ตอนที่125 พบหน้ากันอีกครั้ง
เหนือพื้นดินที่เฉอะแฉะมีกลุ่มเมฆฝนที่ร่วงหล่นอย่างต่อเนื่องราวกับต้องการจะเปลี่ยนโลกเบื้องล่างด้วยหยาดน้ำฝนที่ตกลงมาชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยพละกำลังและเจตนาที่จะต่อสู้แต่บัดนี้มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธและโมโหเดือดดาล
เขาก็คือ “อารอน”ผู้ที่ถ้าดวลกับไนเรลที่เมืองแลกเปลี่ยนต่อหน้าผู้พันเจและมนุษย์ชั้นสูงคนอื่น ๆเขายืนอยู่แบบนี้มาเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นแล้วแต่กลับไม่มีวี่แววของไนเรลเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนเขาจะรู้แล้วว่าไนเรลไม่มาตามนัดไว้อย่างแน่นอนแล้ว
“ไนเรล นายคิดว่าจะหลบหน้าฉันพ้นอย่างนั้นหรือ”อารอนกัดฟันพูดพร้อมกับหันหลังเดินจากไปด้วยความโกรธจากนั้นไม่นานทางที่อารอนจากไปก็มีเสียงของเขาที่เข้าต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ระดับ5 ด้วยความโหดร้ายดังออกมาเป็นระยะ
......
ไนเรลที่ ณ ขณะนี้ลืมเรื่องของอารอนไปเสียสนิทกำลังไล่ล่าสังหารสัตว์กลายพันธุ์ระดับ5 ขั้นต้นตัวหนึ่ง มันคือเสือโคร่งโลหะ
เหตุที่เขาเรียกมันเช่นนี้ก็เพราะว่าขนและกระดูกของมันนั้นเป็นโลหะทั้งหมด แต่ถึงกระนั้นรูปร่างของมันกลับผอมมากไม่ใช่เพราะมันอดยากซูบผอมแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะมันกำลังจะเปลี่ยนโครงสร้างของตัวเองไปเป็นเหล็กทั้งหมด
ซึ่งถ้ามันทำสำเร็จมันจะเลือนเป็นระดับ 6ที่น่ากลัวอย่างมาก แต่ตอนนี้เจ้าเสือโคร่งโลหะพึ่งจะเปลี่ยนร่างไปได้แค่ 20เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
เสือโคร่งวิ่งด้วยความรวดเร็วเหมือนศรเหล็กที่พุ่งผ่านสิ่งกีดขวางส่งเสียงของโลหะเป็นบางครั้งผ่านหมู่ต้นไม้ใหญ่ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีมันก็เดินทางได้หลายร้อยเมตรแล้ว
ด้านหลังของมันมีเงาที่เหมือนวิญญาณตามติดไปไม่ห่างสร้างความหวาดกลัวให้กับมันเป็นอย่างมาก
และร่างวิญญาณที่ว่านี้ก็คือไนเรลนั้นเองมันสามารถทะลุสิ่งกรีดขวางไปได้อย่างง่ายดายจึงทำให้มันตามเจ้าเสือโคร่งโลหะได้ทัน
แต่นี่ไม่ใช่ร่างหลักของไนเรล กลับกันกายเนื้อของเขานั้นอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรแอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และทันทีที่ร่างหลักของไนเรลืมตาขึ้นมาก็เหมือนกับมีความสามารถบางอย่างดึงตัวของไนเรลเคลื่อนผ่านความว่างเปล่าไปเหมือนกับการวาบไม่มีผิด
ตัวของไนเรลซ้อนทับกับร่างวิญญาณมาโผล่อยู่หน้าด้านหลังของเสือโคร่งอย่างรวดเร็ว
เสื้อโครงที่เห็นดังนั้นก็ตกใจกลัวเพราะนี่คือครั้งที่ 5 แล้วที่เกิดเรื่องกับมันแบบนี้
ชายหนุ่มจ้องไปที่เสือโคร่งจากนั้นก็ขึ้นไปอยู่บนหลังของมันและหักคอฆ่าเจ้าเสื้อนี้ทิ้งไปทันทีจากนั้นไนเรลก็ผ่าที่หัวของมันเผยให้เห็นแก่นพลังงานระดับ 5 อยู่ภายในเขาหยิบออกมาและกลืนมันลงไปทันที
“18,000 หน่วย”ไนเรลมองไปที่เครื่องวัดพลังงานที่ข้อมือจากนั้นเขาก็เก็บร่างของเสือโคร่งโลหะลงไป
“เท่านี้ก็รู้แล้วว่าความสามารถนี้ทำอะไรได้บ้างมันจะเป็นอีกหนึ่งไพ่ตายของเรา” ไนเรลกำลังคิดถึงความสามารถที่เขาใช้ไปเมื่อสักครู่นี่คือความสามารถใหม่ที่เขาพึ่งได้มาจากตอนที่วิ่งหนีตายเจ้าสิงโตปีกทองอีกครั้งหลังจากที่เจอกับมันเมื่อ8 วันก่อน
ตอนนั้นเขาเข้าไปหลบสิงโตปีกทองนั้นในต้นไม้ใหญ่และบังเอิญไปเจอเข้ากับสัตว์แปลกที่เหมือนกับลิงเผือกมันยืนนิ่งเหมือนกับตายไปแล้ว จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นว่ามีลิงที่รอยอยู่ห่างไปไกลพอสังเกตสักพักเขาก็ต้องตกใจมันคือตัวเดียวกันกับลิงเผือกไม่มีผิดและเมื่อเห็นความสามารถของมันก็คงไม่ต้องบอกว่าไนเรลอาศัยจังหวะนั้นจัดการมันลงกระเพาะไปจึงได้ความสามารถนี้มา
ความสามารถ [พลังจิตเคลื่อนย้าย A] เป็นความสามารถประเภทพลังจิตใจอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่ว่าวิญญาณของไนเรลที่เคลื่อนออกไปแต่เกิดจากไนเรลใช้ความสามารถนี้ล๊อคตำแหน่งไปที่เจ้าเสือโคร่งโลหะ
ต่อให้มันวิ่งหนีไปไกลแค่ไหนจิตที่เขาล๊อคไว้ก็จะอยู่ข้างหลังมันเสมอและถ้าเขายังล๊อคมันไว้ทันทีที่ลืมตาตัวของเขาก็จะย้ายไปที่จุดที่ล๊อคไว้ทันทีทันใด
ไนเรลยิ้ม ๆออกมาจากนั้นก็เดินทางตัวด้วยความรวดเร็ว
หลายวันผ่านไปนั้นไนเรลเดินทางจากภูมิภาคใต้ไปที่ตะวันออกโดยเขาเลือกที่จะหลบเลี่ยงเมืองหลวงใหม่ที่ตั้งอยู่ทางภูมิภาคใต้เพราะตอนนี้ไนเรลยังไม่ยากไปที่นั่นด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง
แต่ในระหว่างทางในภูมิภาคใต้เขาเจอมนุษย์บ้างเป็นบ้างครั้ง ดูเหมือนพวกเขาจะอบยบกันไปที่เมืองหลวงหลักไนเรลยังเจอกับเมืองย่อยที่พังทลายไม่เหลือซากจากการที่โดนสัตว์กลายพันธุ์โจมตี
ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อย ๆโลกใบนี้ก็ไม่ใช่ของมนุษย์อีกแล้ว
นั้นทำให้เขารีบมุ่งหน้ากลับไปที่เมืองย่อย 101เพราะอาจจะเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาได้ทุกเมื่อแต่เมือเข้าสู่เขตสัญญาณเขาก็ติดต่อซีโล่และคนของสมาพันธุ์นักล่าได้อีกครั้งจึงรู้ว่ายังไม่เกิดเรื่องที่นั่นแต่ก็มีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นนั้นก็คือพวกสัตว์กลายพันธุ์เริ่มบ้างคลั่งกันมากขึ้น
อีกทั้งซอมบี้ก็เริ่มปรากฏตัวมากขึ้นหลังจากหายไปนาน
5 วันหลังจากนั้นไนเรลก็มาถึงเมืองหนึ่งแต่มันไม่ใช่เมืองย่อย 101 เพราะมันคือเมืองถัดไปแต่เมืองที่เขามาถึงนี้คือเมืองย่อยที่คุ้นเคยสำหรับไนเรลมาก
เมื่อก่อนมันถูกเรียกว่าค่ายของยักษ์เป็นค่ายลี้ภัยที่ติดกับเมืองหลวงที่สุดย้อนกลับไปตอนที่หนีออกมาชานเมืองเขาเจอกับประธานซาซามูเอลราชายักษ์นั้นที่มาประจำอยู่ที่เมืองย่อยแห่งนี้
ไม่สิคงต้องเรียกว่า เมืองของยักษ์ถึงจะถูกไนเรลลดระดับการบินลงไปที่เมืองของยักษ์ที่นี่มีปืนใหญ่เรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากอันที่จริงมันมากกว่าเมืองย่อย 101 ซะอีกเพราะดูเหมือนพวกเขาจะให้ที่นี่เป็นด้านหน้าป้องกันซอมบี้จากเมืองหลวงไปในตัว
ชายหนุ่มลดระดับลงมา แต่แล้วก็ ๆก็มีเสียงสัญญาเตือนและปืนใหญ่พลังงานก็เล็งมาที่เขาพร้อมกันั้นมันก็เหมือนจะยิงถล่มมาที่ไนเรลโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดเลยแม้แต่น้อย
บูม! บูม! บูม!
พลังงานปืนใหญ่ที่ยิงมาระเบิดกลางอากาศอย่างต่อเนื่องแต่ไนเรลก็หลบมันได้อย่างรวดเร็วและถอยออกไปนอกเมืองทันที
เขาปาดเหงื่อที่หน้าผากและมองไปที่เมืองอย่างไม่พอใจเล็กน้อยแต่แล้วในจังหวะนั้นก็มีมนุษย์ชั้นสูงระดับ 4กระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ล้อมไนเรลไว้และหนึ่งในนั้นก็เป็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก็คือ ประธานซานั้นเอง
“ล้อมซอมบี้ปีกไว้อย่าให้มันหนีไปได้”ประธานซาสั่งมนุษย์ชั้นสูงคนอื่น ๆ
“เดี๋ยวก่อน พวกนายเข้าใจผิดแล้ว”ไนเรลเงยหน้าเพื่อให้พวกเขาเห็นคริสตัลวิวัฒนาการที่หน้าผากได้ชัดเจนขึ้นจะได้รู้ว่าเขานั้นไม่ใช่ซอมบี้ปีก แต่เป็นมนุษย์ชั้นสูงตั้งหาก
เมื่อมนุษย์ชั้นสูงที่ล้อมรอบไนเรลอยู่ก็เห็นหน้าตาของไนเรลชัดเจนพวกนั้นก็เข้าใจว่าไนเรลเป็นมนุษย์ แต่แล้วก็ทำให้มีสิ่งให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือระดับพลังของไนเรล
“สีน้ำเงิน” ประธานซาและมนุษย์ชั้นสูงคนอื่น ๆต่างก็พูดออกมาปละหันไปมองหน้ากันไปมาประธานซามองใบหน้าของไนเรลพร้อมกับคิดว่าเคยเห็นชายหนุ่มที่ไหนมาก่อน
“สวัสดีประธานซา ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
“นายคือ?”
“ผมไนเรล อาโรเดียที่เคยเจอคุณที่บ้านพักชานเมืองเมื่อหลายเดือนก่อน”ไนเรลตอบกลับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉยและสุภาพ แต่ไม่ถ่อมตนจนเกินไปเพราะในตอนนี้สถานะของเขานั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“คนตระกูลอาโรเดีย หืมไอ้หนูนั้นแกเองเหรอ”ประธานซาถามออกมาด้วยความเหลือเชื่อไม่คิดว่าไนเรลจะมาไกลถึงขนาดนี้ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือน
หลังจากที่ประธษนซารู้ว่าเป็นไนเรลแล้วพวกเขาก็พากันแยกย้ายกลับไป แต่ก่อนจะไปพวกเขาก็ขอโทษเขากลับเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นความผิดของไนเรลด้วยเช่นกันที่บินทะเล่อทะล่าเข้าไปในเขตเมืองจนทำให้พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นซอมบี้ปีก
และเพื่อเป็นการขอโทษไนเรลประธานซาจึงเชิญชวนไนเรลไปพักที่บ้านพักของตนเองซึ่งไนเรลก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นเจ้าบ้านของชายชรา
ในระหว่างทางที่เดินไปในเมืองผู้คนต่างมองไปที่ประธานซานด้วยสายตาเคารพชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็เข้าใจที่ผ่านมาชายชราคงจะดูแลและปกป้องคนในเมืองนี้มาตลอดทำให้ได้ความเคารพมากขนาดนี้
......
ที่บ้านของประธานซาไนเรลนั่งลงที่โซฟาขณะที่ยกเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มด้วยความกระหาย
“ไม่ว่าสถานการณ์ไหนเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นอยู่เสมอก็คือน้ำอัดลมสินะ”ไนเรลพูดจบก็จัดการยกกระดกไปอีกอึกใหญ่ ๆ
“ตอนนี้นายมีพลังเท่ากับพวกสัตว์กลายพันธุ์ระดับ5 แล้วสินะ” ประธานซาที่นั่งอยู่อีกฝั่งโดยมีหลานสาวนั่งเล่นอยู่ด้านข้างถามขึ้นมา
“ก็คงอย่างนั้น คุณเองก็คงจะอีกไม่นานเช่นกันเอาเป็นว่าเลิกพูดเรื่องระดับพลังดีกว่า ผมจะถามตรง ๆ เลยนะ”ไนเรลเงียบเสียงไปสักพักวางแก้วที่ภายในเหลือแต่ก้อนน้ำแข็งลงจากนั้นก็มองไปที่ตาของประธานซาอย่างไม่เกรงกลัวแล้วกล่าวออกมา
“คุณต้องการอะไรกันแน่คงไม่ใช่เพราะแค่เรื่องขอโทษจึงชวนผมมาพักที่นี่หรอกนะ”
“ยังคงเหมือนตอนนั้นเลยสินะเอาจริงเรื่องที่คนของทางนี้ยิงปืนใหญ่ใส่นายฉันไม่สนมันเลยสักนิดด้วยระดับนายโดนไปลูกสองลูกคงไม่ตายหรอกจริงไหม”
“นั้นก็ไม่แน่” ไนเรลพุดออกไปอย่างคลุมเครือแต่ถ้าฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้วนั้นดูมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก
ประธานซาได้ยินดังนั้นก็หรี่ตามองไนเรลและพูดต่อทันที“ฉันต้องการยืมพลังของนายช่วยต้านฝูงสัตว์กลายพันธุ์หน่อย”
“หืม หมายความว่ายังไง”ชายหนุ่มถามออกมาด้วยความสนใจ
หลังจากคำถามนั้นประธานซาก็บอกกับไนเรลเรื่องที่มีสัตว์กลายพันธุ์กลุ่มใหญ่พวกมันรวมตัวกันและกำลังจะมุ่งหน้ามาทางเมืองแห่งนี้
อันที่จริงแล้วพวกเขาตรวจเจอกับพวกมันมาได้สัก 2วันแล้ว แต่เวลาที่แน่นอนว่าฝูงนี้จะเข้าโจมตีคือเมื่อไหร่ แต่คงไม่เกิน 24ชั่วโมงอย่างแน่นอนและนั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งเมืองตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดจนพวกเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงไนเรลก่อน
เพราะพวกเขากลัวว่าจะมีซอมบี้ลอบโจมตีในตอนที่รับมือกับฝูงสัตว์กลายพันธุ์
“ฝูงสัตว์กลายพันธุ์...เป็นไปได้อย่างไรค่ายของยักษ์ไม่ควรจะมีฝูงสัตว์กลายพันธุ์โจมตีสิ”ไนเรลพูดออกมาด้วยความแปลกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“หมายความว่าอย่างไรที่ว่าไม่ควรมี...”ชายชราแปลกใจกับท่าทีของไนเรล
“เออ...ไม่มีอะไรผมก็แค่แปลกใจเท่านั้นว่าทำไมคุณถึงไม่แจ้งเรื่องนี้ให้ทางรัฐบาลกลางส่งคนในกองทัพมาเพิ่ม”ไนเรลเปลี่ยนเรื่องในทันที
“นั้นไม่ได้อยู่ในอำนาจฉันอันที่จริงฉันควรจะเดินทางไปที่เมืองหลวงใหม่เพื่อจัดการกับกลุ่มบริษัท...ช่างเรื่องนั้นเถอะที่ขอให้นายช่วยในครั้งนี้คือคำขอส่วนตัวถ้านายตกลงฉันจะยื่นเรื่องไปที่พวกนั้นเพื่อแจ้งกับรัฐมลตรีที่ดูแลที่นี่ว่านายจะเข้าร่วมสู้ในครั้งนี้ด้วย”ประธานซากล่าวด้วยท่าทีเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง
“เรื่องช่วยก็ได้อยู่ แต่ผมมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”ไนเรลเองก็เข้าสู่โหมดจริงจังแล้วเช่นเดียวกัน
......
ประธานซานั่งเงียบไปสักพักหลังจากที่ไนเรลแยกตัวออกไปแล้วชายชราได้แต่คิดหนักถึงคำขอของชายหนุ่ม
เพราะสิ่งที่ไนเรลขอนั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแต่ถึงกระนั้นซามูเอลก็บอกว่าจะยื่นเรื่องไปให้
ซึ่งนั้นก็เป็นคำตอบที่ไนเรลพอใจมากแล้ว