ภายในห้องสีขาวขุ่น ประตูและหน้าต่างถูกปิดสนิทราวไม่้าให้ผู้ใดเข้ามารบกวน ภายในห้องมีเพียงแสงอาทิตย์จางๆที่เล็ดลอดผ่านช่องลมเท่านั้นที่พอจะเป็แสงสว่างให้กับห้องแห่งนี้ บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบราวไร้ผู้คน ไม่มีแม้แต่สายลมที่พัดผ่านเข้ามา แต่หากเพ่งมองดีๆจะเห็นว่าที่ใจกลางห้องยังร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งนิ่งสนิทราวไร้ชีวิต บนใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลริน เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มมีหม้อปรุงยาสีดำสนิทตั้งอยู่ ด้านข้างมีกองสมุนไพรกองเล็กๆจัดวาดอยู่อย่างเป็ระเบียบ
นี่คือห้องของแอเรียส เขาไม่้าจะให้สิ่งใดเข้ามารบกวนในเวลานี้ แม้แต่สายลมจางๆที่พัดผ่านเข้ามาเขาก็ไม่้ามัน เขาในตอนนี้ยังไม่มีแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญในการปรุงยามากพอ การปรุงยาของเขาจะต้องปราศจากสิ่งรบกวนใดๆ แม้เพียงเล็กน้อยมันก็อาจจะผิดพลาดได้
แอเรียสยื่นมือไปด้านหน้า ทันใดนั้นประกายสีชาดค่อยๆกระพริบขึ้น เปลวไฟขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายถูกจุดขึ้นอย่างช้าๆ ในที่สุดก็กลายเป็เปลวไฟขนาดเท่าผลเชอรี่ ใบหน้าของแอเรียสค่อนข้างเหนื่อยล้าเล็กน้อย นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตนี้ที่เขาเคยใช้เวทอัคคี
หากมีผู้ใดล่วงรู้เื่นี้เข้าย่อมต้องตกตะลึงเป็แน่ ต้องเข้าใจก่อนว่านักเวทจะไม่สามารถใช้พลังของธาตุอื่นนอกจากธาตุประจำตัวของตนเองได้ แล้วเหตุใดแอเรียสที่มีธาตุอัสนีจึงสามารถจุดเปลวเพลิงขึ้นมาได้ นี่เป็ความลับที่แม้แต่สมัยโบราณก็ยังมีเพียงผู้คนจำนวนน้อยนิดเท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับนี้ ธาตุพิเศษนั้นคือการผสานกันระหว่างสองธาตุอย่างลงตัวทำให้เกิดเป็ธาตุใหม่ที่ทรงพลังขึ้นมา ธาตุของแอเรียสคืออัสนี และธาตุอัสนีนั้นเป็ธาตุที่เกิดมาจากการผสานระหว่างธาตุวายุและอัคคี นี่คือสาเหตุที่แอเรียสสามารถใช้เวทอัคคีได้ แต่การจะทำเช่นนี้ก็หาใช่เป็เื่ที่ง่ายดายเช่นเอ่ยวาจา เมื่อสองธาตุเกิดการผสานกันในร่างกายของมนุษย์แล้วสองธาตุก็จะรวมตัวกลายเป็หนึ่งเดียว การจะแยกมันออกมานับว่าลำบากไม่น้อย หากไม่ใช่ผู้ที่เข้าใจถึงธรรมชาติของธาตุอัสนีอย่างถ่องแท้แล้วล่ะก็การกระทำเช่นนี้นับว่าเป็เพียงเป็เื่เพ้อฝันเท่านั้น
“ นี่คงเป็ขีดจำกัดที่ข้าสามารถทำได้แล้ว “
แม้จะสามารถใช้พลังเวทอัคคีออกมาได้แต่มันก็เป็เพียงธาตุรองหาใช่ธาตุหลักเช่นธาตุอัสนี ยามที่แอเรียสใช้พลังของเวทอัคคีจึงค่อนข้างจะอ่อนแอกว่าเวทอัสนีมาก ทันใดนั้นเปลวไฟก็ถูกจุดขึ้นบนถ่านหินที่เตรียมเอาไว้ด้านใต้ของหม้อปรุงยา การจะปรุงยานั้นนอกจากจะต้องมีความรู้ในเื่ของสมุนไพรต่างๆแล้ว นักปรุงยาจะต้องควบคุมเปลวไฟไปด้วยตลอดการปรุงยาอีกด้วย นี่คือข้อจำกัดว่านักปรุงยาจะต้องเป็ผู้ที่สามารถควบคุมเปลวไฟได้เท่านั้นหรือหากกล่าวอีกนัยก็คือนักปรุงยาจะต้องเป็นักเวทอัคคีเท่านั้น
เขาหยิบหญ้าจันทร์เสี้ยวขึ้นมาเป็ชนิดแรกก่อนจะนำมันใส่ลงไปในหม้อปรุงยา หลังจากผ่านไปชั่วครู่ก็นำหญ้าสายหมอกใส่ลงไป และปิดท้ายด้วยหญ้าเมฆา สมุนไพรทั้งสามชนิดต่างถูกใส่ลงไปในปริมาณที่ไม่เท่ากัน อีกทั้งเวลาที่ใส่ลงไปก็หาได้พร้อมเพรียงกัน นี่คือหนึ่งในเคล็ดลับของทักษะในการปรุงยา
สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์อสูรเอาไว้จะเป็ที่รู้กันดีว่า หญ้าจันทร์เสี้ยวเป็สมุนไพรมีฤทธิ์ในการรักษาอาการาเ็เล็กๆน้อยๆของสัตว์อสูรแต่มันออกฤทธิ์ค่อนข้างช้าต้องรอนับวันกว่าจะส่งผล หญ้าสายหมอกมันเป็สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าของสัตว์อสูร ยามเมื่อเดินทางไกลผู้คนนิยมจะพกหญ้าสายหมอกติดไปด้วยเพื่อสัตว์อสูรกินคลายความเหนื่อยล้า ส่วนหญ้าเมฆานั้นเป็สมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงกำลังวังชาของสัตว์อสูร ด้วยประโยชน์เหล่านี้พวกมันจึงมักจะถูกนำไปเป็อาหารของเหล่าสัตว์อสูร
แต่แอเรียสกลับรู้ประโยชน์ของสมุนไพรเหล่านี้ว่ามีมากมายกว่านั้น การใช้มันเพียงแค่เลี้ยงสัตว์อสูรนับว่าไร้ประโยชน์ยิ่งนัก สมุนไพรเหล่านี้หากนำมาปรุงเป็ยาด้วยปริมาณที่เหมาะสมและด้วยวิธีที่ถูกต้องมันก็จะกลายเป็ยาวิเศษสำหรับนักเวทได้ หญ้าเมฆาที่แอเรียสใส่ไปอย่างสุดท้ายมันมีฤทธิ์ในการกระตุ้นความคุณสมบัติในการรักษาและการฟื้นฟูพลังเวทของหญ้าจันทร์เสี้ยวและหญ้าสายหมอก เมื่อผสมเข้ากันและปรุงยาอย่างลงตัวมันก็จะกลายเป็เม็ดยาที่ล้ำค่า
เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาปรุงยาต่อไปด้วยสมาธิสูงสุด การปรุงยานั้นนอกจากชำนาญในการควบคุมเปลวไฟแล้วนักปรุงยาก็ต้องเชี่ยวชาญในด้านอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็การแยกแยะประเภทของสมุนไพร การคำนวณจำนวนสมุนไพรที่ต้องใช้ในการปรุงยาอย่างแม่นยำ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปรุงยาคือประสบการณ์และความรอบรู้ในศาสตร์แห่งการปรุงยา
ยามใบหน้าของแอเรียสเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ คิ้วขมวดแน่นด้วยความตรึงเครียด แม้เขาจะมีประสบการณ์และความรู้เื่การปรุงยาจากชีวิตที่แล้ว แต่ในร่างนี้มันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พลังในร่างนี้มันช่างอ่อนแอจนเกินไปจริงๆ มือขวาของแอเรียสยังคงควบคุมเปลวไฟอยู่ไม่ห่าง อุณหภูมิของหม้อปรุงยาจะผิดพลาดแม้เพียงน้อยนิดไม่ได้ ผ่านไปไม่นานกลิ่นหอมจางๆเริ่มโชยมาจากหม้อปรุงยา อีกครึ่งชั่วโมงต่อมากลิ่นหอมของสมุนไพรเริ่มอบอวบไปทั่วบริเวณ แอเรียสค่อยๆดับเปลวไฟลงอย่างช้าๆ เขาก้มมองลงไปในหม้อปรุงยาในใจเต้นแรงคาดเดาถึงผลลัพธ์ครั้งแรกของเขา ที่ก้นหม้อปรุงยามีเม็ดยาสีเหลืองนวลอยู่หนึ่งเม็ดและเศษของเม็ดยาที่แตกหักอยู่อีกสี่เม็ด
ยานี่หากมันถูกใช้ออกในระหว่างการต่อสู้มันก็อาจจะเปลี่ยนผลในการต่อสู้ไปได้ เม็ดยาจะแบ่งระดับออกเป็ ต่ำ กลาง สูง ปฐี นภา ์ และตำนาน ในเมืองเบอเนียร์เม็ดยาระดับสูงนับเป็ของล้ำค่า เพียงแค่เม็ดยาระดับกลางอย่างเม็ดยาอย่างเม็ดยาพฤกษามรกตก็ยังเป็สิ่งที่ผู้คนมากมาย้า ไม่ต้องกล่าวถึงเม็ดยาระดับสูงอย่างเม็ดยาอาบจันทราเลย
“ อัตราสำเร็จของข้าคือหนึ่งในห้าเพียงเท่านั้น นับวันย่ำแย่นัก “
แอเรียสถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า เขาคาดหวังไว้ว่าอัตราสำเร็จของการปรุงยาของเขามันควรจะมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด การสำเร็จเพียงหนึ่งในห้านั้นนับว่าย่ำแย่เกินไปสำหรับเขา
หากนักปรุงยาคนอื่นผ่านมาได้ยินคำพูดของเขาแล้วล่ะก็คงรุมสาปแช่งเขาเป็แน่ สิ่งใดคือความย่ำแย่ที่แอเรียสกล่าวถึง นักปรุงยาโดยทั่วไปแล้วการจะสำเร็จเช่นนี้ยังต้องฝึกฝนอยู่นานนับแรมปี แต่เขาทำที่สำเร็จั้แ่ครั้งแรกกลับกล่าวว่าย่ำแย่ ์เหตุใดท่านจึงส่งมอบพร์ให้กับคนโลภมากผู้นี้
" หนึ่งเม็ดยังนับว่าน้อยเกินไป ข้าต้องปรุงยาให้ได้มากกว่านี้ "
สายตายของแอเรียสเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น หลายคนอาจจะเพียงพอใจสำหรับการปรุงเม็ดยาระดับสูงสำเร็จหนึ่งเม็ดแต่มันไม่ใช่สำหรับแอเรียส
เส้นทางในการเป็ก้าวสู่การเป็นักเวทที่แข็งแกร่งจะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล การจะได้มาซึ่งทรัพยากรเ่าั้จะต้องแลกมาด้วยความลำบากตรากตรำ หลายคนมุ่งสู่สถานที่อันสุดแสนอันตรายเพื่อค้นหาสมบัติและทรัพยากรเ่าั้ หลายคนต่อสู้แย่งชิงเพื่อให้ได้สิ่งเ่าั้มา แต่หลายคนก็ใช้เงินตราเพื่อแลกเปลี่ยนเป็ทรัพยากรเ่าั้ แอเรียสในยามนี้ไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะไปต่อสู้หรือมุ่งสู่สถานที่อันตรายได้เฉกเช่นในอดีต การใช้เงินตราจึงเป็หนทางที่ดีที่สุดแต่ก็เป็ปัญหาที่สุดเช่นกัน เพราะเขาเป็เพียงผู้ที่ถูกตราหน้าว่าไร้พลังเวทจึงไร้ซึ่งการสนับสนุนจากตระกูล เงินที่เขามีอยู่ก็น้อยจนเรียกได้ว่าอัตคัด ในที่สุดเขาก็คิดแผนการที่จะปรุงเม็ดยาอาบจันทราเพื่อนำไปขาย นี่คือหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้เขาได้เงินทองเ่าั้มา ดังนั้นยิ่งปรุงเม็ดยาได้จำนวนมากเท่าไหร่เขาก็จะได้รับเงินจำนวนมากเท่านั้น
ดวงตาของแอเรียสเปล่งประกายระยิบระยับตลอดเวลายามที่เขาคิดถึงว่าจะขายเม็ดยาอาบจันทราได้ราคามากแค่ไหน เม็ดยาระดับสูงเป็ของล้ำค่าในเมืองเบอเนียร์แห่งนี้ หากนำออกไปขายต้องได้ราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญคริสตัลเป็แน่ ยิ่งคิดมากเท่าไหร่แอเรียสก็ยิ่งรู้สึกเกิดความโลภมากเท่านั้น หากมองลึกลงไปในดวงตาของแอเรียสมันราวกับว่าเห็นแสงประกายของเหรียญคริสตัลส่องแสงอยู่ในนั้นเลยก็ว่าได้
แอเรียสหยุดความคิดฟุ้งซ่านเ่าั้เอาไว้ก่อนที่จะเริ่มการปรุงยาอีกครั้ง เปลวเพลิงขนาดเล็กถูกจุดขึ้นบนฝ่ามือของเขาอีกครั้ง ตอนนี้สมาธิของแอเรียสมุ่งอยู่เพียงเปลวไฟและหม้อปรุงยาเบื้องหน้าเท่านั้น
" สำเร็จเพียงหนึ่งในห้าอีกแล้ว ! "
ผ่านไปไม่นานการปรุงยาครั้งที่สองของแอเรียสจบลง ครั้งนี้แอเรียสทำได้คล่องแคล่วและชำนาญกว่าครั้งแรกเล็กน้อย แต่เมื่อก้มลงไปมองไปก้นหม้อปรุงยาก็พบเพียงเม็ดยาอาบจันทราที่สมบูรณ์หนึ่งเม็ดกับเม็ดที่แตกหักอีกสี่เม็ดเช่นเดิม เขาถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวังอีกครั้ง
เหตุการณ์ต่างๆยังคงวนเวียนอยู่แบบนี้ต่อเรื่อยๆจนแอเรียสเริ่มรู้สึกหมดหวังที่จะปรุงเม็ดยาสำเร็จมากกว่าหนึ่งในห้า ในที่สุดเขาก็ยอมรับว่าพลังของเขาในยามนี้คงยังอ่อนด้อยเกินไปจริงๆ
" ฮ่าๆๆในที่สุดข้าก็ปรุงสำเร็จถึงสองในห้า "
แอเรียสหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ เขาหยิบเม็ดยาอาบจันทราทั้งสองเม็ดที่เขาพึ่งปรุงสำเร็จออกมาชูขึ้นด้วยความดีใจ ในการปรุงยาครั้งที่สิบห้าในที่สุดแอเรียสก็สามารถปรุงเม็ดยาสำเร็จด้วยอัตราสำเร็จสองในห้า มันเป็ความสำเร็จที่แม้แต่แอเรียสเองก็คาดไม่ถึง เอาตรวจสอบเม็ดยาทั้งสองด้วยความตื่นเต้นยินดี ดวงตาเป็ประกายราวดวงดาว และเขายังคงพิจารณามันอีกหลายนาทีก่อนที่จะเก็บมันไว้ในแหวนมิติเฉกเช่นเม็ดยาก่อนหน้า
จนถึงยามเที่ยงคืนใบหน้าของแอเรียสในยามนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ มันซีดเซียวราวกับผู้ใกล้หมดลม เขารีดเร้นพลังเวทในร่างออกมาใช้ในการปรุงยาจนหมดแล้ว ตอนนี้อัตราสำเร็จที่ดีที่สุดของแอเรียสคือสองในห้า นับว่าเป็การพัฒนาอย่างน่าเหลือเชื่อนัก ตอนนี้ภายในแหวนมิติของแอเรียสมีเม็ดยาอาบจันทราอยู่มากถึงยี่สิบสามเม็ด ตอนนี้ในหัวของเขามีแผนการที่จะจัดการกับเม็ดยาพวกนี้แล้ว
แม้การปรุงเม็ดยาจะค่อนข้างลำบากแต่มันก็เป็ความลำบากที่เต็มไปด้วยความยินดี เพราะเม็ดยาเหล่านี้คงจะทำเงินให้เขาไม่น้อยเมื่อเขานำมันไปขายในวันพรุ่งนี้ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่เต็มใบหน้าอันเหนื่อยล้าของเขา ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้พักผ่อนเสียที เขาทิ้งตัวลงบนเตียงก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา