หลี่จงนอนไม่หลับกระสับกระส่ายตลอดคืนจนถึงรุ่งสางเขายังคงคิดไม่ตกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าเห็นเต็มตาทั้งสองข้างและใช้มือคลำหาตอนนางหายไปหากนางหายไปนานกว่านั้นข้ากะว่าจะไปบอกท่านพ่อให้มาช่วยหาเสียแล้ว ทว่านางกับกลับมาอย่างปลอดภัย เมื่อเห็นน้องรองกลับมาเขาได้แต่นอนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับเสียด้วยซ้ำ นี่ข้ากำลังกลัวน้องสาวตัวเองอยู่งั้นหรือ หลี่จงลุกขึ้นนั่งและเก็บที่นอนของตนเมื่อรู้ว่าฟ้าเริ่มสางแล้ว หลี่หลิวงัวเงียลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิแล้วหาวสองสามทีพร้อมบิดี้เีโดยยืดแขนทั้งสองข้าขึ้นเหนือศีรษะ
"เ้าบอกพี่ได้ไหมว่าเ้าไปไหนมาเมื่อคืนนี้"
หลี่หลิวที่บิดี้เีถึงกับชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะหลบตาก้มต่ำมองเท้าตนเองแล้วรีบเอาแขนลง เมื่อคืนท่านพี่ตัวน้อยยังไม่หลับงั้นรึทำเช่นไรดี หลี่หลิวเกิดความประหม่ากระอักกระอ่วนใจ ไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรดีได้แต่เอามือเล็กๆที่วางไว้บนตักกำหมัดแน่นจนมือสั่น
"เ้าไม่ไว้ใจข้าที่เป็พี่ชายของเ้างั้นหรือ?"
หลี่จงมองออกว่าน้องรองของตนมีเื่ปิดบังและมิยอมที่จะบอกตนจึงรู้สึกแน่นที่อกจุกใจ
"ท่านพี่...เห็นด้วยหรือเ้าคะ"
ในที่สุดหลี่หลิวก็ยอมปริปากออกมา แล้วเงยหน้ามองพี่ใหญ่ที่ขอบตาคล้ำเหมือนหมีแพนด้า สายตาคู่หนึ่งได้ผสานเข้ากับสายตาที่แหลมคมของหลี่หจง
"อืม ข้าเห็นแล้ว"
หลี่จงตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสงสัยอยู่มากมาย
"ท่าน ไม่กลัวข้ารึ"
หลี่หลิวจ้องตาพี่ชายตัวน้อยด้วยสายตาระยิบระยับอย่างคาดหวัง ในเมื่อเขาเห็นข้าหายตัวได้เขาควรหวาดกลัวสิถึงจะถูกแต่นี่เขากับมานั่งจับเข่าคุยกันกับข้าแบบนี้ ช่างเป็เด็กน้อยที่กล้าหาญอะไรเช่นนี้นะ
"ข้ากลัว กลัวว่าเ้าจะเป็อะไรไป ห่วงว่าเ้าจะาเ็ตรงไหน และกังวนว่าเ้าจะหายไปแล้วไม่กลับมา"
หลี่หลิวได้ฟังพี่ชายพูดออกมาเช่นนั้นก็น้ำตาคลอแท้ที่จริงแล้วท่านห่วงใยข้าถึงเพียงนี้เชียว คงเป็เพราะข้าอยู่ในร่างของน้องสาวท่านท่านจึงคิดแบบนั้นหากรู้ว่าข้าเป็คนอื่นไปท่านจะเสียใจมากๆแน่ที่รู้ว่าน้องแท้ๆได้จากไปไม่หวนคืนอีกแล้ว ในเมื่อข้าก็กลับไปไม่ได้ข้าจะเป็น้องที่ดีให้ท่านเอง หลี่หลิวกระโจนสวมกอดพี่ชายความด้วยรัก จากความรู้สึกลึกๆทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ได้กลายเป็ครอบครัวที่แท้จริงของนางไปเสียแล้ว
"ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านเป็กังวน จริงๆแล้วั้แ่ที่ข้าถูกท่านย่าทุบตีข้าก็ได้รับพรจาก์มา เมื่อข้าหายตัวไปข้าจะไปโผล่ในกำแพงน้ำและในนั้นข้าก็ปลูกผักไว้หลายอย่างเลยด้วย"
"เ้าเข้าไปในกำแพงน้ำอะไรนั่นได้อย่างไร"
หลี่จงไม่ได้หัวเราะเพราะคิดว่าเป็เื่ตลก แต่เขากลับกลัวว่าหากน้องเข้าไปแล้วออกมาไม่ได้อีกจะทำเช่นไร
"ข้าแค่พูดว่า พาข้าเข้าไป ก็ได้แล้ว"
พอหลี่หลิวพูดจบสองพี่น้องที่นั่งโอบกอดกันก็หลุดเข้ามิติไปทั้งอย่างนั้น
"ที่นี่หรือที่เ้าบอกข้า"
หลี่หลิวที่ก้มกอดพี่ชายจนไม่ทันได้สังเกตอะไรถึงกับเบิกตากว้างนี่ข้าพาคนอื่นเข้ามาได้ด้วยงั้นรึ!!
"ท่านพี่ ท่านเข้ามาได้อย่างไรหรือเ้าคะ"
หลี่หลิวดีดตัวยืนขึ้นอย่างใจนหัวน้อยๆของตนเสยคางพี่ใหญ่เข้าอย่างจัง
"ซี๊ดดดด นี่เ้าจะฆ่าข้าปิดปากหรือกะไรถึงได้ทำกับข้าเช่นนี้"
หลี่จงที่เล่นทีจริงกับผู้เป็น้องก่อนจะเอามือกุมคางที่รู้สึกเจ็บแปล๊บแปล๊บ พร้อมกับสำรวจมองซ้ายแลขวาพบว่าที่นี่ฟ้าสว่างมากแต่ข้างนอกกับยังมืดอยู่เลย
"ข้าไม่ทันระวัง ท่านพี่เจ็บมากไหมดื่มน้ำนี่ก่อนเถอะเ้าค่ะ"
หลี่หลิวเดินไปที่บ่อน้ำตักน้ำมาให้พี่ชายตัวน้อยที่นั่งกุมคางแล้วลูบไปมาอย่างน่าสงสารได้ดื่มกิน แต่หลี่หลิวกับไม่เจ็บเลยสักนิดเดียว
"หวานจัง นี่น้ำอะไรรึ?"
หลี่จงดื่มน้ำที่น้องสาวถือมาไปอึกนึง ด้วยความหวานนุ่มชุ่มใจพอกินเข้าไปแล้วเขาค่อยๆหายเ็ปไปในไม่ช้า นี่คงไม่ใช่น้ำวิเศษอะไรแบบนั้นหรอกใช่ไหม ความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอนก็ค่อยๆมลายหายไปกลายเป็ความกระฉับกระเฉงแทน
"ข้าก็ไม่รู้หรอก แต่กินได้นะ แถมรดน้ำผักก็ทำให้ผักโตไวขึ้นได้ด้วย"
หลี่หลิวนั่งลูบคลำผักพวกนั้นอย่างกับว่าพวกมันเป็ของมี่ค่า
"ผักพวกนี้เ้าพึ่งไปซื้อมาไม่กี่วันก่อนใช่หรือไม่"
หลี่จงมองดูผักที่โตเต็มวัยพร้อมที่จะผลิกดอกออกผลได้ในไม่ช้าด้วยความอยากรู้
"ใช่แล้วล่ะ ข้าซื้อมาพร้อมกับตุ่มน้ำนี่"
หลี่หลิวชี้ไปที่ตุ่มน้ำขนาดกลางข้างๆกับบ่อน้ำ หลี่จงเดินไปดูที่ตุ่มน้ำปรากฎว่ามีน้ำอยู่ไม่มาก พอน้องสาวบอกว่านางพยายามจะตักน้ำใส่ให้เต็มเพื่อเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินท่านพี่ก็จะอาสาช่วย แต่นางบอกว่าอยู่นานกว่านี้ไม่ได้แล้วเดี๋ยวท่านพ่อจะรอนานหลี่จงจึงบอกว่างั้นเราออกไปก่อน่ไหนว่างงานเขาจะมาช่วยตักน้ำใส่ตุ่มให้เ้าอีกแรง
"พาข้าออกไป"
หลี่หลิวออกมาจากมิติแต่กลับไม่เห็นผู้เป็พี่จึงรีบกลับเข้าไปข้างในอีกที
นางจึงสรุปได้ความว่าหากจะพาใครเข้าออกนางต้องแตะต้องตัวหรือััคนนั้นด้วยไม่เช่นนั้นก็จะถูกทิ้งไว้ข้างในนั้นเหมือนกับพี่ชายตัวน้อยได้
"เมื่อครู่ถ้าใจหายใจคว่ำ นึกว่าข้าเข้าไปได้แต่กลับออกมาไม่ได้เสียแล้ว"
หลี่จงวางมือทาบหน้าอกทิ้งตัวนั่งลงหายใจถี่ด้วยความใ
"ข้ารู้แล้วๆ คราวหน้าข้าจะจับมือท่านให้ดีๆ"
หลี่หลิวขำกลิ้งที่เห็นพี่ชายยืนหน้าเหวอหวาอยู่ข้างในมิติ พอออกมาได้เขาถึงกับเข่าทรุดเลยทีเดียว
"ยังดีๆ ที่ข้าออกมาได้"
หลี่จงหัวเราะในลำคอพร้อมยิ้มแก้มปริ แล้วก็อดขำไม่ได้ว่าตนร้อนรนเพียงใดในข้างในนั้น
"ท่านพี่พวกท่านขำกะไรกันหรือ"
หลี่เฉินขยี้ตาแล้วลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตายังปิดอยู่แล้วถามอย่างสงใสเหมือนคนละเมอ
"ข้าก็ขำที่เ้านอนน้ำลายไหลเช่นนั้น"
หลี่หลิวหยอกล้อกับน้องเล็กและคงยังกลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง
"เอาเถอะๆไม่คุยกับเ้าแล้ว รีบไปล้างหน้าล้างตากันได้แล้ว"
หลี่จงเห็นน้องสาวที่เส้นตื้นของตนไม่ยอมหยุดหัวเราะเสียทีจึงพูดตัดบทไปแล้วพาน้องเล็กเดินออกไปล้างหน้าล้างตา หลี่หลิวเห็นเช่นนั้นก็รู้ว่าตนทำเกิดกว่าเหตุแต่จะทำเช่นไรได้ก็มันหยุดไม่ได้นี่เนาะ พอนางทำใจได้แล้วก็ตามออกไปล้างหน้าล้างตาทีหลังทว่าบนใบหน้านางยังมีความสุขหลงเหลืออยู่
"เล่นอะไรกันแต่เช้ามืดเช่นนี้ พ่อได้ยินเสียงดังมาถึงนี่เลย"
เมื่อเห็นเด็กน้อยทั้งสามเดินออกันมาหลี่หงจึงถามขึ้น
"ไม่มีอะไรเ้าค่ะ"
หลี่หลิวคลี่ยิ้มบางๆ ด้วยใบหน้าเล็กๆ
"ดีแล้วดีแล้ว งั้นก็รีบไปหาข้าวปลากินกันเสีย กินเสร็จจักได้ไปในเมืองกัน"
หลี่หงเตรียมน้ำและอาหารใส่กระบอกเผื่อลูกๆจะหิวกระหายระหว่างทาง ท่านแม่ตื่นก่อนใครเตรียมอาหารเช้าจนเสร็จ่ฟ้าสางทุกคนนั่งเก้าอี้กินข้าวจนอิ่ม ท่านแม่ยืนส่งหน้าบ้านทั้งสี่พ่อลูกแล้วกลับไปเก็บโต๊ะล้างจาน
"น้ำในบ่อปลาของหลี่หลิวเริ่มเต็มสระแล้วตอนนางกลับมาคงดีใจไม่น้อย"
หวังลู่เดินรอบบ้านถางหญ้าที่ขึ้นใหม่เพราะได้น้ำฝนยามค่ำคืนก่อนที่จะเริ่มทำแปลงผักทางด้านขวาข้างๆบ้านที่มันว่างอยู่ให้กับลูกสาว ฝั่งทางด้านซ้ายหน้าบ้านมีแปลงมันหวานอยู่สองแปลงนางเดินดูก็รู้ว่ามันแก่ดีแล้ว ไว้ตอนเด็กๆกลับมาค่อยรอขุดหัวมันพร้อมกันคงจะดีไม่น้อย นางหวังก้มหน้าก้มตาพรวนดินทำแปลงผักไปสามสี่แปลงที่ยาวกว่าสิบเมตรและกว้างมากกว่าหนึ่งวาเรียงกันสามสี่แถว นางมองดูผลงานอย่างพึงพอใจก่อนจะไปล้างมือล้างหน้าแล้วนั่งพักหน้าบ้านให้หายเหนื่อย หากว่าคิดที่จะปลูกผักที่ขาดไม่ได้เลยคงเป็มูลสัตว์ นางหวังจำได้ว่าท่านป้าฉวีเลี้ยงควายไว้สองสามตัวเพื่อไถนา เอาไว้ค่อยไปขอซื้อมูลสัตว์จากพวกท่านสักหนึ่งคันรถลากมาเก็บไว้ให้บุตรสาวได้ใช้ในภายหลัง
หลี่หลิวกับหลี่เฉินกระชิบกระชาบคุยกันเื่ม้าที่วาดฝันไว้มาพักใหญ่ก่อนที่จะถึงในเมือง รอบนอกตัวเมืองนั้นเต็มไปด้วยบ้านปูนหลังใหญ่หลังเล็กสลับกันไปมา พอเข้าไปในใจกลางก็มีย่านค้าขายอยู่สองสามสายผู้คนที่อาศัยอยู่แถวใจกลางเมืองจะเป็ผู้ดีตีนแดงมีรากเหง้ามาจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงอีกที การจราจรค่อยข้างติดขัดเล็กน้อยเมื่อเข้ามาในตรอกซอยย่านการค้า ท่านพ่อเดินเข็นรถลากไปแล้วแวะถามทางไปยังกรมปศุสัตว์เพื่อที่จะไปเลือกซื้อม้า ปรากฎว่าต้องเดินไปทางรอบเมืองตรงข้ามกับฝั่งทางเข้าซึ่งดูแล้วมันอีกไกลพอควร หลี่หลิวจึงขอให้ท่านพ่อพาไปเดินเลือกเดินดูเครื่องปรุงใหม่ๆและผักผลไม้ด้วยสักหน่อยค่อยไปเลือกดูม้าแล้วกลับบ้านทีเดียวเลย
"น้ำมันมะพร้าว กับน้ำมันมะกอก รวมทั้งน้ำมันกุหลาบนี่ข้าเอาอย่างล่ะขวด"
เมื่อเฒ่าแก่บอกราคาที่ต้องจ่ายท่านพ่อก็ทุกข์ใจที่ต้องเสียมากกว่าสามร้อยอีแปะ ถึงจะได้เงินจากการขายอาหารเช้ามาบ้างแต่ก็ไม่มากถึงเพียงนี้เรียกได้ว่าใบหน้าเขาตอนนี้หม่นหมองเอามากๆเลยทีเดียว
หลี่หลิวมองไปรอบๆหลายร้านกับพบว่ายังไม่มีร้านไหนเลยที่ขายสบู่หรือสบู่เหลว อาบน้ำเสร็จก็ใช้เพียงน้ำมันหอมทาตามผิวเพื่อให้มีกลิ่นติดกาย หากอยากสะอาดหน่อยใช้กุหลาบหรือสมุนไพรแช่ตัวในน้ำอุ่นถึงจะดี ในชนชั้นกลางและชนชั้นสูงทำกันเช่นนี้ก็ถือว่าหรูหรามากแล้ว อย่าว่าแต่สบู่สักก้อนเลยแม้แต่ครีมทาผิวยังไม่มีเสียด้วยซ้ำ การจะบำรุงผิวหน้าทำได้แค่ใช้นมผสมไข่ขาวเพื่อให้ความชุ่มชื่นได้เพียงเท่านั้น เมื่อนางถามหลายๆร้านในการอาบน้ำล้างตัวส่วนใหญ่ก็จะตอบมาเป็เสียงเดียวกัน มีเพียงดอกไม้แห้งและน้ำมันหอมเท่านั้นที่ถือว่าขายดีเป็ที่สุดและราคามันก็ไม่ใช่เล่นๆดูจากหน้าท่านพ่อที่อิดโรยนางก็พอจะเข้าใจแล้ว
หลี่หลิวเดินไปหยุดลงตรงหน้าร้านหินโม่แป้งท่านพ่อก็รู้ชะตากรรมของตนเองทันทีได้แต่ปาดเหงื่อเย็นๆที่ไหลบากหน้าอย่างห่อเหี่ยว หลี่หลิวได้เครื่องโม่แป้งสมใจและไปที่ร้านขายสมุนไพรต่อนางได้ขอซื้อต้นว่านหางจรเข้มาสองต้นในราคาห้าอีแปะ ขี้ผึ้งห้าสิบอีแปะ ขมิ้นอีกสิบอีแปะ แถมยังแวะซื้อต้นกุหลาบแดงและต้นมะพร้าวมาอีกอย่างสามต้น พอถึงตอนนี้ท่านพ่อก็เริ่มอยู่ไม่สุขอีกต่อไปจึงรีบเร่งพานางไปดูม้าจะได้รีบกลับบ้านเสียที ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่กระจิตกระใจที่จะไปเลือกม้าอีกแล้วหากเป็ไปได้อยากจะลากพวกเด็กๆกลับบ้านเสียตอนนี้เลยก็ว่าได้
"ท่านพ่อเราซื้อม้าตัวใหญ่เลยมิได้หรือขอรับ"
หลี่เฉินใช้มือลูบม้าสีขาวตัวใหญ่แลดูองค์อาจอย่างพึงพอใจ แต่ท่านพ่อกลับให้เลือกซื้อม้าตัวเล็กกว่าที่อายุได้เพียงสามปีเท่านั้น หลี่หลิวมองหน้ากันกับพี่ชายอย่างเข้าใจหากอยากได้ม้าที่เชื่อฟังและคุ้นเคยกับเรา เราต้องค่อยๆเลี้ยงและทำความเข้าใจกับมันก่อนหากสักแต่จักซื้อไปแล้วมันพยศขึ้นมาเราจะควบคุมมันได้ลำบาก
"พี่ว่าเ้าสองตัวนี้ดูดีทีเดียว"
หลี่หลิวและท่านพี่ลูบคลำม้าสีน้ำตาลดำแดงที่ยืนคลอเคลียกับหลี่หลิวอยู่ไม่รู้ว่าใครปล่อยหลุดออกมา ปกติแล้วเขาต้องใส่ไว้ในคอกอย่างดีแล้วมัดเชือกไว้อย่างแ่า
"เ้าสองตัวนี้มาจากไหนหรือขอรับดูท่าทางมันชอบพี่รองมากเลยนะขอรับ ดูสิมันเลียมือของข้าด้วยล่ะ"
ในที่สุดน้องเล็กก็หันมาให้ความสนใจกับม้าที่อายุน้อยเสียที จะว่าไปใครกันถึงได้ปล่อยมันออกมาเช่นนี้นะ
"นั่นไง ข้าเจอแล้วๆ"
ลูกน้องสองคนรีบวิ่งหน้าตั้งเมื่อรู้ว่าม้าที่หายไปถูกหาเจอแล้ว หากทำม้าหายสักตัวปีทั้งปีคงได้แต่ทำงานชดใช้หนี้แต่อย่างเดียว อย่าได้คาดหวังถึงเงินเก็บเงินใช้ภายในปีนั้นเลยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะใชี้หนี้ครบด้วยซ้ำ
"มันหลุดออกมาได้เช่นไร ไปเร็วรีบกลับเข้าไปที่คอกของเ้า"
ชายฉกรรจ์สองคนยกแส้ม้าขึ้นมาหวังจะหวดพวกมันแต่ได้หลี่หลิวห้ามไว้
"หยุดเถิดท่านทั้งสอง ข้าสนใจม้าสองตัวนี้พอดีขอทราบรายละเอียดได้หรือไม่"
ม้าสองตัวเหมือนรู้งานมันรีบเดินไปหลบหลังหลี่หลิวและหลี่จงแต่ก็ใช่ว่ามันจะหลบพ้นเพราะพวกมันตัวโตอยู่มากพอควร มันชะเง้อคอออกมาคอดูสองชายฉะกันอย่างหวาดกลัวสงสัยพวกมันคงโดนทำโทษอยู่บ่อยครั้งเพราะความซุกซน
"แม่นางน้อยท่านสนใจม้าสองตัวนี้หรือขอรับ"
เมื่อได้ยินว่ามีคน้าจะซื้อม้าของพวกเขา ท่าทีที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ก็อันตทานหายไปเหลืออยู่ก็แต่พ่อค้าใจดีที่คอยอธิบายให้ครอบครัวหลี่ฟัง
"นี่คือม้าพันธุ์อารเบียน เป็ม้าเืร้อนที่มีถิ่นกำเนิดจากแหล่งพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง จึงทำให้ร่างกายกำยำ รูปร่างสูงโปร่ง อีกทั้งยังมีความแข็งแรงอีกด้วย เป็พันธุ์ม้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เมื่อมันโตขึ้นสีของมันจะเข้มขึ้นอีกเล็กน้อยเหมาะแก่การเดินทางไกลแถมสามารถลากรถลากได้เป็อย่างดีเลยล่ะขอรับ ท่านลูกค้านี่ตาถึงมากจริงๆนะขอรับ"
ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง วางมือประสานกันอย่างเคารพเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขภาพผิดกับรูปร่างที่กำยำแถมยังถ่อมตน
หลี่หงยืนฟังอยู่ครู่หนึ่งเห็นว่าบุตรสาวบุตรชายต่างเข้ากับมันได้ดีจึงตกลงซื้อมันมาในราคาสองตำลึงเงิน ครานี้แข่งขาของเขาอ่อนแรงแล้วจริงๆ โชคดีที่ม้าสองตัวนี้เคยฝึกลากรถมาบ้าง กรมปศุสัตว์ของทางหลวงก็เข้ามาทำสัณญาซื้อขายเป็ที่เรียบร้อย และยังช่วยใส่รถลากเข้ากับม้าให้อีกด้วย
"เ้าตัวเล็ก ข้าอายุมากกว่าเ้าถึงเ้าจะตัวโตสูงใหญ่กว่าข้าก็ตามเ้าต้องเชื่อฟังที่ข้าและพ่อบอกบอกเข้าใจใช่หรือไม่"
หลี่หลิวแอบเข้าไปในมิติแล้วตักน้ำใส่ขันมาให้พวกมันได้ดื่มกินก่อนออกเดินทาง และพูดกับพวกมันอย่างกับว่าพวกมันฟังรู้เื่ได้แต่ร้อง ฮี่ ฮี่ ขานรับจนน่าเอ็นดู
"ว้าว พี่รองท่านทำเช่นไรม้าสองตัวนี้ถึงได้เชื่อฟังท่านพี่ได้กันล่ะขอรับ"
หลี่หลิวคลี่ยิ้มแล้วเอามือน้อยๆลูบหน้าม้าทั้งสองตัวก่อนจะขึ้นนั่งรถลาก ท่านพ่อเคยขับรถลากม้ามาบ้างแล้วจึงค่อยๆดึงเชือกให้พวกมันเดินช้าๆตามทางมุ่งหน้าไปประตูหลักที่พวกเขาผ่านมา ระหว่างออกจากเมืองมาม้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปข้างหน้า ด้วยความเร็วเช่นนี้ไม่นานคงได้ถึงหมู่บ้านเป่ยหนานซึ่งเป็เขตชุมชนที่หลี่หลิวอาศัยอยู่
"ท่านพ่อๆ เราต้องขับรถลากนี่ผ่านทางเข้าหมู่บ้านด้วยหรือขอรับ ถ้าท่านย่าผ่านมาเห็นเข้าเราจะโดนท่านย่าเอ็ดหรือไม่ที่ใช้เงินฟุ่มเฟือย"
หลี่เฉินนั่งข้างบิดาที่กำบังเหยียนม้าอยู่ถามขึ้นด้วยความสงสัย
"จะไปยากเย็นอะไรเล่า พอผ่านชุมชนก็เร่งความเร็วหน่อยท่านย่าก็จะตามด่าไม่ทันแล้ว"
หลี่หลิวนั่งอิงด้านซ้ายของรถลากแล้วคอยประคบประหงมขวดน้ำมันต่างๆของนางแสดงสีหน้าทะเล้นใส่เ้าเล็กที่กอดตัวท่านพ่อแล้วเอียงตัวกลับมาเพื่อฟังพี่รองตอบ เขาจึงแลบลิ้นใส่พี่รองก่อนจะหันไปมองทางที่ม้าควบไป
"หึ แล้วถ้าท่านย่าออกมาหาเราที่กระท่อมล่ะจะทำเช่นไร"
เ้าตัวเล็กหมั่นไส้พี่สาวแต่ทำอันใดไม่ได้จึงถามคำถามที่ตอบยากหน่อยกับนาง
หลี่หงได้ยินเช่นนั้นก็คิดหนักเช่นกัน ทางที่ตัดผ่านไปได้ยังไงเสียต้องผ่านหน้าบ้านท่านพ่อไปด้วยอยู่ดี ยังดีที่ตลาดเช้าไม่เจอพวกสะใภ้ใหญ่ไปจ่ายตลาดเลยสักครั้ง แต่หากท่านแม่จะไปที่กระท่อมจริงพวกเราลูกหลานก็ทำได้เพียงต้อนรับขับสู้เพียงเท่านั้น
"หากท่านย่ามา แล้วเ้าจะต้องกลัวไปใยเงินนี่ท่านปู่เก็บเล็กผสมน้อยแถมยังมอบให้ท่านพ่อเราแล้ว เราจะใช้สอยเช่นไรมันก็มิเกี่ยวกับครอบครัวนั้นอีกต่อไปเหมือนกันกับพี่ลุงเล็กย้ายออกไปนั่นแหละ"
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหลี่หงก็ต้องดึงสติ สลัดความคิดแง่ลบออกไปให้หมดเสียแล้ว มันจริงอย่างที่บุตรสาวตนว่าเราย้ายออกมาแล้วจะใช้ชีวิตเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราถึงจะปวดใจมากที่เสียเงินไปมากกว่าสองตำลึงเงิน แต่นับประสาอะไรกับการเดินทางไปมาอยู่บ่อยครั้งมันก็คุ้มค่าที่ซื้อมาแล้ว