มาให้เขานอกจากนั้นยังมีเครื่องหอมไว้สำหรับทำถุงหอมพกติดตัวเอาไว้อีกด้วยช่างรู้ดีเสียจริง
ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองไปทางหีบอีกหลายใบที่ยังไม่ถูกเปิดของเหล่านี้ใส่เอาไว้ในคลังสมบัติให้เ้าตัวเล็กในอนาคตก็แล้วกันส่งมามากมายถึงเพียงนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปิดดูได้หมดหัวหน้าองครักษ์ดูเป็ที่โปรดปรานของฝ่าาเสียจริงมีแม้กระทั่งของที่อยู่ในคลังหลวงที่ทูตต่างแคว้นนำมามอบให้เครื่องประดับจากต่างแคว้นก็นับว่าถูกใจเซี่ยหนิงเฉิงยิ่งนักของบางอย่างก็ต้องใช้เวลาทำนานมากถึงจะแล้วเสร็จและของชิ้นนั้นก็ประดับอยู่บนผมของท่านเทพแล้ว
เป็ว่าที่สามีที่เอาใจคนแก่เก่งเสียจริง รู้ดีไปเสียหมด
ร่างโปร่งในชุดสีขาวเดินไปที่หน้าต่างเรือนสายลมยามเย็นกำลังพัดผ่านมาเบาๆหลังจากนี้อีกห้าปีถึงจะสามารถกลับมาที่เผิงหลายได้อีกครั้งเมื่อถึงตอนนั้นจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างเขายังไม่ได้วางตัวผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขเอาไว้เสียด้วย
แต่เขายังลงจากตำแหน่งประมุขตอนนี้ไม่ได้ยังมีเื่ที่ต้องทำอีกมากหลังจากนี้หลังจากจัดการเื่ยุ่งยากพวกนั้นเรียบร้อยแล้วค่อยลงจากตำแหน่งไปเป็ฮูหยินแห่งป้าเตาสบายๆก็ยังไม่สาย
หวังว่าเซี่ยหนิงเฉิงจะไม่ต้องใช้เวลานานนักในการจัดการเื่ยุ่งยากพวกนี้เขาเองก็ไม่ใช่คนที่มีความอดทนกับเื่น่ารำคาญมากเสียด้วย
หวังว่า ‘พวกเขา’ จะทำตัวดีๆให้เซี่ยหนิงเฉิง ‘จัดการ’ ได้ง่ายๆจะได้ไม่ต้องทรมานนานมากนัก