ตอนที่ 21 อาภรณ์สงคราม
“มาแล้วสินะ”ไม่ทราบว่าใครเป็นคนพูด บัดนี้4ชีวิตที่ถูกเชือกหยาบๆมัดไม่ให้หลบหนีมายืนยังข้างสนาม น่าเสียดาบที่ฟราสันไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะลุกขึ้นมาได้ บาดแผลไม่ได้สร้างเพียงความเจ็บปวดเท่านั้นแต่มันยังเผาไปถึงข้างในอีกด้วย ด้านมิเนอร์วา หญิงสาวต้องนั่นเก้าอี้ถึงจะไหวยูจีนมองดาบคาตะนะข้างกายที่ตอนนี้อยู่ในมือของเชส ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ตกใจเมื่อเด็กหนุ่มรุ่นน้องขอยืมอาวุธประจำกายไม่ไกลกันคือยูรีนผู้ซึ่งยืนหน้าเครียด หากว่ากันตามอายุแล้วเธอควรจะขึ้นไปยืนบนลานประลองทว่าผลเสียจากพรสวรรค์ทำให้มานาฟื้นฟูช้ากว่าคนทั่วไป เธอยังไม่อยู่ในระดับที่สามารถลบข้อเสียนั้นได้ เวทมนตร์ที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ดึงมานาเธอจนเหลือเพียง1/4หญิงสาวอีกคนที่นั่งบนเก้าอี้หินหยาบๆไม่สมฐานะนั่งจ้องลานประลองไม่กระพริบตาไร้ซึ่งความเกรงกลัวหรือกังวลใดๆ ไม่สิ จะให้ถูกคือไม่ได้คิดเรื่องนั้นด้วยซ้ำ‘คนที่มี2พรสวรรค์ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาก่อน และเราก็ไม่เคยได้ยินเรื่องที่คน1คนมีพรสวรรค์มากกว่า1ด้วย เพียงแต่...’ความทรงจำย้อนนึกถึงตำนานที่เคยฟังผ่านหูสมัยเด็กเกี่ยวกับดินแดงอันห่างไกลจากคนที่เธอรู้จักดี‘ช่างเถอะ คิดตอนนี้ไปก็ไม่ได้อะไร เราต้องโฟกัสกับเรื่องตรงหน้า’ สองร่าง1เล็ก 1ใหญ่ หันหลังให้กับผนังถ้ำซึ่งมีร่องรอยจากต่อสู้ก่อนหน้า เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าพันธุ์เยติ ไร้ซึ่งบาดแผล รังสีพลังไม่ได้ลดลงไปเลยแม้แต่น้อยแปลว่าฟัวร์เตเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งสองภายในพริบตา“เมดิโอ ในที่สุดเราก็ได้สู้กันอีกครั้ง นานจริงๆที่ไม่ได้เผชิญหน้าเจ้า ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้...ข้าเคยยำเกรงเจ้าแต่ไม่เคยเกรงกลัวเจ้า ข้าฟัวร์เตไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด!!!"“ดี ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเกรงกลัวข้าไปถึงกระดูกของเจ้า”รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งจากทั้งสอง ไม่อาจหยุดได้อีกแล้ว อีกชีวิตในสนามประลองสัมผัสได้ทันทีว่าพลังกดดันจากเยติสองสีมากยิ่งกว่าคราวที่ประจัญหน้ากับพวกตน“เริ่มได้”ไม่สามารถห้ามได้อีก เสียงคำรามเริ่มการต่อสู้ดังเข้าสู่หูทุกคนก้องไปทั่วทั้งถ้ำสองชีวิตพุ่งเข้าหากันแฝงไปด้วยความมุ่นมั่น ทะเยอทะยาน ความโกรธ และความบ้าคลั่ง หนึ่งหมัดของเมดิโอปะทะใส่หนึ่งของของฟัวร์เต เสียงดังสนั่นกับไอความเย็นกระจายทั่วสนองประลอง“ยังมีอีก!!”ฟัวร์เตปล่อยหมัดอีกข้างโดยเล็งในหน้าคู่ต่อสู้แต่มีหรือเมดิโอจะยอมแขนข้างที่บาดเจ็บยกฝ่ามือขึ้นมารับได้ทัน เห็นเช่นนั้นฟัวร์เตพลันฉีกยิ้มแยกเขี้ยว“ถ้าเจ้ามีแค่นั้นก็จงเอาหมัดของข้าไปกิน เจ้าตัวอัปลักษณ์”แขนอีกสองข้างของเยติสีเงินพุ่งเข้ามาหวังจะซัดเข้าลำตัว ไม่มีทางที่จะป้องกันได้‘อัปลักษณ์รึ...’ “เจ้าตัวอัปลักษณ์ ทำไมเจ้าถึงมี2สีล่ะ”“เจ้าตัวอัปลักษณ์ทำไมเจ้าถึงมีแค่2แขน เจ้ามันตัวพิการ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังมาจากกลุ่มเยติตัวเล็กตรงหน้า เยติสองสีตัวจ้อยล้มลงโดยที่มีพวกนั้นมองเขาจากด้านบนตั้งแต่ลืมตาดูโลกเมดิโอไม่เคยถามมารดาเลยว่าบิดาของเขาเป็นใครและอยู่ที่ไหน ไม่นานก่อนเขาจะเกิดแม่ของเขาเข้าร่วมกองกำลังในการบุกโลกมนุษย์ กระทั่งตอนที่นางตายก็ไม่ยอมเปิดปากบอกอะไรเมดิโอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวตั้งแต่แรก ที่พึ่งเดียวสำหรับเขาคือความแข็งแกร่ง เพียงแค่ความแข็งแกร่งเท่านั้น เขาจึงฝึกฝนอย่างหนักและค้นพบความสามารถของแขนขวา “อย่าลืมกันแบบนี้สิ”สองหมัดของฟัวร์เตกระทบกำแพงหนาซึ่งโผล่ล้อมรอบบริเวณลำตัวเมดิโอ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร กำแพงบางๆนั่นไม่อาจทนแรงจากหมัดได้จนสุดท้ายได้สลายไปหลังจากหมดหน้าที่“โชคดีไปนะ เจ้าตัวพิลึก”ฟัวร์ไม่หยี่ระกับการโจมตีที่ไร้ผลของตนเองพลางเอ่ยเหยียดหยาม“โชคดีรึ งั้นข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นพลังของข้า”“หืม!!”อุณภูมิระอุแผ่จากแขนขวาข้างนั้น คู่ต่อสู้จกใจจนรีบถอนมือ รอยไหม้ปรากฏจางๆให้เห็นบนกำปั้น ความเดือดดาลยิ่งพุ่งสูงฟัวร์เตคำรามลั่น ไอเย็นแผ่จากทั้งร่างพร้อมประเคนหมัดหนักๆไปตรงหน้า“คิดว่าทำได้รึ”ร่างสองสีรับกำปั้นอีกฝ่ายด้วยมือของตน ปรากฏว่ารู้ตัวอีกครั้งกลับมีแผ่นน้ำแข็งหนาหุ่มหุ้มทั้งมือของเขา แขนขวาระเบิดพลังเพลิงละลายน้ำแข็งอย่างง่ายดายทว่าไม่ใช่กับแขนซ้าย ที่น้ำแข็งเริ่มลามไปถึงหัวไหล่ฟู่บอลเพลิงขนาดเล็กหลายลูกลอยเข้าปะทะกับน้ำแข็งรอบมือนั้นและละลายมันอย่างช้าๆ แต่ไม่เร็วขอจะละลายมันก่อนจะเกิดแผลน้ำแข็งกัดรุนแรงและอาการชาไปทั่วแขน“เวทไฟไม่ใช่ของถนัดฉัน ระวังหน่อยล่ะ”เชสเอ่ยสบายๆแต่แววตาไม่ได้บอกเช่นนั้น พร้อมกันนั้นเขาร่ายเวทเพิ่มความเร็วระดับกลางให้คู่หูฉะเพาะกิจ ไม่เช่นนั้นคงไม่อาจตามความเร็วแขน4ข้างทันด้วยแขน2ข้าง‘ทักษะของพวกมอนสเตอร์ไม่เหมือนกับเวทมนตร์ของมนุษย์แต่เป็นทักษะเผ่าพันธุ์ทำให้ไม่ต้องร่ายเวทก่อนใช้’“ข้าเข้าใจแล้ว”คราวนี้เมดิโอระเบิดพลังบ้างหลังตอบรับ ฝั่งซ้ายแผ่ไอเย็นที่ด้อยกว่าฟัวร์เตออกมาสองขั้น แต่ฝั่งขวาเขาปล่อยไอความร้อนอุณหภูมิสูงจนบิดเบียนได้แม้กระทั่งการมองเห็น“ตาย!!!”แขนต่างสีสองข้างทุบลงกับพื้นจนสนั่นบังเกิดเป็นแท่งน้ำแข็งแหลมคมจำนวนมากพุ่งจากพื้นอย่างรวดเร็ว“กระจอก”เท้าข้างหนึ่งกระทืบเสาน้ำแข็งลงบนปลายแหลงจนมันแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยได้อย่างง่ายดาย แสดงถึงความหนาของผิวหนังเมดิโอฉีกยิ้มพร้อมกับเสาเพลิงขนาดยักษ์ปรากฏด้านหลังฟัวร์เต ทันทีที่รู้แผนการ สองแขนยื่นไปปลดปล่อยพลังไอเย็นประกอปกันเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาสายตาที่ละไปทำให้ไม่รู้ว่าเมดิได้เข้าประชิดตัวแล้ว หมัดใต้ถุงมือเหล็กซัดเข้าเต็มสีข้างอย่างแรง เรียกเสียงร้องจากผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าพันธุ์เยติได้สำเร็จ ฟัวร์เตกระแทกเข้ากับกำแพงของตนที่ค่อยๆละลายกลายเป็นน้ำเจิ่งนองกับพื้น“สนใจโดนไฟดูดหน่อยไหม? โครงข่ายอัสนี”เส้นสายฟ้าวิ่งจากจุดที่เชสยืนตรงเข้าหาแอ่งน้ำบนพื้นราวกับเป็นของรักของหวง รู้ตัวอีกทีสายฟ้าสีม่วงพลันกระจายไปทั่วและก่อร่างเป็นรูปใยแมงมุม8เหลี่ยมอึก อ้าก!!!!!!กล้ามเนื้อทั้งตัวเกรงถึงขีดสุด เหมือนพลังทั้งหมดอ่อนแรงลงเตรียมจะทรุดลงได้ทุกเมื่อ ฟันขาวและเขี้ยวเผยให้เห็น ฟัวร์เตสูดลมหายใจอย่างยากลำบาก เสียงคำรามอย่างเจ็บปวดปล่อยมาพร้อมไอเย็นที่กระทั่วลานประลองแม้แต่ผู้ชมจะรู้สึกถึงความหนาวควันขาวเย็นลอยฟุ้งโดยมีมันเป็นศูนย์กลางและค่อยๆสลายแอ่งน้ำที่พื้นกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วรวมถึงไม่มีสายฟ้าอีกไป มันหันมาจ้องมนุษย์ครั้งแรกตั้งแต่เริ่มประลอง ไม่อยากเชื่อว่าคนที่มันเมินมาตลอดจะทำร้ายมันได้ขนาดนี้“ข้าจะฆ่าเจ้ามนุษย์”จิตสังหารระเบิดจะเสียงคำราม มือขวาเอื้อมไปจับคาตะนะโดยไม่รู้ตัวทว่าไม่ทันจะเข้ามา เจ้าของแผ่นหลังสองสีกลับเข้าขวางทางไว้“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า”“เกะกะ”เมดิโอที่หวังจะเข้ามาเผชิญหน้าถูกกวาดพ้นทางด้วยพลังกล้ามเยื้อมันมหาศาล ร่างยักษ์ตรงเข้าหาเชส เด็กหนุ่มไม่ตื่นกลัว จ้องกลับหาศัตรูมือขวาเลื่อนจับดาบข้างเอว พริบตาต่อมาฟัวร์ก็อยู่ห่างจากเชสไม่ถึงฟุต เป้าหมายของหมัดคือศรีษะเล็กๆนั่น“Acceleration”รู้สึกตัวอีกทีศรีษะที่ควรจะลอยกระเด็นเพราะแรงหมัดกลับหลุดพ้นวิถีหมัด ร่างท่อนบนแทบจะขนานกับพื้นสายฟ้าอ่อนถูกส่งกระตุ้นกล้ามเนื้อแขนขวาฟันใส่ลำตัวแกร่งนั่นเคร้งไม่แปลกใจเลยที่ได้รับความรู้สึกเหมือนฟันใส่ของแข็ง ประกายไฟแลบออกมาแวบหนึ่งตอนดาบปะทะกับลำตัว พรสวรรค์ที่สองช่วยให้เขาเปลี่ยนท่าร่างกลายเป็นป้องกันทันทีเพื่อตั้งรับลูกเตะเต็มแรงที่ฟัวร์เตเอี้ยวตัวหวดเต็มแรงหลังโจมตีพลาดร่างเล็กตัดสินใจไม่ฝืนแรงและลอยไปไกลหลายเมตรก่อนลงพื้นอย่างสวยงามไม่ไกลจากเมดิโอ“พวกตัวอ่อนแอ...ข้าจะแสดงให้เห็นถึงพลังที่พวกเจ้าไม่อาจมี”เจ้าของขนเงินตวาดลั่นไอเย็นจำนวนมากกระจายลอยไปทั่วพื้น แม้แต่เยติด้วยกันเองยังแอบหนาวสั่น ไอเย็นสีขาวเริ่มเคลื่อนไหวเข้าพัวพันรอบร่างยักษ์นั่น เชสเหลือบไปเห็นดวงตาที่หรี่ลงของผู้เฒ่าเยติเปี่ยมด้วยความริษยาและสีหน้าเครียดจากเมดิโอไม่นานหมอกนั้นก็สลายไป เผยให้เห็นขนสีเงินยาวปกคลุมบริเวณคอ ปลอกแขนสีขาวหิมะ ขนทั้งร่างยาวขึ้นจากเดิม3เท่าเป็นอย่างน้อย บริเวณที่ไม่มีขนถูกปกคลุมด้วยชุดเกราะที่เกิดจากการควบแน่นของไอเย็นสร้างขึ้นมา“อาภรณ์สงคราม”