"พ่อมดขาวจำนวนของ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' มันมากกว่าที่พวกเราคิดมากนัก" เหอิ่นักรบสามดาบผู้มาจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวพูดขึ้น เหอิ่คือนักรบผู้ชำนาญ ปัจจุบันเขาเป็ผู้ดูแลขบวนการค้าขนยุทธภัณฑ์ของทางป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
เหอิ่มีประสบการณ์ในการรบมากมาย ปัจจุบันเขาอายุ 50 ปี ทั้งยังเป็ผู้วิเศษระดับสองขั้นสูงสุด เขาแข็งแกร่งและไม่ธรรมดา แม้จะอายุ 50 ปี แต่ด้วยความเป็ผู้วิเศษทำให้เขาแก่ช้าเขายังดูเหมือนคนอายุ 30 กลางๆ
ชายที่ดูเจนโลก
เจียตัวพยักหน้าเห็นด้วยกับเหอิ่
สองพ่อมดขาวทำสีหน้าขบคิด อี้ซวนพ่อมดขาวาุโแสดงความคิดเห็น
"ถ้าเป็แบบนั้น พวกเราก็ยิ่งต้องรีบสำรวจความจริง ไม่ว่าพวกเราจะรับรู้อะไรจากการเดินทางครั้งนี้ แต่อย่างน้อยที่สุดก็หาสาเหตุของผู้ใช้ไสยเวทย์มืดได้ แม้การเดินทางไปสำรวจหมู่บ้านที่ถูกสาปทั้งหลายจะดูอันตราย แต่มันก็จะไม่มีอันตรายไปกว่าการเดินทางของ 'ท่านอาจารย์จื่อซิ่ว' พ่อมดขาวที่แข็งแกร่ง ท่านเดินทางไปที่ใจกลางของปัญหา ผ่านคำบอกเล่าของผู้พยากรณ์แล้ว ส่วนพวกเราจำเป็ต้องไปสำรวจสิ่งตกค้าง ปัญหาที่จะแอบแฝงในอนาคต ข้อดีจากการพบ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' จำนวนมาก ณ ที่ตรงนี้ นั่นคืออย่างน้อยๆ พวกเราก็หยุดการแผ่ขยายเป็วงกว้างของพวกมันได้สำเร็จ ถ้าพวกมันไม่มีจำนวนมากกว่านี้พวกเราน่าจะรับมือได้ เวทแห่งแสงสว่างของพวกข้าเป็ปัญหากับพวกมันอย่างแท้จริง"
"นอกจากนั้น" อี้ซวนพ่อมดขาวาุโเกาคางก่อนจะพูดต่อ "ข้าคิดว่าจำนวนของ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' ไม่น่าจะมากไปกว่านี้อีกแล้ว หมู่บ้านแต่ละแห่งมักมีคนอาศัยอยู่ไม่เกิน 1000 หากความตายที่กลับมีชีวิตไม่ได้แข็งแกร่งมากจำนวนหนึ่งพันเป็สิ่งที่พวกเรารับมือได้ ครั้งนี้เรายังไม่มีผู้สูญเสียแม้แต่คนเดียว พวกเราจำเป็ที่ต้องมุ่งหน้าต่อไป หากพวกเรากลับ และคำสาปของความตายที่กลับมีชีวิตแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง นั่นจะเป็ความสูญเสียที่แท้จริงของอาณาจักร แต่นี่คือการคาดการณ์ในแง่ดี ข้ามั่นใจหนึ่งในสามส่วน พวกเรามีโอกาสเจอสถานการณ์ที่แย่กว่านี้ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' พวกมันมักมีสัญชาตญาณในการรวมกลุ่มกัน ครั้งหน้าพวกมันอาจจะมีมากกว่าพันหรืออาจจะเป็หมื่น" พูดจบ อี้ซวนพ่อมดขาวก็เปิดแผนที่
ภาพหมู่บ้านจำนวนมากปรากฏ ในจำนวนนั้นมีจุดที่ไม่ได้เป็หมู่บ้านแต่ถูกกากบาทไว้
"ที่ที่กากบาทไว้ คือที่ที่ผู้คนที่ไม่ถูกนับว่าเป็ชาวอาณาจักรเพราะไม่จ่ายส่วยภาษี คนเหล่านี้มีจำนวนมากอาจจะหลายหมื่น พวกเราไม่รู้ว่าพวกเขาเป็หรือตาย แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็จำเป็ต้องมุ่งหน้าต่อไป"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แม้วันนี้จะอันตรายแต่พวกเขาก็พอรับมือไหว นอกจากนั้นพวกเขาล้วนแต่เป็ผู้คนที่เกิดและเติบโตในอาณาจักรระดับหนึ่งแห่งนี้ หาก 'ความตายที่กลับมีชีวิต' นี้ แผ่ขยายอย่างไร้จุดจบ สุดท้ายคนที่ต้องตายอาจจะเป็คนในครอบครัวที่เขารักก็ได้ อี้ซวนเริ่มต้นพูดในแง่ดี แต่เขาปิดท้ายได้บัดซบและตัดกำลังใจของทุกคน
แต่ ณ ที่ตรงนี้ ก็ไม่มีใครหนี ในหมู่นักรบที่แท้จริง การพูดตรงๆ และกล้าหาญอาจจะเป็วิธีที่ดีกว่าการพูดที่อ้อมค้อม
เจียตัวไม่เห็นแก่ตัว ส่วนเหอิ่นักรบชราผู้ผ่านโลกมามากก็เช่นกัน เขามีครอบครัวอยู่ที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว เขาไม่้าให้ภัยจากความตายที่กลับมีชีวิตแผ่ขยายไปมากกว่านี้
...
เหล่าทหารนักรบทั้งหลายจัดการเผาศพ มีบางส่วนได้รางวัลเล็กน้อยจากการค้นศพที่ตาย สร้อยทองแหวนอัญมณีคือรางวัลของคนขยัน นี่เป็เื่ธรรมดาที่ได้จากการปล้นศพ เซี่ยซีหานไม่มีกระจิตกระใจร่วม มันยังเป็มือใหม่ของโลกใบนี้
สำหรับมันการไม่อ้วกแตกกลางสนามรบกับฝูงซอมบี้ ก็โคตรจะน่าภาคภูมิใจแล้ว นอกจากนั้นมันคิดว่า ซอมบี้ของโลกใบนี้โหดกว่าในหนังที่มันเคยดูทุกเื่ เพราะยิงหัวพวกมันจะไม่ตายแถมพวกแมร่งวิ่งเร็วฉิบหาย นอกจากนั้นท่าวิ่งที่ใช้แขนที่บิดงอวิ่ง ยังโคตรน่ากลัว เซี่ยซีหานเกือบทนไม่ไหว
หน้ากองไฟเซี่ยซีหานจ้องมองมันและดื่มนมอุ่นๆ เจียตัวไม่ให้มันดื่มเหล้า โชคดีเซี่ยซีหานก็ไม่ได้ติดเหล้าเช่นกัน
"เป็ไงซีหาน" เจียตัวเดินลูบพุงมาแต่ไกล เหล่าทหารจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวทักทายเจียตัวอย่างเป็กันเอง แม้เจียตัวจะมีฐานะพิเศษ แต่เขาก็ไม่ได้ถือตัว บางคนถามเจียตัวด้วยซ้ำว่า้าเหล้าไหม เจียตัวเดินไปหยิบเหล้าดื่มโดยไม่ขอ ทุกคนหัวเราะ
เจียตัวแค่ยักคิ้วแล้วเดินมาหาเซี่ยซีหานที่มีสีหน้าไม่ดีนัก
"ข้าไม่เหมาะกับที่นี่"
"แต่เ้าทำได้ดีเกินคาด"
"ดียังไงท่านลุงเจีย" เซี่ยซีหานฉงน มันอาจจะสับหัวพวกซอมบี้ฉิบหายนั้นไปหลายตัว แต่มันก็แค่พนักงานหั่นเนื้อจากแนวหลัง แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่ตำแหน่งที่เซี่ยซีหานอยู่นั้น จริงๆ ก็ไม่ได้อันตรายจนน่ากลัว มันค่อนข้างปลอดภัย
"ก็เ้ายังไม่ตายไง"
บรรทัดฐานคำว่าดีเกินคาดของเจียตัวช่างน้อยนิด ใบหน้าเซี่ยซีหานดำมืดยิ่งกว่าเดิม
"เราจะไปกันอีกไกลไหมท่านลุงเจีย"
"จนกว่าพวกเราจะพิสูจน์อะไรบางอย่างได้" เจียตัวเอามือจับแผ่นหลังซีหาน "ครั้งนี้ข้าอาจจะทำผิดที่พาเ้ามา" เจียตัวทำน้ำเสียงเศร้า
ใบหน้าเซี่ยซีหานมืดมนยิ่งกว่าเดิม ไอ้หนวดเจียพูดแบบนี้มันจับใจความได้เลยว่า สถานการณ์ภาพรวมนั้นฉิบหายกว่าที่คิด แต่ทุกคนก็จำต้องเดินหน้าต่อ
...
ในขณะที่ทุกคนหลับ สภาวะที่ทุกคนไม่รับรู้ เสียงพลังจิตที่มีเฉพาะผู้วิเศษที่เจาะจงจะได้ยิน สองพ่อมดขาวพูดคุยกันโดยไม่ขยับปาก
"สิ่งที่เราทำมันถูกต้องแน่หรือ..." พ่อมดขาวผู้ชราพูดขึ้น จ้องมองไปที่ชายหนุ่มซึ่งเป็พ่อมดขาวที่เยาว์วัยกว่า
"นี่คือสิ่งที่อาณาจักร้า ท่านอาจจะไม่รู้ าระหว่างพวกเรา 'อาณาจักรหมีขาวแดนเหนือ' และ 'อาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง' กำลังอยู่ใน่ที่สำคัญ พวกเราจำเป็ต้องเสี่ยง ไม่งั้นเหล่าผู้ปกครองอาจจะไม่มีดินแดนอีกต่อไป และเพราะแบบนั้นพวกเขาจึงต้องเสี่ยง"
"แต่มีผู้คนต้องตายมากมาย"
"นั่นก็ช่วยไม่ได้ พวกมันก็แค่คนธรรมดา สวะที่ไม่คิดถึงความยากลำบากของอาณาจักร พวกมันไม่จ่ายแม้แต่ภาษีส่วยเล็กน้อย จงอย่างได้สนใจพวกมัน หน้าที่ของพวกเราคือการขัดขวางการทำงานของ 'นักบุญขาวหลิวจื่อซิ่ว' ที่อาณาจักรระดับสูงส่งมา โชคดีที่นางยังไม่อาจจะจับต้นสายปลายเหตุได้ พวกเราปกปิดแม้แต่การทำนายของนักพยากรณ์ไว้บางส่วน"
"แต่ไม่นานพวกเราก็จะถูกจับได้ นางคือผู้วิเศษที่แท้จริง และนางก็ใกล้จะกลายเป็ปราชญ์แล้ว" อี้ซวนกังวล
แต่แม้อี้ซวนจะกังวลแต่พ่อมดขาวเซียวเล่อก็พูดต่อในทันที "พวกเราไม่มีสิทธิ์เลือก พวกเราคือคนของอาณาจักร พวกเราได้แต่ทำตามสิ่งที่นายแห่งเราประสงค์ อี้ซวนที่ท่านได้เป็พ่อมดขาว ได้ก้าวมาถึงการเป็ผู้วิเศษระดับนักวิจัย ไม่ใช่เพราะอาณาจักรมอบโอกาสให้รึ อย่าได้ขลาดกลัว หากทุกอย่างจบลงและแผนการของเราผ่านไปได้ด้วยดี อาณาจักรจะตอบแทนเ้า เ้าจะได้รับโอสถและโอกาสในการเป็ผู้วิเศษที่แท้จริง"
"ข้าก็หวังเช่นนั้น" อี้ซวนพยักหน้าก่อนถอนหายใจ และจ้องมองกลุ่มคนที่ผ่านความเป็ตายมาด้วยกัน
...
ในโลกแห่งผู้วิเศษไม่มีสิ่งใดได้มาง่ายๆ
...
เช้าตรู่คณะนักรบและทหารออกเดินทางอีกครั้ง เซี่ยซีหานรับรู้ว่าพวกเราจะเดินทางไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลนักที่เรียกว่า หมู่บ้านสลักทอง หมู่บ้านสายแร่และหมู่บ้านต้นธาร
หนึ่งในหมู่บ้านทั้งสามเซี่ยซีหานรู้จักที่หนึ่ง หมู่บ้านสลักทอง หมู่บ้านที่พึ่งถูกทำลายไปไม่นาน เพราะความตายที่กลับมีชีวิต
ตอนนี้สิ่งที่เซี่ยซีหานคิดในการเดินทางเข้าสู่อันตรายคือ... มันควรเกาะใครเป็พิเศษเพื่อเอาตัวรอด
ในฐานะที่อ่านนิยายสยองขวัญแฟนตาซีมามาก หากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้าย เหล่าตัวเอกมักรอดเสมอ แต่มันจริงหรือไม่?
เซี่ยซีหานจ้องมอง มันก็พบว่าสองคนที่ยืนบนหมีั์ น่าจะดูเป็พระเอกของเื่นี้มากที่สุด
และมันก็ตัดสินใจได้ในบัดดล มันจำต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวของทั้งสองเอาไว้มากที่สุด
'ข้าฉลาด ข้ารู้ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองรอด คิกคิก' เซี่ยซีหานหัวเราะอย่างย่ามใจ