ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 85 หนังสือการ์ตูนไร้สาระ

            เมื่อเดินทางผ่านเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ฟู่ถิงเย่และคณะก็เหมาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อหยุดพัก

            เนื่องจากพวกเขาปลอมตัวเป็นคนธรรมดาทั่วไปเจ้าของโรงเตี๊ยมจึงคิดว่าเป็นเพียงพ่อค้าผู้มั่งคั่งจากที่ไหนสักแห่ง ส่วนทหารที่ติดตามมาก็เป็นเพียงคนคุ้มกันแต่ในสายตาของคนอื่นๆ แล้ว สถานะของหวาชิงเสวี่ยนั้นกลับดูแปลกประหลาด

            หากจะบอกว่านางเป็นภรรยาของพ่อค้าผู้มั่งคั่งนางก็ไม่ได้เกล้าผมแบบสตรีที่แต่งงานแล้ว

            หากจะบอกว่านางเป็นคนรับใช้ของพ่อค้าผู้มั่งคั่งตอนกินข้าวฟู่ถิงเย่กลับคีบอาหารให้นางมากกว่า

            หากใครจ้องมองนางนานหน่อยพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่ดูดุดันผู้นั้นก็จะมองกลับมาด้วยสายตาเย็นชา น่ากลัวยิ่งนัก

            คนของฟู่ถิงเย่เหมาทั้งโรงเตี๊ยมทั้งบริเวณลานรอบนอกและภายใน รวมถึงห้องครัว การกินอยู่หลับนอนมีคนของเขาจัดการเองทั้งหมดไม่จำเป็นต้องให้คนของโรงเตี๊ยมมารับใช้ดูแล

            ทหารองครักษ์สั่งให้คนของโรงเตี๊ยมออกไป

            เจ้าของโรงเตี๊ยมเห็นว่าคนเหล่านี้ไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วยพอได้เงินมากพอแล้วก็เผยรอยยิ้มประจบประแจง รีบพาพวกลูกจ้างออกไปทันที

            หลังจากกินข้าวเสร็จหวาชิงเสวี่ยอยากจะเดินเล่นบนถนน ฟู่ถิงเย่ไม่มีอะไรทำพอดีจึงไปเป็นเพื่อน

            เมืองนี้มีขนาดไม่ใหญ่นักถนนหนทางก็ไม่คึกคักเท่าเมืองผานสุ่ย แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นหวาชิงเสวี่ยเดินเลือกไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็พบร้านขายเครื่องเขียน นางจึงซื้อพู่กัน หมึกและสีสำหรับวาดภาพ รวมถึงกระดาษสาและกระดาษเฝิ่นล่าเจียน [1]

            กระดาษสามีเนื้อแข็งแรงเพราะมีส่วนผสมของเปลือกต้นปอสาจึงได้ชื่อว่ากระดาษสา กระดาษชนิดนี้ในสมัยโบราณใช้สำหรับห่อภาพวาดและงานศิลปะต่างๆนอกจากนี้ยังนำไปใช้ทำร่ม ห่อยา และทำพัดได้อีกด้วย

            ที่หวาชิงเสวี่ยซื้อกระดาษสาก็เพราะเห็นว่ามันมีความแข็งแรงและหนา

            นั่นเพราะนางอยากทำไพ่สำรับ

            ส่วนกระดาษเฝิ่นล่าเจียนก็มีรูปลักษณ์สวยงามสีสันสดใส เมื่อติดลงไปบนกระดาษสาแล้ว จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและทำให้สวยงามขึ้นได้เพียงแค่ตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้ได้ห้าสิบสี่ใบ แล้ววาดลวดลายของไพ่ลงไป ไพ่สำรับก็เสร็จเรียบร้อย!

            เมื่อหวาชิงเสวี่ยคิดว่าต่อไปนี้คงจะไม่น่าเบื่ออีกแล้วมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย

            “ซื้อกระดาษมากมายขนาดนี้จะเอาไปทำสิ่งใด?”ฟู่ถิงเย่ถามนาง

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มแย้มแล้วตอบกลับ“เดี๋ยวท่านก็รู้เอง”

            “โตขนาดนี้แล้ว ยังทำตัวเหมือนเด็กๆอยู่อีก ไปซื้อหนังสือ ‘จารีตนารี’ กับข้า แล้วก็ตั้งใจอ่านให้ดี” ฟู่ถิงเย่พูดด้วยสีหน้าจริงจังแต่ในแววตากลับมีรอยยิ้ม

            หวาชิงเสวี่ยคิดขึ้นมาว่านางไม่เคยอ่าน ‘จารีตนารี’ จริงๆ สักที ในเมื่อร้านหนังสืออยู่ข้างๆ ซื้อมาดูสักหน่อยก็ไม่เสียหาย

            ทั้งสองคนเดินออกจากร้านแล้วเลี้ยวเข้าร้านหนังสือสิ่งของที่ซื้อมาก็มีทหารติดตามช่วยถือให้

            แต่พอไปถึงร้านหนังสือจริงๆหวาชิงเสวี่ยก็พลิกอ่าน ‘จารีตนารี’ ได้แค่สองสามหน้าก็อ่านต่อไม่ไหวแล้ว

            “มีตัวอักษรตั้งหลายตัวที่ข้าไม่รู้จัก”นางบ่นเบาๆ

            ถึงแม้จะเป็นตัวอักษรจีนทั้งหมดแต่ตัวอักษรแบบตัวย่อและตัวเต็มนั้นแตกต่างกัน ยิ่งตัวอักษรโบราณก็ยิ่งแตกต่างออกไปอีก

            กลายเป็นว่าหนังสือภาพที่อยู่ข้างๆดึงดูดความสนใจของนาง หวาชิงเสวี่ยหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู แล้วพบว่าภายในเล่มเป็นหนังสือการ์ตูน!

            แต่ละหน้ามีภาพวาดพร้อมตัวหนังสือบรรยายใต้ภาพหวาชิงเสวี่ยอ่านไปเดาไป ก็นับว่าเพลิดเพลินไม่น้อย

            “วาดได้ดีเหลือเกิน”นางส่งให้ฟู่ถิงเย่ดู “เป็นเรื่องราวของหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า”

            มุมปากของฟู่ถิงเย่กระตุกเล็กน้อยเจ้าสิ่งนี้ในสายตาของเขาเป็นเพียงหนังสือสำหรับเด็กเล็ก การที่เขายืนอยู่ตรงชั้นหนังสือพวกนี้ก็เพียงพอจะทำให้เขาอับอายได้แล้ว

            “เอ๊ะ?!”หวาชิงเสวี่ยค้นพบสิ่งใหม่เข้าอีกแล้ว นางเปิดหนังสืออีกเล่มด้วยความตื่นเต้นจนเสียงสูงขึ้นไปด้วย“นี่ใช่ท่านหรือไม่?!”

            บนหน้ากระดาษวาดบรรยายชายรูปร่างสูงใหญ่มีสง่าราศี สวมเกราะอันแข็งแกร่ง มีหนวดเคราหนาเต็มใบหน้า ดูทรงพลังยิ่งนัก ขณะนี้กำลังชูดาบในมือขึ้นต่อสู้กับงูเหลือมตัวใหญ่!

            ฟู่ถิงเย่ขมวดคิ้วมองมาเขารู้สึกว่าภาพนี้มันเกินจริงไปหน่อย ตอนที่เขาอยู่ในชายแดนทางใต้ เขาก็เคยฆ่างูเหลือมตัวใหญ่จริงแต่ไม่ใหญ่ขนาดนี้สักหน่อย...

            หวาชิงเสวี่ยเอามือปิดปากหัวเราะไม่หยุดแซวฟู่ถิงเย่ “วาดหนวดได้เหมือนจริงมากเลย! ตอนที่ข้าเจอท่านครั้งแรก ท่านก็เป็นแบบนี้แหละดูดุมาก!”

            ฟู่ถิงเย่ไม่ยอมรับถลึงตาใส่นาง “ข้าเคยดุเจ้าตอนไหนกัน?”

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะคิกคัก“ก็ตอนนี้อย่างไรเล่า”

            เจ้าของร้านหนังสือเห็นว่าทั้งสองคนแต่งกายไม่ธรรมดาจึงสังเกตพวกเขามานานแล้ว พอได้จังหวะที่เหมาะสมจึงเดินเข้ามาเสนอขายของ “นี่คือเรื่องราวของแม่ทัพฟู่พิชิตงูยักษ์พันปีมีทั้งหมดสามเล่ม เล่มที่คุณชายกำลังถืออยู่คือเล่มที่สองขอรับ”

            หวาชิงเสวี่ยถามขึ้นทันที“เล่มหนึ่งกับเล่มสามอยู่ที่ไหนหรือ? พวกเราอยากซื้อ”

            ฟู่ถิงเย่ “...”

            จะซื้อไอ้พวกของแบบนี้ไปเพื่ออะไร?

            ช่างเถิด...แค่นางมีความสุขก็พอ

            เจ้าของร้านหนังสือหยิบเล่มหนึ่งและเล่มสามมาให้ยิ้มแย้มถามว่า “ให้ห่อให้เลยหรือไม่ขอรับ?”

            “อืม” หวาชิงเสวี่ยยื่นเล่มสองที่อยู่ในมือฟู่ถิงเย่คืนให้เจ้าของร้าน

            เจ้าของร้านหนังสือเห็นหวาชิงเสวี่ยตัดสินใจอย่างรวดเร็วเช่นนี้จึงรู้สึกว่านางเป็นลูกค้าที่คู่ควรแก่การขาย และยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะเอ่ยถาม “แม่นางดูสนใจหนังสือภาพวาดมากเลยใช่หรือไม่?ทางร้านเพิ่งมีหนังสือภาพวาดเรื่องราวของซือปิงฟูเหรินเข้ามาใหม่ ขายดีมากเลยนะท่านจะรับสักเล่มหรือไม่ขอรับ?”

            “จริงหรือ?!”ดวงตาของหวาชิงเสวี่ยเป็นประกายขึ้นมาทันที กล่าวอย่างตื่นเต้น “เอาเอาเอา!ท่านเอามาให้ข้าดูหน่อย!”

            เจ้าของร้านหนังสือ“ของซือปิงฟูเหรินมีทั้งหมดสี่เล่ม...”

            หวาชิงเสวี่ย “เอามาทั้งหมดเลย!”

            ในระหว่างที่เจ้าของร้านไปหยิบหนังสือหวาชิงเสวี่ยก็กระซิบล้อฟู่ถิงเย่ว่า “ของข้ามากกว่าของท่านตั้งเล่มหนึ่งเชียวนะ”

            ฟู่ถิงเย่เองก็อยากรู้อยากเห็นเช่นกันถึงแม้ว่าจะมีข่าวลือเกี่ยวกับหวาชิงเสวี่ยในหมู่ชาวบ้านมาโดยตลอด แต่เขาก็ไม่เคยเห็นหนังสือภาพวาดเรื่องราวของนางเลย

            เจ้าของร้านถือหนังสือมาสี่เล่มยื่นให้หวาชิงเสวี่ยอย่างนอบน้อม

            บนปกหนังสือสีเขียวครามเขียนด้วยตัวบรรจงสวยงามว่า ซือปิงฟูเหริน

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกตื่นเต้นสุดๆจึงกอดหนังสือทั้งหมดเอาไว้แน่น!

            “ข้าซื้อทั้งหมดนี้เลย!”

            ฟู่ถิงเย่ถามด้วยรอยยิ้ม“ไม่ลองดูก่อนหรือ?”

            “กลับไปแล้วค่อยดู”หวาชิงเสวี่ยเม้มปากยิ้มขี้เล่น พลางกอดหนังสือแน่น เหมือนกับว่ารู้สึกเขินอาย “ท่านห้ามดูนะ”

            นางกลัวว่าฟู่ถิงเย่จะหัวเราะเยาะนางคืน

            ทั้งสองคนซื้อหนังสือเสร็จแล้วก็เดินทางกลับพร้อมกับข้าวของมากมายทันทีที่ถึงโรงเตี๊ยม หวาชิงเสวี่ยก็รีบวิ่งเข้าไปในห้อง ปิดประตู แล้วเปิดหนังสือภาพวาดออกมาอ่าน

            แต่พอเปิดดูหน้าแรกนางก็ถึงกับตะลึง

            นี่...

            นี่เป็นภาพของนางจริงๆหรือ?

            เจ้าของร้านห่อหนังสือผิดเล่มหรือไม่?

            มันยังเป็นเรื่องราวของแม่ทัพฟู่ไม่ใช่หรือ...

            หวาชิงเสวี่ยขมวดคิ้วแล้วอ่านต่อไป—

            เรื่องราวกล่าวถึงฟู่ถิงเย่รับพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้ไปประจำการชายแดนทางเหนือระหว่างทางก็ได้พบกับหมาป่าบาดเจ็บตัวหนึ่ง แม่ทัพฟู่จึงช่วยชีวิตมันไว้ เลี้ยงดูอย่างดีจนกระทั่งมันหายดีแล้วก็ปล่อยไป โดยที่ไม่รู้ว่าหมาป่าตัวนั้นแท้จริงแล้วคือเซียนปิศาจหมาป่าสวรรค์

            เพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณหมาป่าสวรรค์จึงไม่อยากจากแม่ทัพไป ช่วยแม่ทัพฟู่ต่อสู้กับกองทัพเหลียว มันสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์แล้วเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในกองทัพเมื่อเป่าลมใส่ดาบของทหาร ดาบนั้นก็จะกลายเป็นดาบวิเศษที่สามารถตัดเหล็กได้ และเมื่อเป่าลมใส่ลูกธนูลูกธนูก็จะสามารถติดตามพระอาทิตย์พระจันทร์ สามารถยิงออกไปได้ไกลแสนไกล...

            หวาชิงเสวี่ยอ่านมาถึงตรงนี้นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?

            ที่แท้เจ้าตัวที่มีหัวเป็นหมาตัวเป็นคน แล้วยังมีหางใหญ่ๆ นี่คือตัวนางเองหรือนี่?

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกหดหู่ใจอย่างที่สุด...

            ถึงแม้นางจะเป็นคนติดบ้านไม่สนใจเรื่องชาวบ้าน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นผู้หญิง จะไม่สนใจความคิดของคนอื่นได้อย่างไร?ในสมุดภาพ ฟู่ถิงเย่นั้นถูกวาดภาพให้ดูเฉลียวฉลาดองอาจห้าวหาญ แต่นางเล่า?...คนก็ไม่ใช่ สุนัขก็ไม่เชิง...

            คนในยุคโบราณไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไรมากนักไม่มีช่องทางการสื่อสารใดๆ เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในใต้หล้าก็อาศัยการบอกเล่าปากต่อปากกันไปหรือไม่ก็ผ่านการอ่านหนังสือแบบนี้

            เอาเถอะ จากนี้ไปนางจะถูกผู้คนทั่วหล้ารู้จักในรูปลักษณ์แบบนี้แล้วยอดเยี่ยมไปเลย...

            หวาชิงเสวี่ยล้มตัวลงบนเตียงหนังสือภาพวาดเล่มนี้ นางอ่านต่อไปไม่ไหวแล้ว

            ...

            ราวกับสวรรค์จะรับรู้ถึงความทุกข์ใจของนางในค่ำคืนนั้นเองฝนก็เริ่มตกพรำๆ

            ฝนฤดูใบไม้ร่วงทำให้บรรยากาศหนาวเย็นช่วงที่ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศก็มักจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมายากจะคาดเดา

            ฟู่ถิงเย่กลัวว่านางจะไม่สบายจึงพักอยู่ที่นี่อีกวัน แล้วส่งคนไปร้านขายยาเพื่อซื้อยาป้องกันไข้หวัดมา ในเวลานี้ทั้งโรงเตี๊ยมจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นยา

            หวาชิงเสวี่ยไม่อยากกินยาแต่ก็ไม่อยากป่วยมากกว่า

            การแพทย์ในสมัยโบราณนั้นแย่มากอาการป่วยเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงตายได้

            นางนั่งอยู่บนเก้าอี้เอามือบีบจมูกแล้วฝืนดื่มยา

            ฟู่ถิงเย่หยิบหนังสือบนเตียงของนางมาอ่านพลางหัวเราะไปด้วย“เจ้าไม่สบายใจก็เพราะเรื่องนี้เองเหรอ?”

            หวาชิงเสวี่ยยังคงดื่มยาต่อไปทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร แต่สีหน้าที่หดหู่ก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ดี

            “วาดได้น่าเกลียดมาก”ฟู่ถิงเย่ที่ปกติไม่ค่อยยิ้มแย้มกลับหัวเราะออกมาแล้วพลิกหน้ากระดาษไปมาไม่หยุด “นี่อะไร?บอกว่าเป็นเซียนปิศาจหมาป่าสวรรค์ แต่กลับวาดหัวเป็นหมาเนี่ยนะ?ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”

            หวาชิงเสวี่ยเริ่มโมโหนางดื่มยาจนเกลี้ยงชาม แล้วเดินเข้าไปแย่งหนังสือในมือฟู่ถิงเย่ “ใครอนุญาตให้ท่านดู?!ข้าไม่ให้ท่านดู!”

            ฟู่ถิงเย่เห็นนางโกรธก็รู้สึกแปลกใจหวาชิงเสวี่ยเป็นคนสุภาพใจเย็น เขาแทบไม่เคยเห็นนางโกรธแบบนี้เลย

            “โกรธจริงๆ ด้วย?”เขาเลิกคิ้วมองนาง

            ในปากหวาชิงเสวี่ยเต็มไปด้วยกลิ่นยาไม่อยากจะพูดอะไร นางจึงซ่อนหนังสือภาพวาดไว้ใต้หมอน ทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา

            “ช่างวาดภาพไม่เคยเห็นเจ้าไม่รู้ว่าเจ้ามีหน้าตาอย่างไร ก็เลยวาดภาพโดยอ้างอิงจากข่าวลือของชาวบ้าน เจ้าอย่าไปใส่ใจมากนักเลย”

            หวาชิงเสวี่ยคิดในใจว่า‘ช่างวาดภาพก็ไม่เคยเห็นท่านเหมือนกันไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงวาดท่านได้ดูสง่างามถึงเพียงนั้นแล้วเหตุใดนางถึงกลายเป็นหมาไปได้?’

            นางกลับไม่เคยคิดเลยว่าข่าวลือเกี่ยวกับแม่ทัพใหญ่นั้นล้วนเป็นการเปรียบเทียบเหมือนเทพสงครามลงมาจุติแต่ข่าวลือเกี่ยวกับนางกลับเป็นดาวมฤตยูลงมาเกิด เต็มไปด้วยความน่าอัศจรรย์ใจและลึกลับจึงทำให้ช่างวาดภาพยิ่งปล่อยตัวปล่อยใจไปตามจินตนาการของตนมากกว่าเดิม

            “ขี้โมโหจริงนะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวข้าจะให้คนไปแก้ให้เจ้า”ฟู่ถิงเย่รู้สึกว่าใบหน้าตอนที่หวาชิงเสวี่ยโกรธก็น่ารักดี พองแก้มแล้วเหมือนซาลาเปาไม่มีผิด

            หวาชิงเสวี่ยจึงเบะปากแล้วตอบกลับ“วาดออกมาแบบนี้แล้ว จะแก้ได้อย่างไร...”

            นางถอนหายใจอย่างเซ็งๆไม่อยากคิดเรื่องนี้อีก จึงหันหลังกลับไปยุ่งกับกระดาษสาที่ซื้อกลับมา

            คิดไม่ถึงว่าหลังมื้อเย็นของวันนั้นฟู่ถิงเย่จะพาคนคนหนึ่งมาพบนาง

            “คนก็พามาแล้ว เจ้าอยากแก้เป็นแบบไหนก็บอกเขาได้เลย”

            หวาชิงเสวี่ยงุนงง มองไปยังบัณฑิตผอมบางที่กำลังคุกเข่าสั่นเทาอยู่บนพื้น“เขาเป็นใครเจ้าคะ?”

            “ช่างที่วาดหนังสือภาพวาด”ฟู่ถิงเย่ยกเท้าแตะบัณฑิตคนนั้นเบาๆ “ดูให้ดี นี่คือซือปิงฟูเหริน ต่อไปยังจะกล้าวาดมั่วซั่วอีกหรือไม่?”

            “ไม่กล้าแล้ว ไม่กล้าแล้วขอรับ!”บัณฑิตหนุ่มตกใจจนรีบคำนับ “เป็นเพราะข้าน้อยโง่เขลา ขอท่านแม่ทัพและซือปิงฟูเหรินโปรดเมตตาข้าน้อยด้วย!”

            ——————————————————————

            [1]เฝิ่นล่าเจียน(粉蜡笺)เป็นกระดาษทำมือสำหรับเขียนอักษรวาดภาพที่เป็นมากกว่ากระดาษเพราะผสมผสานความเป็นศิลปะเข้าไป เป็นการผนวกรวมกันระหว่างกระดาษไขที่กันน้ำซึ่งใช้สำหรับเขียนพู่กันจีนกับกระดาษชั้นดีสีชมพูแดงส้มที่วาดลวดลายฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801