เหล่าคนที่ได้ยินคำนี้ต้องรู้สึกเ็ปรวดราวทางใจอย่างแน่นอน เพราะคำนี้มาจากผู้มีพร์ 'การควบคุมคิดใจระดับสุดยอด' คำพูดนั้นจะเข้าไปจิตใจเหมือนคำสาปแช่งสำหรับผู้ฟัง
จะเกิดความรู้สึกผิดทางใจปานจะขาด เป็ความเ็ปที่ไม่อาจคาดเดาได้
เมื่อคนทั้งสี่ในชุดดำได้ยินดังนั้น ก็เป็ไปตามที่อธิบายเอาไว้จะรู้สึกผิดแบบสุดๆ ในใจพวกเขาจะเริ่มคาดเดามั่ว'นี้ข้าทำให้ หัวหน้าพวกหวัง' 'ข...ข้า ทำทุกอย่างพังหมด' 'ไม่ ไม่ ข้ารับความจริงนี้มิได้' 'ทำไม ทำไม ถึงเป็แบบนี้'
ภายนอกของคนทั้งสี่เริ่มกระวนกระวาย แต่ทว่าเมื่อเฉินเจียงเห็นกลับไม่หยุดสิ่งนั้นเพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่เขา้า สิ่งนั้นคือ ความรู้สึกผิด
'นี้แหละ ความรู้สึกผิด พลังอันยิ่งใหญ่หรือะเิลูกใหญ่ มันจะเป็ไปตามอารมณ์ของพวกเ้าหากใช้ถูก เ้าจะกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่แต่หากทำไม่ได้ก็กลายเป็แค่ขยะ'เฉินเจียงคิดในใจ
ตอนนี้ทุกอย่างรอบกายไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นทุกอย่างยังคงเงียบมีเพียงเสียงโลหิตไหลรินลงสู่พื้นดิน
ผ่านไป1ถ้วยจิบชา
แม้ทุกอย่างจะไม่เคลื่อนไหว ทว่ามีเสียงเฉินเจียงพูดขึ้น "เอาเถอะ ออกเดินทางอย่าทำเื่ให้มันช้าอีก"
ในครานี้ไม่มีใคร ตอบกลับว่ารับทราบเลยแม้แต่ผู้เดียว แต่ทุกคนก็ยังทำตามคำสั่งนั้น แล้วเริ่มออกเดินทางไปสู่เมืองเฉินตู ที่เป็ดั่งอันประตูต่อกรกับอาณาจักรวายุ
หากเมืองนี้พ่ายลงทุกอย่างจะแย่ลง สถานการณ์จะควบคุมยากยิ่งขึ้นไปอีก โอกาศแพ้พ่ายาจะมากขึ้น
ระหว่างการเดินทางไปเมืองเฉินตู เฉินเจียงก็เปิดใช้งานเซ็ทชุดเกราะขาวมันมีน้ำหนักรวมถึง25ตัน ทำให้ร่างกายรับภาระเื่น้ำหนักมาขึ้น ในระหว่างนั้นเขาก็ใช้วิกายาเหินไปด้วย
"กายาเหินได้รับEXP:10"
"กายาเหินได้รับEXP:10"
"ขอแสดงความยินดีกายาเหินได้เลื่อนขั้นเป็ขั้น3"
...
'ค่าสถานะ'
โฮสต์:เฉินเจียง ระดับขั้นการบ่มเพาะ:หลอมกายาขั้น10
พลังรบ:820
อายุ:16/200
พลังกำลัง:4.8 ความเร็ว:5.6
ร่างกาย:4.9 ปราณ:4.4
ทหารภายใต้การปกครอง:4/10
ทักษะ:ดาบเส้นดาย วิชากายาเหิน(ขั้น1)
ทักษะบ่มเพาะ:คัมภีร์ความโกลาหลของ์(ขั้น2)
ฉายา:หัวหน้าทหาร ผู้ไร้เทียมทานแห่งกายา
หมู่บ้านภายใต้การปกครอง:หมู่บ้านัดำ
เฉินเจียงกำลังดูค่าสถานะ
ผ่านไปเกือบ1ชั่วยาม
ความเร็วของเฉินเจียงสูงสุดสามารถมาถึงเมืองเฉินตูได้ในไม่กี่นาที แต่ทว่าเขาต้องพาคนทั้งห้าคนไปด้วยกันทำให้ความเร็วลดลงมาก แต่ทว่าในที่สุดพวกเขาก็มาถึง
ในรอบเมืองสภาพแวดล้อมเป็ทุ่งหญ้าเล็กน้อยมีต้นไม้รอบๆเมือง ข้างในมีความเงียบเหงาเกิดขึ้นเพราะา ประชาชนมากมายหลายพันคนต้องถูกฝึกให้ไปเป็ทหาร
แต่ทว่าในเมืองก็ไม่ได้เงียบเหงาปานเมืองร้างแต่อย่างใดเพราะ ก็มีการค้าขายอยู่กันบ้าง แต่จะมีน้อยกว่าปกติเท่านั้น
เมื่อกลุ่มของเฉินเจียงกำลังจะผ่านเข้าไปในเมืองก็ต้องผ่านประตูเมืองก่อนเป็อย่างแรก บนกำแพงมีพลธนูยืนเฝ้าหลายสิบถึงร้อย ตรงประตูมีคนเฝ้าอยู่ถึง20คนถือหอกเฝ้าอยู่
ทหารเหล่านี้เป็ทหารมานานก่อนที่จะเกิดาขึ้น เนื่องจากที่พวกเขาสมัครใจที่มาเป็ทหารกล้า เพราะฉะนั้นจึงมีการฝึกฝนมากมายมากกว่าคนธรรมดา ตรงคน20คนที่ยืนเฝ้าอยู่มีผู้บ่มเพาะยืนอยู่ เขาเป็หัวหน้าและผู้รับผิดชอบในการตรวจคนเข้าเมือง
ปกติหัวหน้าที่จะมาเฝ้าประตูเมืองจะเป็หลอมกายาขั้น1แค่นี้มีาเกิดขึ้น มันไม่อยู่ในการควบคุมของหลอมกายาขั้น1อีกต่อไปจึงต้องให้หลอมกายาขั้น2ขึ้นไปมาทำแทน
ขณะที่กำลังจะถึงประตูเมืองกล่มคน20คนก็สังเกตเห็นกลุ่มเฉินเจียงกำลังมุ่งหน้ามา
ทว่าสิ่งที่ปกติทหารที่เห็นคนกลุ่ม6คนต้องไม่สนใจอยู่แล้วเพราะคนแค่หกคนจะทำอะไรได้ แต่ไม่ใช่ในครั้งนี้เพราะพวกเขาต่างเตรียมพร้อมรบตลอดต้องตรวจสอบทุกคน
นายกองที่ยืนเฝ้าะโถาม"พวกเ้าเป็ใคร มาทำอะไรที่นี้!"
เฉินเจียงที่ได้ยินดังนั้นด้วยสายตาที่เรียกเหนือคนธรรมดาหลายเท่า เขาเห็นใบหน้าของนายกองคนนั้นชัดเจน เฉินเจียงยิ้มเล็กก็ะโกลับไป"หนิงผิง นี้ข้าเองน้องเฉินเจียงของเ้าไง!"
เมื่อได้ยินดังนั้นหนิงผิงสั่งให้ทหารลดอาวุธลงก่อนจะเดินไปเฉินเจียง ทันทีที่เห้นใบหน้าที่คุ้นเคย เขายิ้มออกมาวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะกอดคอเฉินเจียงอย่างเป็มิตร
ทว่าเฉินเจียงที่บรรลุระดับบ่มเพาะที่เรียกได้ว่าเป็ตำนานเลยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในสายตาก็พอที่จะเห็นหลอมกายาขั้น2ช้าเป็เต่าได้
ขณะที่กำลังจะถึงตัวเฉินเจียง เฉินเจียงกลับขยับไปทางขวานิดนึงเพื่อหลบ แต่ทว่าความเร็วที่ใช้มันเกินขอบเขตหลอมกายาไปหลายร้อยเท่า จนสามารถทิ้งภาพติดตาไว้ได้อีกด้วย
มันเร็วสุดๆจนแทนไม่มีใครสังเกตเลยว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นกำลังหลบติดภาพติดตา หลังจากนั้นหนิงผิงทำได้เพียงกอดอากาศแล้วจากนั้นจึงล้มลง
เฉินเจียงที่เห็นแบบนั้นกลั้นขำเล็กน้อย แต่หนิงผิงที่พึ่งล้มไปในสายตามีความสงสัยเกิดขึ้น ในความคิดมีเื่นึงทำให้ตาเขาตื่นเต้นจนแทบจะฉายแสง
แต่ก็รีบเก็บความตื่นเต้นกลับไปก่อนกล่าวถาม"น้องเฉินเ้ากลายเป็หลอมกายาขั้น2แล้วรึไม่"
เฉินเจียงที่ได้ยินดังนั้นจึงยิ้มเล็กน้อยไม่ได้กล่าวตอบกลับไปแต่อย่างใด
แต่ในความคิดของหนิงผิงมันคือสัญญาณว่าใช่
ในเมื่อพิสูจน์เื่ความสงสัยแล้วหนิงผิงจึงกล่าวชักชวนออกไป"น้องเฉิน พวกเราไปฉลองเื่การทะลวงขั้นของเ้าด้วยสุราเลิศรสดีกว่า"
ตอนที่เฉินเจียงกำลังจะตอบกลับไป พลั่นมีชายขี่ม้ามาที่ประตูเมือง สิ่งที่ดูแปลกตาบนชุดเกราะของชายคนนั้นก็คือคำว่า 'องครักษ์จักรพรรดิ'
ทหารทุกคนที่พยายามตื่นตัวกับเหตุการณ์าย่อมหันไปมองตัวของชายคนนั้น พลั่นที่ทุกคนเห็นคำบนเกราะนั้น ทุกคนไม่เว้นกลุ่มเฉินเจียงต่างคุกเข่าลง เพียงแต่เฉินเจียงเท่านั้นที่ไม่คุกเข่า
แค่ทว่าการยืนอยู่การฝูงคนที่คุกเข่ามันก็คงดูแปลกตา เขาจึงใช้พลังส่วนหนึ่งอำพรางตัวตนเอาไว้ แม้ว่าจะไม่หายไปในอากาศแต่แค่นี้ก็พอให้แอบซ่อนจากคนที่ต่ำกว่าสร้างปราณอย่างง่ายดาย
ส่วนเหตุผลที่คนเหล่านี้ทั้งหมดต่างคุกเข่าให้ชายคนนั้น เพราะหากมีองครักษ์จักรพรรดิอยู่ที่ใดแสดงว่าจักรพรรดิอยู่ที่นั้น
ยิ่งไปกว่านั้นในมือขององครักษ์ยังมีกระดาษสีทอง ซึ่งคนมากมายแม้ไม่เคยเห็นแต่ต้องเคยได้ยิน เหมือนคำว่า ไม่เคยกินหมู ไม่ได้แปลว่าไม่เคยเห็นหมู
กระดาษใบนั้นประกาศิต์ขององค์จักรพรรดิ เมื่อเห็นสิ่งนี้ย่อมเหมือนเห็นตัวของท่าน หากใครกล้าเหิมเกริมต่อหน้าประกาศิตจะถือว่าประพฤติตัวเป็กฏบ
แต่สิ่งนี้มันก็แค่กระดาษธรรมดาสำหรับเฉินเจียงแม้เฉินเจียงจะเป็คนของอาณาจักรพิรุณ ทว่าจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรก็แค่หลอมกายาขั้น9 ทว่าต่อให้เป็สร้างปราณขั้น1มันก็ยังคงไร้ค่า
ขณะนั้นทหารองครักษ์ที่ขี่ม้าก็หยุดลงกล่าวะโ "มีราชองการต่อเ้าเมือง จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะลงมาบัญชากองทัพด้วยพระองเอง"
แน่นอนเสียงะโของคนธรรมดาสามารถไปไกลได้ไม่กี่ร้อยเมตร แต่เสียงของทหารองครักษ์คนนี้สามารถไปไกลถึงครึ่งเมือง ทำให้ประชาชนที่อยู่ในเมืองต่างก้มหัวลง สิ่งนี้ช่วยพิสูจน์เขาเป็ผู้บ่มเพาะ ยังเป็ถึงหลอมกายาขั้น3อีกด้วย
ทันใดก็มีร่างเงาดำะโผ่านกำแพง ที่มันเป็สำดำไม่ใช่เพราะตัวของเขาดำแต่เป็เพราะชายคนนั้นเคลื่อนที่เร็วเกินไป จนตามองตามไม่ทัน
แต่ความเร็วนี้ไม่ต่างอะไรกับเต่าในสายตาของเฉินเจียงเขาเห็นใบหน้าของเงาดำนั้น ใบหน้านั้นเขาค่อนข้างคุ้นเคยเพราะนั้นคือเ้าเมืองของเมืองแห่งนี้
เงาดำนั้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าทหารองครักษ์ด้วยท่าคุกยื่นมือไปรับราชองการ"ข้าเ้าเมืองเฉินตู น้อมรับราชองการขององจักรพรรดิ"
คนที่คุกเข่ารอบต่างะโขึ้นมา "ทรงพระเจริญๆ"
ชายขี่ม้าส่งราชองการแด่เ้าเมืองเฉินตูด้วยท่าทีเฉยชาแต่ในสายตาของมีอารมณ์ที่ตื่นเต้นอยู่เพราะชายที่ก้มหัวให้เขานั้นเป็ถึงหลอมกายาขั้น8หากไม่ใช่เพราะเขามีประกาศิต์สิ่งนี้คงไม่มีวันเกิดขึ้น
ทันทีที่ได้ราชองการไปเ้าเมืองทำความเคารพทหารองครักษ์ก่อนจะวิ่งหายไปในเมืองอยากรวดเร็ว ในสายตาคนธรรมดาเห็นเพียงเ้าเมืองหายไปแต่หากเป็หลอมกายาขั้น1ขึ้นไปย่อมสามารถเห็นเงาลางๆได้
_________________________________