8.ขอทาน
คราวนี้ซานหลงไม่ได้พิถีพิถันทำเหมือนครั้งก่อน น้ำร้อนที่มาดาต้มไว้เข้าให้เธอเอาลวกไก่เพื่อถอนขน ส่วนหมูทั้ง 3 ตัวเขาเผาพวกมันด้วยฟางข้าว แล้วขูดขนล้างน้ำทำความสะอาดออก ผ่าท้อง เอาเครื่องในออกใส่ถังน้ำเอาไว้ ไม่ตัดหัวแต่แหวกอกมันออก ทำเหมือนกันทั้ง 3 ตัว เพียงไม่ถึงครึ่งชั่งโมงบิดาก็เอากวางกลับมาถึงบ้าน ดวงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้าเมื่อบิดานั่งพักจนหายเหนื่อยแล้ว หมู 3 ตัวก็ถูกจัดการเสร็จเรียบร้อยโดยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพวกเขาท่านพ่อ ท่านกับท่านแม่ เอาหมูพวกนี้ไปส่งเหลาอาหารตอนนี้เลย มันจะมืดค่ำเสียก่อน”ลูกชายพูดขึ้น บิดาพยักหน้า ก่อนจะเดินไปเอารถลากเก่าๆที่ปู่ทิ้งเอาไว้ให้ ออกมา หมู 3 ตัวถูกยกขึ้นรถลาก ไก่และกระรอกก็ถูกเอาไปด้วย ซานหลงหันมาจัดการกับเครื่องในหมูที่อยู่ในถังไม้ทันที“ท่านแม่ ท่านช่วยไปเก็บหอมป่า กระเทียมป่า ใบหนามหอม(ใบมะกรูด) และต้นหญ้าไล่ยุง(ตระไคร้) มาให้ข้าเยอะๆหน่อยขอรับ”ซานยี่ขมวดคิ้วลึก เธอไม่เข้าใจว่าลูกชายจะเอาของพวกนี้ไปทำอะไรแต่เธอก็ไม่ขัดคำขอของลูกชาย“ได้”เธอพูดขึ้น ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปจัดการตามที่ลูกชายร้องขอกระเพราะหมูถูกฝ่าและล้างน้ำอย่างดี ก่อนจะถูกเอาลงไปลวกน้ำร้อนในหม้อ แล้วนำออกมาล้างน้ำเย็นอีกครั้ง เครื่องในอื่นๆก็ทำเหมือนกัน พริบตาเดียวเครื่องในทั้งหมดก็วางอยู่ในหม้อใบใหญ่นักวิจัยพันธุ์พืชมองมันด้วยความปวดใจ เครื่องในหมูลวกจิ้ม มันเป็นอะไรที่เขาชอบสุดๆ แต่วัตถุดิบที่มีอยู่ตรงหน้าเข้าตอนนี้ มันออกจะมากมายเกินไปหน่อย ต่อให้เขาทั้งสามคนช่วยกันกิน มันก็คงไม่หมดชั่วอึดใจใหญ่ มารดาก็ถือตะกร้าผัก ที่เขาวานให้เธอเก็บให้ มาส่งให้ถึงมือของเขา นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อย จัดการล้างผัก ใส่ลงไปในหม้อต้มจนหมด รอจนน้ำเดือดจัด กลิ่นของเครื่องเทศหอมฉุยโชยขึ้นมา เขาเอาเครื่องในหมูออกมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วเอาลงไปลวก ในหม้อน้ำร้อนที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศ พริบตาเดียวเครื่องในหมูก็สุก เขาตักพวกมันขึ้นมาฟักไว้ในหม้ออีกใบ ทำแบบนี้ไปเรื่อย จนสุดท้ายเขาตักเอาเครื่องเทศทั้งหมดที่อยู่ในหม้อน้ำร้อน ขึ้นมาด้วยครั้งนี้เขาจะทำน้ำพริกจิ้มแจ่ว เสียดายที่วัตถุดิบมีไม่ค่อยครบ ขาดน้ำปลา ไม่มีก็ไม่เป็นไร เขาใช้เกลือละลายน้ำต้มสุก แทน พริกป่น กับข้าวคั่วไม่มี เขาจึงจัดการคั่วพริกแห้ง และข้าวสารอีก 1 กำมือ เมื่อขั้วจนได้ที่เขาก็โขลกมันแบบสดๆ ทำให้ได้พริกป่น จะเข้าขั้วที่ส่งกลิ่นหอมฉุยออกมากระเทียม พริกป่น มะนาว ข้าวคั่ว และนำเกลือต้มสุก ถูกตักใส่ในถ้วย อัตราส่วนที่พอดี นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อยปรุงมันอย่างตั้งใจ จะพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เปรี้ยวมากก็ไม่ได้ เค็มมากก็ไม่ดี ทุกอย่างมันต้องกลมกล่อม ลงมือปรุงอยู่พักใหญ่ ถึงจะไม่ได้รสชาติที่เขาต้องการแต่มันก็ใกล้เคียงมาก พอรับได้ น้ำพริกจิ้มแจ่วถูกตักใส่ถ้วยใบใหญ่ โรยด้วยต้นหอมป่าหันละเอียด ส่งกลิ่นหอมอมเปรียวชวนให้น้ำลายสอขึ้นมาเครื่องในชิ้นแรกถูกเชฟมือหนึ่ง หยิบขึ้นมาจิ้มมันลงไปในถ้วยน้ำจิ้ม แล้วส่งมันเข้าปาก อย่างเบามือ เคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย เด็ดดวง ถึงอารมณ์อย่างแท้จริง เสียงกระเพาะหมูลวก ถูกฟันของเขาเคี้ยว ดังกรุบๆไม่ว่าใครที่ได้ยินเป็นต้องกลืนน้ำลาย ลงคอไปหลายอึกมารดามองดูใบหน้าของเขาอย่างไม่เชื่อถือนัก แต่เพราะกลิ่นหอมที่โชยออกมา ทำให้เธอตัดสินใจ ที่จะลิ้มลองมันเธอหยิบกระเพราะหมูลวกขึ้นมา 1 ชิ้น มองพินิจมันอยู่เล็กน้อย ก่อนจะเอาชิ้นเนื้อจิ้มลงไปในถ้วยน้ำจิ้ม เลียนแบบลูกชายของเธอ ทันทีที่เนื้อเข้าปากความรู้สึกแรกคือกลิ่นของสมุนไพร ฟุ้งอยู่ในปาก ไม่มีกลิ่นคาว ความนุ่มลื่นของเนื้อแรกสัมผัสชวนให้อยากลิ้มลอง รสชาติของเนื้อละลายออกมาในทันที เมื่อเคี้ยวชิ้นเนื้อเล็กๆนั่น มันนุ่มนอก กรุบกรอบด้านไหนน้ำจิ้มแจ่ว แบบเปรี้ยวของลูกชาย ให้รสชาติแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน มันอร่อย อร่อยกว่าอาหารใดๆที่เธอปรุงมันขึ้นมา ชิ้นที่ 2 , 3 และตามมาด้วยชิ้นอื่นๆไม่ขาดสาย นางยี่แทบจะหยุดกินมันไม่ได้ พอรู้ตัวอีกที ความเผ็ดจากพริกป่นก็เล่นงานเธอเสียแล้ว ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความเผ็ดร้อนต้องอ้าปากเป่าลมออกมา ริมฝีปากแดงระเรื่อ เมื่อลูกชายเห็นแบบนั้น นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อยเพียงยิ้มออกมาอ่อนๆ ก่อนจะพูดขึ้น“ท่านแม่ กินช้าลงหน่อยก็ได้ขอรับ จะกินแต่เนื้อจิ้มแจ่วอย่างเดียว มันจะทำให้กระเพาะปรับตัวไม่ทันเอา เดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้ แม่ควรกินผักลวก หรือผักสดแกล้มไปด้วย มันจะช่วยได้ขอรับ”ลูกชายแนะนำด้วยความห่วงใย นางยี่จึงหยุดมือลง หลายนาทีต่อมา บิดา ที่ทำหน้าที่เอาเนื้อหมู ไปส่งยังร้านอาหารในหมู่บ้าน ก็กลับมา“ท่านพ่อ มาลองชิมเมนูใหม่ทางนี้ขอรับ”ลูกชาย ร้องเรียนผู้เป็นบิดา ทันทีที่มองเห็นตัวเขาขที่เดินไวๆอยู่ไกลๆ บิดาส่งยิ้มออกมาความยินดีใช้ออกมาจากแววตา ไม่อาจปิดบังใครได้“ทำไมดูท่านพ่อ มีความสุขจังขอรับ”ซานหลงสังเกตเห็น ก็ถามขึ้น“ฮ่าๆๆ หมูที่พ่อไปส่ง หนูคิดว่าได้ราคาเท่าไร”ซานหู่ถามกลับมาด้วยรอยยิ้ม“เท่าไหร่หรือขอรับ ลูกเดาไม่ออกหรอก เพราะท่านพ่อเอาเนื้อไปส่งคนละกับพวกเรา”ลูกชายถามขึ้นพร้อมให้เหตุผล“เนื้อหมูสดๆ ทางร้านรับซื้อ 1 จินในราคา 25 เหรียญตำลึงเงิน หมู 3 ตัวหนักทั้งหมด 312 จิน ได้เงินมา 78 เหรียญตำลึงทอง”บิดาเอ่ยออกมาด้วนความตื่นเต้น ทุกคนน้านต่างยิ้มแย้มสดใส“ท่านพี่ อย่ามัวแต่ดีใจเลยค่ะมาๆ มาลองชิมลวกจิ้มที่ลูกชายของเราทำ”ซานยี่รีบเรียกสามีมาลิ้มลองทันที“ฮ้าๆๆได้ๆไหนๆไอ้ลวกจิ้มที่ว่า...”ทันที่ได้ลอง ซานหู่ก็ตอกอยู่ในอาการเดียวกันกับนางไม่มีผิด“ท่านพี่ ข้าว่าอาหารเยอะขนาดนี้ กินยังไงก็คงไม่หมด เราเอาไปแจกขอทานดีหรือไม่”นางยี่พูดขึ้น“แจกขอทานหรือ ลูกคิดว่าไง”บิดาหันไปหาลูกชายแล้วถามขึ้น“ก็ดีกว่าเททิ้งละขอรับท่านพ่อ ว่าแต่มีขอทานเยอะไหมขอรับ”“เยอะ”มารดาตอบออกมาทันที“แล้วอาหารจะเพียงพอหรือขอรับ เอาแบบนี้ไหม เนื้อพวกนี้ลูกจะทำเป็นตมยำ ใส่ผักป่าเข้าไปด้วย ปริมาณมันจะได้เยอะขึ้น”มารดาพยักหน้านักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อย จัดการเปลี่ยนแปลง เมนูอาหารจากเครื่องในลวกจิ้ม ให้กลายเป็นต้มแซบผักป่าทันที บรรดาผักต่างๆที่หาได้รถรอบบริเวณ ถูกซานยี่ขนมาให้ลูกชายหลายตะกร้า แน่นอนเธอไม่รู้หรอก ว่ามันกินได้จริงๆหรือเปล่า แต่เมื่อลูกชายบอกว่ากินได้ เธอก็ไม่คิดจะขัดหลังจากการเปลี่ยนเมนูอาหาร อาหารจากเดิม 1 หม้อใหญ่ กลายเป็น 3 หม้อใหญ่ทันที ทั้ง 3 คนขนหม้อที่เต็มไปด้วยต้มแซ่บผักป่า ขึ้นบนรถเข็น ก่อนจะเข็นเข้าไปกลางหมู่บ้านถึงหมู่บ้านแห่งนี้จะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมาก แต่มันเป็นหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ เพราะมีกองคาราวานของพ่อค้าใหญ่จากหลายเมือง ใช้เส้นทางผ่านไปยังเมืองหลวง เศรษฐกิจที่นี่จึงดีไม่น้อย บิดาของเขาเลือกที่จะมาหมู่บ้านนี้ เมื่อถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงก็เพราะที่นี้เป็นหมู่บ้านชายแดนที่ดีที่สุด ของอาณาจักร หากสามารถลงหลักปักฐานที่นี่ได้ ชีวิตความเป็นอยู่ จะไม่ลำบากเหมือนกับหมู่บ้านอื่นๆแน่นอนพอมาถึงใจกลางหมู่บ้าน นักวิจัยพันธุ์พืชถึงกับขมวดคิ้วโดยไม่ตั้งใจ เบื้องหน้าของเขาเป็นที่ตั้งของร้านอาหารขนาดใหญ่ ทำจากอิฐแดงตกแต่งสวยงาม ตรงข้ามถนน เป็นวานสวนย่อม ที่เต็มไปด้วยขอทาน“เหตุใดจึงมีขอทานมากมายขนาดนี้ท่านพ่อ”“เฮ้อ หมู่บ้านชายแดนก็เป็นแบบนี้แหละ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ไร้ที่อยู่อาศัย จนต้องกลายมาเป็นคนเร่ร่อนแบบนี้ ซานหลงกวาดสายตาไปรอบๆ ที่นี่มีของทานรวมกันอยู่ไม่ต่ำกว่า 50 คนขอทานมีทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงก็ถูกผู้เป็นแม่อุ้มพามาขอทาน สภาพแต่ละคนแต่ตัวซอมซ่อ ใส่เสื้อผ้าสีดำเพราะไม่ได้ซักมานาน ขาด และแข็ง กลิ่นเหม็นเปรี้ยวโชยออกมาจากตัว เป็นระยะ บางคนป่วย บ้างก็พิการ ส่วนใหญ่ผอมเกรงเพราะขาดสารอาหารก๊อง!ๆ เสียงฝาหม้อทั้งสามใบเปิดขึ้น กลิ่นหอมของอาหารโชยออกมาทันที ทำให้ขอทานที่อยู่ไกลๆลุกฮือขึ้น ด้วยความตื่นเต้น แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวัง“ข้ามาแจกอาหาร พวกเข้าเอาถ้วยของพวกเจ้ามา”นางยี่ร้องขึ้น ความวุ้นวายเกิดขึ้นทันที เมื่อขอมายกรูกันข้ามา“ข้าก่อน ข้าก่อน”“ข้าก่อน หลีกไป ข้ามาก่อน”“แง้!! แม่จ๋า” เด็กน้อยร้องไห้ขึ้นเพราะถูกเบียดจนล้มลง ชามข้าวเก่าๆของแต่ละคนยื่นมาเบื้องหน้าย่างวุ่นวาย“หยุด!!”เสียงทุมหนักของซานหู่ดังขึ้น ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่แลดูน้ากลัวของเขา บวกกับเสียอันดังก้องที่ตะเบ็งออกมา ทำให้ของทาน ที่กำลังวุ้นวายอยู่ชะงักหยุดลง“แบ่งเป็น 3 แถว เด็กมาก่อน แล้วคนแก่ ผู้หญิง สุดท้ายผู้ชาย ถ้าใครก่อความวุ้นวายข้าจะหักขามันผู้นั้น!”ทันทีที่สิ้นเสียงของซานหู่ ขอทานกว่า 50 ชีวิต จัดแถวเรียง 3 ย่างรวดเร็ว พวกที่ก่อความวุ่นวายเมื่อสักครู่ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสักคน