**ขอคั่นรายการด้วยการขายของแพพน้า**
ผลงานเื่อื่นของนักเขียน
แนวรักคอมเมดี้:
+รู้จักกับ 'หานอิงมี่' คุณหนูจอมแก่นที่ต้องถูกจับต่งงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าอย่างท่านแม่ทัพ 'เซี่ยเฟยหง' ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
+รู้จักกับพี่ชายคนโตตระกูลหาน ผู้ที่มีศักดิ์เป็พนักงานที่ได้เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง 'หานิเทียน' และ 'จีลู่ฟาง' ฮูหยินตัวแสบ ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] สมรสพระราชทานบันดาลรัก
+รู้จักกับพี่ชายคนกลาง ผู้ที่สุดแสนจะเสเพลยิ่งกว่าน้องเขย 'หานิซาน' แต่กลับต้องมาเสียปณิธานที่ว่าจะไม่ยอมลงให้สตรีหน้าไหนให้แก่หัวหน้าโจรสาวอย่าง 'ซือซิง'
-----> [สามพี่น้องตระกูลหาน] หอบรักมาห่มใจแม่นางโจร
แนวรักดราม่า:
+้าเสพความหน่วงจาก 'เซียวหลินหลิง' สตรีที่เคยหลงรักในตัวของ 'ซือหยวนซา' คุณชายคนสุดท้องของสกุลและทนทำดีกับเขามาตลอดจนทนไม่ไหวเลยยื่นหนังสือหย่า ----> [สามบุพเพสกุลซือ] ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!
+ชอบแนวเต๊าะๆ เครียดๆ หวานเยอะสุดในซีรีส์สามบุพเพสกุลซือ ต้องคุณชายรอง 'ซือหยินซู' กับรัชทายาทมาร 'วั่งหลิวเหว่ย' เลยค่ะ
[สามบุพเพสกุลซือ] 18+แผนลับลวงใจ เสื้อแพรล่องหน (ของรัชทายาทมาร)
+้าอ่านแนวาสู้รบปรบมือ นางเอกเก่ง พบกับ 'จิวอวี้' และคุณชายใหญ่ 'ซือหยางซี' ได้ที่
---> [สามบุพเพสกุลซือ] บุปผาไร้งามกับกระบี่ไร้ใจ
+้าเสพความหน่วงระดับฮาร์ดคอร์ ขึ้นไปจุดสูงสุดแล้วปล่อยตัวตกลงมาดังตุบจากเกมส์กระดานแห่งความแค้น ของ 'ฉินซิ่นซื่อ' กับ 'ซู่ซู่'
----->หัวเราะทีหลังดังกว่า
้าเสพความหน่วงแบบจบง่ายไม่ต้องอ่านยาว
----->ห้วงมายา ปักษา ภารมย์
**ขอให้มีความสุขในการอ่านนิยายนะคะ
9
เื่ต่อไปนี้ข้าจะบอกให้เ้ารู้แค่คนเดียว
*บันทึกลับของมี่เยี่ยน หัวหน้าองครักษ์เงาที่หน้าตาดีที่สุด*
รัชศกต้าเทียนที่ 3 ฤดูร้อน ตอนนี้ตัวข้ามี่เยี่ยนกำลังนั่งดูต้าเทียนฮ่องเต้เอาฎีกาม้วนเก่าๆ ที่เคยพิจารณาไปแล้วมานั่งอ่านอย่างขมักเขม้น พออ่านเื่นึงจบก็ไปเอาอีกเื่หนึ่งมาอ่าน ทั้งยังให้คนไปหาตำรากฎหมายและตำราพิชัยาทั้งหลายแหล่มาไว้ให้ นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆ แล้วที่ฝ่าาไม่ย่างพระบาทออกจากห้องทรงพระอักษร เวลาเสวยก็ให้คนยกอาหารมาถวายในห้อง เวลาแพทย์หลวงจะมาตรวจ ก็ให้เข้าไปตรวจในนั้น ส่วนเื่ว่าราชการก็ทรงให้เก้าไทเฮาจัดการแทน ด้วยสาเหตุที่ว่าทรงยังไม่หายประชวร
เอ่อ...ยังไม่หายประชวรกับผีสิ ก็แพทย์หลวงทุกคนที่เข้ามาตรวจต่างพากันยืนยันว่าฝ่าาทรงมีพระวรกายสมบูรณ์แข็งแรงสุดๆ แข็งแรงกว่าก่อนที่จะตกม้าอีก แต่ก็มิอาจทูลไทเฮาและไทฮองไทเฮาได้ เพราะฝ่าาทรงสั่งห้ามไว้ ใครฝ่าฝืนจะไล่ออกจากวัง พร้อมใส่ไว้ในรายการบุคคลต้องห้ามในการรับเข้าทำงาน
เฮ้อ~~ ตัวข้ามิอยากบังอาจสงสัยฝ่าาหรอกนะ แต่ในฐานะที่เป็สหายคนสนิทในวัยเยาว์ของฝ่าา (และตอนนี้มาเป็องครักษ์เงา เอ้ย...ชาโต้หรานเกอ//ฝ่าาไม่ให้เรียกตนเองว่าองค์รักษ์เงา) ผู้ที่องค์ชายและองค์หญิงไม่ค่อยกล้าเข้ามาใกล้เพราะกลัวเก้าฮองเฮา จึงมีเพียงข้าที่คอยเป็เพื่อนซี้ที่คอยรับฟังและเล่นด้วย แต่ก็ไม่ได้บ่อยขนาดนั้นหรอก ด้วยฝ่าานั้นโดนลากไปเรียนนั่นเรียนนี่แทบจะตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็ฮ่องเต้ในอนาคต...
(ขอสารภาพว่าข้าก็แอบมองพระองค์อยู่ห่วงๆ ด้วยความห่างๆ เอ้ยห่างๆ ด้วยความเป็ห่วง)
กระทั่งเมื่อพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ ข้าก็ถูกส่งมาเป็หัวหน้าองครักษ์เงา พวกเราถึงได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ดังนั้นความในใจเกือบทุกอย่างของฝ่าา มีหรือข้าจะไม่รู้
อะ.. สรุปว่าในวังหลวงแห่งนี้รองจากไทฮองไทเฮาและไทเฮาแล้ว ข้าคือคนที่ใกล้ชิดกับฝ่าามากที่สุดละกัน ซึ่งทำให้ข้ากล้าเอ่ยออกมาเต็มปากเลยว่า... ั้แ่ฟื้นขึ้นมา ฝ่าาก็เปลี๊ยนไป๋ นอกจากหน้าตากับพระสุรเสียงแล้วก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิม เื่ใช้ตะเกียบไม่เป็เอย ความี้เีเดินกลับวังเอย การใช้คำแทนตัวเอย ฝ่าาคนเดิมจ้างให้อย่างไรก็ต้องเดินกลับเองมิยอมให้ข้าเข็นกลับวังให้คนอื่นเอาไปวิจารณ์กันหรอก ไม่ว่าจะแง่ดีหรือร้าย ถึงเหนื่อยชิบหายวายวอดอย่างไรภาพลักษณ์ก็ต้องมาก่อน แถมยังมีศัพท์แปลกๆ มาให้ข้าได้ประหลาดใจอีก
...เอาเถอะ ข้าจะพยายามคิดว่าคงเป็เพราะพระมัตถลุงค์ได้รับการกระทบกระเทือน เดี๋ยวก็ทรงกลับมาเป็เหมือนเดิม...
กระมัง...
----------------------------------------------------------
ห้าววว~ ข้าอ้าปากหาวพลางละสายตาจากกองรายงานศึกของสองปีที่แล้ว ที่เหล่าแม่ทัพเป็คนเขียนส่ง
อ้อ! อย่าเพิ่งงงกันเน้อ ข้าก็คือวัชรวีร์คนเดิม เพิ่มเติมคืออยู่ในร่างของต้าเทียนฮ่องเต้นั่นแล แต่ไหนๆ ก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว ขอเรียกแทนตัวเองให้เข้ากับยุคนี้หน่อย โอเคมะ...
นี่ก็จะอาทิตย์นึงละที่ข้าหมกตัวอยู่ในห้องทำงาน นั่งศึกษาหาความรู้จากกองฎีกา รายงานศึก ตำรากฏหมายและบลาๆๆ ตามที่รับปากกับต้าเทียนฮ่องเต้ไว้ เพื่อจะได้ไปหาสาวไวๆ เเละจะได้บริหารบ้านเมืองเป็ แรงบันดาลใจส่วนมากไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาจากเหตุผลข้อไหน ถถถ
นอกจากเื่ราชกิจบ้านเมืองแล้ว ข้าก็ได้รับความทรงจำจากเ้าของร่างคนเก่ากลับคืนมาทีละนิดทีละหน่อย ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยมองเห็นลางๆ ก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
จนมาถึงตอนนี้ข้าก็ทำทุกอย่างไปได้ประมาณ 78% ละ อีกไม่นานน่าจะจำได้หมด ช่วยไม่ได้ก็คนมันเทพ!!
พลันสายตาข้าก็เหลือบไปเห็นมี่เยี่ยนที่นั่งอยู่มุมห้องกำลังก้มๆ เงยๆ ทำท่าเขียนอะไรสักอย่าง
“ทำอะไรอยู่เรอะ” ข้าถามออกไป ทำให้เ้าตัวสะดุ้ง ก่อนจะรีบสิ่งที่หน้าตาเหมือนสมุดบันทึกเข้าอกเสื้อ
“กระหม่อมกำลังจดบันทึกอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
หื้มมม! มีพิรุธ!
“บันทึกอะไรหรือ?” เมื่อเห็นมี่เยี่ยนทำท่าอึกอัก ข้าก็ยิ้มพลางแกล้งถามต่อ
“เขียนด่าเจิ้นอยู่ใช่หรือไม่”
“กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ” เขาตอบอย่างฉะฉาน ทำเอาข้าอดหัวเราะเบาๆ ออกมามิได้
“ก็เห็นร้อนตัวซะขนาดนั้น”
“กระหม่อมเปล่าพ่ะย่ะค่ะ” ท่าทางนั้นดูยังไงก็เหมือนไอ้รชต เพื่อนรักของข้าชัดๆ
ไอัรชต...กุอยากให้มึงมาเห็นตัวเองในสภาพนี้จัง
“งั้นเอามาให้เจิ้นดูได้หรือไม่?” สิ้นคำสั่ง มี่เยี่ยนก็ล้วงมือเข้าอกเสื้อ หยิบสมุดหนังเล่มเล็กๆ ออกมายื่นให้ข้าทันที
ช่างเป็เรนเจอร์ที่ซื่อสัตย์ดีแท้
โอเค...ล้มเลิกความคิดที่ว่ารชตย้อนเวลากลับมาที่นี่ได้เลย... ถึงเบ้าหน้าจะใช่แต่นิสัยไม่ใช่ หรือตัวตนอาจใช่ แต่เพราะการเวลาทำให้นิสัยเปลี่ยนไป... โว้ย!! ข้าจะคิดไปคิดมาทำไมเนี่ย ยังไงตอนนี้คนที่อยู่กับข้าก็คือมี่เยี่ยนไม่ใช่เ้าบ้ารชต
“นั่นมันบันทึกส่วนตัวของเ้ามิใช่รึ?”
“แต่หากฝ่าาประสงค์จะอ่าน กระหม่อมก็มิบังอาจไม่ให้พ่ะย่ะค่ะ”
เอ่อ...พูดงี้ใครจะกล้าฟระ
“เก็บไปเถอะ เรา เอ๊ย! เจิ้นไม่ถือวิสาสะอ่านของส่วนตัวเ้าหรอก”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วอย่าเที่ยวเอาไปให้ใครต่อใครอ่านล่ะ” ไม่ใช่พอเหล่าพระสนมกะไทเฮาขอดู เอ็งก็ให้นะเฟ้ย
“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ทั้งกายและใจของกระหม่อมขึ้นตรงกับฝ่าา ดังนั้นจึงให้ฝ่าาทอดพระเนตรคนเดียว”
โห...มี่เยี่ยนเ้านี่ช่างจงรักภักดีกับต้าเทียนฮ่องเต้จริงๆ
“แล้ว...ถ้าเจิ้น...ไม่ใช่ต้าเทียนฮ่องเต้ของเ้าล่ะ?” ข้าเอ่ยถามเสียงเบา
“...” มี่เยี่ยนไม่พูดอะไรออกมา เอาแต่นั่งหน้านิ่ง
นั่นสิ...หากคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ต้าเทียนฮ่องเต้แบบที่ตนคิดล่ะ
เหอะๆ ถึงเ้าจะนั่งหน้านิ่ง แต่เจิ้นรู้นะ ตอนนี้ในหัวเ้าคงมีแต่ความคิดสับสนตีกันไปหมด ชักจะไม่แน่ใจแล้วสิว่าความคิดนี้จะเวิร์คมั้ย แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้...
“มี่เยี่ยน...” ข้าเรียกชื่ออีกฝ่ายพลางจ้องไปยังั์ตาสีนิลของอีกฝ่าย แล้วย่อตัวลงไปกระซิบข้างหูเบาๆ ว่า
“เื่ต่อไปนี้ เจิ้นจะบอกเ้าแค่คนเดียว”
“ทรงพูดมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมี่เยี่ยนขอสาบานว่าจักไม่ไปบอกต่อ หากทำเช่นนั้นขอให้ถูก์ลงโทษ ต้องตายด้วยอสุนีบาต”
อสุนีบาต...คิดแปบ แปลว่าไรวะ น่าจะเคยเรียนในวรรณดีตอน ม.2 มั้ง...
ให้ฟ้าผ่าเลยเหรอมี่เยี่ยน...ข้าเชื่อแล้วล่ะว่าเ้าจะไม่ไปบอกใคร
“จริงๆ แล้วข้าไม่ใช่ต้าเทียนฮ่องเต้หรอก เป็แค่ิญญาที่เดินทางข้ามภพมาน่ะ” ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ี้เีมาแทนตัวว่าจ้งว่าเจิ้นแล้ว ต่อหน้าคนใกล้ชิดก็สักคนเถอะ
“อ...” มี่เยี่ยนอ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่ข้าก็เอานิ้วชี้แตะไว้
“ชู่วว~ ฟังให้จบก่อนเซ่” ละก็พูดต่อ
“แต่ิญญาของข้า จริงๆ แล้วก็คือตัวของต้าเทียนฮ่องเต้ในอนาคตกาลนั่นแหละ...หรือพูดให้ถูกร่างนี้ก็คือร่างของข้าในอดีตนั่นเอง”
ทำไมยิ่งฟังข้าก็ยิ่งงงหนอ...มี่เยี่ยนคิดในใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
“สรุปว่าข้าก็คือข้า แค่เป็ข้าที่ไม่เหมือนเดิมเท่านั้นเอง” พูดจบข้าก็คลี่ยิ้มบางๆ ให้มี่เยี่ยน
”เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“แน่ใจหรือ?” ข้าถามพลางจ้องหน้าจับพิรุธ
“จะพยายาม...เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ...”มี่เยี่ยนพูดอย่างตะกุกตะกักพลางรีบหลบตา เพิ่งจะเคยเห็นเรนเจอร์ของข้าประหม่าก็คราวนี้หล่ะ ทำไงได้ ข้าเเค่อยากให้เขาอยู่ร่วมกับข้าฉันมิตรสหายที่คุยกันได้ทุกเื่นี่นา อย่างน้อยก็พอจะบรรเทาความเหงาและความคิดถึงเ้ารชตได้มั่ง
เท่าที่ดูจากในความทรงจำของต้าเทียนฮ่องเต้...
ดูเหมือนมี่เยี่ยนจะถูกฝึกมาให้มีหน้าเดียวตลอดคือหน้านิ่ง ไม่ว่าสถานการณ์ใดก็หน้านิ่งตลอด หน้านิ่งกับทุกคนแม้แต่ฮ่องเต้ เวลาพูดก็ต้องเป็ไปตามที่ควรไม่เคยแย้งอันใดฮ่องเต้แม้เเต่น้อย แต่ข้าไม่้าให้เขาเป็เช่นนั้น ไม่งั้นข้าต้องอึดอัดตายแน่เลยถ้ามีเพื่อนงี้ ทำให้นึกถึงพวกที่ชอบเลียแข้งเลียขาข้าในอดีตเพราะเงินเลย
“ดีมาก...ไม่เข้าใจอะไรก็ถามได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“อยู่ด้วยกันไม่ต้องใช้าาศัพท์ก็ได้” อีกอย่างนึงที่ข้าเบื่อคือต้องมานั่งฟังเขาพูดคำว่าพ่ะย่ะค่ะๆ ซ้ำๆ นี่ล่ะ
“เอ่อ...”
“ไม่ต้องมาเอ่อ...นี่คือคำสั่ง ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าฮ่องเต้กับเรนเจอร์ระหว่างข้ากับเ้า เราจะกลับไปเป็เหมือนเดิมก่อนที่ข้าจะได้บัลลังก์”
“ถ้าเ้า้าเช่นนั้น...ย่อมได้ ต้าเทียน” มี่เยี่ยนพูดพลางยิ้มร่า เออในที่สุดก็เลิกปั้นหน้าสะที ที่แท้ก็แอบหล่อเหมือนกันนี่หว่า เวลายิ้มหน้าตาดีกว่าไอ้รชตอีก แถมมีลักยิ้มด้วย อยากให้เ้าของชื่อได้มาเห็นชะมัด
(ขณะเดียวกัน รชตที่กำลังนั่งทำงานอยู่ก็มีอาการจามไม่หยุดอย่างไม่ทราบสาเหตุ)
“ด้วยความยินดี ต่อไปนี้ตัวข้าก็มีเื่ต้องให้เ้าช่วยหลายเื่เช่นกัน”
“ได้ หากเ้ามีอะไรให้ช่วยสามารถบอกข้ามาได้เลย”
“เยี่ยม งั้นเริ่มจาก...ช่วยว่าราชการแทนข้าได้หรือไม่...”
หลังข้าพูดจบ มี่เยี่ยนก็ถึงกับหน้าเหวอไปเลยทีเดียว
“ฮ่าๆ ข้าล้อเล่นหรอกน่า อ้อ...อย่าลืมนะเ้าเป็แบบนี้ได้เฉพาะเวลาอยู่กับข้าเท่านั้น” ขืนเผลอไปทำตัวแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นล่ะแย่เลย
“รับทราบ” ถึงฝ่าาไม่บอกเขาก็ไม่เผลอไปพูดกับใครหรอกน่า...