เทียนเข้ามาในวัดต้าฉือเอินเพื่อมาหาหลวงจีนน้อยที่กำลังไม่สบายไอออกมาตลอด เทียนมาหยุดที่หน้าเตียง ที่หลวงจีนน้อยอยู่ในที่พักเก่าๆ ห่างจากผู้คน เทียนจับชีพจร ก็รู้ว่าแค่เป็นไข้ธรรมดา แต่ไม่ได้รับการรักษา จึงไม่สามารถลุกไปหาอะไรกินได้ และไม่มีใครสนใจเลย เทียนเลยให้กินน้ำทิพย์ แล้วถ่ายพลังเทพบริสุทธ์ให้ หลวงจีนน้อย
ก็เลยลุกขึ้นนั่ง มาขอบคุณเทียน
“ อาตมาเสวียนจั้ง ขอบคุณท่านหมอที่ได้ช่วยอาตมาชีวิตในครั้งนี้”
“ ไม่เป็นไร ทำไมไม่มีใครมาดูแลท่านเลยหรืออย่างไร”
“ ไม่หรอก อาตมาอยู่ที่นี่คนเดียว คนอื่นเขาต่างมีหน้าที่ต้องทำกัน คงไม่มีเวลามาคอยดูแลอาตมา ว่าแต่ ท่านหมอรู้ได้เช่นไร ว่าอาตมาไม่สบาย”
“ ข้ามาวัดไหว้พระ ได้ยินเสียงไอของท่านจึงได้มาดู” เทียนตอบไปเรื่อย
“ อาตมาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้อาตมาหายป่วยอาตมาจะได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมจากดินแดนต้นกำเนิดที่อินเดีย และตั้งใจว่าจะนำพระไตรปิฏกมาเผยแพร่”
“ แล้วท่านจะออกเดินทางเมื่อใด”
“ อาตมากำลังขอใบผ่านแดน จากสำนักถัง จนป่านนี้ สามเดือนยังไม่ได้รับการอนุมัติเลย”
“ มีปัญหาอะไรหรือ” เทียนสงสัย
“ เวลานี้ในวังหลวงมีแต่พวกนักพรต หมอผีเต็มวังไปหมด องค์จักรพรรดิท่านมีอาการป่วย ไม่ออกราชการมาเป็นเดือนแล้ว หนังสือของอาตมาเลยไม่ได้รับการอนุมัติ”
“ พระองค์มีอาการเป็นอะไรหรือ ถึงต้องเชิญนักพรต”
“ เห็นท่านเจ้าอาวาสบอกว่า ท่านมีอาการเพ้อถึงคนที่ตายไปแล้ว จะมาฆ่าท่าน”
“ เรื่องนี้เอง ท่านบอกท่านเจ้าอาวาสแจ้งทางราชสำนัก ว่าข้าเป็นหมอ ข้ารักษาโรคนี้ได้”
“ จริงหรือท่านหมอ” เทียนพยักหน้าอย่างมั่นใจ หลวงจีนเสวียนจั้ง รีบลุกขึ้นแล้วไปรายงานเจ้าอาวาสทันที
เจ้าอาวาสให้เสวียนจั้งนำป้ายตัวแทนวัดไปเสนอตัวเพื่อรักษา จักรพรรดิถังไท่จงทันที หลวงจีนเสวียนจั้ง ได้พาเทียนเข้ามาในวัง เพื่อรอให้ทางราชสำนักอนุญาต
เทียนมองไปที่วังหลวง มีวิญญาณคนตายที่ยังไม่ถูกส่งไปโลกวิญญาณหลายตน
คงมีแรงอาฆาตเยอะ จึงไม่ยอมที่ไปในโลกวิญญาณเสียที เทียนนั่งมองอย่างสงบ
เทียนมองนักพรตที่เข้ามาเพื่อที่จะรักษา จักรพรรดิถังไท่จง โดยมีคนกำลังคัดกรองว่าคนไหนเป็นของจริง คนไหนเป็นของปลอม เทียนเลยมองดูว่าพวกเขาใช้วิธีอะไรในการคัดกรองนักพรต นักบวชที่อ้างตนว่าจะรักษา จักรพรรดิถังไท่จงได้
“ ทุกคนจงฟัง พวกท่านล้วนเป็นนักพรต สามารถมองเห็นวิญญาณ ภูตผีร้าย องค์จักรพรรดิทรงประชวรเรื่องนี้ ดังนั้นพวกท่านทั้งหลายมากันมากมาย ทางราชสำนักไม่อยากเสียเวลา ใครตอบได้ว่า องค์จักรพรรดิมีอาการเช่นไร แล้วจะรักษาให้หายได้อย่างไร ตอบทีละคน คำตอบใครที่มีความเป็นไปได้ ท่านมหาเสนาบดีฉางซุนอู๋จี้ ท่านเสนาบดีเว่ยจิง ท่านแม่ทัพหลี่จิ้ง จะเป็นผู้ตัดสิน ว่าใครจะเป็นผู้เข้าไปรักษาองค์จักรพรรดิในวันนี้” มีองครักษ์ออกมาประกาศให้คนที่ จะเข้ามารักษาจักรพรรดิถังไท่จงเกือบสามร้อยคน ได้ฟัง
โดยแต่ละคนรีบเขียน อาการแล้วส่งให้ท่าน เสนาบดีและแม่ทัพดู พอเห็นคำตอบของทุก ๆคน ทั้งสามคนส่ายหัวกันไปหมด แต่เห็นคำตอบของเทียน ถึงกับลุกขึ้น แล้วสั่งให้ทุกคนออกไปจนหมด เหลือเพียงเทียนกับ หลวงจีนเสวียนจั้งเท่านั้น เทียนมองท่านบรรพบุรุษหลี่จิ้ง ดูแล้วช่างเหมือนสมัยราชวงศ์ซางไม่เปลี่ยนไปเลย
“ ท่านหมอหลี่ ท่านเขียนคำตอบอะไรลงไป พวกเขาถึงได้ไล่คนอื่นกลับไปหมด
ทำไมถึงอนุญาตให้ท่านรักษาองค์จักรพรรดิได้” หลวงจีนเสวียนจั้งเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ร่างกายไม่ผิด ใจต่างหากที่ผิด คิดจะรักษาต้องเริ่มที่ใจ” เทียนกล่าวออกไป
“ หรือว่าองค์จักรพรรดิแข็งแรงดีไม่เป็นอะไร” หลวงจีนเสวียนจั้งเอ่ยทันที
เทียนได้แต่พยักหน้า แล้วขุนนางทั้งสามคน ก็เรียกเทียนเข้าไปพบ
“ ท่านคือหมอหลี่เทียน ท่านเป็นนักพรตด้วยหรือ” ท่านฉางซุนอู่จี้รีบเอ่ยถามก่อน
“ ข้าศึกษาวิถีเซียน มาตั้งแต่เด็กแล้ว”
“ ท่านทราบได้อย่างไร ว่าองค์จักรพรรดิร่างกายไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาที่จิตใจ”
ท่านเว่ยจิงถามอีกคน
“ บนท้องฟ้ามีดาวประจำตัวของแต่ละคน สำหรับองค์จักรพรรดิล้วนแตกต่างดวงดาวของท่านมีแสงสว่างออกมาเด่นชัดแต่มีจุดภายในมีแสงหม่นหมองแสดงให้เห็นว่า ร่างกายแข็งแรงดี ในใจมีปัญหา”
“ นี่ท่านใช้การพยากรณ์ ทำนายอาการคนป่วยได้ด้วยหรือ” แม่ทัพหลี่จิ้งเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย
“ เรื่องแบบนี้ ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว” เทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ องค์จักรพรรดิเชิญท่านเข้าไปที่ห้องทรงพระอักษรเพียงผู้เดียว เชิญท่านเข้าไปเถอะ” ฉางซุนอู๋จี้ พาเทียนเข้าห้องพระอักษร เทียนเดินเข้าไป พบชายหนุ่มวัยไม่เกิน สามสิบปี ยืนมองไปออกนอกหน้าต่าง ตรงนั้น เป็นทางเข้าประตูเสียนอู่คงเป็นสถานที่ เหล่าพี่ น้อง ฆ่ากันนองเลือด
“ เมื่อห้าปีก่อน แผ่นดินสุยถูกแบ่งเป็นสามก๊ก เสด็จพ่อยึดเมืองฉางอัน สร้างราชวงศ์ถัง หวังซื่อชง สังหาร ทายาทราชวงศ์สุยคนสุดท้าย แล้วตั้งตนเป็นใหญ่สร้างราชวงศ์เจิ้งที่เมืองลั่วหยาง ส่วนโต้วเจี้ยนเต๋อตั้งตนเป็นจักรพรรดิใช้ชื่อราชวงศ์เซี่ย ที่เมืองลั่วโจว หลังจากหวังซื่อชง สังหารทายาทราชวงศ์สุย แล้วเข่นฆ่า สังหารกองกำลังหว่ากังที่คุ้มครองทายาทราชวงศ์สุย หลี่มีหนีตายมาพึ่งพาเสด็จพ่อ ข้าอาสานำกองกำลังหนึ่งแสนคน เพื่อไปจัดการกับหวังซื่อชง ท่ามกลาง การคัดค้านในการออกศึกในครั้งนี้
สุดท้ายข้าได้กองกำลังไปเพียงสามหมื่นคนเท่านั้น ข้าบุกตีเมืองหูเหล่ากวนล้อมเมืองลั่วหยาง จนหวังซื่อชง ส่งสาสน์ไปขอความช่วยเหลือจากโต้วเจี้ยนเต๋อ ข้าพากองกำลังม้าศึกเกราะดำ3,500คนเข้าหลอกล่อ โจมตีกองกำลัง 1แสนของโต้วเจี้ยนเต๋อ จับตัวโต้วเจี้ยนเต๋อมาได้
แล้วในที่สุด หวังซื่อชง ก็ยอมแพ้ข้า ถึงแม้ว่าข้าให้สัญญาจะไว้ชีวิตมัน แต่คาดไม่ถึง กลับถูกตู๋กูเซี่ยวเต๋อ สังหารทิ้งขณะถูกเสด็จพ่อขับไล่ไปชายแดน
ข้ากลับมาเสด็จพ่อแต่งตั้งข้าเป็นไท่หวาง แต่ดูเหมือนว่าข้าขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้ เสด็จพี่วางแผนลอบสังหารทั้งข้า และ ขุนศึกของข้า ทำให้ข้าต้องวางแผน
ให้ร้ายรัชทายาทเป็นชู้กับพระสนมเด็จพ่อ ให้เข้ามาแก้ตัวต่อหน้าเสด็จพ่อ พอรัชทายาทกับน้องสามเข้าวังที่ประตูเสวียนอู่ ข้าให้สั่งให้คนรุมสังหาร ทันที พวกเขาไม่ทันที่แม้แต่จะเอ่ยอะไรออกมา หลังจากเสด็จพ่อทราบเรื่อง เรียกข้าไปพบ แต่สุดท้ายกองกำลังทหาร ขุนนางในราชสำนักคือคนของข้าทั้งหมด กลับบีบให้เสด็จพ่อตั้งข้าเป็น รัชทายาทแทน
หลังจากนั้นก็ให้ท่านลงจากบัลลังก์ให้ข้าสืบทอดบัลลังก์แทน นั่นคือเรื่องที่ผ่านมาแล้วสองปี พวกวิญญาณคนตายมายืนมองข้าอยู่นอกตำหนักของข้าตลอด ทั้งกลางวันและกลางคืน ข้าจักรพรรดิถังไท่จง รวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวมีหรือข้าจะกลัววิญญาณเหล่านี้ ข้าทำเพื่อให้แผ่นดินมั่นคง พวกมันมองแค่แผ่นดินแคบๆ แต่ข้ามองไปแผ่นดินและแผ่นฟ้าทั่วแดนถังทั้งหมด ท่านนักพรตน้อย ท่านมีวิธีที่จะรักษาจิตใจที่ปวดร้าวของข้าได้อย่างไร”
เทียนไม่ตอบแต่ใช้ฝ่ามือปล่อยพลังของกระบองปราบมารไปที่พื้นทำให้วิญญาณอาฆาตทั้งหมดถูกดูดลงไปในโลกวิญญาณทั้งหมด ถังไท่จงเห็นเช่นนั้นก็ตกใจยิ่งนัก ที่วิญญาณที่ตามหลอกหลอนหายไปจนหมดแบบนี้
“ นี่ท่านทำได้อย่างไรกันนี่”
“ ท่านไม่ต้องใส่ใจเรื่องนี้ คนตายควรอยู่ในโลกของคนตาย ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกันท่านเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่แล้ว อย่าเอาเรื่องอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้ มาคิดอีกต่อไป ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ข้าแนะนำให้ท่านสนับสนุน พระเสวียนจั้งไปอัญเชิญพระไตรปิฏก มาไว้ที่ฉางอัน ท่านจะได้บุญกุศลอันแรงกล้า ส่งผลให้ต้าถังของท่านคงอยู่ได้นานมากขึ้น”
“ แค่ท่านขับไล่วิญญาณเหล่านี้ไปข้าก็ หมดห่วงกังวลไปได้เยอะ แล้ว เรื่องสนันสนุน พระเสวียนจั้งไม่มีปัญหา ข้าจะจัดการเอง แต่ว่า ถ้าหากท่านไม่อยู่แล้ว ถ้ามีพวกมันกลับมา ข้าจะทำอย่างไร”
เทียนไม่ตอบแต่เขียนยันต์ออกมา อีกหลายใบ แล้วมอบให้ไปติดที่หน้าประตู แล้วเทียนก็ใช้นี้วกรีดไปที่ประตู ปรากฏว่ามีภาพนักรบถืออาวุธติดอยู่ที่ประตู เทียนเลยบอกว่า
“ นี่คือเทพประตู ต่อไปภูตผีปีศาจก็ไม่สามารถ เข้ามาในวังหลวงของท่านได้”
เทียเอ่ยจบ จักรพรรดิถังไท่จง ยินดียิ่งนัก แล้วเรียก หลวงจีนเสวียนจั้งเข้ามา
แล้วมอบใบผ่านด่าน ประทับตรารัฐถัง ทำให้กลายเป็นทูตทางวัฒนธรรมเดินทางไปที่ชมพูทวีป แล้วมอบฉายาให้ใหม่เป็นพระถังซัมจั๋ง มีศักดิ์เป็นน้องชายของพระองค์ สร้างความดีใจให้กับ หลวงจีนเสวียนจั้งยิ่งนัก
“ ท่านจะเดินทางไปชมพูทวีปเมื่อใด” เทียนเอ่ยถามหลวงจีนเสวียนจั้ง
“ พรุ่งนี้เลย ข้าพร้อมทุกอย่างแล้ว”พระถังซัมจั๋งเอ่ยด้วยความตั้งใจมุ่งมั่น
“ ข้าจะไปส่งท่านระยะหนึ่ง” เทียนเอ่ยออกไปเพราะตั้งใจจะพาพระถังซัมจั๋งไปที่ภูเขาห้านิ้วเพื่อปลดปล่อยซุนหงอคงที่ยังคงรออยู่ เทียนมองเห็นความศรัทธาที่พระถังซัมจั๋งที่คิดจะเดินทางไปด้วยความมุ่งมั่นโดยไม่คิดว่าจุดหมายปลายทางนั้นไม่ใช่แค่วันสองวัน แต่เป็นเวลาหลายปีกว่าจะไปถึง
พอรุ่งเช้าเทียนต้องเดินทางด้วยเท้าเพื่อออกจากฉางอานเดินทางมุ่งหน้าสู่แดนชมพูทวีป ระหว่างทางพระถังซัมจั๋ง เดินเท้าด้วยความตั้งใจ แต่ละก้าวที่เดินล้วนมีสติอยู่ตลอดเวลา ถึงเวลากินข้าวก็กินอย่างช้าๆ แค่วันละสองมื้อ ทุกเช้าเย็นมีการสวดมนตร์ตลอด เทียนเห็นแล้วรู้สึกประทับใจในความศรัทธาของ พระถังซัมจั๋งยิ่งนัก
ทั้งสองเดินทางมาได้สิบวันมาพักที่ริมแม่น้ำสายหนึ่ง พระถังซัมจั๋งนั่งสมาธิพักผ่อนใต้ต้นไม้แห่งหนึ่ง เทียนมองไปรอบๆ รู้สึกว่ามีสายตาของใครบางคนจ้องมองอยู่จากแม่น้ำแห่งนี้ เทียนเพ่งมองเข้าไปในสายน้ำลึก เห็นสิ่งมีชีวิตประเภทปลาเทียนมองไปแล้วมันคือปลาตัวใหญ่มีปากคล้ายปลาปิรันย่าเทียนเริ่มจำได้มันคือเจ้าปีศาจปลาซัวเจ๋งนี่ มันพุ่งผ่านดินขึ้นมาหมายจะกินพระถังซัมจั๋งเจอเทียน ตบไปทีกลางลำตัว นอนสงบแน่นิ่งกลายร่างเป็นมนุษย์ไปทันที
“ นี่มันตัวอะไรกันนี่”
“ นี่เป็นปีศาจปลา มันจะเป็นคนที่ช่วยพาท่านไปดินแดนชมพูทวีป ระหว่างทางท่านช่วยสั่งสอนอบรมมันด้วย มันเป็นปีศาจปลาที่โง่เขลาที่สุด” เทียนดีดปีศาจปลาตัวนี้ขึ้นมาคุยด้วย เอ่ยถามมันแค่คำเดียว อยากอยู่หรือตาย
สุดท้ายมันกลัวตายมากกว่าเลยยอมติดตามพระถังซัมจั๋งเดินทางไปชมพูทวีปอีกคน
รุ่งเช้าเทียนมาถึงภูเขาห้านิ้ว เทียนเห็นเจ้าลิงหินนอนอยู่บนเขามีหินทับอยู่มีหัวโผล่ออกมา เทียนไม่ทำอะไรดูว่า พระถังซัมจั๋งจะทำอย่างไร คิดว่าคงจะปลดปล่อยเจ้าลิงหินออกมาได้ แล้วคงจะมีพระแม่กวนอิมปรากฏตัว แล้วใช้มงคลรัดเกล้าให้หงอคอ แล้วคงจบ เทียนก็จะได้เสร็จภารกิจกลับไปสำนักเซียนเสียที
แต่ผ่านไปหลายชั่วยามเทียนก็ทนไม่ไหว เลยพาพระถังซัมจั๋งไปหา ซุนหงอคงที่ถูกขังไว้ในหิน ออกมาไม่ได้
“ เฮ้ พวกเจ้าใครก็ได้ ช่วยลบอักขระยันต์ที่บนหิน แล้วปลดปล่อยข้าออกไปที”
พระถังซัมจั๋งก็พยายามลบอักขระที่บนหิน แต่ยังไงก็ไม่สามารถลบได้ จึงนำใบบัวใส่น้ำมาให้ซุนหงอคงดื่มไปก่อน แล้วบอกให้ซัวเจ๋ง เอามีดพยายามกรีดรอยอักขระบนหิน แต่ก็ไม่สามารถลบรอยอักขระยันต์นี้ได้ เทียนสงสัยทำไม พระถังซัมจั๋งไม่สามารถปลดปล่อยได้
“ ท่านหมอหลี่ท่านพอจะช่วยลิงตัวนี้ได้หรือไม่” พระถังซัมจั๋งเอ่ยปากถามเทียน
เทียนใช้ฝ่ามือกระแทกไปทีเดียว หินที่ผนึกซุนหงอคงไว้ แตกกระจาย ซุนหงอคงเลยเป็นอิสระออกมาแล้วบินไปมา บนท้องฟ้าอย่างมีความสุข
เทียนมองไปรอบๆ ดูว่ามีเจ้าแม่กวนอิมจะมาปรากฏร่างไหม แต่ไม่มีวี่แววใดใดเลย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คราวนี้ข้าเป็นอิสระแล้ว ขอบใจมานะไอ้น้องชาย ข้าคือฉีเซียนต้าเซิ่ง
อยู่หุบเขา ฮัวกูซาน เจ้ามีปัญหาอะไรไปหาข้าได้ ไปละหลวงจีนน้อย” ซุนหงอคงพูดแค่นี้ก็กำลังจะบินจากไป
“ เดี๋ยวก่อน” เทียนเอ่ยด้วยเสียงอันดัง
“ มีอะไรน้องชาย”
“ ท่านมีหน้าที่คุ้มภัย พระถังซัมจั๋งไปอัญเชิญพระไตรปิฏกที่ชมพูทวีป จะทิ้งไปแบบนี้ได้ยังไง” เทียนเอ่ยขวางซุนหงอคง
“ ฮ่า ฮ่า น้องชายเห็นแก่เจ้าที่ได้ช่วยข้าไว้ ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้า ข้าไปล่ะ”
ซุนหงอคงบินแวบไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าช้ากว่าเทียนนัก เทียนมายืนขวางหน้าซุนหงอคงเอาไว้
“ ตอนที่ท่านถูกขัง พระยูไลไม่ได้บอกหรือ ใครเป็นคนปล่อยท่าน ๆ จะต้องเชื่อฟังคนผู้นั้น”
“ ก็บอก แต่ข้าไม่ทำตามซะอย่าง จะทำไม” ซุนหงอคงปล่อยหมัดกระแทกใส่เทียนทันที เทียนไม่หลบใช้ฝ่ามือยูไลปะทะกลับไปซุนหงอคงกระเด็นไปหลายวา
“ ฮึ่ม ฝีมือดีนี่ ถ้าอย่างนั้นข้าไม่เกรงใจล่ะ” ซุนหงอคงดึงไม้พลองข้างหูออกมาหมุนตัวควงไม้พลองเข้าใส่เทียนเป็นจักรผัน เทียนชักทวนกลีบดอกบัวออกมาปะทะกันอย่างดุเดือด เทียนไม่มีหลบแม้แต่ก้าวเดียว ซุนหงอคงเพิ่มความเร็วถึง
ขีดสุด แต่ก็ไม่สามารถกระทบถูกเทียนได้แม้แต่น้อย เจอเทียนลืมตาที่สามปล่อยแสงใส่กระเด็นไปกองกับพื้นทันที มันแค้นมากใช้มือทุบดินด้วยความโกรธ ร่างมันกลายเป็นลิงยักษ์ตัวใหญ่ แล้ว ใช้เท้ากระทืบเทียนไม่ยั้ง เทียนหายวับออกไปยืนบนฟ้า แล้วปล่อยพลังฝ่ามือยูไล กระแทกซุนหงอคงไม่ยั้ง ทำให้ซุนหงอคงกลายร่างเป็นลิงตัวเล็กเท่าเดิม พระถังซัมจั๋งเข้ามาขวางเทียนเอาไว้แล้วบอกว่า
“ พอเถอะ ท่านอย่าบังคับเขาเลย การไปแดนชมพูทวีปต้องมีศรัธา หาได้ต้องมีการบังคับกันได้ไม่ ถ้าเขาไม่อยากไปกับอาตมาก็ปล่อยเขาไปเถอะ”
“ ไม่ได้นี่คือบัญชาสวรรค์ ซุนหงอคง นี่คือชะตาของเจ้า หากว่าเจ้าไม่ยอมข้าคงต้องกักขังเจ้าเอาไว้เช่นเดิม” เทียนเตรียมทำท่าเสกยันต์กักขังขู่
“ ได้ ได้ ข้ายอมไปก็ได้” ซุนหงอคงคิดว่าคงไม่นานก็น่าจะทำภารกิจสำเร็จ
“ เจ้าสัญญาแล้ว ดังนั้นข้าจะมอบวงแหวนรัดเกล้าให้เจ้าหนึ่งอัน” เทียนเสก วงแหวนรัดเกล้าออกมาจากคัมภีร์นิรันดร์ แล้วมันก็ค่อยๆไปคล้องที่หัวซุนหงอคง
เทียนส่งบทสวด ใส่ไปในหัวพระถังซัมจั๋งแล้วกล่าวว่า
“ หากเจ้าลิงนี่ไม่เชื่อฟังท่านแค่ท่องบทสวดนี้ ก็จะจัดการกับมันได้” พระถังซัมจั๋งลองท่องบทสวดทันที
ซุนหงอคงก็ล้มไปกับพื้นร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พระถังซัมจั๋งจึงหยุด ซุนหงอคงมองเทียนอย่างโกรธแค้น เทียนกำลังคิดว่า จะนำเสี่ยวหลงออกมาให้เจ้าลิงนี่อุ้มเสียหน่อย แต่เห็นหน้ามันโกรธแค้นเช่นนี้ ก็เลยไม่เอาดีกว่า เทียนส่งยิ้มให้กับพระถังซัมจั๋ง แล้วร่างของเทียนก็ค่อยๆ จางหายไป ปล่อยให้พระถังซัมจั๋งกับศิษย์ได้ออกเดินทางตามความศรัทธาของพวกเขาต่อไป....