ตอนที่ยี่สิบสอง เส้นทางสู่ฉู่ที่แสนไกล6
ผมพยายามหายใจช้าๆ
ใช้พลังปราณค่อยๆสำรวจร่างกายและค่อยๆรักษาร่างกายตนเองให้อยู่ในสภาวะปรกติ
ร่างกายของผมเมหือนมีกระแสไฟฟ้าตกค้างไปทั่ว
และกลิ่นเหม็นที่ผมกังวลหายไปกลายเป็กลิ่นที่สะอาดเหมือนฟ้าหลังฝนผสมกับสายฟ้าที่ไหม้กระโจมของผมบางส่วน
แค่พึ่งจะออกเดินทางคืนแรกก็มีเื่อันตรายเสียแล้ว
โลกนี้ที่มีการย้อนเวลามีบัวหิมะพันปีและมีคำทำนายนี่มันดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ
“นะนายท่านเป็อะไรหรือไม่ข้ามาช่วยแล้ว”
อาหู่รีบเข้ามาหาผมอย่างร้อนรน
แม้หลายคนจะเป็ห่วงผมแต่อะไรที่เกี่ยวกับสายฟ้าหรือ์ผู้คนล้วนจะหวาดกลัวไม่กล้าที่จะเข้ามาได้แต่ดูภายนอกอย่างหวาดกลัว
นับว่าอาหู่แม้จะเทียบตามมาตรฐานยุคนี้ก็เรียกว่าคนจงรักภักดีมากนี่เอง
ผมยกมือกล่าวว่า
“ข้าไม่เป็ไรอาหู่ เอาเสื้อปอกระสอบอันใหม่มาเปลี่ยนแทนของเก่าที่ฟังไปด้วยขอองอะไรที่พังในห้องนี้ก็เปลี่ยนเสียใหม่ และต่อไปกระโจมของพวกเราเปลี่ยนเป็ไม้อย่าได้เอาโลหะมาไว้บนที่สูงของกระโจมอย่างเด็ดขาด”
ผมถอนหายใจ
“ข้าจะทำสมาธิสักพักเ้าไปปลอบประโลมคนที่มาด้วยกันว่าไม่เป็อะไร เลี้ยงสุราอาหารพวกเขาปลอบใจกันเสียหน่อยเพื่อป้องกันความตื่นตระหนก”
ผมกลัวคนที่ผมรวบรวมมาอย่างยากลำบากจะใ
“หลังจากข้าพักผ่อนสักพักข้าจะไปปลอบใจพวกนั้นเอง”
อาหู่จ้องผมสักพักด้วยความเป็ห่วงก่อนจะกัดฟันแล้วกล่าวว่า
“ทราบแล้วขอรับนายท่านข้าจะจัดการทันที”
และรีบไปจัดการจัดแจงสั่งลูกน้องเอาของมาเปลี่ยนหใด้วยความรวดเร็ว
ผมใช้เวลาที่ไหนไหนก็นอนไม่หลับแล้วมาเดินลมปราณปรับพลังให้อยู่ในสภาวะปรกติต่อไป
คิดว่าผมะค่อยๆออกเดินทางตอนเช้าตรู่
เพราะไหนไหนก็รบกวนกันจนคนในคาราวานนอนไม่ค่อยจะหลับแล้ว
รุ่งสางหลังจากปลอบใจพวกคนในกองคาราวานด้วยอาหารที่มากเป็พิเศษหุงหาอาหารทานเร็วหน่อยก่อนตะวันจะรุ่ง
พวกเราก็จะออกเดินทางกันในตอนที่น้ำค้างยังไม่สลายไปกับแสงแดด
แต่ผมก็เจอประสบการณ์แปลกๆในโลกนี้อีกครั้ง
มีชายชราใส่เสื้อสีเหลืองของนักพรตมาขี่โคขวางหน้ากองคาราวานของผม