บทที่ 15 พายุฝนกำลังมาเยือน
ณ พระราชวังต้าเซี่ย
จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยกำลังเข้าร่วมประชุมในตอนเช้า
ขุนนางทั้งหลายต่างได้รับข่าวการเป็พันธมิตรระหว่างตระกูลฉินและเมืองเทียนซิน ยิ่งไปกว่านั้น ยังรู้ว่าบุตรชายคนโตของตระกูลฉินที่อายุเพียงแปดขวบ แต่กลับสามารถก้าวข้ามขั้นเหนือสามัญได้ ทั้งยังสร้างกระบวนท่ากระบี่สังหารขึ้นมาเอง และเอาชนะผู้สืบทอดของเทพกระบี่เทียม์ได้
"ตระกูลฉินและเมืองเทียนซินเป็พันธมิตรกัน นี่เป็การไม่ให้ความสำคัญกับราชสำนักเอาเสียเลย !"
"ช่างน่าสังหารเสียจริง ช่างน่าสังหารเสียจริง !"
"ข้าขอเสนอให้ส่งทหารไปทันที ฉวยโอกาสที่พันธมิตรของพวกเขายังไม่มั่นคง ปราบปรามพวกเขาให้สิ้นซากโดยเร็ว"
"เ้าคิดว่าตระกูลฉินและเมืองเทียนซินเป็กระดาษหรือไร จะจัดการได้ง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ !?"
"หากตระกูลฉินและเมืองเทียนซินจัดการได้ง่าย ๆ ราชสำนักจะปล่อยให้พวกเขาทางตะวันออกและตะวันตกมาหลายปีเช่นนี้รึ ?!"
"ข้าขอเสนอให้เจรจา ่หลายปีมานี้ปรากฏการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ยุคแห่งการต่อสู้ได้มาถึงแล้ว พวกเราไม่ควรจะห้ำหั่นกันเอง"
"หลังจากผ่านการปฏิรูปมาร้อยปี อาณาจักรอิ๋นเยว่ตอนนี้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ความทะเยอทะยานก็ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป ล่าสุดยังแต่งตั้งอัจฉริยะสองคนให้เป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ในคราวเดียว พวกเขาต่างหากที่เป็ศัตรูอันดับหนึ่งของพวกเราต้าเซี่ย"
"ขอองค์จักรพรรดิโปรดคำนึงถึงภาพรวม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะต่อสู้กันเอง"
"…"
จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยมองขุนนางสองฝ่ายที่แบ่งออกเป็สองกลุ่มด้านล่าง ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าควรจะตัดสินอย่างไรดี
หาก้าต่อต้านการรุกรานของอาณาจักรอิ๋นเยว่ ก็จำเป็จะต้องให้ตระกูลใหญ่ทั้งหลายของอาณาจักรต้าเซี่ยร่วมมือกันอย่างเป็เอกภาพ แต่ราคาของความเป็เอกภาพก็คือการให้เวลาเทพบุตรทั้งสองของตระกูลฉินได้เติบโตขึ้น
"หากอาณาจักรต้าเซี่ยของเรามีอัจฉริยะสักสองสามคน ก็คงไม่ต้องเป็เช่นนี้ !!"
จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยถอนหายใจด้วยความรู้สึกเสียดายวีรบุรุษผู้ล่วงลับ และเข้าใจถึงที่มาของปัญหา
ยุคสมัยเปลี่ยนไปเป็เื่ที่ยอมรับได้ แต่น่าเศร้าที่คลื่นเก่าจากไปแล้ว กลับไม่มีคนรุ่นหลังมาสืบทอด
………
ตระกูลฉิน
ฉินเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่ในลานเล็กของตน โดยมีสัญลักษณ์ลึกลับล้อมรอบ
นับั้แ่ที่เขาก้าวข้ามขั้นเหนือสามัญแล้ว กลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้าชั้นที่สองก็ตามไม่ทันอีกต่อไป เขาต้องใช้แต้มวายร้ายสามหมื่น แต้มเพื่อเปิดแสงแห่งการหยั่งรู้หนึ่งเดือน เพื่อเข้าใจชั้นฟ้าที่สาม
"สติปัญญานี้ช่างน่ากลัวจริง ๆ !"
บรรพชนรุ่นที่สิบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เผยใบหน้าแห่งความประหลาดใจ เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของฉินเฟิง
การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการฝึกฝนวิชา เมื่อเข้าใจวิชาในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ก็จะสะท้อนให้เห็นผ่านร่างกาย ตอนนี้ร่างกายของฉินเฟิงไม่เพียงแต่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองที่ยอดเยี่ยม
ไม่กล้าพูดว่าตายแล้วฟื้นคืนชีพได้ แต่การงอกอวัยวะใหม่ไม่น่าจะเป็ปัญหาใหญ่
"เด็กคนนี้ในตอนแรกได้เข้าใจวิถีแห่ง์และโลกแบบไหนกันแน่ !?"
บรรพชนรุ่นที่สิบไม่เคยเห็นวิชานี้มาก่อน เพียงแค่เข้าใจถึงชั้นฟ้าที่สามก็สามารถงอกอวัยวะใหม่ได้ หากเข้าใจอย่างสมบูรณ์ จะไม่เป็ะ แค่หยดเืก็ฟื้นคืนชีพได้หรอกหรือ ?
ปัง !!
เสียงทึบดังขึ้นจากภายในร่างของฉินเฟิง สัญลักษณ์รอบตัวปะทุเป็แสงสีทองสว่างจ้า พลังรอบกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม บ่งบอกว่าเขาไม่เพียงเข้าใจชั้นฟ้าที่สาม แต่ยังก้าวข้ามขั้นเหนือสามัญระดับสองด้วย
"สัตว์ประหลาด !!"
บรรพชนรุ่นที่สิบอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา ขณะเดียวกันก็นึกถึงภาพตอนที่ฉินเฟิงกำเนิด
สมกับเป็อสูรโลหิตจันทรา ที่สามารถก่อกวนให้โลกแตกสลายได้ ระดับความโเี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้
เหง่งหง่าง !!
เหง่งหง่าง !!
………
เสียงระฆังดังก้องไปทั่วทั้งเมืองของตระกูลฉิน ส่งผลให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป
นี่คือเสียงระฆังฉุกเฉินที่ไม่ได้ดังขึ้นมาหลายร้อยปีแล้วของตระกูลฉิน หมายความว่าตระกูลฉินกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ สมาชิกทุกคนในตระกูลต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ระดับหนึ่ง าครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของตระกูลฉินกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"เกิดอะไรขึ้น !?"
บรรพชนรุ่นที่สิบสีหน้าเคร่งขรึมทันควัน ก่อนจะกลายเป็แสงสีขาวและหายไปทันที
"ความเป็ความตายของตระกูล ? ข้าคิดว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับน้องรองไม่มากก็น้อย !"
ฉินเฟิงได้พบข้ออ้างที่จะตีก้นน้องชายอีกครั้ง เขารีบลุกขึ้นและเริ่มตามหาฉินฮ่าวไปทั่ว
จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากจะเป็แบบนี้หรอก !
แต่เดิมความฝันของเขาก็แค่อยากจะเป็ลูกคนรวย ใช้ชีวิตอย่างสุรุ่ยสุร่าย หรูหราฟุ่มเฟือย แต่ก็เพราะสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ นี่แหละ ทำให้ต้องพยายามฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก ยิ่งมีวิกฤตที่จะทำให้ตระกูลล่มสลายเช่นนี้
ถ้าไม่ตีเ้าหนูนี่สักที คงระบายความโกรธไม่ได้เป็แน่
………
ณ ห้องโถงใหญ่ของตระกูลฉิน
ฉินเทียนในฐานะประมุขตระกูลนั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุด ด้านล่างคือหัวหน้าจากสาขาต่าง ๆ ของตระกูลฉิน ที่มีจำนวนมากถึงสิบสามคน ซึ่งผู้คนเรียกพวกเขาว่าสิบสามผู้พิทักษ์แห่งตระกูลฉิน
จากสายข่าวภายในของตระกูลฉินในพระราชวังต้าเซี่ย รายงานว่าจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยหลังจากครุ่นคิดไปมา ในที่สุดก็ตัดสินใจจะลงมือกับตระกูลฉิน
"สู้ก็สู้สิ ! ใครกลัวกัน !!"
ผู้พิทักษ์ที่ร่างกายกำยำผู้หนึ่งซึ่งมีแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างข่มไม่อยู่ะโขึ้น ดาบใหญ่ในมือเองก็หิวกระหายจนทนไม่ไหวแล้ว
"ตามหลักแล้ว พวกเราเพิ่งจะเป็พันธมิตรกับเทียนซิน ภายนอกยังมีอาณาจักรอิ๋นเยว่เฝ้ามองอยู่ อาณาจักรต้าเซี่ยไม่น่าจะโง่เขลาเช่นนี้นะ"
ผู้พิทักษ์อีกคนที่มีลักษณะคล้ายบัณฑิตพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในใจเต็มไปด้วยความกังวลต่อาครั้งนี้
หากพวกเขาจำเป็ต้องใช้วิธีการาเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ ผลสุดท้ายก็จะเป็เพียงการเสียหายทั้งสองฝ่าย และจะเป็การเอื้อประโยชน์ให้กับอาณาจักรอิ๋นเยว่โดยเสียเปล่า
วิธีที่ดีที่สุดคือการประวิงเวลา เพื่อเอื้อให้ฉินเฟิงและฉินฮ่าว สองพี่น้องได้เติบโตขึ้น
"อาณาจักรต้าเซี่ยกำลังตัดแขนทิ้งขา !"
ฉินเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ด้วยชื่อเสียงของตระกูลฉินในต้าเซี่ย เมื่อเติบโตขึ้นมาก็สามารถแทนที่ได้ ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะลงมือก่อนที่ตระกูลฉินจะเติบโตขึ้น รบให้จบโดยเร็วที่สุด หากต้องเข้าสู่ายืดเยื้อ ก็ยังสามารถปกป้องครึ่งหนึ่งของอาณาจักรได้"
"เพื่อจะได้เป็จักรพรรดิ พวกเขาช่างทุ่มเทเต็มที่เสียจริง !"
สิบสามผู้พิทักษ์ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ พวกเขารู้ว่าศึกครั้งนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว
แต่าไม่ใช่สิ่งจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยจะเปิดฉากได้เมื่อ้า เขายังจำเป็ต้องจัดการกับตระกูลใหญ่เ่าั้ให้เรียบร้อยก่อน สัญญายกผลประโยชน์บางอย่างให้กับอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นใครจะยอมไปตายแทนเขา
นั่นก็คือใน่เวลาสั้น ๆ นี้จะยังไม่มีการเปิดศึก พวกเขายังมีเวลาเพียงพอที่จะเตรียมรบ
"ากำลังจะเริ่มขึ้นจริง ๆ หรือนี่ !?"
ฉินเฟิงสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตระกูลฉินได้อย่างชัดเจน บรรยากาศอึมครึมราวกับพายุฝนกำลังจะมาเยือน
ก่อนหน้านี้ใบหน้าของทุกคนในตระกูลฉินเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ แต่ตอนนี้ทุกคนต่างจริงจังจนไม่มีแม้แต่รอยยิ้มแม้เพียงน้อยนิด บนถนนก็ไม่มีเงาโฉมงามของบรรดาคุณหนูและสะใภ้น้อยอีกต่อไป มีเพียงแต่แถวของผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมเกราะเรียงรายกันอยู่
"าครั้งนี้พวกเราจะชนะหรือ !?"
ฉินเฟิงไม่ใช่เด็กน้อยอะไร เขาสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันได้เป็อย่างดี
แม้ว่าตระกูลฉินจะร่วมมือกับเทียนซินจนครองครึ่งหนึ่งของอาณาจักรต้าเซี่ย แต่จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยที่นำพาตระกูลใหญ่ต่าง ๆ ก็ไม่ใช่คนที่จะต่อกรได้ง่าย ๆ ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะชนะได้อย่างหวุดหวิด แต่ด้านข้างก็ยังมีอาณาจักรอิ๋นเยว่คอยจ้องมองอยู่
ที่สำคัญที่สุดก็คือ พวกเขามีบุตรแห่ง์อยู่
ทุกคนรู้ดีว่าบุตรแห่ง์ไม่จำเป็ต้องมีตระกูลที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังั้แ่เริ่มต้น ถึงแม้จะเกิดในตระกูลที่แข็งแกร่ง ก็จะต้องจากตระกูลไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา
ไม่ว่าจะเป็ตระกูลล่มสลาย หรือขัดแย้งกับตระกูล... ดังนั้นโอกาสที่พวกเขาจะชนะในาครั้งนี้แทบจะเป็ศูนย์
แล้วปัญหาก็คือ เขาควรจะรีบหนีไปดีหรือไม่ !?
"ไม่ได้ ไม่ได้ พวกเขาทั้งหมดเป็เพื่อนสนิท ญาติพี่น้อง และพี่น้องร่วมสาบานของข้า !!"
ฉินเฟิงรีบส่ายหน้า และเริ่มคิดหาวิธีที่จะพลิกสถานการณ์
ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เด็กชายนึกถึงภารกิจขุดกระดูกจักรพรรดิของน้องชายที่ระบบมอบหมายให้ บางทีเขาอาจจะสามารถขุดกระดูกจักรพรรดิของน้องชายออกมาได้อย่างเปิดเผย...