ตอนที่ 5
หลังจากที่แม่เลี้ยงสามีเดินกลับไปแล้ว เธอก็มาคิดได้ว่า เธอจะทำอย่างไรต่อดี เงินก็ไม่มี แล้วอย่างนี้จะเป็อย่างไรต่อ เธอไม่น่าไปต่อปากต่อคำเลย เธอจะหาลู่ทางให้ได้ก่อน ไม่ใช่ว่าต้องตายเพราะอดตายอีกครั้งอย่างนั้นหรือ ไหนจะสามีที่เจ็บป่วยอยู่อีก เมื่อหันกลับมาด้วยความกลุ้มใจ ก็เห็นสามีนั่งมองอยู่ด้วยความเป็ห่วง จึงรู้สึกผิดมากขึ้น
"ขอโทษนะคะ ฉันปากไม่ดี ต่อไปเราคงจะลำบากมากเลยค่ะ ฉันทำให้พี่ลำบากมากขึ้นแล้ว"
เธอรีบขอโทษทันที อย่างรู้สึกผิดมากๆ ในตอนนี้ กับความใจร้อนของตัวเอง ที่ทำอะไรไม่คิดให้ดีก่อน
"ไม่เป็ไรหรอก พี่คิดว่าสักวันคงต้องมีวันนี้อยู่แล้ว แม่เลี้ยงของพี่ไม่ใช่คนดี แล้วคนที่เห็นแก่ตัวอย่างนั้น คงไม่เก็บคนไร้ประโยชน์อย่างพี่เอาไว้อย่างแน่นอน พี่ทำใจเอาไว้นานแล้ว แต่เสียใจมากกว่า ที่น้องต้องมาเจออะไรอย่างนี้ไปด้วย ถ้าไม่ต้องมาแต่งงานกับคนพิการอย่างพี่ น้องคงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้อย่างแน่นอน"
เื่นี้เขารู้สึกผิดมาตลอด เธอต้องมาแต่งงานกับคนพิการอย่างเขา ที่ไม่มีอนาคตให้เธอเลยสักนิด มีแต่แย่ลงไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าแม่ของเธอคิดอย่างไร ถึงได้ยอมปล่อยลูกสาวมา
"พี่อย่าคิดมากเลยค่ะ ฉันจะทำให้ดีที่สุด จะไม่ยอมแพ้กับโชคชะตาอย่างนี้หรอกค่ะ พี่เองก็อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ ฉันคิดว่าสักวันหนึ่งพี่ต้องหายอย่างแน่นอนเลยค่ะ" ไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่ถ้าเธอยังอยู่เธอจะไม่หมดหวังเด็ดขาด
"พี่เลิกคิดเื่นี้มานานแล้ว ที่พี่เป็ห่วงคือน้องมากกว่า ว่าจะอยู่ต่อไปอย่างไร ถ้าพี่เป็อะไรไป กลับบ้านก็คงไม่ได้ จะอยู่ที่บ้านหลังนี้ก็คงไม่ได้อีก"
เขาไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่เลยสักนิดเดียว เพราะอยู่ไปก็มีแต่ทรมานและเป็ภาระ เขาอยากที่จะจบชีวิตให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ที่เขายังอยู่เพราะว่าเป็ห่วงคนตรงหน้านี้ ถึงแม้จะแต่งมาเพื่อดูแลเขา แต่เขาคิดเสมอว่าเธอเป็ภรรยาของเขาเสมอ และเธอก็ดูแลเขาอย่างดี ไม่มีรังเกียจเลยสักนิด
"พี่อย่าเพิ่งไปคิดถึงมันเลยค่ะ ฉันไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอกค่ะ ฉันจะสู้ให้ถึงที่สุดค่ะ พี่ก็อย่าท้อนะคะ เราต้องสู้ไปด้วยกันค่ะ ฉันไม่ทิ้งพี่อย่างแน่นอน"
เขาเป็คนเดียวที่เธอเจอแล้วรู้สึกดีด้วย นอกจากนั้นในความทรงจำนั้น ไม่มีใครที่เธอรู้สึกดีได้เท่าสามีในนามคนนี้เลย
"ขอบใจมากนะ ที่ไม่คิดที่จะทิ้งคนพิการอย่างพี่ไป แต่ถ้าน้องจะไป พี่ก็ไม่ว่าหรอกนะ พี่เข้าใจดี" เขาคิดอย่างที่พูดออกไปจริงๆ ถ้าเธอมีทางที่ดีกว่าเขานั้นก็ยินดีด้วย
"ฉันไม่ไปหรอกค่ะ ฉันยังยืนยันเหมือนเดิมค่ะ ว่าฉันจะอยู่กับพี่ พี่สบายใจได้"
เธอบอกให้เขาสบายใจ แม้เขาจะบอกให้เธอไปได้ แต่เธอนั้นรู้ดีว่าเขานั้นสีหน้าสลดใจแค่ไหน แค่เื่าเ็ของตัวเองก็แย่แล้วแต่กลับมีเื่ของที่บ้านให้คิดหนักเข้าไปอีก น่าสงสารไม่น้อยเลย มีญาติก็เหมือนไม่มี เหมือนอยู่ตัวคนเดียว เหมือนกับเ้าของร่างนี้ไม่มีผิดเลย เธอจึงจับมือของเขาเอาไว้ เพื่อให้กำลังใจกันและกัน
เธอต้องทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดีนะ เธอทะลุมิติมา ไม่มีตัวช่วยให้เธอบ้างเลยหรือ ในนิยายที่เธออ่านคนที่ทะลุมิติมานั้นล้วนแต่มีตัวช่วยทั้งนั้นเลยนะ จะไม่ใจร้ายกับเธอคนนี้ไปหน่อยอย่างนั้นหรือ
เธอมองพลางสำรวจตัวเองอย่างจนเพ้อเจ้อ ไม่ใช่ อะไรหรอกนะ เนื่องจากอ่านนิยายมากไป จึงได้คิดอะไรไร้สาระไปเรื่อยๆ แต่มาสะดุดกับดอกโบตั๋นดอกเล็ก ที่อยู่ที่หลังมือข้างซ้าย พลางคิดว่ามันมาได้อย่างไรกัน เธอไม่เคยสักอย่างแน่นอน และร่างนี้ก็ไม่ได้สักแน่ๆ ตอนที่เธอตื่นขึ้นมานั้น ไม่เห็นจะมีเลยนี่นา แล้วมันมาได้อย่างไรกัน
'หรือว่าจะเป็มิติ อย่างในนิยายที่อ่าน'
เธอกำลังทำหน้าครุ่นคิดอย่างสงสัย โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าสามีเองก็กำลังสงสัยเหมือนกันว่าเธอเป็อะไร ถึงได้เอาแต่มองที่มือของเธออยู่อย่างนั้น แล้วยังทำหน้ายุ่งอีกด้วย
"น้องมือเป็อะไรหรือเปล่า"
พลางจับมือของเธอมาดูด้วยความเป็ห่วง แต่มองแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยสักนิด ยิ่งทำให้สงสัยเข้าไปกันใหญ่เลย
"พี่เห็นดอกโบตั๋นบนหลังมือข้างซ้ายหรือเปล่าคะ" เมื่อเห็นสามีทำหน้าสงสัย จึงได้ถามขึ้นมา
เธอขอพิสูจน์หน่อยแล้วกันว่าสามีจะเห็นอย่างที่เธอเห็นหรือเปล่า เพราะเธอมั่นใจว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเธอเพิ่งจะเห็นมัน และอยากจะรู้ว่าคนอื่นจะเห็นเหมือนกับตัวเองหรือเปล่า
"ดอกโบตั๋น อย่างนั้นหรือ พี่ไม่เห็นอะไรเลยนะ พี่ยังสงสัยอยู่เลยว่าน้องมองมือทำไมตั้งนานแล้ว"
เขาพยายามมองดอกโบตั๋นตามที่เธอบอก เห็นแค่เพียงหลังมือขาวๆ ของเธอเท่านั้น แล้วทำไมเธอถึงได้เห็นเป็ดอกโบตั๋นไปได้นะ ช่างแปลกเสียจริง
"พี่ไม่เห็นจริงๆ หรือคะ ตรงนี้"
"ไม่เห็นอะไรเลยครับ น้องเห็นอย่างนั้นหรือ"
"ฉันเห็นจริงๆ ค่ะ เป็ดอกโบตั๋นไม่ผิดแน่ค่ะ"
ทำไมสามีของเธอมองไม่เห็นกันนะ ทั้งๆ ที่มันโดดเด่นอยู่บนหลังมืออย่างนี้ หรือว่าสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ จะเป็จริง ในเมื่อเธอสามารถทะลุมิติเข้ามาได้ แล้วทำไมถึงจะมีมิติไม่ได้กัน ถ้าเป็อย่างนั้นจริง เธออยากจะรู้เสียแล้วสิ มิติของเธอนั้นเป็อะไรกันแน่ แต่อยากให้เป็มิติที่สามารถหาเงินได้ก็พอ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จึงได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจ สร้างความงุนงงให้กับสามีที่นั่งมองอยู่เป็อย่างมาก ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอนั้นเป็อะไรกันแน่ หรือว่าเธอคิดมากเื่แม่เลี้ยงของเขาจนไม่สามารถควบคุมจิตใจได้กันนะ
"น้องเป็อะไรมากหรือเปล่า น้องอาจจะคิดมากเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้น จนตาลายไปก็ได้ พี่ว่าน้องนั่งพัก และทำใจก่อนนะ พี่ยังมีเงินเหลืออยู่บ้าง เรายังไม่อดตายตอนนี้หรอกนะ"
เขาคิดมาเธอคงคิดมากเื่ความเป็อยู่ต่อจากนี้ แต่เขายังมีเงินอีกหลายร้อยหยวน ที่แบ่งเก็บเอาไว้ ไม่ได้ให้แม่เลี้ยงที่มาบีบบังคับเอาไปจนหมด เขาไม่ได้โง่จนมองแม่เลี้ยงคนนี้ไม่ออกเสียหน่อย เขาไม่เคยไว้ใจอยู่แล้ว
"ฉันก็คิดว่าพี่คงไม่ปล่อยให้ฉันอดหรอกค่ะ และก็คิดว่าพี่คงมีเงินเก็บอยู่บ้าง ฉันไม่ได้คิดถึงเื่นั้น แต่กำลังคิดเื่ดอกโบตั๋นที่วาดอยู่ที่หลังมือมากกว่า ว่าจะเป็อย่างที่ฉันคิดหรือเปล่า"
สามีของเธอมีเงินเก็บเอาไว้จริงๆ ด้วย ถือว่าเป็คนฉลาดไม่น้อยเลย อย่างนี้ค่อยสมเป็สามีของเธอหน่อย ไม่ใช่ให้เขาไม่ลืมหูลืมตา หลับตาดูยังรู้เลยว่าแม่เลี้ยงคนนี้นิสัยแย่แค่ไหน
"น้องคิดอะไรอย่างนั้นหรือ" ถามออกไปอย่างแปลกใจ กับดอกโบตั๋นที่เขานั้นมองไม่เห็น
"ฉันเองก็ไม่รู้ว่าใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า คงต้องลองดูค่ะ"
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )