“เหตุใดพวกเ้าถึงได้มาแอบมองการต่อสู้ของผู้อื่นกัน” หญิงอาภรณ์ดำถามกลุ่มของอูหลินเฟิงหลังจากจัดการพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ นางััการมาถึงของทั้งสี่คนั้แ่ที่ทั้งสี่เดินทางมาถึงแล้ว นางถามขึ้นโดยที่กำลังลงมือชำแหละร่างของพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษอีกทั้งยังหันหลังให้คนทั้งสี่
“ขออภัยแม่นางที่พวกข้าเสียมารยาท ข้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์สายนักฝึกสัตว์ เข้ามาป่าเมฆฝนมาเพื่อหาสัตว์อสูรเพื่อจับไป ในทีแรกเป้าหมายของข้าคือสัตว์อสูรระดับห้า ตอนแรกอินทรีย์ขนเทาของข้าได้พบพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษ พวกข้าจึงได้เดินทางมาเพื่อจะจับมัน แต่เมื่อเดินทางมาถึงแม่นางก็ได้เข้าต่อสู้จนสามารถสังหารมันได้ก่อน” อูหลินเฟิงอธิบาย แม้พวกเขาจะรีบมาทันทีหลังจากที่ฮุยฮุยได้เจอพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษแต่ว่ากลับมีบุคคลอื่นลงมือตัดหน้าไปก่อน
“เช่นนั้นข้าก็ขอโทษพวกเ้าด้วย ที่มาแย่งเป้าหมายของพวกเ้า แต่ข้าก็้าชิ้นส่วนของพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษในการฝึกของข้า” หญิงอาภรณ์ดำกล่าวกับอูหลินเฟิง เป็ปกติของยุทธภพที่การล่าสัตว์อสูร โอสถลมปราณหรือว่าสมุนไพรลมปราณที่จะไปตรงกับความ้าของผู้อื่นแล้วหลายครั้งก็อาจจบลงด้วยการปะทะกัน อูหลินเฟิงแม้เสียดายพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษแต่ว่าดูจากระดับลมปราณของนางกับความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่าไม่ควรยุ่งกับชายชราที่ติดตามนางมาจะเป็การดีที่สุด
“ไม่ใช่เื่ที่ท่านต้องขอโทษพวกข้า ท่านมาถึงก่อนทั้งยังสามารถสังหารมันได้ด้วยตัวคนเดียว…พวกข้าไม่อาจว่าอะไรท่านได้ แต่ว่าข้าขอถามได้หรือไม่…ว่าท่านมีเป้าหมายที่สัตว์อสูรตัวอื่นหรือไม่ พวกข้าจะได้ไม่เข้าไปยุ่งกับเป้าหมายของท่าน” อูหลินเฟิงถามต่อ เพราะหากสามารถหลีกเลี่ยงการแย่งเหยื่อกับอัจฉริยะด้านพิษได้จะดีที่สุด ยิ่งกับชายแก่ที่ยืนอยู่ด้านหลังคนนั้นสัญชาตญาณของอูหลินเฟิงบอกว่าชายแก่คนนั้นอันตรายกว่าวิหคมรณะตอนคลุ้มคลั่งเสียอีก
“ไม่ต้องห่วงที่ป่าแห่งนี้...ข้า้าเพียงพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษเท่านั้น” หญิงอาภรณ์ดำตอบกลับอูหลินเฟิง เมื่อลงมือกับซากของสัตว์อสูรเสร็จ นางได้หันกลับมามองทางกลุ่มของอูหลินเฟิง ใบหน้าของหญิงอาภรณ์ดำนั้นมีความงามที่เป็เลิศ กระทั่งอูหลินเฟิงพอได้เห็นใบหน้าชัดเจนครั้งแรกถึงกับลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะหนึ่ง
“ช่างเป็คนหนุ่มสาวที่รู้ความเสียจริง” ชายชราผมม่วงที่ยืนอยู่ไม่ไกลกล่าวชม ตัวเขานั้นเดินทางกับหลานสาวมามากมาย ในหลายครั้งมักจะเกิดเหตุการณ์ที่ล่าสัตว์อสูรตัวเดียวกับผู้อื่น หลายครั้งอีกฝ่ายมักจะเป็บุตรหลานของตระกูลใหญ่สักตระกูลของเมืองใกล้ๆ แล้วคนพวกนั้นมักจะอ้างถึงตระกูลของตนเพื่อแย่งชิงสัตว์อสูรที่หลานสาวเขาล่าได้ บางครั้งเขาเลยต้องลงมือสั่งสอนคนเ่าั้ แม้ไม่มีผู้ใดตายแต่เขาก็ได้มอบความเ็ปจากพิษให้แทน ชื่อเสียของเขาจึงก็แย่ลงเรื่อยๆ แต่ตัวของชายชราก็ไม่ได้สนใจ
“คารวะผู้าุโกู่/คารวะผู้าุโกู่/คารวะผู้าุโ/คารวะผู้าุโ” ทั้งสี่ได้เคารพชายชราผมม่วงพร้อมกัน แต่มีเพียงจงิ่กับอูหลินเฟิงที่สามารถบอกถึงแซ่ของผู้าุโผมม่วงได้
“หืมม พวกเ้ารู้จักข้า?” ผู้าุโกู่ถามทั้งสองคนที่บอกแซ่ของเขาถูกต้อง จงิ่และอูหลินเฟิงมองหน้ากันหลังจากได้ยินคำถามของผู้าุโกู่ จงหมินพยักหน้าให้อูหลินเฟิงเพื่อให้อูหลินเฟิงเป็คนอธิบาย
“ในยุทธภพบรรดาในผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบแห่งทวีปปราณนั้นมีเก้าคนที่ได้ฉายาว่าเก้าปราชญ์ บุคคลทั้งเก้าที่เชี่ยวชาญแต่ละด้าน ข้านั้นเคยอ่านเจอว่า ปราชญ์พิษ กู่ชิงหยาง เป็ชายที่มีผมที่ม่วงอ่อนจากการฝึกลมปราณพิษ แล้วคุณหนูท่านนี้เองก็ใช้ปราณพิษอีกทั้งยังมีระดับลมปราณสูงส่งถึงระดับห้า ผู้ที่สามารถสั่งสอนบุคคลเช่นนี้ได้ ย่อมเป็ยอดคนเท่านั้นข้าสองคนจึงขอเดาว่าท่านคือปราชญ์พิษ กู่ชิงหยาง” อูหลินเฟิงอธิบายการวิเคราะห์ของตนกับจงหมินโดยที่มีการยกยอกู่ชิงหยางเข้าไปด้วย
“ฮ่าฮ่า ถือว่าพวกเ้าสองคนมีสติและปัญญาที่ดี อีกคนก็มีพร์ด้านการฝึกตนสูงส่ง พวกเ้ามาจากตระกูลใด” กู่ชิงหยางหัวเราะชอบใจพร้อมกล่าวชมสติปัญญาของอูหลินเฟิงและจงิ่ แล้วค่อยชมอูหมินจิงด้านการฝึกฝนแม้อายุน้อยแต่มีระดับลมปราณระดับสี่ขั้นกลาง หากอายุเท่าหลานของเขา อาจมีระดับปราณพอๆ หรือสูงกว่าหลานสาวเขาก็ได้
“ข้ากับน้องชายมาจากตระกูลอูแห่งเมืองล่องเมฆาขอรับ” อูหลินเฟิงตอบ
“ข้ามาจากตระกูลจง” จงิ่ตอบ
“ส่วนข้ามาจากตระกูลลี่เ้าคะ” ลี่อิงตอบด้วยน้ำที่เสียงเบา อาจจะเป็เพราะมีความเกรงกลัวกู่ชิงหยางอยู่ลึกๆ
“ตระกูลอู???” เมื่อได้ยินชื่อตระกูลอูกู่ชิงหยางมองไปยังอูหมินจิง จากนั้นเขาก็ได้มองไปยังอูหลินเฟิงแล้วกล่าวว่า
“ถือว่ายุคนี้ตระกูลอูโชคดีไม่น้อยเลยทีเดียว” หลังจากได้กล่าวประโยคนี้กู่ชิงหยางก็ได้เดินออกไปโดยไม่ถามหรือพูดอะไรต่อ โดยมีหญิงสาวอาภรณ์ดำตามไปด้วย
“หู้วว พี่ใหญ่อูหลินเฟิง พี่จงหมิน ท่านสามารถยืนต่อหน้าปราชญ์พิษได้โดยไม่หวั่นเกรงเลย พวกท่านเก่งจริงๆ ข้ากลัวจนขาข้าสั่นไปหมด” ลี่อิงกล่าวออกมาอย่างหวั่นเกรงไม่น้อย เมื่อครู่นางแทบจะหยุดหายใจ เพราะว่าในบรรดาเก้าปราชญ์ ปราชญ์พิษ คือคนที่มีชื่อเสียงแย่ที่สุด ร่ำลือว่าเขาเป็คนที่โเี้และชั่วร้าย แต่ด้วยความแข็งแกร่งอันมหาศาลและความน่ากลัวจากปราณพิษตระกูลกู่ ทำให้ไม่มีใครกล้าต่อสู้
“หากเ้าได้รู้เื่ราวของผู้าุโกู่ ผ่านการเล่าของผู้อื่นที่ผ่านการเสริมเติมแต่งละก็ การจะหวาดกลัวก็ไม่แปลก แต่ว่าหากเ้าได้อ่านเื่ราวผ่านข่าวสารของสำนักพิมพ์กระเรียนขาวที่ได้ชื่อว่าทำหนังสือหรือข่าวได้เที่ยงตรงที่สุดแล้วละก็เ้าจะได้รู้ว่า แม้ผู้าุโกู่จะเป็ผู้ใช้พิษที่แกร่งแข็ง แต่ว่าท่านเองก็เป็แพทย์ที่เก่งเช่นกัน ผู้าุโกู่มักใช้พิษของตนในการรักษาผู้คน ว่ากันว่าจำนวนคนที่ผู้าุโกู่รักษาหาย มากพอๆ กับปราชญ์แพทย์เลยด้วยซ้ำ” อูหลินเฟิงอธิบาย คนทั่วไปมักคิดว่ากู่ชิงหยางเป็คนที่น่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้ แต่ว่ากู่ชิงหยางนั้นจริงๆ แล้วก็เป็แพทย์หนึ่งคนที่เกิดมาในตระกูลผู้ใช้พิษจึงได้รักษาคนโดยใช้พิษหรือมักรักษาคนที่ถูกพิษเล่นงาน
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณพี่ใหญ่อูหลินเฟิงที่อธิบาย” ลี่อิงกล่าว
“ไม่เป็ไร”
“พี่ใหญ่ ทำไมข้ารู้สึกว่าผู้าุโกู่ท่านนั้นรู้จักตระกูลอูของเรา” อูหมินจิงถามเพราะว่าเมื่อาุโกู้ได้ยินชื่อลี่อิงกับจงหมินกับไม่มีปฏิกิริยาใดแต่เมื่อได้ยินชื่อของตระกูลอูกลับทำทีเหมือนรู้จัก
“อาจจะเป็เพราะว่า..เมื่อเกือบหนึ่งพันปีก่อนผู้าุโกู่เคยร่วมต่อสู้กับประมุขตระกูลของเรา” อูหลินเฟิงบอก
“หนึ่งพันปีก่อน??? เื่ของหนึ่งพันปีก่อนท่านพี่รู้ได้อย่างไรกัน” อูหมินจิงถามด้วยความแปลกใจ
“ในหอตำราของตระกูลอูไง ตำราทุกเล่มในนั้นข้าได้อ่านมาหมดแล้ว ในนั้นมีตำราที่บันทึกเื่ราวั้แ่ก่อตั้งตระกูลจนถึงปัจจุบัน แต่ว่าจะมีหนังสือบางเล่มคนที่สามารถอ่านได้ จะต้องเป็บุตรสายตรงของตระกูลอูเท่านั้น ในรุ่นของเรามีแค่ข้ากับเ้าเท่านั้นที่สามารถอ่านได้ ตัวของเ้าที่ต้องฝึกวิชาั้แ่เด็กๆ เลยไม่ค่อยได้อ่าน แต่ว่าข้าอ่านตำราทุกเล่นในหอตำราหมดแล้ว” อูหลินเฟิงอธิบาย