第 七 章
"ท่านแม่ทัพเหล่ากองโจรพวกนี้ล้วนมากฝีมือ พวกเราเกรงว่าจะยันเอาไว้ได้เพียงสองชั่วยามเท่านั้น" ทหารผู้น้อยนายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในกระโจมที่กางเอาไว้นอกเมืองเพื่อเป็ศูนย์กลางการประสานงาน ขุนพลฉั่วได้แต่นิ่วหน้าเพราะมิรู้ว่าเหตุใดโจรพวกนี้ราวกับมีผีพรายคอยกระซิบบอก ไม่ว่าเขาจะวางแผนเอาไว้เช่นไรก็รู้ทันไปเสียหมด หรือเกลือจะเป็หนอน
"ตอนนี้คนของเราาเ็มากน้อยเพียงใด"ขุนพลฉั่วถามเสียงเข้ม
"คนขอเราาเ็ไปถึงสามร้อยนาย แต่น่าแปลกพวกเขาเพียงาเ็ภายนอกไม่สาหัสถึงตายทั้งสิ้นขอรับ"
"เ้าโจรเหลวไหลพวกนี้ ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน ไป เ้ารวบรวมกำลังพลให้ถึงห้าร้อยนายแล้วจู่โจมไปยังถ้ำที่พวกมันอยู่อาศัย จำเอาไว้คนตายเห็นศพ คนเป็เห็นตัว ยามนี้ข้า้าจวิ้นจื่อหลงเท่านั้นยิ่งยังมีลมหายใจยิ่งดี ข้าจะได้นำเอาทรัพย์สมบัติที่มันปล้นสะดมจากคลังหลวงกลับคืนถึงมือฝ่าา"
"ขอรับ"พลทหารวิ่งออกไปตามคำสั่ง เสียงต่อสู้ดังมาถึงภายในกระโจมเป็ระยะๆ ทิ้งให้ขุนพลฉั่วคิดหนัก เช่นนี้แล้วเวลาเพียงวันเดียวคงไม่พอแก่การบุกรังโจรเป็แน่ นับว่ายังโชคดีที่ท่านเสนาฟ่านเสวียนยังพักแรมอยู่ที่โรงเตี้ยมแห่งนั้น ถือว่าเป็ครั้งที่เขาคาดการเอาไว้ไม่ผิด
"เถ้าแก่เหวิน หนังสือมากมายล้ำค่าเหล่านี้เ้าสะสมมานานแล้วหรือไม่"ฟ่านเสวียนเดินวนไปตามชั้นหนังสือลานตามากมายล้วนแต่มีค่าทั้งสิ้น จื่อหลงเดินตามหลังยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นหลังหูของคนตรงหน้ากลายเป็สีแดงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความดีใจ
"บรรพบุรุษข้าสะสมมาทั้งชีวิตขอรับ หลังๆ มาหลังจากบิดาของข้าน้อยจากไปก็ดำเนินตามคำสั่งเสียของบิดามาตลอด"
"นี่เ้าจะเข้าเมืองหลวงจริงๆ หรือ"ฟ่านเสวียนหันขวับมาทั้งตัว จื่อหลงหยุดฝีเท้าเอาไว้ไม่ทันจึงชนเข้าเต็มแรงร่างเล็กถึงกับผงะไปด้านหลังยังโชคดีที่จื่อหลงคว้าไหล่สองข้างของเขาเอาไว้ได้ทันจึงไม่หงายหลังล้มลงไปใบหน้าคมคายจึงดุขึ้นเล็กน้อย
"เหตุใดจึงไม่ระวัง ของทั้งหมดนี้ข้ายกให้เ้าแล้ว..อ้อ ขออภัยข้าหมายถึงของพวกนี้ข้าน้อยยกให้ใต้เท้าขอรับ"น้ำเสียงยามแรงคล้ายดุดันด้วยความโมโหแต่คล้ายรู้สึกตัวจึงลดน้ำหนักเสียงลงเป็ดังเช่นเดิม
"เอ่อ.."ฟ่านเสวียนใเล็กน้อยในครั้งแรกเมื่อได้ยินเสียง
"ขออภัยจริงๆ ขอรับที่ตวาดใต้เท้าเพียงแต่แม่ทัพฉั่วได้ฝากใต้เท้าไว้ในมือข้าน้อย จึงทำให้ตระหนกไปไม่น้อยขออภัยจริงๆ ขอรับ"ฟ่านเสวียนหายใก็ยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตา
"ไม่เป็ไร เ้าอย่าได้คิดมาก ข้าเพียงแต่น้อยครั้งที่จะมีใคระโใส่หน้าเช่นนี้ "ฟ่านเสวียนโบกมือไปมาตรงหน้า จื่อหลงคล้ายระแวงไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าประชดประชันหรือพูดออกมาโดยไม่มีนัยกันแน่
"ถ้าอย่างนั้นโปรดตามข้าน้อยมาเถอะขอรับ"จื่อหลงพยายามเอาใจฟ่านเสวียนด้วยการผายมือเข้าไปด้านในโต๊ะหนังสือ บนนั้นมีกล่องสี่เหลี่ยมยาวกว่าสองเชี๊ยะเขาเดินเข้าไปหยิบกล่องส่งให้กับมือของฟ่านเสวียน
"สิ่งนี้คือ? "
"อ่า สิ่งนี้เป็ของที่ข้าน้อยตั้งใจจะเอามาให้ใต้เท้าเป็ของกำนัลขอรับ"จื่อหลงบอกยิ้มๆ
"เกรงใจเ้ามากไปแล้ว"
"ขออย่าได้เกรงใจเลยขอรับ สิ่งนี้ข้าน้อยตั้งใจจะมอบให้จริงๆ ขอใต้เท้ารับไปด้วย ถือเสียว่าเป็น้ำใจเล็กน้อย"เขาก้มหัวลงเล็กน้อย ฟ่านเสวียนครั้งแรกยังลังเลที่จะรับ แต่เมื่อจื่อหลงเอ่ยหนักเข้าเขาจึงค่อยเลื่อนฝาไม้ออกอย่างเสียมิได้ เมื่อเห็นด้านในเขาถึงกับตะลึง แน่นอนของด้านในรู้ว่ามีมูลค่ามหาศาล นั่นคือหยกสีเขียวใสโปร่งแสงราวกับมรกตน้ำงามถูกสลักเป็วงกลมขนาดพอดีมือด้านในสลักเป็รูปจันทร์เสี้ยวเกี่ยวพันกับเถาฮวางดงามละเอียดอ่อน ้าร้อยเป็พู่สีน้ำเงินเข้มและด้านล่างมีพู่ห้อยยาวลงมาเช่นกัน
"หยกจักรพรรดิ! "ฟ่านเสวียนเงยหน้าขึ้นจากหยกล้ำค่าที่อยู่ในมือของตนเอง
"ใช่แล้ว หยกชิ้นนี้มีเพียงสองชิ้นในประเทศนี้ ชิ้นหนึ่งอยู่กับองค์ฝ่าาและอีกชิ้นอยู่ในมือของใต้เท้า"จื่อหลงพยักหน้า
"ไม่ๆ ข้าคงรับของล้ำค่าชิ้นนี้จากเ้ามิได้แน่"ฟ่านเสวียนรีบวางหยกกลับลงสู่กล่องไม้เช่นเดิม
"อย่าได้เกรงใจไปเลยขอรับ การที่ใต้เท้ามาเยือนโรงเตี้ยมข้าน้อยนับว่าเป็คุณาการล้นเหลือ ทำให้การค้าของบ้านข้าน้อยคึกคักมากขึ้นโข ดังนั้นแค่เพียงหยกที่มีมูลค่าอันน้อยนิดย่อมเหมาะสมแก่ท่านแล้ว"จื่อหลงพยายามโน้มน้าว
"หรือเ้าไม่รู้ว่าราคาของมันมากมายนัก"ฟ่านเสวียนหันหน้ามาถามคนที่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง
"ข้าน้อยถือว่าของเหล่านี้เป็ของนอกกาย ที่ข้าน้อยมีกิจการมากมายหาใช่เพียงเพื่อตัวข้าน้อยเองไม่แต่เนื่องด้วยคนตระกูลเหวินมีนับร้อยให้คอยเลี้ยงดูไม่ว่าคนแก่หรือเด็กพวกเราก็ทิ้งเขาไม่ได้น่ะขอรับ"
"อ้อเป็เช่นนั้น แต่ของชิ้นนี้มันมากเกินไปเถ้าแก่เหวิน ข้ามิอาจรับเอาไว้จริงๆ "ฟ่านเสวียนยื่นกล่องคืนให้ จื่อหลงเอื้อมมือมาแตะหลังมือของฟ่านเสวียนกุมเอาไว้คล้ายมิตั้งใจ
"อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยขอรับ หยกชิ้นนี้เป็ของเก่าแก่ของบ้านข้าน้อย ขืนเก็บไว้กับตัวเกรงว่าคงถูกโจรรู้เข้าสักวันแล้วรักษามันเอาไว้ไม่ได้อีก ถ้าหากใต้เท้ารับมันไปดูแลนับว่าปลอดภัยยิ่งแล้ว หากใต้เท้าเกรงใจถ้าเช่นนั้นขอใต้เท้าวาดภาพให้ข้าน้อยเอาไว้สักภาพแล้วเขียนบทกวีลงไปด้วยเพื่อที่ข้าน้อยจะเอาไปประดับไว้ที่ร้านหนังสือในเมืองหลวง มิทราบว่าจะเป็การแลกเปลี่ยนที่มากเกินไปหรือไม่ขอรับ"จื่อหลงหลอกล่อให้ฟ่านเสวียนรับหยกชิ้นนี้ไป เพราะตัวเขารู้ดีแก่ใจว่าหยกชิ้นนี้เป็ของล้ำค่าของตระกลูเหวิน ท่านพ่อได้ยกเป็ของหมั้นหมายแก่ท่านแม่ และก่อนที่จะเกิดเื่ ท่านแม่ของเขาได้มอบหยกชิ้นนี้ให้กับปู้เฉินเพื่อนำมามอบให้เขาเอาไว้
"ไม่มากๆ ซ้ำร้ายยังเป็เื่เล็กน้อยที่ไม่คู่ควรแลกเปลี่ยนเสียด้วยซ้ำ"ฟ่านเสวียนรีบปฏิเสธ
"อ่า ถ้าเช่นนั้น นับว่าเป็เกียรติแก่ข้าน้อยยิ่งแล้ว"จื่อหลงรีบเดินเข้าไปด้านในของโต๊ะหยิบเอาจานฝนหมึกสีแดง เขียว และสีดำออกมาวางไว้บนโต๊ะ นำพู่กันขนจิ้งจอกมาส่งให้พร้อมกับกางกระดาษลงเพื่อเตรียมให้อีกฝ่ายลงมือวาดภาพ เขาทำหน้าที่เป็ผู้ฝนหมึกให้กับฟ่านเสวียนที่ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ ใบหน้างดงามดูอ่อนละมุนยามที่ก้มหน้าลงบรรจงวาดภาพ กิ่งเหมยแห่งฤดูใบไม้ผลิกำลังออกดอกเบ่งบานงดงาม จื่อหลงเฝ้ามองใบหน้าที่ก้มต่ำอย่างตั้งใจด้วยความหลงใหล บรรยากาศภายในห้องหนังสือนุ่มนวลหอมหวานคล้ายทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ ในห้องได้ยินเพียงเสียงหายใจสอดประสานกันเบาๆ จื่อหลงได้เพียงเก็บภาพดื่มด่ำเอาไว้ในใจ เฝ้ารอวันเวลาที่เขาตั้งใจเอาไว้ให้มาถึงในเร็ววัน เสียงเคาะประตูเบาๆ ทำให้คนทั้งคู่หลุดจากภวังค์ส่วนตัว
"ใคร! "จื่อหลงถามเสียงเรียบ
"เป็ข้าน้อย"ปู้เฉินงั้นหรือ จื่อหลงขมวดหัวคิ้วเล็กน้อย
"อ้อ ใต้เท้าได้โปรดวาดไปก่อนนะขอรับจะให้เด็กรับใช้เข้ามาดูแล ข้าอาจจะมีเื่การค้าต้องจัดการ"
"เ้าไปเถอะรูปนี้คงใช้เวลาอีกสักครู่"ฟ่านเสวียนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ แววตาของจื่อหลงละมุนลงหลายส่วนยามเมื่อสบตาคู่สวยนั้น เขาเดินออกจากประตูไปพร้อมกับปู้เฉิน เสียงฝีเท้าค่อยห่างออกจากประตูไปแล้ว ทันใดนั้นเองมีสตรีแน่งน้อยงดงามนางหนึ่งเคาะประตูเข้ามาแทน
"ใต้เท้า"ฟ่านเสวียนเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก
"เ้าคือ.."
"เป็บ่าวรับใช้ของเถ้าแก่เหวินเ้าค่ะ"นางย่อเข่าประสานมือลงอย่างอ่อนช้อยงดงาม
"เกรงใจเ้าแล้ว เื่ฝนหมึกข้าจัดการเองได้"ฟ่านเสวียนเกรงใจนางยิ่ง ด้วยลักษณะท่าทางไม่น่าจะเป็แค่สาวใช้ ดูทีแล้วน่าจะเป็คุณหนูมีสกุลบ้านไหนสักแห่งเป็แน่
"อย่าได้เกรงใจเลยเ้าค่ะ เถ้าแก่เหวินได้สั่งเอาไว้ให้ข้าน้อยรับใช้....ใต้เท้าโดยเฉพาะ"นางทอดเสียงเว้นระยะ พร้อมกับนิ้วเรียวงามทาสีแดงกรีดลงบนแขนเสื้อของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทีนุ่มนวลอ่อนหวาน กลิ่นดอกไม้จากถุงหอมของนางโชยมาเป็ระยะให้เคลิบเคลิ้มไม่เบา
"เอ่อ..."
"มาเ้าค่ะข้าน้อยฝนหมึกให้"ร่างบางเบียดหน้าอกนูนเข้ากับต้นแขนของเขาโน้มไปหยิบจานฝนหมึกมาวางตรงหน้า กลิ่นถุงหอมยิ่งแรงมากขึ้นจนแทบจะมึนเมาตาม เขาสะบัดหน้าให้สติแจ่มใสขึ้น น้ำเสียงของนางเย้ายวนหูชวนให้สติคล้ายหลุดลอย
"ใต้เท้าเ้าคะ ใต้เท้า"เขาคิดในใจว่าได้ขานตอบนางไปแล้วเหตุใดนางจึงเรียกเขามิหยุดหย่อน
"อืมม"เขาครางเบาๆ สติใกล้หลุดลอยเต็มที มือที่จับพู่กันอ่อนแรงจนหล่นลงบนโต๊ะ นางใช้มือนุ่มนิ่มเชยคางเขาขึ้นมาสบตากวาง ริมฝีปากแดงสดแย้มยิ้มจนเห็นฟันสีไข่มุกเล็กน้อย
"ใต้เท้าเ้าคะ มานี่เถอะ"เสียงเย้ายวนเรียก เขาผุดลุกขึ้นด้วยสติที่เลื่อนลอย
"ข้างดงามหรือไม่"นางค่อยๆ ปลดเสื้อคลุมตัวนอกออกช้าๆ เผยให้เห็นเสื้อตัวกลางสีชมพูสดใส
"ใช่...งามเหลือเกิน"
"เช่นนั้นใต้เท้าจะรออะไรอีกล่ะเ้าคะ"นางเบียดอกกลมเข้ากับหน้าอกของเขา สองมือจึงลดลงไปโอบเอวบางของนางโดยไม่รู้ตัว กลิ่นดอกไม้จากถุงหอมยิ่งส่งกลิ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งทำให้สติหลุดลอยออกไปทุกที เขาก้มหน้าลงจรดริมฝีปากได้รูปของตัวเองแนบลงกับกลีบปากสีแดงสด ส่งลิ้นร้อนเข้าไปด้านในช้าๆ เกมรักที่เขาไม่คุ้นชินหากทำตามสัญชาตญาณโดยไม่รู้ตัว ยิ่งร่างกลมกลึงเบียดแนบชิดร่างกายของเขาก็แข็งขึงตอบรับ สองปาฏเบียดจนได้ยินเสียงครางแ่ เขาเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้แก่นาง พอถอนปากออกเขาจึงสูดลมเข้าปอดให้เต็มที่ สตรีนางน้อยผู้นี้ค่อยผละออกแล้วจูงเขาไปยังตั่งตัวเล็กที่จื่อหลงจัดเอาไว้เอนหลังพักผ่อนยามเหนื่อยล้าเท่านั้น
"มาสิเ้าคะ"นางย้ายตัวเองขึ้นไปนอนกึ่งนั่งอยู่บนตั่ง เขียนเรียวกวักมือให้เขาค่อยก้าวขึ้นไปบนตั่งทาบตัวเองลงกับเรือนร่างหอมกรุ่นนั่น ความจัดเจนของนางยังเหนือกว่าเขาหลายขุมนัก เขาได้แต่ทำตามคำชี้แนะจากนางว่าต้องเริ่มต้นจากไหน มืออวบอูมนุ่มนิ่มจับมือเขาให้แตะลงบนเนินอกที่อยู่ในเสื้อตัวในสีชมพู
"เชือกมัดอยู่ตรงนี้เ้าค่ะ"เขาคล้ายคนไม่มีเรี่ยวแรงจะแข็งขืนได้แต่ถูกดึงไปแตะตรงเอวบางกำเชือกมัดเสื้อเอาไว้แน่นกระตุกเบาๆ ก็เผยให้เห็นชั้นในสีแดงเข้มปักลายงดงามส่งให้เห็นนวลเนื้อขาวผ่องละออตา
"แตะตรงนี้สิเ้าคะ"นางใช้น้ำเสียงหยอกเย้า สายตาคู่สวยจ้องตาที่เลื่อนลอยของเขาไม่คลาดคลา เขาเกือบสะดุ้งเมื่อนางดึงมือของเขามาแตะตรงปุ่มไตนูนเด่นเม็ดเล็กบนสุดใต้เสื้อชั้นใน
#เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ!!! อะไรยังไง