ไก่
เพเนียสที่อยู่ในเสื้อผ้าแบรนด์Ilove U SO เกือบจะทั้งชุด ไม่ว่าจะเสื้อ กางเกง หรือจะเป็นหมวกแล้วก็ผ้ากันเปื้อนก็ล้วนต้องผ่านมือนักออกแบบและสไตล์ลิสต์ทั้งสองอย่างยูจินและโซเฟียมาแล้ว ตอนนี้เขายืนรออยู่ชั้นใต้เวทีอย่างสงบรอให้ถึงเวลามันก็จะค่อยๆ ยกตัวเขาขึ้นไปปรากฏต่อหน้าผู้คนเอง
“สวัสดีทุกท่าน ขอบคุณทุกๆท่านที่เสียสละเวลาเดินทางยาวไกลเพื่อมาร่วมงานนี้ที่ดาวฟู้ดด้าอันโดดเดี่ยวในวันนี้จะเป็นการจัดงานวันสุดท้าย พร้อมกับกิจกรรมสำคัญอย่าง...”เริ่มต้นงานด้วยการพูดอันยาวเหยียดหลายหน้าของพิธีกรเพเนียสที่ยืนอยู่ข้างล่างเริ่มเมื่อยก็เลยถือโอกาสนั่งมันลงเสียเลยเก้าอี้อะไรก็ไม่มีให้เขาแม้แต่ตัวเดียว จริงๆ แล้วก็เขาก็ไม่ควรจะบ่นอะไรหรอกเพราะพิธีกรเองก็เหนื่อยเหมือนกันทั้งพูดไปด้วยแล้วก็ยืนอย่างภูมิฐานดูน่าเชื่อถือไปด้วยอยู่บนเวทีวงกลมอันกว้างใหญ่ไม่ต่างจากเวทีคอนเสิร์ตรออยู่กว่าครึ่งชั่วโมง พอได้ยินประโยคสำคัญเพเนียสถึงได้รีบลุกขึ้นยืนใช้สองมือปัดๆไปตามกางเกงอีกนิดหน่อยเพื่อปัดฝุ่นและรอบยับย่นของผ้า
“ตอนนี้ก็เป็นเวลาอันเหมาะสมแล้ว พวกเรามาพบกับนักทำอาหารปรุงประกอบมือทองที่ผ่านหลายรอบต่อหลายรอบจนมาถึงวันนี้กันเลยค่าาาาา”
บุ้มมมมม
เสียงพลุหลากสีขนาดย่อมถูกจุดขึ้นมันพุ่งจากพื้นขึ้นไปสูงกว่าหลายร้อยเมตร ก่อนที่จะมาพร้อมกับผู้เข้าแข่งขัน 50คนสุดท้ายที่ถูกดันตัวขึ้นมาจากพื้นเวทีอย่างน่าสนใจ พวกเขาถูกเลื่อนขึ้นมาทีละไม่กี่คนเพื่อที่จะได้เปิดตัวและนำเสนอแต่ละตัวตนออกไปอย่างชัดเจนเมื่อถึงทีของเพเนียสบ้าง แน่นอนว่าเขามีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งมาคอยให้กำลังให้ก็พร้อมใจกันตะโกนส่งเสียงกันอย่างจ้าละหวั่น
“เพเนียสมาแล้ว”
“เพเนียสสสส”
“เออร์มินนนน”
กรี้ดดดดด
“ทุกคนครับ เพเนียสขึ้นมาแล้วเห็นกันไหม?” เพวิสเอ่ยขึ้นพร้อมกับกล้องที่กำลังโฟกัสเพเนียสอยู่
[ภูมิแพ้ดาวเอ: น้องเออร์มินมาแล้ว]
[มัมหมีน้อยเออร์มิน: ชุดน้องน่ารักจัง]
ทั้งแฟนคลับที่เกาะติดขอบสนามการแข่งขันหรือแม้แต่ทางบ้านก็ล้วนส่งกำลังให้เขาอย่างท่วมท้นวันนี้เพวิสเปิดไลฟ์ในช่องของเขาไปด้วยระหว่างดูน้องชายแข่งขันทำให้แฟนคลับของเพเนียสที่ไม่ได้มาร่วมงาน(หรือมาดูด้วยตัวเอง) ก็แห่แหนหันมาเกาะติดที่ช่องของเขาแทนโดยเพวิสจะแยกกล้องแสดงผลออกเป็นสองตัว แฟนคลับจะเห็นทั้งเพเนียสที่กำลังแข่งขันอยู่แล้วก็หน้าของเพวิสที่กำลังมองน้องชายแข่งขันและพูดคุยไปกับแฟนคลับด้วยหรือว่าบางคนอาจจะเลือกดูแค่เพเนียสก็ได้แล้วแต่ต้องการเลย
[คุณหนูพาทไทม์: เพวิสนั่งไกลจากเวทีอยู่ไหมนั่นน่ะ?]
[ไม่ว่างดูน้องเออร์มินอยู่: เพวิสหันมาด้านขวาหน่อย ฉันอยู่ทางนี้]
“ไกลครับ เดี๋ยวผมแพลนกล้องให้ดู”
เพวิสตอบก่อนที่เผยให้คนดูเห็นว่าตรงที่นั่งของเขาไกลจากหน้าเวทีพอสมควร หากไม่ได้มีตัวช่วยอย่างกล้องที่กำลังไลฟ์อยู่หรือว่าแว่นมองระยะไกลที่อีกหลายๆ คนกำลังใส่อยู่ ก็ต้องพึ่งจอแสดงผลของทางผู้จัดงานแล้วถึงจะได้เห็นผู้เข้าแข่งขันคนที่เราชื่นชอบได้ชัดๆ
[สุ่มครั้งนี้พี่ต้องได้: เป็นพี่ชายที่ไม่น่ารักเลย ทำไมไม่รีบมาจองที่ติดขอบเวทีล่ะ หยอกๆ นะอย่างอนจริงล่ะ]
[คนคุยเป็นแสนแต่ไม่เอาสักคน: ไม่อยากจะอวด แต่ได้ที่นั่งเกือบชิดเกยขอบเวทีเลยทีเดียว]
[ฉันก็รักของฉัน: น้องเออร์มินของเราเด่นอยู่ตรงกลางเลยจ้า]
“ครับไม่คิดว่าเพเนียสจะได้เคาน์เตอร์ตรงกลางพอดีแล้วก็โชคดีด้วยที่เราก็ได้ที่นั่งแถวๆ ตรงกลางด้วยเช่นกัน”เพวิสตอบพร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจ ถึงจะไม่ได้มาจับจองที่นั่งได้โซนหน้าๆแต่อย่างน้อยที่นั่งตรงนี้ก็ตรงกับเคาน์เตอร์ครัวที่เพเนียสทำอาหารพอดีนะเออนั่งมองตรงได้เลย ไม่ต้องเอียงมองไปทางซ้ายหรือขวาเหมือนบางวันก่อนหน้านี้
“เอาล่ะครับเราปล่อยให้เหล่าผู้ชมส่งเสียงให้กำลังใจเพียงพอเติมกำลังของผู้เข้าแข่งขันจนเต็มแล้วเรามาสัมภาษณ์ผู้เข้าแข่งขันสักเล็กน้อยดีไหมครับ เพราะรอบก่อนๆเราไม่ได้พูดคุยกันเลย” พิธีกรไม่ได้ถามเพื่อเอาคำตอบจากใครมีแต่พิธีกรสาวที่พยักหน้าเป็นลูกคู่เท่านั้นที่เข้าใจกันก่อนจะจับคู่กันเดินตรงไปหาผู้เข้าแข่งขันผู้โชคดีคนแรกที่เดินอยู่แถวหน้า
“สวัสดีครับคุณโคว่าเข้ามาถึงรอบสุดท้ายแล้ว รู้สึกยังไงบ้างครับ?” พิธีกรชายถาม พร้อมๆกับที่พิธีกรสาวที่ยื่นไมโครโฟนที่มีภาพโฮโลแกรมอาหารเล็กๆ วิ่งวนอยู่รอบๆไปจ่ออยู่ใกล้ปากผู้เข้าแข่งขันที่ชื่อโคว่ารอแล้วพวกเขาที่เป็นพิธีกรไม่ต้องใช้ไมโครโฟนแบบนี้หรอก เพียงแต่มีชิปตัวเล็กๆ ที่มาในรูปแบบสติกเกอร์ติดไว้ที่ปกคอเสื้อก็พอแล้วแต่ผู้เข้าแข่งขันไม่มีมัน เธอเลยต้องถือเจ้าไมโครโฟนตัวนี้ไว้ให้พร้อม
“ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยครับที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ได้อยู่จนถึงวันนี้ผมก็ดีใจมากแล้วครับ งานนี้สอนผมได้หลายอย่างมากเลยครับประสบการณ์หลายปีของผมสามารถหาได้จากที่นี่แค่ไม่กี่วัน”โคว่าเชฟวัยกลางคนตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรแล้วก็ผ่อนคลาย
“ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับคุณโคว่าเราให้คุณโคว่าพักก่อนดีกว่าครับ เราไปถามผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปเลยดีกว่า”การสอบถามไม่ได้ถามทุกคน แต่เป็นการสุ่มเอาตามความพอใจของพิธีกรแม้แต่เพเนียสเองก็ยังถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
[ปะป๋าน้องเออร์มิน: ทำไมเดินผ่านน้องไปงั้นล่ะ ถามน้องหน่อย]
[กินวันนี้ลดพรุ่งนี้: ไม่ถามน้องหน่อยเหรอ? เห็นนะว่ามองน้องอยู่หน่อยหนึ่ง แต่ก็เดินหนีเลย]
[ภรรยาพี่เพวิส:สายตาพิธีกรชายมีพิรุธ ไม่ชอบน้องเราเหรอ]
“ทุกคนครับอย่าคิดมากเลย ไม่มีอะไรหรอก”เพวิสที่ตามองน้องชายบนเวทีบ้างอ่านคอมเมนต์บ้างรีบเบรกความคิดของแฟนคลับที่อยากจะปกป้องน้องชายเขาจนตัวสั่นทันทีเดี๋ยวได้มีเรื่องราวใหญ่โตเกิดขึ้นโดยไร้เหตุ(ที่เพียงพอ)กันพอดี
“เพเนียสไม่ได้ตอบก็ดีเหมือนกันนะคะจะได้เก็บแรงไว้ทำอาหาร” มาซินที่นั่งอยู่ข้างกับเพวิสรีบออกความคิดเห็นบ้างทันทีแฟนคลับของเพเนียสรู้จักเพื่อนของเขาดีเลยมีทักทายเธอบ้างเมื่อเธอโผล่หน้าเข้ามาในกล้องแถมมาซินยังดึงเวนิสต้าที่นั่งถัดไปมาโบกมือทักทายให้กล้องอีกด้วยซึ่งแฟนคลับของเพเนียสนิสัยน่ารักกันทุกคนทั้งทักทายกลับและยังถามไถ่สองสาวอย่างเป็นกันเองอีกด้วย
“ตามนั้นเลยครับเพเนียสจะได้มีเวลาเตรียมตัวด้วย ยิ่งวันนี้เขายิ่งตื่นเต้นกว่าทุกวันด้วย”
[หยุดอยู่ตรงนั้น: ใช้ แบบที่พี่เพวิสว่าก็ถูกนะ อย่าให้น้องมัวต้องคิดหาคำตอบมาตอบพิธีกรเลยเดี๋ยวก็เสียสมาธิเปล่าๆ]
[ไข่ทองคำไม่ใช่สำนวน: ดูสิยิ่งนานเข้า คำถามยิ่งแปลก]
เริ่มมีคนเริ่มเห็นด้วยเพราะเมื่อกี้พึ่งจะมีคนถูกถามว่ามีใครมาเชียร์เขาบ้าง นั่งอยู่ตรงไหนหรือว่าจะมีคำถามแบบ ผลประกอบการขายอาหารเป็นยังไงบ้าง พอจะแง้มๆบอกตัวเลขได้บ้างไหม หรือแม้แต่ถามเรื่องส่วนตัวก็ยังมีหากจะถามพิธีกรกลับว่าทำไมเขาต้องถามเจาะลึกอะไรแบบนี้ด้วยเขาก็จะให้เหตุผลว่าทำเพื่อเหล่าแฟนคลับ เอาแฟนคลับเอาคนดูมาอ้างได้ตลอด
“เอาล่ะครับเราก็ถามคำถามผู้เข้าแข่งขันส่วนหนึ่งไปพอหอมปากหอมคอกันแล้วคงได้เวลาที่จะต้องเริ่มการแข่งขันจริงๆ เสียแล้วล่ะครับใช่ไหมล่ะครับคุณแจ่มจันทร์”
“ใช่แล้วล่ะค่ะคุณฟลิปฉันเองก็อดใจรอไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ลอบดูสีหน้าท่านผู้ชมก็คงอยากจะดูฝีไม้ลายมือการทำอาหารของผู้เข้าแข่งขันแล้วเช่นกันใช่ไหมล่ะคะ”
“ช่ายยยยย”
“ใช่แล้ว!”
“ทุกคนว่ามาอย่างนั้น ก่อนที่จะเริ่มเรามาฟังกติกากันก่อนเลยครับ...เมื่อรู้กติกาการแข่งขันแล้ว งั้นเราก็มาเริ่มเข้าสู่การทำอาหารกันเลยก็แล้วกันครับ”
“ค่ะว่าแต่ผู้เข้าแข่งขันของเราพร้อมหรือยังคะ”
“พร้อมแล้วครับ/ค่ะ”
“ในเมื่อทุกคนว่ามาแบบนี้งั้นเราก็มาเริ่มจาก เปิดตัววัตถุดิบหลักอย่างที่หนึ่งกันเลยดีกว่าครับ!!”
“อะ แต่มีคำเตือนนิดหน่อยนะคะผู้ชมที่อายุน้อยควรมีผู้ปกครองดูแลและให้คำแนะนำด้วยจะเป็นการดีกว่านะคะเพราะว่าภาพของวัตถุดิบหลักของเราอาจจะดู น่ากลัวสักเล็กน้อย”ก่อนที่วัตถุดิบจะได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พิธีกรหญิงก็รีบร้องแทรกบอกคำเตือนออกมาก่อนผู้ชมอาจจะมีงงเล็กน้อย ว่ามันเป็นวัตถุดิบแบบไหนกันแน่เธอถึงต้องรีบเตือนมาแบบนี้
หลังจากบอกคำเตือนครบแล้วควันสีสันสดใสก็พุ่งขึ้นรอบๆ เวทีอย่างสวยงาม และจะตามมาด้วยกล่องขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากฟากฟ้าไม่สิมียานลำหนึ่งบินลอยคอรออยู่ก่อนแล้วเมื่อได้รับสัญญาณก็ส่งกล่องปริศนาขนาดใหญ่ลงมาบนเวทีอย่างสวยงามเมื่อกล่องลงมาแตะพื้น ผนังของกล่องที่ปิดกั้นสายตาผู้คนไว้อยู่ก็ถูกเปิดออกทุกด้านอย่างพร้อมเพรียงพร้อมกับเสียงประกาศของพิธีกรชายหญิงที่บอกออกมาพร้อมกันว่า
“วัตถุดิบหลักอย่างแรกก็คือ...”
“ไก่!!”
กรี้ดดดดดดดด
ใช่แล้ว มันคือ ไก่
ไก่ในแบบมาเป็นตัวๆจริงๆ แล้วไก่ไม่ได้แปลกอะไรเลยถ้าจะเอามาทำอาหารจะบอกได้ว่าอาหารที่ทำจากไก่มีมากมายเลยก็ว่าได้แต่ที่แปลกตาและชวนขนหัวลุกจนผู้ปกครองหลายคนที่พาลูกหลานมาด้วย ต้องรีบปิดตาเด็กๆ(รวมกับตาตัวเองด้วยในบางคน) ไว้อย่างไวก็คือ...
ไก่สดๆที่ยังมีขน ปัจจุบันไก่ที่พวกเขากินหรือว่าฟาร์มที่เลี้ยงเพื่อบริโภคจะไม่มีขนแล้วแต่ว่าไก่ที่นำมาใช้ในวันนี้เพื่อที่จะได้บ่งบอกว่าเป็นอาหารปรุงประกอบที่มีมาอย่างยาวนานมันก็ต้องถูกปรุงขึ้นมาจากวัตถุดิบที่มีมาอย่างยาวนานเช่นกันอย่างไก่มีขนแบบดั้งเดิมนี่ยังไงล่ะ ดีหน่อยที่ฆ่ามาให้แล้ว(หรือว่าน่ากลัวกว่าเดิมนะ)แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นภาพที่ไม่น่ามองดูดี เพราะในครัวเรือนพวกเขาจะเห็นเนื้อไก่ถูกตัดเป็นชิ้นแล้วเลยไม่เคยเจอภาพไก่เป็นตัวแบบนี้ ลักษณะของไก่เหมือนกับว่านอนเฉยๆไม่เหมือนกับไก่ที่ตายแล้วเพราะไร้บาดแผลใดๆ
“ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับไก่คนละสองตัวนะคะระหว่างนี้ก็ลงมือสั่งของได้เลยค่ะ” พิธีกรสาวบอก พร้อมๆกับที่หน้าจอสั่งของปรากฏขึ้นมาพอดีเพเนียสเองที่ตอนแรกมัวแต่คิดเรื่องที่คีเฟอร์ได้ยินเสียงเพลงจาก YouTubeอ้อ เพเนียสยังเปิดวิดีโอในนั้นให้ดูเขาก็ยังมองเห็นเช่นกันแต่พอสัญญาณบอกเริ่มการแข่งขันขึ้นเขาก็ต้องรีบสั่นหัวไล่ความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไปก่อนอย่างช่วยไม่ได้เพื่อที่จะได้มาโฟกัสกับการแข่งขันตรงหน้าแต่ก็ต้องมาตกใจกับวัตถุดิบหลักอย่างแรกนี้อีก ไก่ ไก่มีขนเป็นตัวๆ เลยนะในหัวนึกไปถึงคลิปที่มีไก่เดินๆ อยู่แล้วก็มีมือมาจับคอไก่ไส้แน่น แล้วจากนั้นภาพก็เปลี่ยนเป็นไก่ถูกเอาไปทำอาหารเลยแล้วแบบนี้เขาจะทำยังไงดีเนี่ย