อันธกานต์สีหน้านิ่ง แต่รอยเคร่งเครียดบนใบหน้านั้นเด่นชัดอย่างไม่ต้องเอ่ยถาม
“มาพอดี” สินธพกล่าวพึมพำ ขณะที่ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง อันธกานต์ปราดสายตามองสองสาวที่ยืนอยู่ ก่อนจะมองบุหลันรังสรรค์ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึ้นอีก อันธกานต์กัดฟันแน่นอย่างควบคุมอารมณ์
“อาการบุหลันเป็ยังไงบ้างเหรอคะ เกิดอะไรขึ้นคะ?” ภูจินดาถามชายหนุ่ม
ร่างสูงถอนหายใจ สีหน้าเคร่งเครียด
“พี่รอคุณหมออยู่เหมือนกัน..”
เสียงเปิดประตูดังขึ้นในวินาทีต่อมาราวกับคาดการณ์เอาไว้ ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อกราวน์ดินตรงมายังพวกเขา.. อันธกานต์เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
“หมอรบกวนขอคุยกับญาติผู้ป่วยเป็การส่วนตัวหน่อยครับ”
อันธกานต์พยักหน้า ก่อนตะวันวาดจะเอ่ยสวนขึ้นตาม
“ฉันเป็น้องสาวค่ะ”
“หมอเชิญด้านนอกครับ”
อันธกานต์กับตะวันวาดมองหน้ากัน ถ้าจะกล่าวให้ถูกจริง ๆ ตะวันวาดเป็ญาติที่ถูกต้องเพียงคนเดียวของบุหลันรังสรรค์ เพราะอันธกานต์และเธอยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทว่าชายหนุ่มเป็ญาติคนแรกที่ปรากฏตัวขึ้นที่โรงพยาบาล
ภายนอกห้องผู้ป่วย
“รถชนจากด้านหน้า ผู้ป่วยไม่คาดเข็มขัดนิรภัยอาการก็เลยสาหัส หน้าอกกระแทกกับพวงมาลัย อวัยวะภายในบอบช้ำมาก.. ” เสียงคุณหมอหยุดชะงัก
“อีกอย่าง.. หมอไม่ทราบว่าพวกคุณทราบกันหรือเปล่าว แต่ผู้ป่วยตั้งครรภ์นะครับ อายุครรภ์ยังไม่ถึงหนึ่งเดือน การชนกระแทกรุนแรงมากทำให้เรารักษาเด็กเอาไว้ไม่ได้”
ตะวันวาดขาอ่อนหมดเรี่ยวแรง.. ร่างเล็กพิงหลังตัวเองเข้ากับฝาผนัง..
พี่บุหลันท้อง..
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววแข็งกร้าว... เส้นเืบริเวณลำคอของอันธกานต์เกร็งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด.. ชายหนุ่มมองหน้าคุณหมออย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน..
เป็ไปไม่ได้.. อันธกานต์มือสั่น เขากำหมัดแน่นเพื่อให้มือตัวเองหยุดสั่น.. ใบหน้าเข้มคมเครียดขึ้นเป็สองเท่า
คุณหมอสูดลมหายใจเข้าลึก พูดอะไรบางอย่างอีกสองสามประโยค.. ทว่าระบบสมองของตะวันวาดหยุดทำงานเรียบร้อยแล้ว.. ทุกอย่างอื้ออึงไปหมด..
เพียงไม่กี่นาทีคุณหมอก็เดินกลับไป อันธกานต์ยืนมองจนคุณหมอลับตาก่อนจะหันกลับมามองตะวันวาด.. เขาอยู่ในสภาวะไม่ต่างจากเธอมากนัก กรามใหญ่ขบกันแน่น นึกถึงสิ่งที่คุณหมอเพิ่งแจ้งให้พวกเขารับทราบ..
เด็กในท้องของบุหลัน!
ภายในห้องผู้ป่วย
“พี่ธัน.. คุณหมอว่ายังไงบ้างเหรอคะ” ภูจินดาถามอย่างเกรงใจ เมื่อเห็นทั้งคู่เดินเข้ามา..
“อวัยวะบอบช้ำ.. เป็-ตายเท่ากัน” เสียงทุ้มตอบนิ่ง.. ตะวันวาดที่เดินตามเข้ามารู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้วอย่างรวดเร็วอีกครั้ง มือไม้ไร้เรี่ยวแรง เธอเซปะทะภูจินดา ทำให้อีกฝ่ายต้องช่วยประคองเธอไว้
“พี่จิน..” เสียงเล็กเรียกเธอ ภูจินดาไม่ตอบแต่ยกมือลูบแขนอีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจ
“อย่าเพิ่งบอกแม่กับพ่อนะคะ โดยเฉพาะเื่.. เด็ก” เสียงหวานกล่าวขึ้น พยายามเรียกสติของตัวเองให้กลับมาให้มากที่สุด.. เธอนึกถึงตอนที่มารดาโทรหาเธอ ถ้าหากทั้งคู่รับทราบถึงอาการพี่สาว เธอไม่รู้ว่าพวกเขาจะรับได้มากแค่ไหน
อันธกานต์พยักหน้ารับ
“เด็ก? ” ภูจินดาตาโตขึ้น.. ตะวันวาดไม่ตอบ ทว่าภูจินดาก็ฉลาดพอที่จะเดาเื่ราวได้..
นี่มันเื่บ้าบออะไรกันวะเนี่ย.. แต่บุหลันรังสรรค์แต่งงานแล้ว จะท้องก็คงไม่แปลก.. เธอคิด.. แวบต่อมาคือหน้าของพี่ชายคนเดียวที่ลอยเข้ามา..
ให้พี่ภูรู้ไม่ได้เด็ดขาด.. ไม่ได้เด็ดขาด.. ภูจินดาส่ายหน้าสยองอยู่คนเดียว.. เริ่มรู้สึกเวียนหัวไปพร้อมกับตะวันวาด..
สินธพยืนอยู่ห่างออกไป ชายวัยกลางคนรีบเดินจ้ำเข้ามาหาอันธกานต์
“คุณหนู..” เสียงแหบเรียก แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของหลานชายเขาจึงเลือกที่จะไม่เอ่ยถามต่อ..
อันธกานต์มองภูจินดาที่ค่อย ๆ พาตะวันวาดเดินไปนั่งพักตรงโซฟารับแขก ก่อนจะหันไปหาสินธพ
“ผมรบกวนลุงดูแลต่อด้วยนะครับ” เขาพูดกับชายวัยกลางคน
“ไม่ต้องเป็ห่วงครับ” สินธพกล่าวตอบ อันธกานต์พยักหน้ารับทราบ ร่างสูงทำท่าจะก้าวเดินออกจากห้อง ทว่าตะวันวาดเห็นเช่นนั้นก็กล่าวท้วง
“คุณจะไปไหน”
อันธกานต์นิ่งเล็กน้อย
“ฉันยุ่ง..” เสียงทุ้มตอบสั้น ๆ เดินตรงไปยังประตู
“พี่สาวฉันอาการหนักขนาดนี้ คุณไม่คิดจะอยู่ดูแลหน่อยเหรอคะ” ตะวันวาดโพล่งออกไปทันที
“อีกอย่างเธอเพิ่งจะ.. เพิ่งจะ..” เสียลูกไป…” ร่างเล็กสั่นสะท้านพูดไม่จบประโยค เธอทั้งใและไม่พอใจ ทุกอย่างปะปนกันไปหมด
ภูจินดาแอบเห็นด้วยเล็กน้อย
สินธพทำท่าจะเอ่ยปาก แต่ก็ไม่มีคำพูดใด ๆ ถูกเอ่ยขึ้น
อันธกานต์ยืนนิ่งหันกลับมามองตะวันวาด.. ใบหน้าหล่อนิ่งตึงไม่บอกความรู้สึก มีเพียงั์ตาสีน้ำตาลเข้มที่จับจ้องเธอ.. เขาเงียบ.. ก่อนจะหันกลับไปโดยไม่กล่าวอะไร
ร่างสูงก้าวเดินออกไปจากห้อง ไร้ซึ่งคำอธิบาย
ใบหน้านิ่งนั้นกระตุ้นอารมณ์ของตะวันวาดให้ร้อนผ่าว เธอสับสน เสียใจ ใกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงไม่ถึงสองชั่วโมงที่ผ่านมา ร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟา เดินตามเขาไป
ภูจินดาได้แต่มองหน้าสินธพสลับกับแผ่นหลังของตะวันวาดที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ เธอตัดสินใจรีบเดินตามอีกฝ่ายออกไป
“คุณธัน คุณมันแย่จริง ๆ แย่ที่สุด พี่สาวฉันโชคร้ายจริง ๆ ที่ต้องมาแต่งงานกับคุณ” ตะวันวาดะโตามหลังอันธกานต์ที่ห่างออกไปจากเธอเพียงไม่ถึงห้าเมตร เสียงหวานดังพอที่จะทำให้นางพยาบาลใกล้เคียงได้ยิน สายตาหลายคู่จับจ้องมายังเธอและอันธกานต์
ร่างสูงหยุดนิ่ง.. มือใหญ่กำหมัดแน่นจนสั่น อันธกานต์ยังคงหันหลังให้กับอีกฝ่าย.. เขาไม่หันกลับมามองเธอ ทำเพียงเดินอ้อมกลับออกไป
ตะวันวาดกวาดสายตามองพยาบาลด้วยความรู้สึกผิดที่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ขณะที่ภูจินดาและสินธพปรากฏตัวขึ้น ชายวัยกลางกล่าวขึ้นอย่างลำบากใจ
“หนูตะวัน.. ลุงเข้าใจนะแต่”
“มีอะไรที่สำคัญกว่าชีวิตภรรยากับลูกตัวเองอีกเหรอคะ” ตะวันวาดถามสวนน้ำเสียงสั่นเครือ ภูจินดารับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงอยู่ในสภาวะช็อกเพราะปกติแล้วตะวันวาดไม่เคยใช้น้ำเสียงเช่นนี้มาก่อน
สินธพสูดลมหายใจเข้าลึก
“จริง ๆ แล้วนอกจากคุณบุหลัน วาเลนไทน์ก็อยู่ในรถด้วย” ชายวัยกลางคนกล่าว
ั์ตากลมสบเข้ากับสีหน้าลำบากใจของสินธพ ใบหน้าเล็ก ั์ตาสีเขียวอมเทาสดใสของวาเลนไทน์วาบขึ้นภายในห้วงความคิด
“อะ..อะไรนะคะ” ตะวันวาดถามทั้งที่เธอได้ยินประโยคนั้นชัดเจน
ภูจินดามีสีหน้างุนงงเมื่อได้ยินชื่อที่เธอไม่คุ้นเคย
“คุณหนูให้ลุงมาช่วยดูแลคุณบุหลัน เพราะเธอต้องไปดูแลวาเลนไทน์ครับ.. อาการหนักไม่น้อยไปกว่ากัน”
ตะวันวาดรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนหนัก ๆ มาทุบศีรษะเธอเข้าอย่างจัง! หัวใจคนตัวเล็กเต้นรัวหนักยิ่งกว่าเดิม คำพูดที่เธอกล่าวกับเขาทำให้เ้าตัวจุกจนพูดไม่ออก
เขารีบออกไป.. เพราะไปดูแลวาเลนไทน์งั้นเหรอ..
ั์ตากลมปิดลงอย่างไม่อยากรับรู้ความจริง
“ไอ้ตะวัน..” เธอพำพึมก่นด่าตัวเองในใจ
“อย่าโมโหเลยนะ.. ลุงว่าคุณหนูเองก็คงช็อกไม่ต่างกัน.. ถึงเขาจะทำหน้านิ่ง ๆ อย่างนั้นก็เถอะ” คำบอกเล่าของสินธพยิ่งทำให้ตะวันวาดรู้สึกแย่หนักขึ้นไปอีก เธอมองไปยังทางเดินที่ว่างเปล่า ก่อนอันธกานต์จะหายลับไป
ร่างบางถอนหายใจ ยกมือกุมศีรษะ
“วาเลนไทน์คือใครเหรอคะ” ภูจินดาถามขึ้นในที่สุด พลางมองตะวันวาดสลับกับสินธพเพื่อรอคำตอบ…
ตะวันวาดยืนยันว่าจะเป็คนนอนเฝ้าบุหลันรังสรรค์ และขอให้สินธพกลับไปพักผ่อนที่บ้าน พ่อและแม่ของเธอจะเดินทางมาจากพัทยาในวันรุ่งขึ้น
ั์ตากลมตวัดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่บอกเวลาเกือบตี 3 ร่างบางถอนหายใจยาว.. เธอนอนไม่หลับ ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ่ดึกที่ผ่านมา..ในที่สุดร่างบางก็ตัดสินลุกขึ้นและเดินออกจากห้อง..
เธอเดินเลียบเคียงห้องผู้ป่วยที่อยู่ติดกัน สายตาพลางมองอ่านเลขห้องที่แสดงอยู่ก่อนจะหยุดลงตรงห้องเลข B-413.. เลขห้องของวาเลนไทน์ที่สินธพกล่าวบอกเธอเอาไว้ ร่างบางพยายามมองเข้าไปในห้อง แต่ก็พบว่าม่านถูกปิดไว้อย่างมิดชิด ตะวันวาดลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจผลักประตูเข้าไปในห้อง
ร่างสูงของอันธกานต์นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย เขานั่งเอียงหน้าโดยมีมือข้างหนึ่งพยุงศีรษะไว้ วาเลนไทน์นอนหลับไม่ได้สติเช่นเดียวกับบุหลันรังสรรค์ เด็กน้อยมีสายน้ำเกลือและเื่มือหลายอย่างข้างกาย ลำคอเล็กและข้อมือมีรอยม่วงช้ำเด่นชัด
ตะวันวาดพยายามเดินเข้าไปใกล้วาเลนไทน์ย่างเงียบที่สุด.. สภาพที่เห็นทำให้เธอต้องยกมือขึ้นปิดปากอย่างใจหาย
ข่าวรถชนเป็เื่ปกติที่อยู่ตามหนังสือพิมพ์ แต่เมื่อเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวทำให้ตะวันวาดเข้าใจว่าความรู้สึกนั้นมันช่างต่างกันมากจริง ๆ สาวน้อยร่าเริงสดใสที่เธอเพิ่งเจอไปไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์กลับมีสภาพที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวลืมหายใจไปชั่วขณะ.. เธอรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก..
ั์ตากลมตวัดมองไปยังอันธกานต์.. ร่างสูงยังอยู่ในชุดสูททำงานแม้ว่าจะเป็วันหยุดสุดสัปดาห์..
เขาทำงานทุกวันเลยหรือไงนะ.. เธอคิด ก่อนจะขยับเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มขยับตัว
ตะวันวาดยืนตัวแข็งทื่อ
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มลืมขึ้นในความมืด.. เขาไม่ได้หลับสนิท เพียงหลับตาเท่านั้น เสียงเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทำให้อันธกานต์เปิดตามอง