การสนทนาดำเนินต่อไปตามรูปแบบเดิมของมันส่วนใหญ่ก็เป็การพูดคุยกันในเื่ทั่วๆไปซึ่งเวคฟิลด์ฟังรู้เื่บ้างไม่รู้เื่บ้าง แต่ขณะนี้เด็กชายมีความสนใจในอาหารที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าจะให้ความสนใจต่อสิ่งอื่นใดการปะทะคารมข้ามหัวอยู่ไปมาและดูเหมือนจะมีแต่เื่ที่พูดกันได้เสมอไม่รู้จบอาทิปีนี้ควรจะปลูกพืชอะไรดีจะจัดการอย่างไรให้ดีที่สุดสำหรับฟิ้นช์ซึ่งต้องไปเข้าโรงเรียนในเมืองใหญ่ ลูกชายคนไหนของคุณย่าที่ใช้ชีวิตแหลวแหลกที่สุด
นิโคลาสซึ่งนั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของย่าผู้ผลาญมรดกส่วนตนที่ได้รับมาจนหมดสิ้นั้แ่วัยหนุ่มเออร์เนสท์ซึ่งนั่งอยู่ทางขวาผู้ทำลายตนเองด้วยการเป็นายประกันให้กับเพื่อนและพี่ชายของตนเพราะฝันหวานในความร่ำรวยมากเกินไปหรือฟิลลิป ผู้ซึ่งขณะนี้นอนสงบอยู่ในสุสานแล้วแต่ก็ได้สมรสครึ่งที่สองซึ่งทำให้มีลูกชายตามมาอีกถึงสี่คน คืออีเด็น, ปิแอร์, ฟิ้นช์และเวคฟิลด์โดยมิได้คำนึงถึงถึงว่าครอบครัวมีภาระหนักอยู่แล้ว
ห้องรับประทานอาหารเป็ห้องที่กว้างใหญ่มากเต็มไปด้วยเครื่องเฟอร์นิเจอร์หนักๆ ซึ่งทำให้ห้องมืดครึ้มเกินกว่าความจำเป็และข่มให้บุคคลผู้เป็สมาชิกในครอบครัวดูอ่อนแอลงอย่างประหลาดทั้งไซด์บอร์ดตู้เก็บของสูงตระหง่านขึ้นไปจดเพดานซึ่งตรงนั้นยังมีขอบบัวขนาดใหญ่ประดับไว้ด้านในของบานหน้าต่างและอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีเหลืองเข้มเป็กลุ่มรวมปลายไว้เป็พู่ซึ่งดูเหมือนจะมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะปิดกั้นโลกภายนอกไว้จากโลกของบุคคลในตระกูลไว้ท์โอ๊คภายในคฤหาสน์หลังนี้ ทุกคนจะอยู่อาศัย ดื่มกินและต่างก็ทำงานตามหน้าที่ของตนไปโดยไม่เกี่ยวข้องกับโลกภายนอกอย่างเด็ดขาด
สำหรับพื้นที่ว่างบนผนังจะมีภาพวาดสีเข้มสีน้ำมันของบุคคลในตระกูลใส่กรอบหนาหนักประดับไว้และที่อยู่ในกรอบกำมะหยี่สีแดงคือภาพของมารดาเรนนี่กับเม๊กในชุดเ้าสาวแสนสวย
ภาพวาดที่เด่นสะดุดตาและใหญ่กว่าภาพใดๆทั้งสิ้น คือภาพของร้อยเอกฟิลลิป ไว้ท์โอ๊ค ประมุขของตระกูล เมื่อครั้งที่ยังรับราชการทหารอยู่ในกองทัพอังกฤษถ้าเขาจะมีอายุยืนยาวมาถึงวันนี้ก็จะต้องกว่าร้อยปีแน่เพราะเขาแก่กว่าภรรยาหลายปีภาพนั้นบ่งบอกถึงสุภาพบุรุษผู้ได้รับการศึกษามาอย่างดี ผิวขาวเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลดวงตาคู่ที่เปล่งแววฉลาดเฉลียวเป็สีฟ้าใสและกับริมฝีปากบางเฉียบที่บอกให้รู้ถึงความทระนงในศักดิ์ศรีของตนเองยิ่งนัก
ตอนที่เขาถูกส่งไปประจำการอยู่ที่กองบัญชาการในจาลน่าประเทศอินเดียนั้น นายร้อยเอกฟิลลิป ไว้ท์โอ๊คได้พบกับอดีลีน คอร์ท สาวงามผู้เดินจากทางไอแลนด์มาเยี่ยมพี่สาวซึ่งสมรสแล้วของเธอมิสคอร์ทนั้นไม่เพียงจะเป็ตระกูลสูงกว่าฝ่ายเขาด้วยซ้ำเท่านั้นแต่เธอยังมีมรดกอันเป็สมบัติติดตัวมาด้วยและผู้ที่ยกมรดกนั้นให้ก็คือน้าสาวซึ่งเป็ธิดาของท่านเอิร์ลคนหนึ่ง
หนุ่มสาวทั้งสองเกิดหลงรักในกันและกันขึ้นอย่างจับใจมิสคอร์ทชื่นชมในความสง่างามของนายร้อยเอกฟิลลิปยิ่งนักโดยเฉพาะริมฝีปากบางเฉียบคู่นั้น ส่วนเขาก็หลงใหลในเรือนผมสีน้ำตาลเข้มเรือนกายที่งามระหง โดยเฉพาะดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนหวานที่อาบเสน่ห์อันลึกล้ำไว้
เขาและเธอได้เข้าสู่พิธีสมรสในบอมเบย์เมือ่ปี1848ขณะนั้นเป็่เวลาที่เศรษฐกิจของโลกตกอยู่ในภาวะคับขันแต่ในท่ามกลางความสุขสดชื่นของชีวิตใหม่หนุ่มสาวทั้งสองมิได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจกับภาวะทางเศรษฐกิจแต่อย่างใดริมฝีปากคู่นั้นยังคงความหวานแห่งจุมพิตไว้ไม่เสื่อมคลาย และดวงตาคู่สีน้ำตาลก็ยังสามารถอำพรางฤทธิ์แรงแห่งโทสะและความรู้สึกล้ำลึกในจิตใจไว้ได้เสมอมา
เขาและเธอคือคู่สามีภรรยาที่มีชื่อเสียงเด่นที่สุดในวงสังคมงานสังคมใดๆก็ตามถ้าปราศจากสามีภรรยาคู่นี้แล้วบรรยากาศจะเต็มไปด้วยความเงียบเหงาน่าเบื่อหน่ายยิ่งนักทั้งสติปัญญา ความสง่างาม และประการสำคัญฐานะทางด้านการเงินอันมั่งคั่งรวมทั้งยศศักดิ์ในกองทัพบกอังกฤษคือสิ่งที่สนับสนุนฐานะทางสังคมได้เด่นยิ่งขึ้น
เหตุการณ์ในชีวิตดำเนินมาด้วยดีจนกระทั่งเมื่อทารกเพศหญิงได้ถือดำเนิดออกมาชมโลกแต่ทว่าการถือกำเนิดของลูกคนแรกนี้ทำให้สุขภาพของผู้เป็มารดาทรุดโทรมลงอย่างน่าใจหายอีกทั้งการแพทย์ในจาลน่าขณะนั้นก็ยังไม่เจริญพอดังนั้นนายแพทย์ทั้งหลายที่มีขีดความสามารถจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของอดีลีนดีขึ้นได้
ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่ร้อยเอกไว้ท์โอ๊คได้เกิดมีปัญหากับผู้บังคับบัญชาของตนขึ้นมาอย่างรุนแรงทำให้เขาเกิดความคิดไปในทางที่ว่าทั้งชีวิตทางด้านการทหารและการสังคมของตนนั้นดูเหมือนจะมีลางร้ายเกิดขึ้นเสียแล้ว
ตอนนี้เองที่โชคชะตาได้ช่วยนำพาให้สามีภรรยาไว้ท์โอ๊คได้เดินทางไปสู่แคนาดาตอนที่นายแพทย์ได้ยืนยันว่าภรรยาของเขาซึ่งจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องบำรุงรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงขึ้นควรจะได้ไปพักผ่อนในสถานที่ซึ่งมีบรรยากาศดีกว่าในเมืองจาลน่าแห่งนี้ก็พอดีกับที่ฟิลลิปไว้ท์โอ๊คได้รับจดหมายจากทนายความของลุงแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ลุงของเขาที่อยู่ในควิเบคถึงแก่กรรมลงแล้วและทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้เขาเป็จำนวนมากมหาศาลเลยทีเดียว
ฟิลลิปกับอดีลีนก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่าขณะนี้ชีวิตสมรสของเขาและเธอเต็มไปด้วยปัญหาที่นำมาแต่ความตึงเครียดทั้งคู่ไม่ปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอินเดียต่อไปเขาเองนั้นก็เบื่อหน่ายชีวิตการเป็ทหารเต็มทีโดยเฉพาะเมื่อจะต้องพยายามเอาอกเอาใจผู้บังคับบัญชาที่โง่เง่าเบาปัญญาและยังต้องร่วมอยู่ในวงสังคมของผู้คนที่มาจากครอบครัวชั้นกลางเท่านั้นมันเป็ชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายจริงๆ
เมื่อเป็เช่นนี้การเดินทางไปควิเบคจึงดูจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดฟิลลิปเคยได้รับจดหมายจากลุงที่พรรณนาถึงความสวยสดงดงามของควิเบคมาแล้วและลุงก็ย้ำว่าที่นั่นเหมาะอย่างยิ่งที่จะตั้งรกรากหลักฐานมีอิสระเสรีมากกว่าที่จะมาอยู่ในโลกใบเก่านอกจากนั้นยังจะได้วิสาสะกับครอบครัวชาวฝรั่งเศสตระกูลสูงทั้งหลายอีกด้วย
โดยความเป็จริงนั้นร้อยเอกไว้ท์โอ๊คออกจะชิงชังชาวฝรั่งเศสอยู่มากทั้งนี้เพราะเขาเกิดมาในปีที่กำลังเกิดาวอเตอร์ลูพอดีและบิดาของเขาต้องเสียชีวิตในสนามรบแต่กระนั้นเขาก็รู้สึกพึงพอใจบรรยากาศในควิเบคอย่างมากและยิ่งเมื่อได้พบว่าตนเองเป็เ้าของทรัพย์สินที่มีอยู่ในประเทศนั้นพร้อมด้วยเงินมรดกก้อนใหญ่เขาก็คิดว่าไม่มีที่ไหนในโลกอีกแล้วจะเหมาะสมสำหรับเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่เท่าควิเบค
ร้อยเอกฟิลลิปมองเห็นภาพของตนเองกับอดีลีนที่คล้องแขนกันไว้เดินเล่นอยู่ริมฝั่งน้ำในตอนเช้าของวันอาทิตย์ภายหลังที่ผ่านพิธีนมัสการที่โบสถ์แล้วและเขาก็จะไม่ต้องแต่งกายในชุดเครื่องแบบทหารอันน่าอึดอัดอีกต่อไป อดีลีนเองก็จะได้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามสวมหมวกที่มีเวลล์อำพรางใบหน้าไว้และยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังมองเห็นภาพตนเองที่ควงคู่กับสาวงามชาวฝรั่งเศสขณะที่อดีลีนกำลังยุ่งอยู่กับงานสังคมอื่นๆอีกด้วย
เมื่อตัดสินใจได้แล้วทั้งคู่ก็ขายทรัพย์สินทั้งหลายที่มีอยู่จากนั้นก็ออกเดินทางสู่ประเทศอังกฤษพร้อมด้วยลูกสาวกับคนเลี้ยงชาวพื้นเมือง
แต่ทว่าญาติพี่น้องที่มีอยู่ในอังกฤษเพียงไม่กี่คนมิได้ให้การต้อนรับเขาและเธออย่างอบอุ่นเท่าใดนักดังนั้นคู่สามีภรรยาจึงพักอยู่ในประเทศอังกฤษเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆทั้งนี้เพราะรู้สึกทะนงในศักดิ์ศรีของคนเองขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
อย่างไรก็ตามขณะที่อยู่ในประเทศนั้นทั้งคู่ได้ให้จิตรกรฝีมือเอกวาดภาพของตนขึ้นไว้โดยฟิลลิปเองนั้นอยู่ในชุดเครื่องแบบที่ใกล้จะปลดทิ้งเต็มทีและอดีลีนอยู่ในเสื้อราตรีสีเหลือง คอคว้านลึก ประดับดอกคามิเลียไว้บนเรือนผม
นอกจาภาพวาดของตนเองและภาพวาดสีน้ำมันฝีมือล้ำเลิศที่สะสมไว้แล้วก็ยังมีเครื่องเรือนอีกหลายชิ้นที่คู่สามีภรรยาหอบหิ้วติดตัวไปเมื่อเดินทางโดยทางเรือไปยังควิเบค
มันเป็่เวลาถึงสองเดือนที่เรือเดินสมุทรลำนั้นต้องผจญกับพายุร้ายและหมอกหนาทึบรวมทั้งูเาน้ำแข็งมันเป็่เวลาแห่งฝันร้ายโดยแท้กว่าจะเดินทางไปถึงควิเบคโดยสวัสดิภาพและในขณะที่เดินทางอยู่นั้นเองพี่เลี้ยงที่ติดตามมาเลี้ยงลูกให้ก็เกิดเสียชีวิตลงและต้องทิ้งศพลงในทะเลเมื่อเป็เช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดจะช่วยเลี้ยงลูกให้ได้อีกต่อไปนอกจากสามีภรรยาหนุ่มสาวที่ขาดประสบการณ์
ขณะนั้นอดีลีนเองก็เจ็บหนักจนแทบจะตายลงอยู่แล้วและร้อยเอกไว้ท์โอ๊คก็ยินดีที่จะให้ตนเองถูกส่งไปรบกันพวกชาวป่าชาวเขามากกว่าที่จะมาสู้รบกับทารกน้อยที่ร้องไห้กวนอยู่ตลอดทั้งวันและคืนเช่นนั้นเรือก็ผจญกับพายุรุนแรง มิได้มีความสุขเลยแม้แต่นาทีเดียวกับคนเดินทางทำให้เขาไม่อาจอดทนต่อสภาพนั้นได้อีกต่อไปจึงตัดสินใจอุ้มลูกเข้าไปในห้องพักผู้โดยสารธรรมดาส่งลูกสาวให้กับผู้หญิงชาวสก๊อตคนหนึ่งซึ่งมีลูกของตนเองจะต้องเลี้ยงดูอยู่แล้วถึงห้าคนและจ้างให้นางเลี้ยงดูลูกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยเขาได้ให้เงินตอบแทนอย่างงดงาม